ในวันนี้ทุกคนในหน่วยัขาวพากันแตกตื่นกันไปหมด เพราะโรสถึงกับบอกทุกคนด้วยความภาคภูมิใจว่าเธอเป็แฟนของไป๋ฉี นี่ทำให้เหล่าสมาชิกคนอื่นๆที่เป็ผู้ชายต่างพากันอิจฉาชายหนุ่มกันยกใหญ่
ส่วนตัวไป๋ฉีเองเขาจะทำอะไรได้ล่ะ ในเมื่อสาวเ้าประกาศไปแบบนั้นแล้ว เขาก็แค่ยกยิ้มเจื่อนๆและพยักหน้ารับแต่โดยดี ก่อนจะขอร้องให้ทุกคนในหน่วยเก็บเป็ความลับ ไม่เช่นนั้นไม่ใช่แค่ดร้าก้อนเอ็มไพร์เท่านั้นที่จะแตกตื่น นี่รวมไปถึงทั้งสิบประเทศด้วย
"คิดไม่ถึงว่าน้องชายไป๋ฉีจะถึงกับจีบเ้าหญิงเพลิงน้ำแข็งได้ ช่างน่าสนใจจริงๆ"ณ ด้านล่างของตึกัขาว หลิวอี้กล่าวพร้อมกับหัวเราะคิกคักออกมา
"นั่นสินะ สมแล้วที่เป็น้องชายคนเล็กของพวกเรา"เหอซานเองก็พูดออกมาอย่างภาคภูมิใจ
ส่วนอิงเสวียกับเทียนหลางนั้น พวกเขาเพียงยกยิ้มอย่างยินดีไม่ได้กล่าวอะไรต่อไป ในขณะที่บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนานนั้นเอง อู่จินหยางและจิงจิงก็เดินเข้ามา ทำให้ทุกคนลุกขึ้นทำความเคารพในทันที ไม่เว้นแม้แต่ไป๋ฉีและโรส
จิงจิงมองมาที่ทั้งสองแล้วกล่าวว่า "ดูเหมือนว่าจะเข้าใจกันดีแล้วสินะ ทำเอาพี่สาวคนนี้เป็ห่วงแทบแย่"
"เข้าใจกันดีแล้วค่ะ พี่สาวจิงจิง ต่อจากนี้หนูจะอยู่ที่นี่ไปสักพัก แต่ไม่ต้องเตรียมที่พักให้นะคะเพราะหนูจะอยู่กับเขา"โรสกล่าวอย่างตรงไปตรงมาไม่มีเขินอาย ทำให้ทุกคนพากันทำหน้านิ่งอึ้งไปตามๆกัน
ส่วนตัวจิงจิงนั้นก็หัวเราะออกมา "ฮิฮิ ได้จ่ะ ใจกล้าแบบนี้สมแล้วที่เป็ผู้หญิงของตระกูลเดอะ ฟินิกซ์ ไม่เหมือนกับผู้หญิงบางประเทศใช่ไหมค่ะคุณ"
อู่จินหยางที่ได้ยินเช่นนั้นก็คิ้วกระตุกขึ้นมาเล็กน้อยก่อนที่เขาจะกระแอมไอออกมา "อะแฮ่ม จะอยู่ด้วยกันน่ะได้ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้นะ เพราะฉีเอ่อร์ต้องไปทำภารกิิจกับพี่"
"ภารกิจอะไรหรือครับอาจารย์"ไป๋ฉีกล่าวถาม ไหนอาจารย์บอกว่า่นี้ให้เขาพักผ่อนไง ทำไมถึงได้รับภารกิจได้กัน
"ภารกิจนี้เป็ภารกิจบุกเบิกเขตใต้ ไม่เพียงเธอเท่านั้นที่ต้องไปทำ แต่รวมไปถึงทุกคนในหน่วยด้วย"อู่จินหยางกล่าวอย่างเคร่งขรึม เหล่าหัวหน้าทีมที่ได้ยินก็พากันทำสีหน้าจริงจังขึ้นมาในทันใด ภารกิจบุกเบิกคือการชิงพื้นที่คืนจากพวกอบิสดังนั้นจึงมีความอันตรายสูงมากเพราะพวกเขาไม่อาจรู้ได้เลยว่า บอสเ้าถิ่นของพื้นที่นั้นจะอยู่ในระดับไหน มันคือการเสี่ยงตายอย่างแท้จริง
