เซี่ยชิงเยว่มิได้ซักถามสิ่งใดอีกหากแม้กระทั่งสตรีในชุดยาวสีขาวผู้ซึ่งมีทั้งความเป็มาและศักดิ์ฐานะอันสูงส่งล้วนแน่ใจว่าการรักษานั้น“เป็ไปไม่ได้” เช่นนั้นโอกาสแม้เพียงน้อยนิดในความเป็ไปได้ก็แทบไม่ควรมี
“ชิงเยว่ อาจารย์ทราบว่าเ้ามีความกระตือรือร้นที่จะทดแทนบุญคุณช่วยชีวิตเมื่อครั้งยังเยาว์วัยเ้ายินยอมกระทั่งชะลอการกลับเข้าสู่วังเมฆาเยือกแข็งของเราแต่การที่เ้ายอมแต่งงานกับมันก็เป็การเพียงพอแล้วที่จะตอบแทนบุญคุณเ่าั้เมื่อเ้ากลับสู่วังเมฆาเยือกแข็ง ศักดิ์ฐานะแท้จริงของเ้าย่อมถูกเปิดเผยแม้ว่ามันจะต้องเผชิญกับการเสียดสีดูแคลนหลังการจากไปของเ้าหากศักดิ์ฐานะสามีของศิษย์วังเมฆาเยือกแข็งยังคงอยู่อย่างน้อยที่สุดภายในเมืองเมฆาล่องแห่งนี้ ด้วยศักดิ์ศรีระดับนี้จะไม่มีใครกล้าสร้างความเสียหายทางร่างกายแก่มันอย่างแน่นอน”สตรีชุดขาวพูดด้วยสำเนียงปลอบประโลม
เซี่ยชิงเยว่ผงกศีรษะรับ“ศิษย์หวังว่าจะเป็เช่นนั้น”
“เส้นชีพจรลมปราณของมันพิการเสียหายมันเองปราศจากความสามารถอื่นใดอาจบางทีตลอดชั่วชีวิตล้วนไม่สามารถประสบความสำเร็จได้แต่เ้าทั้งงดงามทั้งเปี่ยมความสามารถ ผู้มีพร์เฉกเช่นเ้านั้นในรอบหลายร้อยปีจึงจะพานพบสักคนหนึ่งไม่เช่นนั้น ท่านประมุขคงไม่อนุญาตให้เ้าฝ่าฝืนกฎข้อห้ามและเข้าพิธีมงคลสมรสได้การได้แต่งงานกับเ้าถือเป็โชควาสนายิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของมันการที่เ้าทำเช่นนี้ล้วนยุติธรรมดีแล้ว หากบิดาของมันยังมีชีวิตอยู่และมีความสำนึกรู้เพียงพอมันอาจยกเลิกงานแต่งงานครั้งนี้...ข้าต้องไปแล้ว ข้าจะมารับเ้าหนึ่งเดือนหลังจากนี้ระหว่างระยะเวลานี้ ข้าจะไม่ไปไหนไกล หากเ้าพบเจอปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้จงเขียนจดหมายเพื่อบอกต่ออาจารย์”
“ศิษย์น้อมส่งท่านอาจารย์”
สตรีชุดขาวผินใบหน้ากลับมา ทันใดนั้นใบหน้างามงดเคลือบคลุมด้วยประกายความชาเย็นปรากฏให้เห็นผิวหน้าของนางปราศจากการตกแต่ง ผิวพรรณทั้งเรียบลื่นทั้งขาวนวลประดุจหยกล้ำค่าเมื่อทอดสายตามองไปที่นาง ผู้คนล้วนไม่อาจคิดเป็อื่นนอกจากคำว่า“นางงามน้ำแข็งกระดูกหยก” และคำว่า “ดวงหน้าขาวราวหิมะ ริมฝีปากประดุจมุก”องค์ประกอบบนใบหน้าทั้งมวลล้วนยอดเยี่ยมสมบูรณ์แบบความงามของนางทำให้ผู้คนล้วนไม่กล้าจ้องมองตรงๆยามเมื่อท่านจ้องมองเข้าไปในดวงตาของนางท่านเพียงนึกถึงความสูงส่งสง่างามและความศักดิ์สิทธิ์เปรียบประดุจพระโพธิสัตว์ผู้อยู่เหนือแดนนิพพานมิอาจถูกล่วงเกินได้โดยมนุษย์ปุถุชน
นางผลักหน้าต่างเปิดออกเงาร่างสั่นพร่าเลือนประดุจถูกสวมิญญาหิมะน้ำแข็งก่อนดูคล้ายละลายหายไปจากบริเวณที่นางยืนหยัดอยู่
...ห้องโถงใหญ่ตระกูลเซียว โถงรับแขกล้วนคลาคล่ำไปด้วยผู้คน...
