:คฑาเทพีแห่งการรักษา:
ผู้: รูอัน เอิร์สเปล (เผ่ามนุษย์) LV3
ค่าเอกสิทธิ์(ระดับความหายาก): ยาก
พลังชีวิต 8000/8000
พลังเวทย์ 4550/4950
สกิล : [ความเมตตาจากสายลม lv1] -ฟื้นฟูพลังชีวิตสูงสุดไม่เกิน 4000 (ต่อการใช้1ครั้ง)
-ฟื้นฟูกำลังกายนิดหน่อย
-ใช้พลังเวทย์ 250
[สายลมประทานพร lv1] -มอบบัฟให้กับสมาชิกปาตี้โดยเลือกความสามารถได้ 1 อย่าง
1.เพิ่มพลังโจมตี20% -->ลงท้ายบทร่ายด้วย 'Attack Up Grade'
2.ลดความเสียหายที่ได้รับ20% --->ลงท้ายบทร่ายด้วย 'Defense Up Grade '
3.เพิ่มความเร็ว 20% --->ลงท้ายบทร่ายด้วย 'Speed Up Grade'
-ระยะเวลาคงอยู่ของบัฟ 10 นาที
-ใช้พลังเวทย์ 750
Exp 9/160
------------------------------
“ดูเหมือนจะเป็สกิลประเภทบัฟแหะ”
“งั้นหรอ” ผมเปิดหน้าต่างสเตตัสตัวเองขึ้นมาเพื่อดูค่าสเตตัสตัวเองหลังจากเพิ่งแรงค์อัพเป็ lv3
:หอกศักดิ์สิทธิ์แห่งวีรบุรุษ:
ผู้:เรเวล(เผ่ามนุษย์) LV3
ค่าเอกสิทธิ์(ระดับความหายาก): เทวทัณฑ์
พลังชีวิต 6000/6000
พลังเวทย์ 3250/5800
สกิล: [ปรารถนาวีรบุรุษ lv1] -เอนชานต์ (เพิ่มคุณสมบัติ) พลังกายภาพและเวทย์มนต์
-ประสิทธิภาพขึ้นกับเวลาที่ชาร์จ (ระยะเวลาชาร์จสูงสุด 3นาที)
-สามารถส่งต่อผลลัพธ์ให้ทั้งตนเองและผู้อื่นได้
-เงื่อนไขการใช้สกิล สัมพันธ์กับสภาวะทางความคิดและจิตใจ
-เวลาชาร์จทุก1วินาทีจะปรับเพิ่มประสิทธิภาพขึ้น2เท่า
-ใช้พลังเวทย์2000
[คัตเตอร์สเปียร์ lv1] -หลังตะวัดหอก จะปล่อยคลื่นโค้งที่ตัดทำลายเป้าหมาย
- ความเสียหาย 510
-ใช้พลังเวทย์100
[ไลน์นิ่งไดรฟ์ lv1] - หลังใช้จะอยู่ในสถานะ ‘ไลน์นิ่งโหมด’ ทำให้สามารถเร่งความเร็วเพิ่มขึ้นสูงมากในชั่วพริบตา และเมื่อฟัน/แทงหอกใส่ศัตรูในระยะประชิดขณะอยู่ในโหมดนี้ ถ้าเป็การโจมตีทางกายภาพ จะเกิดความเสียหาย 1024 แต่ถ้าเป็การโจมตีด้วยเวทย์มนต์/สกิลอื่นจะเกิดความเสียหาย มากกว่าปกติ 20%
- สกิลนี้จะหยุดทำงานเมื่อโจมตีศัตรูครบ3ครั้ง
- เมื่อใช้สกิลอื่นขณะอยู่ใน 'ไลน์นิ่งโหมด' สามารถพูดชื่อสกิลนั้นได้โดยตรง โดยไม่ต้องร่ายคำ ว่า ‘เวทย์ไฟ’ นำหน้า
-ใช้พลังเวทย์ 650
Exp 9/160
-------------------------------------------------------------------------------
"พลังจากใช้สกิลโจมตีรัวๆหลายรอบ ค่าพลังเวทย์ลดฮวบเลยแหะ”
“ทั้งสองคนล่ามอนสเตอร์ไปเรื่อยๆนะ จนกว่าจะพลังเวทย์เหลือต่ำกว่า1000ค่อยกลับ และหลังจากนี้เพื่อความรวดเร็วขึ้น ฉันจะช่วยพวกเธอเก็บเลเวลด้วยละกัน”
“ช่วยเก็บเลเวล?”
