บทที่ 15 ซวงเอ๋อร์ถูกควบคุมอย่างสิ้นเชิง
ทว่าซวงเอ๋อร์ผู้ที่กำลังเคลิบเคลิ้มกลับรู้สึกได้ถึงฝ่ามือใหญ่ที่กำลังล่วงเกินเข้ามาในอาภรณ์ นางจึงได้สติกลับคืนมา
เพียะ!
ฝ่ามือนั้นตบเข้าที่ใบหน้าของฉู่เฟิงอย่างจัง นางผละออกจากอ้อมกอดของเขา ใบหน้าแดงก่ำ ก่อนจะวิ่งออกจากห้องหนังสือไป
"ไปสิ ไปเลย! อย่างไรเสีย อีกสามวันข้างหน้าข้าก็อาจจะถูกหลี่ฮุยฆ่าตาย เ้าค่อยหาคุณชายคนใหม่ก็ยังไม่สาย"
คำพูดของฉู่เฟิงทำให้นางชะงักฝีเท้าลง
ฉู่เฟิงลุกขึ้นยืน เดินเข้าไปสวมกอดซวงเอ๋อร์จากด้านหลัง กระซิบที่ข้างหูขาวผ่องของนางว่า "ซวงเอ๋อร์ การประลองครั้งนี้ หากข้าไม่ตาย ข้าสัญญากับเ้าว่า ข้าจะเชื่อฟังเ้าทุกอย่าง ตั้งใจฝึกฝนวิทยายุทธ์ ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน"
ซวงเอ๋อร์มิได้ขัดขืน เพียงแต่ครุ่นคิดในใจ หากคุณชายกลับตัวกลับใจได้เพราะนาง นับว่านางได้ตอบแทนบุญคุณฮูหยินที่เลี้ยงดูนางมา แต่นี่เขาจะหลอกลวงนางหรือไม่?
"คุณชาย หากท่านกล้าหลอกลวงซวงเอ๋อร์..."
ซวงเอ๋อร์ยังพูดไม่ทันจบประโยค ก็รู้สึกได้ว่าคุณชายตัวร้ายกำลังจูบที่ใบหูของนาง
ในชั่วพริบตา ร่างน้อย ๆ ก็อ่อนแรงลงจนแทบเอ่ยสิ่งใดไม่ออก ปล่อยให้ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดหวั่น
"เ้าอย่ากลัวไปเลยซวงเอ๋อร์ ข้าให้คำสัญญาแล้ว ย่อมไม่คืนคำ" ชายหนุ่มกระซิบข้าง ๆ หูเล็ก ๆ นั้น ก่อนจะช้อนร่างบางขึ้นเตรียมพากลับห้อง
"อ๊ะ! ท่านจะทำอันใดเ้าคะ" ซวงเอ๋อร์ผวา เมื่อพบว่าตนถูกชายหนุ่มกอดรัดแน่น จึงดิ้นรนขัดขืนสุดกำลัง
ชั่วขณะนั้น นางลืมไปเสียสนิท ว่าตนคือยอดหญิงผู้มีวรยุทธ์สูงส่ง
"ข้าจะรับเ้าเป็ภรรยา" ชายหนุ่มเอ่ยอย่างหนักแน่น
"มิได้นะเ้าคะ ข้ายังมิได้เตรียมใจ…" ซวงเอ๋อร์เอ่ยเสียงแ่ ความองอาจเยือกเย็นราวกับนักษัตรน้ำแข็งเลือนหายไปจนหมดสิ้น
ในอ้อมกอดของเขา นาง... กำลังวิงวอนขอร้อง
"เช่นนั้น เ้าจูบข้าก่อนสิ ถือเป็รางวัลให้ข้า" ฉู่เฟิงเอ่ยพลางยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้ซวงเอ๋อร์อย่างหน้าไม่อาย
ดังคาด นางหลับตาลง ประทับจูบบนใบหน้าของเขาอย่างรวดเร็ว สร้างความพึงพอใจให้เขายิ่งนัก ก่อนเขาจะกระซิบบอกนางว่า "แท้จริงแล้ว ข้าแค่อยากลองบนเตียงดูว่าจะสามารถควบคุมเ้าได้หรือไม่ หรือเ้าไม่้ากัน…"
"เพียงแค่... สามารถช่วย... คุณชายได้ ... ข้า... ยินดี" ใบหน้างามของนางแดงก่ำ เสียงหวานนั้นช่างแ่เบาไร้เรี่ยวแรง