“ท่านลุงเจ็ดหลิวเชิญดื่ม”
เีเ่เสนอสุราอย่างนอบน้อมอยู่เบื้องหน้าชายวัยกลางคนรูปร่างท่าทางสุภาพ
ชายผู้ซึ่งถูกเรียกว่าลุงเจ็ดแซ่หลิวลุกขึ้นยืนและเริ่มหัวเราะอย่างเบิกบานชายวัยกลางคนยกแก้วสุราดื่มจนหมดแก้ว เขาพูดกลั้วหัวเราะ “หลานเราลุงเป็เพื่อนสนิทของบิดาเ้า ตอนนี้ข้ามีโอกาสได้เห็นเ้าสร้างครอบครัวทั้งยังมีโอกาสแต่งงานกับภรรยาที่ดี จิตใจของข้าล้วนเบิกบานเพราะเ้า”
“ขอบพระคุณท่านลุงหลิว”
“ท่านผู้าุโที่หนึ่งเชิญดื่ม”
ผู้าุโอันดับหนึ่งแห่งตระกูลเซียวคว้าแก้วสุรากรอกเข้าปากภายในอึกเดียวและกระแทกแก้วเหล้าลงบนโต๊ะอย่างรุนแรง ระหว่างพิธีคารวะสุรานี้ นอกจากพ่นคำว่า“หืมมม” ออกทางรูจมูก มันไม่เอ่ยสิ่งใดแม้แต่คำเดียว ทั้งไม่สบตากับเีเ่แม้จะด้วยการแสดงออกเยี่ยงนี้ การรับคารวะสุราจากเีเ่และดื่มจนหมดแก้วนั้นยังคงถือเป็การแสดงออกถึงการให้เกียรติแก่เีเ่อย่างมากแล้ว
เีเ่ไม่กล่าวอะไรเช่นกันและเคลื่อนย้ายไปยังโต๊ะตัวถัดไปเมื่อเขาก้าวออกไปได้สองก้าวเซียวหลี่ถ่มน้ำลายลงบนพื้นและเปิดปากกล่าวด้วยเสียงกระด้างเ็าในระยะที่จงใจให้เีเ่ได้ยินว่า “ดอกไม้งามต้องถูกปักลงบนอุจจาระ ถุย!”