“งั้นผมลองใช้สกิลใหม่เลยละกัน” รูอันกล่าวด้วยความตื่นเต้นพร้อมกับร่ายสกิลใหม่ทันที
‘เวทย์ลม-สายลมประทานพร-Attack Up Grade’ เกิดแสงสีเขียวงดงามพุ่งกระจายออกจากคฑาของรูอันเป็วงกว้าง หลังจากนั้นมีสัญลักษณ์สีเขียวเล็กๆ ปรากฎด้านล่างของชื่อแต่ละคนในสมาชิกปาตี้ตรงหน้าจอที่อยู่มุมซ้ายล่างสุดของสายตา พร้อมกับตัวเลขนับถอยหลัง 10 นาที
“โอ้..รู้สึกถึงพลังที่พุ่งพล่านเลยแหะ แบบนี้พลังโจมตีคงรุนแรงขึ้นพอควร”
หลังจากนั้นพบเดินสำรวจลึกเข้าไปในป่ามากขึ้นและพบเจอมอนสเตอร์อีกมากมาย แล้วจัดการไปเรื่อยๆจนตอนนี้ สเตตัสของพวกผมอยู่ที่ LV5 กันแล้ว ส่วนพลังเวทย์ก็เริ่มจะร่อยหรอลงไปทุกที และตอนนั้นเองได้ปรากฎฝูงมอนสเตอร์ขนาดใหญ่กว่า50ตัว
“ชิบหายแล้ว..เยอะขนาดนี้เลยหรอ”
“จะสู้ยังไงละทีนี้พลังเวทย์พวกผมก็เริ่มจะไม่เหลือกันด้วย..”
‘เวทย์มิติ-ไดเมนชั่นอีตเตอร์’ เกิดแสงสีเหลืองหุ้มั้แ่ข้อศอกขวาจนถึงปลายมือ หลังจากนั้นอาจารย์ตวัดมือไปด้านหน้าเพียงครั้งเดียวในแนวทิศทางเดียวกับตำแหน่งที่มอนสเตอร์อยู่
“แพล๊ะ/ฉึบ/ฉับ/อั๊ก/โฮกก/ชู๊ดดดด………..” มอนสเตอร์กว่า50ตัวถูกจัดการในพริบตาด้วยการตวัดมือคล้ายแมวตะปบ เพียงครั้งเดียว
“ราวกับมิติบริเวณลำตัวของมอนเตอร์ถูกกินหายไปเลย..”