ไม่นานนัก บนเตียงอันแข็งแกร่งก็เริ่มมีการเคลื่อนไหว
ครั้งนี้นางไม่รู้ว่าเป็เพราะความเขินอายหรือเหนื่อยล้า
ยามที่ร่างกายบอบบางดิ้นรนต่อต้าน พละกำลังนั้นอ่อนแอกว่าตอนแรกมาก จนไม่อาจหลุดพ้นจากพันธนาการของเขาได้
ในที่สุดร่างกายเล็ก ๆ ของนางก็ตกอยู่ภายใต้อาณัติของเขา เช่นเดียวกับที่นางเคยเป็
ร่างใหญ่ครอบคลุมร่างเล็กโดยสมบูรณ์ มือทั้งสองกดทับมือทั้งสอง ขาทั้งสองยังแยกออกจากขาทั้งสองอีก ฉู่เฟิงกดใบหน้าอย่างแแ่กับเสื้อนุ่มของนาง...
"คุณชาย ท่านพ่ายแพ้แล้ว โปรดปล่อยข้า…"
ซวงเอ๋อร์พูดเบา ๆ ด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ
ครานั้น ฉู่เฟิงไม่ได้ฉวยโอกาสตอนที่นางเสียเปรียบ เขารู้ดีว่าสตรีเช่นซวงเอ๋อร์ ไม่อาจใช้กำลังบังคับ! หากอยากให้นางตกหลุมรัก ต้องใช้ความภักดีของนาง
ฉู่เฟิงพลิกตัวนอนลงข้างซวงเอ๋อร์ หอบหายใจหนักแล้วพูดว่า "ซวงเอ๋อร์ เ้าคิดว่าข้าจะรอดชีวิตได้หรือไม่?"
"ซวงเอ๋อร์เชื่อมั่นว่าท่านจะรอดเ้าค่ะ"
ซวงเอ๋อร์ก็ไม่ได้ลุกขึ้น นางรู้สึกว่าคุณชายยอมปล่อยตนอย่างง่ายดาย ไม่น่าจะเป็คนเลว ทำให้ความประทับใจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
"ข้าชอบเ้ามาก ทุกครั้งที่เ้าปกป้องข้า ข้าก็จำได้เสมอ น่าเสียดาย สามวันต่อจากนี้จะต้องเข้าศึก บางทีข้าอาจไม่มีวันกลับมาอีกแล้ว"
ฉู่เฟิงพูดอย่างน่าเวทนา
เขาไร้ยางอายที่ใช้ความภักดีของซวงเอ๋อร์
"คุณชาย ข้าจะปกป้องท่านอยู่ข้างกายแน่ ๆ จะไม่ยอมให้ท่านต้องสละชีวิตเลยเ้าค่ะ"
ซวงเอ๋อร์กล่าวด้วยความมั่นใจ
"ซวงเอ๋อร์ เ้าช่างดีจริง ๆ"
ฉู่เฟิงกล่าว พลางพลิกตัวขึ้นและค่อย ๆ กดนางลงใต้ร่าง ก้มลงไปจุมพิตริมฝีปากสีแดงของนาง
ซวงเอ๋อร์พยายามจะผลักออกตามสัญชาตญาณ แต่ไม่คาดคิดว่าเขาจะเงยหน้าขึ้นมามองตานางด้วยความลึกซึ้ง และกล่าวเสียงเบา "ซวงเอ๋อร์ ข้ากลัวเหลือเกินว่าจะกลับมาไม่ได้"
จากนั้น ริมฝีปากของนางก็ถูกจุมพิตอีกครั้ง หัวใจของซวงเอ๋อร์ก็สั่นไหว นางจึงหลับตาลงอย่างอ่อนแรง ปล่อยให้เขาทำตามใจ
แต่เมื่อฉู่เฟิงตื่นเต้นจนอยากจะปลดเสื้อผ้าของซวงเอ๋อร์
ซวงเอ๋อร์ก็ผลักเขาอย่างแรง ก่อนะโลงจากเตียง และวิ่งหนีไป พร้อมกับกล่าว “ซวงเอ๋อร์ต้องปกป้องคุณชาย ไม่อาจเสียตัวได้เ้าค่ะ”
ฉู่เฟิงหัวเราะเบา ๆ "เ้าเด็กน้อย เ้าไม่รอดจากเงื้อมมือข้าหรอก!"