สีหน้าของเีเ่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงฝีเท้าก้าวย่างอย่างสม่ำเสมอไม่หยุดชะงักดุจดังไม่ได้ยินสิ่งใดทั้งสิ้นหากทั้งหมดเพียงสำหรับบุคคลที่ไม่ได้สังเกตอย่างใกล้ชิดเพราะแววตาของเีเ่เปลี่ยนเป็แข็งกร้าวแฝงไปด้วยความลึกซึ้งเยือกเย็นเก็บกดไว้ภายใต้
ชายหนุ่มเดินต่อไปยังผู้าุโที่สองข้างกายเซียวป๋อ เีเ่ค้อมคำนับอย่างนอบน้อม
“ท่านผู้าุโที่สองเีเ่ขอเสนอสุรา”
เซียวป๋อไม่แม้แต่จะชายตามองสบตาเีเ่หากเขาเปิดปากกล่าวว่า “ลูกหยาง ช่วยดื่มให้ข้าด้วย”
“ขอรับ ท่านปู่”เซียวหยางตอบรับอย่างปราศจากอาการลังเล มันรับแก้วสุราจากมือเีเ่และดื่มจนหมดแก้วมีเพียงเสียง “อึก...อึก...” ดังออกมาเท่านั้น
สุราคารวะที่เสนอต่อผู้าุโกลับถูกดื่มโดยผู้เยาว์ของมันไม่เพียงเป็การแสดงออกถึงการดูิ่เท่านั้น มันเป็การเหยียดหยามต่อหน้าธารกำนัลหลังจากดื่มลงไปจนหมดสิ้น เซียวหยางวางแก้วสุราลงและนั่งลงบนที่นั่งของตนเองแววตาของมันเต็มไปด้วยการดูถูกและเย้ยหยันอย่างเปิดเผย
เีเ่ยังคงไม่พูดอะไรเขาเพียงผงกศีรษะช้าๆ และขยับไปโต๊ะถัดไป เป็ดั่งก่อนหน้านี้ทันทีที่เขาก้าวออกไปได้สองก้าว เสียงฮึดฮัดเ็าดังมาให้ได้ยินอีกครั้ง “ฮึ่มมมมสวะก็ยังคงเป็สวะอยู่วันยังค่ำถึงแม้สวะตัวนั้นจะปีนป่ายขึ้นสู่ตระกูลเซี่ย มันยังคงเป็สวะเ้าเฒ่าบัดซบเซียวเล่ยคิดจะอาศัยสะใภ้จริงๆ งั้นรึ? เฮอะ!”
เส้นเสียงเต็มไปด้วยความเหยียดหยามดูแคลนทั้งรวมถึงความริษยาลึกซึ้ง ควรทราบว่า แม้ท่านจะไม่พูดถึงทรัพย์สมบัติของตระกูลเซี่ยยังคงสามารถร่ำร้องถึงพร์อันหายากยิ่งของเซี่ยชิงเยว่ หากกลับกัน นางไม่ได้แต่งงานกับเีเ่แต่แต่งให้กับหลานชายของมันเซียวหยางเสียงหัวเราะอันเบิกบานของมันคงไม่ได้เป็เพียงความฝัน หากคงสามารถดังสะท้อนให้ได้ยินในความเป็จริง
เซี่ยวเช่อทำเสมือนไม่ได้ยินอันใดเขาเดินต่อไปด้วยรอยยิ้ม
เีเ่คารวะสุราจนเสร็จสิ้นและส่งแขกกลับจนหมดค่ำคืนงานฉลองอันยาวนานสิ้นสุดลง ตลอดกระบวนการทั้งหมดบุคคลผู้แสดงออกซึ่งความยินดีจากใจจริงและอวยพรให้แก่เีเ่น้อยนิดเสียจนสามารถนับได้หมดด้วยนิ้วมือผู้คนอีกนับไม่ถ้วนเพียงแสดงออกถึงความสุภาพต่อหน้าเขา ถึงอย่างไรวันนี้ก็เป็วันแต่งงานของเีเ่ ทว่าเขาสามารถมองเห็นได้ชัดเจนถึงแววตาดูแคลนลึกๆภายในแววตาของแขกเกือบทั้งหมด บางคนทอดถอนใจ บางคนริษยาโกรธแค้น
ที่หลงเหลือแสดงท่าทางเหยียดหยามอย่างชัดเจนจนแทบสามารถมองเห็นคำว่า“ขยะ” หรือ “ตัวไร้ประโยชน์” ประทับอยู่บนใบหน้าของพวกมัน
เส้นชีพจรลมปราณของเขาล้วนพิการดังนั้น แทบเป็ที่แน่ใจได้ว่าชายหนุ่มนั้นไม่สามารถประสบความสำเร็จอันใดใน่ชีวิตนี้พวกมันล้วนไม่มีความจำเป็ใดๆที่ต้องแสดงออกถึงความเป็มิตรหรือแม้แต่สุภาพกับเีเ่พวกมันไม่ต้องกังวลใจเมื่อต่อต้านเซียวเช่อ แม้จะถูกต่อต้าน เีเ่ก็ไม่มีความสามารถตอบโต้พวกมันได้เนื่องจากเส้นชีพจรลมปราณพิการต่อหน้าเ้าคนขยะนี้ พวกมันไม่จำเป็ต้องระมัดระวังหรือใส่ใจอันใดพวกมันพร้อมแสดงออกถึงความเหนือกว่าอย่างเต็มที่ ล้วนรู้สึกถึงความแข็งแกร่งเมื่อมองลงมายังบุคคลผู้ซึ่งตลอดชีวิตไม่สามารถทำอย่างไรได้นอกจากเป็คนอ่อนแอตลอดไป
...นี่คือธรรมชาติแท้จริงอันแสนน่ารังเกียจของมนุษย์...