“สุดยอด..สมกับเป็อาจารย์เลยแหะ"
เรเวล(เผ่ามนุษย์) ‘LV UP 5 →10’
‘HP +10,000’
‘ปรับเพิ่มความสามารถพื้นฐาน’
‘ปลดล็อคสกิลใหม่’
‘เบิร์สแลนซ์’
----------------------------------------------------------------------------------------------
รูอัน เอิร์สเปล(เผ่ามนุษย์) ‘LV UP 5→10’
‘HP +12,500'
‘ปรับเพิ่มความสามารถพื้นฐาน’
‘ปลดล็อคสกิลใหม่’
‘การชำระล้างแห่งสายลม’
----------------------------------------------------------------------------------------------
“โห..เลเวลอัพรัวๆเลยแหะ ” ทั้งที่ตอนเลเวล1ถึง5 พวกผมเหนื่อยล่าสัตว์ป่ากับมอนสเตอร์กันแทบตายเนี่ยนะ!!!! แต่เจออาจารย์สังหารโหดกองทัพมอนสเตอร์ในพริบตาด้วยการสะบัดมือครั้งเดียว
“เย้…” รูอันชูสองมือขึ้นพร้อมกับะโดีใจ
“เห้ออ…ก็พอเข้าใจเลยว่าทำไมพวกขุนนางกับราชวงศ์ถึงชอบจ้างอัศวินเวทย์มนต์ที่เลเวลสูงๆมาช่วยเก็บเลเวลให้” อาจารย์ลิซ่าถอนหายใจเล็กน้อย
ทีนี้เลเวลพวกผมก็ถึงเลเวล10 ซึ่งเป็เกณฑ์ขั้นต่ำสำหรับสมัครสอบเข้า รร.อัศวินเวทย์มนต์กันแล้วสินะ แต่ยังเหลือเวลาอีกตั้ง4เดือนกว่าจะเริ่มสอบจริง …ก็คง
“ไหนๆก็เก็บเลเวลกันทั้งทีละ เอาให้ถึง lv15 ในวันนี้เลยละกัน”
“ห๊ะ!!!”
“เลเวล15 เป็เลเวลสูงสุดสำหรับพวกผมตอนนี้แล้วสินะ..ถ้าจะเพิ่มเลเวลมากกกว่าได้นี้ต้องผ่านการคลาสอัพก่อน”
“พวกเธอทั้งสองคนช่วยไปล่อมอนสเตอร์มาหน่อย..ช่วยตามหาแล้วล่อมันมาเรื่อยๆจนมาเป็กองทัพแบบเมื่อกี้นี้ แล้วฉันจะใช้เวทย์มิติของฉันจัดการทีเดียว”
“ครับ/ครับ”
“รูอัน นายใช้สกิลบัพอันนั้นเพิ่มความเร็วให้ที”
“อืม..ครับเข้าใจแล้ว”
‘เวทย์ลม-สายลมประทานพร-Speed Up Grade' เกิดแสงสีเขียวสว่างวาบทั่วบริเวณอีกครั้งและปรากฎสัญลักษณ์สีเขียวขึ้นที่ด้านล่างรายชื่อสมาชิกปาตี้แต่ละคนตรงมุมซ้ายล่างสุดของสายตา พร้อมกับเวลานับถอยหลัง10นาที
หลังจากนั้นผมใช้แอเรียลบินไปข้างหน้าในระดับต่ำมุ่งไปยังส่วนลึกของป่ามากขึ้น พอเจอมอนสเตอร์ก็ปล่อย ‘ไฟเยอร์โบลต์’ ลงพื้นบริเวณใกล้ๆมอนสเตอร์เพื่อยั่วโมโห ซึ่งมอนสเตอร์ที่เจอมีทั้งอยู่รวมกันเป็ฝูงและอยู่ตัวเดียวโดดๆก็มี
“แฮร่…”
“กรรร…”
“โฮก..”
หลังจากนั้นไม่นานกองมอนสเตอร์เกินกว่า70ตัวได้วิ่งไหลตามผม
“ก้าาาาา..”
