เกิดใหม่ทั้งทีขอเป็นผู้ดูแลฟาร์มผู้มั่งคั่งบ้างได้ไหมคะ?[แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 บทที่ 85 ขายร้านค้า [Re-write]

            นายท่านหวังเชื้อเชิญหลิงมู่เอ๋อร์สองพี่น้องเข้ามาคุยรายละเอียดในบ้านเนื่องจากยังมีเรื่องของการรักษาขาของบ่าวชราด้วย นายท่านหวังจึงมีท่าทางที่ดีต่อพวกนางเป็นอย่างยิ่ง ในมือของเขามีร้านค้าอยู่สองแห่ง หนึ่งแห่งเดิมทีเป็นร้านขายผ้า พื้นที่ใช้สอยภายในนั้นมีขนาดใหญ่นัก ราคาขายต้องการห้าพันตำลึงเงิน อีกหนึ่งแห่งเป็นร้านขายข้าวสาร ภายในร้านข้าวสารยังมีข้าวสารอยู่เป็นจำนวนมาก นายท่านหวังไม่อาจขนข้าวสารจำนวนมากขนาดนั้นไปได้ จึงคิดจะขายออกไปในราคาต่ำ แต่ว่าหลิงมู่เอ๋อร์ยินยอมที่จะรับซื้อไว้ทั้งหมด นายท่านหวังก็จะได้ไม่ต้องวุ่นวายแล้ว

            ข้าวสารและแป้งภายในร้านรวมกับร้านค้าทั้งหมดเป็นเงินเจ็ดพันตำลึงเงิน ดังนั้นรวมทั้งสองร้านค้าเข้าด้วยกันก็จะขายอยู่ที่หนึ่งหมื่นสองพันตำลึงเงิน อีกทั้งพื้นที่ใช้สอยของจวนพวกเขายังกว้างขวางยิ่งนัก สามารถรองรับคนได้หนึ่งร้อยกว่าคน เดิมทีนายท่านหวังก็เป็นเถ้าแก่การค้าขนาดใหญ่มาก่อน ข้ารับใช้ในมือก็มีเจ็ดสิบถึงแปดสิบคน จวนหลังนี้ทั้งยังมีความใหม่อยู่แปดส่วน ดังนั้นราคาจึงไม่ถูก นายท่านหวังเป็นคนกล้าได้กล้าเสีย ทั้งยังถูกชะตากับหลิงมู่เอ๋อร์จึงตัดจำนวนเศษออกไป สุดท้ายก็ขายร้านค้าสองแห่งและจวนหลังนี้ในราคาสองหมื่นตำลึงเงิน

            ทั้งสองคนล้วนเป็นคนตรงไปตรงมา นายท่านหวังรีบพาพวกเขาไปโอนกรรมสิทธิ์ทันที ผ่านไปไม่นาน หลิงมู่เอ๋อร์ก็มีร้านค้าของตนเองในเมืองหลวงแล้ว

            หลังจากออกมาจากตระกูลหวัง หลิงจื่อเซวียนยังมีความรู้สึกเหมือนอยู่ในความฝันอยู่เลย คิดไม่ถึงว่าพวกเขาจะมีบ้านในเมืองหลวงจริงๆ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือเงินหลายหมื่นตำลึงที่พอกล่าวว่าจะนำออกมาก็นำออกมาใช้ได้อย่างง่ายดาย

            หลิงมู่เอ๋อร์เห็นท่าทางของหลิงจื่อเซวียนก็อดที่จะหลุดขำออกมาไม่ได้ นางยิ้มบางๆ พลางกล่าวว่า “พี่ชาย ท่านกำลังคิดอะไรอยู่หรือเจ้าคะ?ถึงกับตกใจเช่นนี้เลยหรือ?” 