“จงไปพักผ่อนเสียเถิด”เซียวเล่ยตบลงบนบ่าของเีเ่พร้อมใบหน้าระบายรอยยิ้มอันอบอุ่น
เีเ่ไม่สามารถรู้ได้ว่าสิ่งที่ซ่อนอยู่เื้ัรอยยิ้มของท่านปู่ของเขาคราวนี้คือสิ่งใด
...เซียวเล่ยยิ่งแก่ชราลงทุกวันอารมณ์ความรู้สึกยิ่งมากยิ่งอ่อนโยนลง หากเป็เมื่อครั้งยังหนุ่มแน่นเขาเปรียบประดุจเทียนไขที่สามารถลุกติดไฟได้อย่างง่ายดาย หากมีใครทำให้เซียวเล่ยบันดาลโทสะเขาจะทำให้มันผู้นั้นต้องโกรธแค้นมากยิ่งกว่าเขาเป็สิบเท่าและไม่มีใครกล้าหาญพอที่จะยั่วโทสะของเขาได้
...ทว่าเีเ่ตระหนักดีว่าอารมณ์ความรู้สึกที่เหมือนจะอ่อนโยนเยือกเย็นลงนี้มิได้สืบเนื่องจากอายุที่มากขึ้นหากทว่าแท้ที่จริงแล้วล้วนสืบเนื่องจากตัวเีเ่...
เพื่อปกป้องหลานชายผู้พิการเขาจำเป็ต้องเปลี่ยนแปลงเป็อ่อนโยนใจดี แม้ว่าจะถูกผู้คนิ่เกียรติตราบใดที่ฟางเส้นสุดท้ายยังคงอยู่ ชายชราจะอดกลั้นให้มากเท่าที่จะมากได้เพียงทางนี้ทางเดียวเท่านั้น ในอนาคตจะไม่มีศัตรูคนใดที่จะกลับมาแก้แค้นต่อหลานชายของเขาหลังจากที่เขาเสียชีวิตไปแล้ว
ด้วยศักดิ์ฐานะของยอดยุทธ์อันดับหนึ่งในเมืองเมฆาล่องท่านผู้าุโลำดับห้าที่ทุกผู้คนล้วนเกรงกลัว ในวันนี้กลับไม่ได้รับความเคารพยำเกรงโดยผู้าุโท่านอื่นๆ เลยแม้แต่น้อย อีกทั้งเหล่าผู้เยาว์ในตระกูลก็ไม่ยกเว้น
เมื่อจับจ้องไปยังแผ่นหลังของเซียวเล่ยภาพเหตุการณ์ที่ถูกดูิ่เหยียดหยามหวนกลับเข้ามาในใจของเีเ่ ชายหนุ่มค่อยๆกระชับหมัดแแ่จนข้อนิ้วเปลี่ยนเป็ซีดขาวดวงตาเปลี่ยนเป็แหลมคมและทอประกายประดุจดาบเย็นะเื ในขณะเดียวกันมุมปากของเีเ่ค่อยแสยะออก เปิดเผยรอยยิ้มน่ากลัวที่ทำให้ผู้คนต้องขนลุกขนพอง
เีเ่เป็บุคคลผู้อาฆาตพยาบาทดังเช่นคนที่โอบกอดความอาฆาตแค้นไว้อย่างยาวนานระยะเวลาหกปีสุดท้ายในดินแดนเมฆครามจิตใจอันเปี่ยมความแค้นของเขาจดจำได้ทุกสิ่งทุกอย่างเขาจดจำทุกผู้คนที่มอบพระคุณให้แก่เขา ยิ่งจดจำทุกผู้คนที่ไม่ดีกับเขาด้วยเช่นกันเขาล้วนเก็บสิ่งเ่าั้ไว้ในใจ...จวบกระทั่งถึงเวลาแห่งการแก้แค้นแม้แต่ความแค้นที่เล็กน้อยที่สุดอันใดล้วนไม่มียกเว้น
“พวกแก...จะต้องเสียใจ...”