“โอ๊ะ..มีพวกที่บินได้ด้วยแหะ” มอนสเตอร์อีกาบินตามผมมาตัวนึงด้วยความเร็วที่สูงมาก ซึ่งอีกไม่นานคงตามผมทันแน่
‘ไฟเยอร์โบลต์’ ปรากฎะุสายฟ้าเพลิงพุ่งใส่มอนสเตอร์อีกาด้วยความเร็วสูงที่สูงมากจนผิดปกติ จนทำให้มอนสเตอร์อีกาหลบไม่ทันแล้วไหม้เป็จุณในพริบตา
“โห..เวทย์มนต์ธรรมดาประสิทธิภาพเพิ่มสูงขึ้นมากเลยแหะ ทั้งพลังทำลายและความเร็ว” นี่สินะสิ่งที่เรียกว่าความแตกต่างด้านเลเวล ดูเหมือนหลังจากเลเวลเพิ่มขึ้นมาจนถึงเลเวล10 ค่าสเตตัสพื้นฐานจะถูกปรับเพิ่มขึ้นพอควรซึ่งต่างจากตอนเลเวล1-2 แบบลิบลับเลย แน่นอนว่าความเร็วของะุสายฟ้าเพลิงรวมทั้งแอเรียลที่เพิ่มขึ้น ก็มาจากบัพของรูอันด้วยส่วนนึง แต่ก็พอเข้าใจแล้วล่ะว่าทำไม รร.อัศวินเวทย์มนต์ถึงต้องกำหนดเกณฑ์เลเวลขั้นต่ำสำหรับสมัครสอบ
“อาจารย์ครับมาแล้วครับ” ผมมาถึงพร้อมกับเสียงสั่นะเืขนาดใหญ่เนื่องจากมีกองทัพมอนสเตอร์เกือบ100ตัวตามหลังมา ส่วนรูอันเองก็มาถึง่เวลาใกล้ๆกัน แต่รูอันไม่ได้ใช้แอเรียลเลยล่อมอนสเตอร์มาได้น้อยกว่า ซึ่งม อนสเตอร์ที่วิ่งตามรูอันมามีประมาณ30ตัว
‘เวทย์มนต์มิติ-ไดเมนชั่นอีตเตอร์' เกิดแสงสีเหลืองหุ้มที่มือซ้ายของอาจารย์
‘เวทย์มนต์มิติ-เขตมิติแห่งความหิวโหย’ ปรากฎทรงกลมสีเหลืองขนาดใหญ่ หลังจากยื่นมือไปข้างหน้าทรงกลมก็ลอยไปตกบริเวณกองทัพมอนสเตอร์ หลังจากทรงกลมตกลงไปที่พื้น ก็ได้กางอาณาเขตคล้ายวงเวทย์ขนาดใหญ่ขึ้นมา และตอนนั้นเองกองทัพมอนสเตอร์ประมาณ100ตัวต้นๆที่อยู่ในอาณาเขต ได้ร่างกายแหละเละราวกับถูกสิ่งที่มองไม่เห็นกลืนกินจนหายไปในพริบตาไม่เหลือซากแม้กระทั่งดรอปไอเท็มให้เห็น ส่วนมอนสเตอร์ที่อยู่นอกอาณาเขตก็ใช้ ‘ไดเมนชั่นอีตเตอร์’ สะบัดมือเพียงครั้งเดียวเพื่อเก็บกวาดจากระยะไกล
“กองทัพมอนสเตอร์เกิน100ตัว..”
“ถูกจัดการในพริบตา.."
พวกผมสองคนยืนมองอาจารย์ในสภาพตาค้าง และตอนนั้นเอง
เรเวล(เผ่ามนุษย์) ‘LV 10 →15’
‘HP +20,000’
‘ปรับเพิ่มความสามารถพื้นฐาน’
‘ปลดล็อคสกิลใหม่’
‘สเปียร์โพรเท็คชั่น’
‘เรียกคืนอาวุธอัตโนมัติ’
------------------------------------------------
รูอัน เอิร์สเปล(เผ่ามนุษย์) ‘LV 10→15’
‘HP +25,000’
‘ปรับเพิ่มความสามารถพื้นฐาน’
‘ปลดล็อคสกิลใหม่’
‘เสริมศักยภาพ’
‘เรียกคืนอาวุธอัตโนมัติ’
-------------------------------------------------
“โอ้..ได้สกิลใหม่มา2อันแหะ"
“ผมเองก็เหมือนกัน”
“ขอดูสเตตัสตอนนี้หน่อยเถอะ” ผมขยับนิ้วไปจิ้มตรงเครื่องหมายบวกสีแดงตรงปลายหอกของผม รูอันเองก็ขยับนิ้วไปจิ้มตรงเครื่องหมายวงกลมสีเหลืองเช่นกัน
---------(ขอแสดงเฉพาะรายละเอียดค่าสเตตัสที่เปลี่ยนแปลง และสกิลใหม่ที่ปรากฎ)---------------------
:หอกศักดิ์สิทธิ์แห่งวีรบุรุษ:
ผู้:เรเวล(เผ่ามนุษย์) LV15
ค่าเอกสิทธิ์(ระดับความหายาก): เทวทัณฑ์
พลังชีวิต 40,000/40,000
พลังเวทย์ 202/5800
สกิล [เบิร์สแลนซ์ lv1] - ะเิพลังเวทย์มหาศาลออกจากหอก รัศมีการทำลายระยะ 10 m.