            “เมื่อปีก่อนครอบครัวของพวกเรายังกลัดกลุ้มกับเงินเพียงไม่กี่อีแปะอยู่เลย ตอนนี้เจ้าใช้เงินหลายหมื่นตำลึงซื้อบ้านและร้านค้า ข้าจะไม่ตกใจได้หรือ?” หลิงจื่อเซวียนส่ายหน้าพลางพูดว่า “ถ้าท่านพ่อกับท่านแม่เห็นเงินที่เจ้าควักออกมาก็คงรู้สึกตกตะลึงเช่นกัน ถึงการค้าของเหลาอาหารพวกเราจะดีเพียงใด ก็ไม่ได้หาเงินได้มากมายถึงเพียงนี้ เงินพวกนี้เป็นเจ้าที่หามาได้จากการตรวจโรคให้ผู้อื่นกระมัง? จากที่ข้ารู้ เจ้าไม่ได้เก็บค่ารักษาคนไข้ เก็บเพียงแค่ค่ายาหนึ่งส่วนเท่านั้น เจ้าไม่ได้หาเงินมาจากการรักษาโรคให้กับคนจน” 

            “แต่ข้าก็ตรวจโรคให้คนรวยนะเจ้าคะ!ข้าไม่ได้ใจบุญกุศลต่อคนร่ำรวยขนาดนั้นหรอกนะเจ้าคะ” หลิงมู่เอ๋อร์ยิ้มบางๆ “วางใจเถิด ข้ารู้ขอบเขตเจ้าค่ะ” 

            “มู่เอ๋อร์ พี่ชายรู้สึกละอายใจนัก เจ้าใช้ความสามารถของตนเองแบกรับภาระของครอบครัวเราไว้” หลิงจื่อเซวียนกล่าว “ตอนนี้ภาระทุกอย่างในครอบครัวล้วนอยู่ที่เจ้า พี่ชายกลับทำอันใดไม่ได้” 

            “ผู้ใดกล่าวกันล่ะเจ้าคะ? ข้าชอบออกไปข้างนอกบ่อยๆ เรื่องเล็กใหญ่ในบ้านล้วนต้องพึ่งพาท่านแล้ว แต่ว่าพี่ชาย ตอนนี้ถึงเมืองหลวงแล้ว ข้าก็ไม่อยากให้ท่านวิ่งเต้นหาเลี้ยงที่บ้านอีกต่อไปแล้ว ข้าคิดว่าท่านควรจะทำในสิ่งที่ท่านชอบ ท่านเคยคิดถึงอนาคตของตนเองบ้างหรือไม่เจ้าคะ?” หลิงมู่เอ๋อร์มองไปที่หลิงจื่อเซวียนแล้วกล่าวถาม

            “อนาคตของข้า?” หลิงจื่อเซวียนมองออกไปข้างหน้าอย่างเหม่อลอย “ข้า… จะมีอนาคตอันใดได้อีก?”

            หลิงมู่เอ๋อร์เห็นท่าทางของเขาก็รู้ว่าเขาไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน ที่จริงแล้วหลิงจื่อเซวียนเฉลียวฉลาดมาก สิ่งที่นางสอนเขา เขามักจะเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว เพียงแต่น่าเสียดายที่อายุของเขาก็ไม่น้อยแล้ว ตอนนี้เลยช่วงวัยของการเรียนหนังสือมาแล้ว ด้วยอายุของเขาในตอนนี้ไปเข้าเรียนที่สำนักศึกษาจะต้องถูกผู้อื่นหัวเราะเยาะแน่

            หรือว่าหลิงจื่อเซวียนจะต้องเป็นพ่อค้าไปตลอดชีวิตหรือ?เหตุใดนางถึงรู้สึกว่าแบบนี้มันช่างดูโหดร้ายเกินไปสำหรับเขา?เห็นได้ชัดว่าเขามีพรสวรรค์ที่ดีถึงขนาดนั้น

            “ตอนนี้ยังไม่ต้องรีบด่วนตัดสินใจ ท่านสามารถค่อยๆ ใคร่ครวญได้เจ้าค่ะ อีกอย่าง พวกเราเพิ่งจะมาถึงเมืองหลวง ยังมีเรื่องอีกมากมายที่ต้องจัดการ ช่วงนี้ต้องพึ่งความช่วยเหลือจากพี่แล้ว” หลิงมู่เอ๋อร์ดึงหลิงจื่อเซวียนมาหยุดอยู่ที่หน้าร้านค้าแผงลอยเล็กๆ ร้านหนึ่ง “เถ้าแก่ เจวี้ยนฮวา [1] นี้ขายอย่างไรเจ้าคะ…”

            “เถ้าแก่ เจวี้ยนฮวาพวกนี้ข้าเอาทั้งหมด” เสียงดังกังวานอันนุ่มนวลหนึ่งเสียงดังมาจากด้านข้าง