สุ้มเสียงต่ำลึกเปล่งออกมาจากลำคอของเีเ่อย่างช้าประดุจดังคำสาปแช่งที่เต็มไปด้วยความอาฆาต
เมื่อเทพยดาให้โอกาสข้าเกิดเป็คนใหม่ข้าจะปล่อยให้ท่านปู่และตนเองต้องทนทรมานได้อย่างไร!
ภายในสวนน้อยบริเวณเคหสถานของเีเ่จันทราแขวนตัวอยู่สูงกลางท้องฟ้า เีเ่เดินไปที่มุมด้านข้างสวนยื่นเหยียดแขนซ้ายออก ทันใด ปรากฏสายน้ำพุ่งออกมาจากฝ่ามือของเขา
ระหว่างงานพิธีในวันนี้เขาไม่สามารถหลีกเลี่ยงการดื่มสุราจำนวนมากได้ ในตอนท้ายเขาดื่มสุรามากเสียจนมองดูคล้ายแทบจะยืนอยู่มิได้ ซึ่งความจริงเขามีสติแจ่มใสอยู่ตลอดเวลา นี่ไม่ใช่ว่าเีเ่มีความสามารถทางสุราเป็เยี่ยมหากกลับกัน ล้วนสืบเนื่องจากไข่มุกพิษ์สุรามงคลทั้งหมดที่เขาดื่มลงไปล้วนถูกส่งไปที่ไข่มุกพิษ์ั้แ่ที่ไข่มุกพิษ์กลายเป็ส่วนหนึ่งในร่างกายเขาเีเ่สามารถบงการมันได้ดุจดังแขนขาตนเอง
เสียงไหล “ฉ่าๆ”ดังอยู่นานกระทั่งสุราทั้งหมดถูกปล่อยออกจากไข่มุกพิษ์เีเ่ยกมือซ้ายของเขาที่มีคราบสุราเปียกปอนอยู่ขึ้นมาและเหยียดยิ้มเขาถูทาคราบสุราที่เหลือลงบนใบหน้า กลั้นหายใจจนกระทั่งใบหน้าเปลี่ยนเป็สีแดงชายหนุ่มทำท่าเดินสะดุดและผลักเปิดประตูห้องนอนของตนทิ้งค้างไว้เขาทำเป็เดินเซซ้ายเซขวา คล้ายกับคนเมาสุราอย่างหนัก
ประตูถูกผลักเปิดออกกลิ่นสุราโชยพุ่งตามเีเ่เมื่อเขาเข้าห้องมาชายหนุ่มเดินโซซัดโซเซคล้ายกับจะล้มลงไปได้ทุกเมื่อเขายกศีรษะขึ้นและมองมาที่เซี่ยชิงเยว่ด้วยแววตาแปลกประหลาดเซี่ยชิงเยว่นั่งอยู่บนเตียง ดวงตาพริ้มหลับ บรรยากาศเงียบสงบอย่างที่สุดแสงเทียนสลัวรางสั่นไหวสะท้อนเงาบนใบหน้าอันงดงามของนางเพิ่มพูนความรู้สึกลี้ลับเข้มข้นที่ไม่อาจต่อต้านได้ชนิดหนึ่ง
ดวงตาของเีเ่พลันทอประกายกล้าชายหนุ่มเดินเข้าหาเซี่ยชิงเยว่ด้วยฝีเท้าไม่มั่นคง พร้อมกล่าวว่า
“ฮึๆๆๆ...ฮูหยิน...ข้าทำให้ท่านต้องเสียเวลารอคอย...มาเถอะ...พวกเรา...ตอนนี้สมควรได้เวลาเข้าหอแล้ว...”