"หัวหน้าคะ แล้วคราวนี้หน่วยัดำเข้าร่วมด้วยไหมค่ะ"อิงเสวียกล่าวถาม
"แน่นอนว่าย่อมเป็อย่างนั้น เพราะถึงยังไงภารกิจบุกเบิกก็อันตรายมาก ดร้าก้อนเอ็มไพร์จึงอยากให้ทั้งสองหน่วยงานช่วยเหลือกัน"อู่จินหยางกล่าว และออกคำสั่งให้ทุกคนกลับบ้านไปเตรียมตัวในทันที
ไป๋ฉีเองก็เช่นกัน แต่ก่อนไปเขาก็ยังแวะขึ้นไปที่ชั้นที่หกและหยิบโพชั่นจำนวนมากเข้าในกำไลมิติ เพื่อเตรียมการสำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน
ในเวลาต่อมาทุกทีมสวมชุดเครื่องแบบสีขาวเตรียมพร้อมสำหรับการออกเดินทาง ไป๋ฉีเองก็เช่นกันวันนี้เขามาในชุดเครื่องแบบสีขาวที่บริเวณบ่าติดสัญลักษณ์ของร้อยเอกที่จิงจิงพึ่งให้เขามาเนื่องจากว่าชายหนุ่มได้เลื่อนขั้นเป็ระดับขุนพลแล้ว
"ฮิฮิ ไป๋ฉีชุดเครื่องแบบเหมาะมากเลยล่ะ ทำเอาพี่สาวใจสั่นเลยทีเดียว"หลิวอี้กล่าวขึ้น เธอไม่ได้ใส่วาบหวิวเหมือนกับในชีวิตประจำวันแต่กลับเป็ชุดเครื่องแบบชุดกระโปรงสั้น บนบ่าประดับประดับยศพันโทเอาไว้แสดงให้เห็นว่าเธออยู่ในระดับแม่ทัพ
และแน่นอนว่าอีกสามคนก็มียศพันโทเช่นเดียวกัน ส่วนสมาชิกทีมของพวกเขานั้นล้วนแต่อยู่ในระดับผู้บัญชาการทั้งสิ้น ซึ่งมันก็ไม่ได้แปลกอะไรเพราะแต่ละทีมของแต่ละหน่วยงานก็จะมีสมาชิกระดับประมาณนี้กันทั้งนั้น
ทว่าที่เขาประหลาดใจที่สุดเห็นจะเป็อาจารย์แม่ของเขาอย่างจิงจิงในชุดเครื่องแบบสีขาวแต่บนบ่ากลับประดับยศพลตรีเทียบเท่ากับอู่จินหยางผู้เป็หัวหน้าหน่วยเสียอย่างนั้น
ต้องบอกก่อนว่าตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่ จิงจิงมักจะสวมชุดเมดไม่ก็ชุดลำลอง แถมยังไม่เคยแสดงฝีมือออกมาเลย ไป๋ฉีนึกว่าเธอคงจะมีตำแหน่งโอเปอร์เรเตอร์เท่านั้น ไม่คิดว่าจิงจิงจะแข็งแกร่งขนาดนี้
"พี่ชายคะ หนูไปด้วยคงไม่ว่าอะไรใช่ไหม"ด้านหลังของไป๋ฉีโรสกล่าวถามใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้มออดอ้อนซึ่งมันทำให้สมาชิกผู้ชายถึงกับใจเต้นไปตามๆกัน
"ไปด้วยน่ะได้ แต่เวลาปฏิบัติภารกิจเราจะต้องอยู่ในยานเท่านั้น ห้ามลงมือเด็ดขาดเข้าใจไหม"อู่จินหยางกล่าว โรสเองก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ ถึงอย่างไรเธอก็ยังสังกัดอยู่ที่ เดอะ ฟินิกซ์ ดังนั้นจึงไม่อาจที่จะลงมือโดยพละการได้โดยเฉพาะภายในประเทศอื่น
"เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นไปกันเถอะ วันนี้เห็นว่าผู้ว่าของเมืองจินมู่จะจัดงานเลี้ยงต้อนรับพวกเรากับหน่วยัดำด้วย พวกเราก็ต้องให้เกียรติอีกฝ่ายซะหน่อย อย่างน้อยก็ไปร่วมงานพอเป็พิธี"อู่จินหยางกล่าวและพาทั้งหมดขึ้นลิฟท์ไปยังชั้นดาดฟ้าที่เป็สถานที่เก็บพาหนะของหน่วยงาน จากนั้นทุกคนก็พากันขึ้นไปเครื่องบินขนส่งและบินไปด้วยความเร็วสูงสุด
ด้านในยาน ไป๋ฉีมองไปรอบๆด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นและตื่นเต้นยิ่ง เนื่องจากเครื่องบินลำนี้ทั้งกว้างขวางและดูไฮเทคเป็อย่างมาก แถมมันยังมีเครื่องอำนวยครบครัน ไม่ว่าจะเป็ห้องสำหรับเก็บแอร์ไบค์ ห้องนอน ห้องเปลี่ยนชุด สถานที่เก็บอาวุธต่างๆสำหรับนักสู้ และจากที่ไป๋ฉีได้สอบถามอู่จินหยางมา เครื่องบินลำนี้ยังมีระบบล่องหนได้อีกด้วย ส่วนเื่มูลค่านั้นไม่ต้องพูดถึงมันตกอยู่ที่หนึ่งหมื่นล้านเหรียญคอสมิค เรียกได้ว่าเเพงหูฉีกเอามากๆและไม่ใช่ว่าเพียงแค่มีเงินแล้วจะซื้อมันได้
เนื่องจากมันเป็เครื่องบินรบที่ เดอะ เลเจนด์ ทำการพัฒนามาเพื่อขายให้กับทั้งสิบประเทศเท่านั้น แต่หากคนหรือขุมกำลังอื่นจะติดต่อขอซื้อมันจะต้องมีระดับอยู่ที่เทพาหรือมีเทพาหนุนหลัง เดอะ เลเจนด์ ถึงจะพิจารณาขายให้แต่ก็ยังจำกัดจำนวนอยู่ดี
"ถ้าหากอยากได้ ก็ไปให้ถึงระดับเทพาเร็วๆ"อู่จินหยางกล่าว เมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความชื่อชอบของไป๋ฉี แน่นอนว่าเขาไม่คิดจะใช้อำนาจของประเทศออกหน้าซื้อยานรบให้เด็กคนนี้ง่ายๆอย่างแน่นอน แต่เขาจะให้อีกฝ่ายพยายามไปก่อนถ้าไป๋ฉีไปถึงระดับเทพาเมื่อไรค่อยให้เขาทำเื่ขอพิจารณาจาก เดอะ เลเจนด์ ด้วยตัวเอง ถ้ายังไม่ได้จริงๆเขาถึงจะใช้อำนาจของประเทศในการขออนุมัติให้ ทว่าถึงอย่างไรเงินที่ใช้ซื้อก็ต้องเป็เงินของไป๋ฉีเองอยู่ดี
"ครับ ผมจะตั้งใจฝึกฝน"ไป๋ฉีกล่าวออกมาอย่างกระตือรือร้น โรสที่นั่งอยู่กับจิงจิงถึงกับพากันหัวเราะคิกคักออกมา ผู้ชายส่วนใหญ่ชื่นชอบอะไรแบบนี้อยู่แล้ว และดูเหมือนว่าไป๋ฉีเองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น