            หลิงมู่เอ๋อร์ชะงัก หันกลับไปมองหญิงสาวที่อยู่ด้านข้าง หญิงสาวนางนั้นสวมใส่ชุดสีแดงทั้งตัว ใบหน้างดงามน่าทะนุถนอม บนใบหน้าเต็มไปด้วยความหยิ่งทะนง นางปรายตามองหลิงมู่เอ๋อร์ พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “มองอันใด?สิ่งของพวกนี้เป็นของคุณหนูเช่นข้า”

            หลิงจื่อเซวียนขมวดคิ้ว พลางมองที่หญิงสาวนางนั้นอย่างไม่พอใจ “แม่นาง ทุกเรื่องย่อมมีลำดับมาก่อนมาหลังสิ!”

            หญิงสาวเบะปากด้วยท่าทางหยิ่งผยอง “ในสายตาของคุณหนูเช่นข้า สิ่งของในใต้หล้านี้มีเพียงแค่ข้าประสงค์และข้าไม่ประสงค์เท่านั้น มาก่อนมาหลังอันใด?นั่นเป็นกฎเกณฑ์ของพวกสามัญชนชั้นต่ำเช่นพวกเจ้า ตั้งแต่ต้นคุณหนูเช่นข้าไม่เคยต้องปฏิบัติตามกฎเหล่านี้”

            หลิงจื่อเซวียนถูกคำพูดของหญิงสาวทำให้มีโทสะแล้ว เขายังคิดที่จะโต้เถียงนางด้วยเหตุผล แต่หลิงมู่เอ๋อร์จับแขนของเขาเอาไว้ “พี่ชาย สิ่งของเหล่านี้ข้าก็ไม่ได้ชอบ ไปกันเถิดเจ้าค่ะ!”

            “พี่ชาย?เขาเป็นพี่ชายของเจ้าหรือ?” หญิงสาวมองไปที่หลิงมู่เอ๋อร์อย่างตกใจ แล้วมองไปที่หลิงจื่อเซวียนที่อยู่ด้านข้างอีกครั้ง

            หลิงมู่เอ๋อร์รู้สึกว่าหญิงสาวนางนี้ถามแปลกๆ หลิงจื่อเซวียนเป็นพี่ชายของนางแล้วมีอันใดน่าตกใจขนาดนั้นเชียวหรือ?นางไม่ได้สนใจหญิงสาวนางนั้นอีก รีบดึงหลิงจื่อเซวียนเดินจากไปจากที่นั่น

            หลิงจื่อเซวียนรู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่ง ท่าทางที่หยิ่งผยองของหญิงสาวนางนั้นเหมือนกับหนามหนึ่งแท่ง ทำให้ในใจของเขาเป็นทุกข์ โดยเฉพาะยามที่เห็นคนที่น่าภูมิใจอย่างหลิงมู่เอ๋อร์ต้องมายอมถอยให้กับหญิงสาวที่ไร้เหตุผลนางนั้น เขาก็รู้สึกว่าตนเองช่างไร้ประโยชน์ ในฐานะพี่ชายแต่ไม่อาจปกป้องน้องสาวของตนเองจากการถูกรังแกได้ ในใจเขารู้สึกเป็นทุกข์อย่างถึงที่สุด

            “พี่ชาย ยังโกรธอยู่อีกหรือเจ้าคะ?” หลิงมู่เอ๋อร์ดึงแขนเสื้อของหลิงจื่อเซวียน “เมืองหลวงมีผู้สูงศักดิ์อยู่มากมาย หญิงสาวนางนั้นมองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นคนในตระกูลขุนนาง พวกเราเพิ่งมาถึงได้ไม่นาน ไม่จำเป็นจะต้องไปมีเรื่องกับคุณหนูใหญ่นางหนึ่งที่ไม่รู้จักความยากลำบากของโลกมนุษย์เลยเจ้าค่ะ อีกอย่าง… ข้าก็ไม่ได้เสียเปรียบอันใด”

            หลิงมู่เอ๋อร์จับที่พวงแก้ม แล้วยกยิ้มด้วยรอยยิ้มแปลกประหลาดออกมา “ข้าจะทำให้แม่นางท่านนั้นได้รู้ซึ้งในเหตุผลข้อหนึ่ง ว่าบนโลกนี้สิ่งที่ไม่ควรมีปัญหาด้วยนอกจากผู้สูงศักดิ์แล้วก็ยังมีหมอเจ้าค่ะ”