ตอนกลางวัน หลิงเอ๋อที่เพิ่งได้รับการสอนการทำอาหารจากฉู่เฟิงใน่บ่าย กลับทำอาหารได้หลายอย่างทีเดียว
ซี่โครงหมูผัดน้ำแดง ผัดเนื้อแกะ เห็ดหอมผัดไข่ ไก่ผัดพริกเสฉวน เนื้อกวางผัดแห้ง คั่วพริกกระต่าย และน้ำแกงปลาอีกหม้อใหญ่
แน่นอนว่าทำเป็สองชุด เพื่อส่งไปให้ฮูหยินกับนายท่านฉู่ด้วย
แม้ซวงเอ๋อร์จะนั่งอยู่ข้าง ๆ ฉู่เฟิง แต่ก็ไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้า หัวใจของนางปั่นป่วนไปหมด
ทำไมถึงโดนคุณชายตัวร้ายจูบไปได้ แล้วยังเกือบจะถูกเขาปลดเสื้อผ้าอีก!
"พี่หญิงเป็อะไรไปหรือเ้าคะ ทำไมดูใจลอยเช่นนี้ อาหารรสเลิศทั้งนั้นเลยเ้าค่ะ ว่าแต่ตอนเช้านี้ คุณชายให้พี่หญิงทำอะไรไปบ้างหรือเ้าคะ" เยว่เอ๋อร์เป็คนช่างสังเกต นางเห็นท่าทีผิดปกติของซวงเอ๋อร์ และรู้สึกได้ว่าซวงเอ๋อร์ดูจะเกรงกลัวคุณชายอยู่บ้าง
"ตอนเช้า... ข้า... ข้า... คุณชายให้ข้าอ่านหนังสือ… อ่านหนังสืออย่างไรเล่า"
ซวงเอ๋อร์ผู้ไม่เคยโกหกใคร พูดติด ๆ ขัด ๆ
เยว่เอ๋อร์ไม่เชื่อแม้แต่น้อย คุณชายน่ะหรือจะอ่านหนังสือ? ยิ่งกว่านั้น ตอนนี้แล้วคุณชายจะมีกะจิตกะใจอ่านหนังสือได้อย่างไร?
นางโกหกแน่ ๆ!
ดูจากท่าทางหน้าแดงและลุกลี้ลุกลนของพี่ใหญ่แล้ว หรือว่าคุณชายจะ...?