-ความเสียหาย 5000
- ใช้พลังเวทย์ 800
[สเปียร์โพรเท็คชั่น lv1] -สร้างโล่ทรงกลมคลุมป้องกันรอบตัวจากทุกทิศทาง
-ความทนทานขอโล่ 25% ของHP
-ระยะเวลาคงอยู่ของโล่ขึ้นกับเรากำหนดเอง(สามารถยกเลิกสกิลนี้ด้วยความคิด)
-กินพลังเวทย์ 250 หน่วย/ 1วินาที
[เรียกคืนอาวุธอัตโนมัติlv0] -สามารถเรียกอาวุธที่อยู่ในตำแหน่งห่างจากมือได้ด้วยความคิด
Exp 0/0 #
-----------------------------------------------------------------------------------------------------
:คฑาเทพีแห่งการรักษา:
ผู้: รูอัน เอิร๋สเปล (เผ่ามนุษย์) LV15
ค่าเอกสิทธิ์(ระดับความหายาก): ยาก
พลังชีวิต 50,500/50,500
พลังเวทย์ 340/4950
สกิล [การชำระล้างแห่งสายลม lv1] -ลบล้างสถานะผิดปกติทุกประการ(ยกเว้นคำสาป)
-ใช้พลังเวทย์400
[เสริมศักย์ภาพ lv1] -เป็สกิลประเภท Passive (ทำงานและส่งผลต่อผู้ใช้ตลอดเวลาหลังจากได้สกิลนี้โดยไม่ต้อง ร่าย)
-เพิ่มพลังป้องกัน 20%
[เรียกคืนอาวุธอัตโนมัติlv0] -สามารถเรียกอาวุธที่อยู่ในตำแหน่งห่างจากมือได้ด้วยความคิด
Exp 0/0 #
---------------------------------------------------------------------------------------
ดูเหมือนว่าตรงเครื่องหมาย # และ 0/0 ตรงช่อง Exp จะเป็ตัวบอกว่าค่าประสบการณ์จะไม่เพิ่มจนกว่าจะผ่านการคลาสอัพแหะ และดูจากพลังเวทย์ที่เหลืออยู่ดูเหมือนจะไม่พอสำหรับทดสอบสกิลที่ได้มาใหม่ ผมกับรูอันจึงช่วยกันไปเก็บดรอปไอเท็มที่เหลืออยู่เล็กน้อยจากมอนสเตอร์เข้าถุงเวทย์มนต์ไปก่อน หลังจากเก็บหมดเรียบร้อยแล้วผมจึงยื่นถุงย่ามเวทย์มนต์ให้อาจารย์
“เอ่อ..อาจารย์ครับ ดรอปไอเท็มมอนสเตอร์นี้เป็ของอาจารย์สินะครับ”
“ฉันไม่เอาหรอก..พวกเธอเอาไปเถอะ ถือว่าเป็ของขวัญจากฉันละกัน”
“เอ่อ..ขอบคุณครับ”
“อาจารย์ครับ..ตอนที่ผมไปล่อมอนสเตอร์ก่อนหน้านี้ ผมเจอถ้ำอยู่ถ้ำนึงด้วยครับ..”