            หลิงจื่อเซวียนรู้ความสามารถของหลิงมู่เอ๋อร์ดี เมื่อได้ยินความหมายของนางแล้วก็รู้ว่านางจะทำสิ่งใด แต่ว่าเขาในฐานะพี่ชายกลับไม่อาจปกป้องน้องสาวได้เลย ถึงอย่างไรก็ยังรู้สึกไม่สบายใจอยู่ดี

            หรือว่าจะต้องเป็นขุนนางใหญ่เท่านั้นถึงจะปกป้องน้องสาวได้?ถ้าเขาสามารถเป็นขุนนางได้ นั่งอยู่ในตำแหน่งเหนือคนนับหมื่นแต่ต่ำกว่าฮ่องเต้เพียงองค์เดียว เช่นนั้นก็จะไม่มีผู้ใดมารังแกน้องสาวได้แล้ว?

            ความคิดนี้แผ่ขยายอยู่ในใจของหลิงจื่อเซวียน มันเหมือนกับเมล็ดพันธุ์เมล็ดหนึ่งที่ถูกกลบฝังอยู่ในดิน แทบจะกลายเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ตายไปแล้วตามกาลเวลาที่ผันเปลี่ยนเวียนไป แต่เป็นเพราะโชคชะตาที่ประจวบเหมาะจึงทำให้เกิดเป็นต้นอ่อน ดังเช่นในตอนนี้ต้นอ่อนได้พบกับสายลมก็งอกเงย และกำลังจะเติบโตกลายเป็นต้นไม้ใหญ่ สุดท้ายความคิดนั้นก็สลักลึกแน่นอยู่ใจไม่เปลี่ยนแปลงอีกตลอดไป

            “มู่เอ๋อร์” หลิงจื่อเซวียนเอ่ยออกมาอย่างกะทันหัน

            “หืม?” หลิงมู่เอ๋อร์กำลังสำรวจพื้นที่อยู่พอดี ถึงอย่างไรก็เพิ่งจะมาที่นี่ยังไม่คุ้นเคย ศึกษาพื้นที่ไว้สักหน่อยก็ไม่เลว

            “ข้าอยากเรียนหนังสือ” หลิงจื่อเซวียนมองไปที่หลิงมู่เอ๋อร์ “ช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ข้าได้รู้ตัวอักษรมากแล้ว ข้ารู้ว่าด้วยอายุในตอนนี้ไปเรียนก็เหมือนจะช้าไปหน่อย แต่ว่าข้าอยากสอบคัดเลือกขุนนาง อยากเป็นขุนนางใหญ่ เช่นนี้ก็จะสามารถปกป้องพวกเจ้าได้แล้ว ข้าจะเรียนด้วยตนเองก่อน รอให้มีความรู้บ้างแล้วค่อยไปเรียนที่สำนักศึกษา”

            หลิงมู่เอ๋อร์ไม่ได้หัวเราะเยาะในอุดมการณ์ของหลิงจื่อเซวียน ถ้าหลิงจื่อเซวียนกล่าวเรื่องนี้กับคนอื่น จะต้องมีคนกล่าวว่าเขาเป็นบ้าไปแล้วอย่างแน่นอน แต่คนที่อยู่ตรงหน้านี้คือหลิงมู่เอ๋อร์ นางไม่มีทางที่จะหัวเราะเยาะเขา มีแต่จะสนับสนุนเขา สำหรับนางแล้ว พวกคนแก่อายุเจ็ดถึงแปดสิบปีในยุคปัจจุบันยังเรียนรู้ตัวอักษร เรียนคอมพิวเตอร์อยู่เลย เหตุใดหลิงจื่อเซวียนถึงจะสอบคัดเลือกขุนนางไม่ได้?

            “พี่ชายกล่าวผิดแล้ว” หลิงมู่เอ๋อร์ส่ายหน้าพลางกล่าว “เดิมทีด้วยอายุของท่านในตอนนี้ช้าเกินไปที่จะเรียนหนังสือแล้ว ดังนั้นจะต้องรีบเรียน ข้าคิดว่าควรจะเชิญอาจารย์สักหนึ่งคนมาสอนหนังสือให้พวกท่านที่บ้าน เช่นนี้ก็จะได้สะดวกต่อน้องเล็กและยังมีญาติผู้น้องอีกด้วย เรียนก่อนสักหนึ่งปี หลังจากนั้นค่อยตัดสินใจว่าจะเข้าเรียนในสำนักศึกษาหรือไม่”

            “ได้ ตกลงตามนี้” หลิงจื่อเซวียนกล่าวอย่างจริงจัง “ปีหน้าก็สามารถลงสอบได้แล้ว ถ้าเกิดว่าถึงตอนนั้นข้าสอบถงเซิงไม่ได้ เช่นนั้นก็ไม่เรียนแล้ว”

            กลับถึงโรงเตี๊ยม ทุกคนได้พักผ่อนกันดีแล้ว หยางซื่อรู้ว่าสองพี่น้องได้ซื้อร้านค้าและจวนไว้เรียบร้อยแล้ว ใจหนึ่งก็ดีใจ อีกใจหนึ่งก็สงสารพวกเขา

            “มู่เอ๋อร์ นายท่านหวังได้บอกหรือไม่ว่าจะสามารถย้ายเข้าไปได้เมื่อใด?” ภายในโรงเตี๊ยม หยางซื่อนั่งอยู่ข้างกายหลิงมู่เอ๋อร์ คีบอาหารให้นาง

            หลิงมู่เอ๋อร์ทานอาหารที่หยางซื่อคีบให้ กล่าวอย่างคลุมเครือว่า “ยังต้องรออีกหนึ่งเดือนเจ้าค่ะ!บ่าวชราในบ้านของพวกเขามีโรคไขข้ออักเสบ นายท่านหวังขอให้ข้ารักษาเขาให้หายดีก่อนค่อยออกจากเมืองหลวง ดังนั้นเมื่อสักครู่ข้าได้เช่าบ้านของคนผู้หนึ่งไว้แล้ว หนึ่งเดือนจ่ายเพียงแค่สองตำลึงเงินเท่านั้น ทุกคนอยู่ไปก่อนนะเจ้าคะ”

            “เช่นนั้นก็ดี โรงเตี๊ยมแพงเกินไป เมื่อคืนวานก็จ่ายไปสิบตำลึงเงินแล้ว” หยางซื่อกล่าวอย่างปวดใจ “เช่าบ้านผู้อื่นอยู่ดีกว่า!”

            หลิงมู่เอ๋อร์นั่งอยู่ที่หน้าต่าง ทอดมองผู้คนด้านนอกที่สัญจรผ่านไปมา เมืองหลวงช่างคึกคักเสียจริง นางได้เห็นความรุ่งเรืองของสมัยโบราณด้วยตาของตนเอง ก็นับว่าไม่เสียเที่ยวที่มาแล้ว

            “สาวน้อย หน้าตาไม่เลวนี่ มาเล่นกับข้าเถิด” บนท้องถนน ลูกผู้ดีมีเงินคนหนึ่งจับแขนของหญิงสาวหน้าตางดงามนางหนึ่งเอาไว้ แตะต้องเนื้อตัวของหญิงสาวนางนั้นตามใจชอบ

            ผู้คนบนท้องถนนมองลูกผู้ดีมีเงินคนนั้นอย่างเกลียดชังและเอือมระอา แต่ไม่มีผู้ใดสักคนกล้าออกหน้าช่วยเหลือ เห็นได้ชัดว่าลูกผู้ดีมีเงินคนนั้นเป็นผู้มีหน้ามีตาในเมืองหลวง

            “เสี่ยวเอ้อ” หลิงมู่เอ๋อร์โบกมือไปยังทิศทางของเสี่ยวเอ้อที่อยู่ด้านข้าง “คนผู้นั้นมีความเป็นมาอย่างไร?เหตุใดทุกคนถึงได้หวาดกลัวเขาขนาดนี้?”