มิใช่หรอก พี่หญิงฝีมือยุทธเยี่ยมยอดถึงเพียงนั้น แม้คุณชายคิดรุกราน ก็มิอาจสมใจได้กระมัง
หรือว่า... ลอบวางยาพิษ? แต่นั่นก็มิถูก หากพี่หญิงถูกคุณชายทำเื่แปดเปื้อนเช่นนั้น เหตุใดถึงยัง…
เยว่เอ๋อร์ผู้มีจิตใจช่างคิดฟุ้งซ่าน เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเบาหวิว "พี่หญิง ท่านว่าคุณชายเล่าเรียนตำราเล่มใดกัน"
"ข้าอ่านตำราเล่มเดียวกับพี่หญิงของเ้าอย่างไรเล่า" ฉู่เฟิงกล่าวพลางขยับกายเข้ามาใกล้ จนเยว่เอ๋อร์ถึงกับสะดุ้งแทบทำตะเกียบหลุดมือ ส่วนซวงเอ๋อร์นั้นอับอายจนต้องปรายตามองฉู่เฟิงอย่างดุ ๆ
เมื่อรับประทานอาหารกลางวันเสร็จ ฉู่เฟิงคิดจะฝึกฝนทักษะมวยปล้ำกับซวงเอ๋อร์ต่อ ทว่าก็ต้องผิดหวังเมื่อสาวใช้ของฮูหยินมาตามตัวเสียก่อน
"ท่านแม่เรียกข้ามาด้วยเหตุอันใดหรือขอรับ"
เมื่อมาถึงเบื้องหน้าผู้เป็มารดา ฉู่เฟิงก็ทำตัวสงบเสงี่ยมขึ้นมาก ไม่แม้แต่จะกล้าจ้องมองอาภรณ์อันงดงามของมารดาอย่างลวนลามอีก
แต่ดูเหมือนผู้เป็มารดาจะมิได้คิดเช่นนั้น นางคว้ามือฉู่เฟิง ดึงร่างของบุตรชายเข้ามาใกล้ ก่อนจะโอบกอดศีรษะของเขาไว้ ตรวจดูาแบริเวณท้ายทอยซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่อเห็นว่าปลอดภัยดีแล้ว นางจึงยอมปล่อย
ฉู่เฟิงเกือบจะหมดสติเพราะัันุ่มนิ่มหอมกรุ่นอีกครั้ง เขาได้แต่เอ่ยด้วยรอยยิ้มฝืดเฝื่อน "ท่านแม่ ข้าโตแล้วนะขอรับ"
"ฮึ่ม! เ้าจะโตสักเพียงใด ก็ยังเป็เืเนื้อเชื้อไขของแม่มิใช่หรือ ไยแม่จะกอดมิได้เล่า? บัดนี้ เ้าจงเขียนวิธีการทำเกลือให้แม่ แล้วแม่จะให้คนนำไปมอบแก่ท่านลุงของเ้า" ฮูหยินเอ่ยเสียงแ่พลางส่งสายตาให้สาวใช้คนสนิท นำชุดอุปกรณ์การเขียนมาวาง
ชั่วครู่ ฉู่เฟิงก็ชะงัก ก่อนเอ่ยถามอย่างอดมิได้ "จะมอบให้ท่านลุงใหญ่ไปทำสิ่งใดหรือขอรับ? รอข้าว่างเมื่อใด ค่อยทำเกลือส่งไปให้ท่านลุงมิได้หรือ?"
"แม่้าให้ท่านลุงของเ้าใช้สิ่งนี้หาเงินเลี้ยงชีพอย่างไรเล่า!" ฮูหยินมิได้ปิดบังแต่อย่างใด
"ท่านลุงใหญ่กับพวกเราก็มิได้ขัดสนสิ่งใด มิใช่หรือขอรับ? หาเงินมากมายเช่นนั้น จะไปมีประโยชน์อันใด นอกจากสร้างความริษยาให้ผู้อื่น"
ฉู่เฟิงเอ่ยเสียงแ่ เขาออกจะแปลกใจยิ่งนัก ท่านแม่มิรู้เื่นี้เชียวหรือ ท่านพ่อมีอำนาจมากล้นอยู่แล้ว หากร่ำรวยยิ่งกว่าใครในแผ่นดิน เช่นนั้นฮ่องเต้จะคิดเช่นไร?
"เฮ้อ… พวกเราจะมิขัดสนสิ่งใดเล่า? เ้ารู้หรือไม่ว่า ภายนอกของพวกเราดูดีเพียงใด แต่เื้ันั้น แม่มิได้เปลี่ยนเครื่องประดับใหม่มาหลายปีแล้ว กองทัพต้านภัยเหนือกำลังขัดสนยิ่งนัก คราใดที่พ่อเ้ากลับมา หาได้มาเยี่ยมเยียนพวกเราไม่ หากแต่มาทวงเงินจากกรมพระคลัง หรือมิเช่นนั้นก็มาขอยืมเงินจากแม่"
ฮูหยินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย
"หืม… ฮ่องเต้ช่างชั่วช้ายิ่งนัก ไยถึงไม่ส่งเสบียงอาหารให้กองทัพต้านภัยเหนือ เช่นนี้ช่าง..." คำต่อว่าของฉู่เฟิงถูกมือเรียวบางของฮูหยินปิดกั้นเสียก่อน