เซี่ยชิงเยว่พลันเปิดเปลือกตาของนางขึ้นและโบกสะบัดมือคราหนึ่ง
พลังความเย็นอันไม่อาจต่อต้านขุมหนึ่งพลันพัดพาเข้าใส่เีเ่และผลักดันเขาออกจากประตูเีเ่ล้มก้นจ้ำเบ้าและแทบถูกพัดไปกระแทกกับโต๊ะหินภายในสวน
เีเ่ลูบก้นด้วยความเ็ปเขาลุกขึ้นอย่างยากลำบากพร้อมคำรามอย่างโกรธแค้นว่า
“นี่! ข้าเพียงพูดล้อเล่นท่านไม่จำเป็ต้องแข็งกร้าวถึงเพียงนี้!ข้าเป็เพียงนักศึกษาอ่อนแอแต่ท่านกลับลงมือต่อข้าอย่างไม่ยั้งมือ เช่นนี้...ผู้อื่นจะคิดได้ว่าเ้าวางแผนฆาตกรรมสามีตัวเอง”
ประตูกระแทกปิดดังปัง!
เีเ่ถลาไปเบื้องหน้าและพบว่าประตูห้องนอนถูกปิดอย่างแ่า
เีเ่ห่อเหี่ยวลงทันใด
...สตรีนางนี้...ไม่ต้องพูดถึงการติดพันฉันชู้สาว เพียงพูดหยอกล้อเล่นเล็กน้อยกลับเป็จริงเป็จังถึงเพียงนี้!ชีวิตข้าหลังจากนี้จะเป็สุขได้อย่างไร?
“ข้าเพียงล้อเล่นเท่านั้นจริงๆ...นอกจากนี้ข้าเพียงมีวรยุทธ์ชั้นต่ำสุด เพียงขั้นแรกของลมปราณเริ่มต้นเท่านั้นถึงแม้ข้าจะบังเกิดจิตอกุศลต่อท่านขึ้นมา ข้าจะทำอะไรท่านได้”
เซี่ยชิงเยว่ปราศจากปฏิกิริยาใด
เีเ่ยืนอยู่เบื้องหน้าประตูเป็เวลานานทว่าไม่มีสัญญาณใดๆ ว่าประตูจะเปิดออกแม้แต่น้อยบริเวณสวนของเีเ่เพียงมีห้องหับหนึ่งห้องเท่านั้น ไม่มีประโยชน์ที่จะหาที่นอนอื่นเนื่องเพราะชายหนุ่มไม่มีทั้งห้องทำงานหรือแม้แต่คอกม้าด้วยซ้ำหากนี่เป็วันปกติธรรมดาเขาสามารถแอบเข้าไปในเขตตึกของท่านอาหญิงเล็กเพื่อขอนอนได้ทว่าคืนนี้คือคืนแต่งงาน การไปนอนที่อื่นในคืนนี้เป็เื่ที่ทำไม่ได้
เมื่อลมราตรีเย็นเยือกพัดผ่านเีเ่สั่นสะท้าน ดูคล้ายกับว่าเขาพลันตัวเล็กลีบลงชายหนุ่มเคาะประตูอีกครั้งและพูดเสียงอ่อนโรยว่า “นี่ท่านคงไม่ให้ข้านอนข้างนอกจริงๆ ใช่มั้ย? ท่านเองน่าจะรู้ดีว่ามีคนไม่น้อยในตระกูลเซียวที่หมายปองท่านพวกมันล้วนผิดหวังที่วันนี้เป็วันแต่งงานของเราพวกมันต่างตระหนักว่าบุคคลสูงส่งเปี่ยมความสามารถเช่นท่านคงไม่ให้ข้าพเ้าแตะเนื้อต้องตัวแม้ว่าเราจะเข้าพิธีกันแล้วก็ตามพวกมันต้องกำลังจับตารอดูว่าจะมีเหตุการณ์ผิดปกติอะไรเกิดขึ้นเพื่อหาเื่ถากถางข้าพเ้าอย่างแน่นอนหากพวกมันมาแล้วพบว่าข้าพเ้าถูกขังอยู่ภายนอกห้องข้าต้องกลายเป็ที่หัวเราะเยาะของพวกมันไปตลอดแน่ๆ”
“ถึงอย่างไรข้าก็มีฐานะเป็สามีของท่าน ท่านจะใจดำทนมองข้ากลายเป็ที่หัวเราะเยาะได้ยังงั้นรึ?”
ภายในห้องหับยังคงสงัดงัน กระทั่งเีเ่บังเกิดความคิดที่จะเตะประตูบานประตูที่ปิดสนิทพลันค่อยเปิดออกอย่างช้าๆ
เีเ่พุ่งเข้าประตูอย่างรวดเร็วประดุจสายฟ้าและปิดประตูปัง
เซี่ยชิงเยว่ยังคงนั่งอยู่บนเตียงด้วยอารมณ์ความรู้สึกเช่นเดิมแม้ว่านางเพียงนั่งอยู่บนเตียง รอบตัวนางกลับให้บรรยากาศอันสง่างามสูงส่งประดุจความฝันดวงตาอันงดงามของนางเหลือบมองมายังเีเ่ผู้ยังคงฟุ้งซ่านวุ่นวายและพูดด้วยน้ำเสียงเฉื่อยชาว่า“ท่านไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าใกล้ข้าเกินกว่าห้าก้าว”
“...เช่นนั้น ท่านจะให้ข้านอนที่ไหน?”
เีเ่ยกมือลูบปลายคาง ห้องนอนมีขนาดเล็กมีเพียงเตียง โต๊ะอ่านหนังสือ โต๊ะรับประทานอาหารและตู้สองใบหากเดินจากด้านทิศตะวันออกของห้องไปยังทิศตะวันตกอย่างมากเพียงสามารถเดินได้เจ็ดถึงแปดก้าวเพียงเท่านั้น
“ท่านนอนบนเตียง”เซี่ยชิงเยว่ลุกยืนขึ้นจากเตียง
“ไม่จำเป็”เีเ่ปฏิเสธอย่างรวดเร็วและนั่งลงบนมุมห้องที่ไกลจากเซี่ยชิงเยว่ที่สุดแล้วหลับตาลงแม้ว่าเซี่ยชิงเยว่จะแข็งแกร่งกว่าเขาเป็ร้อยเท่า ทว่าหากไม่เหลือบ่ากว่าแรงศักดิ์ศรีลูกผู้ชายของเขาปฏิเสธที่จะให้ผู้หญิงต้องนอนที่อื่นนอกเหนือจากบนเตียง
=================
555 ขำแรงงง
เกือบโดนขังนอกห้องแต่นางมารยาขอเข้ามาในห้องได้นะ
บอกแล้วว่าพระเอกของเราลูกไม้เยอะ
อย่าเพิ่งวางใจ!เพราะค่ำคืนแต่งงานนี้ยังไม่จบ!!
สุดท้ายแล้วพระเอกของเราจะปีนป่ายขึ้นเตียงกับโฉมงามได้หรือไม่? ต้องคอยลุ้นตอนต่อปายยยย