            เสี่ยวเอ้อมองไปหนึ่งที ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่พอใจพลางกล่าว “นั่นเป็นบุตรชายของรองเสนาบดีกระทรวงการคลัง พี่สาวของเขาเป็นฮวงเฟย [2] ในวัง คนธรรมดาไม่กล้ามีเรื่องกับเขาขอรับ”

            หยางซื่อ ถังซื่อ หลิงต้าจื้อ หยางต้าหนิว รวมถึงสาวใช้และผู้ติดตามอีกหลายคนที่อยู่ด้านข้างมองท่าทางของลูกผู้ดีมีเงินคนนั้นอย่างจริงจัง และตัดสินใจว่าหากเจอคนผู้นี้จะหลบให้พ้น

            “แม่นางท่านนั้นน่าสงสารจริงๆ ผู้คนมากมายต่างจ้องมอง กลับไม่มีผู้ใดช่วยนางเลยหรือ?” เจี้ยงเซียงกล่าวทั้งน้ำตาว่า “พี่สาวข้า… ก็ถูกคนบีบบังคับจนนางต้องตาย”

            ซางจือดึงแขนเสื้อของเจี้ยงเซียงและส่ายหน้าให้กับนาง “นี่เป็นเรื่องที่ช่วยมิได้ ผู้ใดจะอยากไปมีเรื่องกับผู้สูงศักดิ์เช่นนั้นเพียงเพราะคนไม่รู้จักคนหนึ่งกัน?”

            โครม!เสียงหวดด้วยแส้ดังขึ้นบนท้องถนน ทุกคนต่างหันมองไปตามเสียง ก่อนจะเห็นเพียงหญิงสาวชุดแดงหวดแส้ใส่ลูกผู้ดีมีเงินคนนั้นอย่างไร้ความปรานี

            “คางคกแซ่จาง นับวันเจ้านี้ยิ่งกำเริบเสิบสานมากขึ้นเรื่อยๆ กล้าแทะโลมหญิงสาวชาวบ้านบนท้องถนน คิดว่าจวิ้นจู่อย่างข้าตายไปแล้วหรือ?” หญิงสาวในชุดแดงกล่าวออกมาอย่างโหดเหี้ยม

            หลิงมู่เอ๋อร์เห็นหญิงสาวชุดแดงนางนั้น ดวงตาก็ฉายแววประหลาดใจออกมา หญิงสาวชุดแดงนางนั้นเป็นสตรีที่เพิ่งเจอกันเมื่อสักครู่ เดิมทีนึกว่านางเป็นเพียงคุณหนูใหญ่ผู้ดื้อรั้นเอาใจยากเท่านั้น นึกไม่ถึงเลยว่าจะกล้าออกหน้าช่วยสามัญชนคนธรรมดาผู้หนึ่ง

            “นางเป็นผู้ใดกัน?” หยางซื่อเอ่ยถามเสี่ยวเอ้อ “ช่างเป็นแม่นางที่น่าเกรงขามยิ่ง”

            “พวกท่านเพิ่งมาเมืองหลวงกระมัง?ถ้ามานานแล้วก็คงจะรู้จักคุณหนูใหญ่ท่านนี้ นางเป็นธิดาของจวิ้นจู่ขั้นหนึ่ง และเป็นจวิ้นจู่น้อยแห่งราชวงศ์หยางขอรับ” เสี่ยวเอ้อมองไปหญิงสาวชุดแดงพลางกล่าว “นิสัยของจวิ้นจู่น้อยท่านนี้ไม่ใคร่ดีนัก อย่าได้มีเรื่องกับนางเป็นอันขาด มิเช่นนั้นก็จะโดนหวดแส้ใส่เช่นนี้ ถึงแม้ว่าจะไม่ตายแต่หนังอาจจะหลุดก็เป็นได้ แต่จวิ้นจู่น้อยท่านนี้ก็ไม่ถูกกับลูกผู้ดีมีเงินในเมืองหลวงเช่นกัน ถึงแม้นางจะดื้อรั้นเอาแต่ใจ แต่ก็เห็นคนรังแกสตรีไม่ได้ ดังนั้นนางจึงเปรียบเสมือนเทพเจ้าในดวงใจของหญิงสามัญชนเหล่านั้นขอรับ"

    เชิงอรรถ

    [1] เจวี้ยนฮวา (绢花) หมายถึง ดอกไม้ผ้า เป็นเครื่องประดับศีรษะของสตรีสมัยโบราณ ใช้ประดับผสมกันไปทั้งดอกไม้ทำจากผ้าและอัญมณีต่างๆ

    [2] ฮวงเฟย (皇妃) หมายถึง พระชายาในองค์จักรพรรดิขั้นเฟย



    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ทั้งทีขอเป็นผู้ดูแลฟาร์มผู้มั่งคั่งบ้างได้ไหมคะ?[แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359