“งั้นหรอ..รูอัน.. นั่นสินะ ป่าแบบนี้จะมีถ้ำบ้างก็ไม่แปลกหรอก งั้นคืนนี้พวกเราไปนอนที่นั่นก็แล้วกัน"
ที่อาจารย์พูดมาก็ถูกแหะ..เพราะจริงๆแล้วการนอนกลางทุ่งหญ้าตลอด4เดือนก็ดูท่าจะลำบากซะด้วย เพราะถ้าหากฝนตกมาคงจะยุ่งยากน่าดู
พวกผมพากันเดินมายังถ้ำ โดยมีรูอันเป็คนนำทาง..และแล้วก็มาถึงจนได้
“ดูเหมือนจะเป็ถ้ำร้าง..ที่ข้างในไม่มีใครอาศัยอยู่นะ”
“ถ้ำนี้อยู่ไม่ไกลจากลำธารที่เป็เส้นแบ่งกั้นระหว่าง2ป่าซะด้วย..แบบนี้ทั้งเื่อาบน้ำและหาอาหารก็ดูท่าจะสะดวกพอควร”
หลังจากนั้นอาจารย์ใช้เวทย์มิติพาพวกผมไปเอาของสัมภาระต่างๆที่วางทิ้งไว้กลางทุ่งหญ้าก่อนจะมาสำรวจในป่า หลังจากหยิบของเสร็จเรียบร้อยพวกผมจึงนำของมายังถ้ำด้วยเวทย์มนต์มิติของอาจารย์อีกครั้ง
ผมเริ่มเรียงของสัมภาระต่างๆ พร้อมกับนำดรอปไอเท็มหนังหมีมาปูเป็เสื่อนอน พอจัดของเสร็จเรียบร้อยจึงพากันออกไปหาฟืนในพื้นที่ใกล้ๆ ซึ่งระหว่างทางก็เจอมอนสเตอร์เช่นกัน แต่ดูเหมือนว่าด้วยสเตตัสที่Lv15ของพวกผม จะสามารถเอาชนะมอนสเตอร์ด้วยการเตะต่อยธรรมดาแบบง่ายๆโดยไม่ต้องใช้เวทย์มนต์หรือสกิลจากอาร์ติเฟกซ์เลยด้วยซ้ำ แถมรูอันเองก็เอาชนะได้เหมือนกัน แต่ค่อนข้างนานมาก เพราะว่าอาร์ติเฟกซ์สายสนันสนุนแบบรูอัน จะเพิ่มสเตตัสด้านพลังโจมตีพื้นฐานได้ค่อนข้างน้อยอยู่แล้ว
หลังจากเก็บฟืนเสร็จผมจึงรีบนำกลับไป แล้วทำอาหารกินกันร่วมกับอาจารย์ลิซ่า หลังจากนั้นเวลานั้นก็ได้มาถึง
“เอาล่ะ…ได้เวลาอาบน้ำกันแล้วจ้าาา…”
“เออ..อาจารย์อาบก่อนเลยครับ”
“งั้นหรอ..งั้นฉันขอก่อนละกันนะ” อาจารย์ลิซ่ายิ้ม..หยิบผ้าเช็ดตัว,สบู่,เสื้อผ้าสำหรับนอน แล้วเดินออกจากถ้ำไป และตอนกำลังออกจากถ้ำนั้นเอง..อาจารย์ได้หยุดก้าวเท้ากระทันหัน แล้วหันกลับมายิ้มให้พวกผม
“เอ่อ..เวลจังไม่มาอาบด้วยกันจริงๆหรอ” อาจารย์ลิซ่าขยับนิ้วไปแตะที่คางพร้อมกับทำเสียงน่ารัก
“ก็อยากอยู่..แต่ไม่ครับ” …..เฮ้ยๆๆๆเดี๋ยววนี่ตัวผมใจกล้าถึงขนาดปฎิเสธการที่ผู้หญิงชวนไปอาบน้ำเลยหรอวะเนี่ยยยย
ใจเย็นเรเวล ใจเย็น ใจเย็น อาจารย์คงพูดเล่น
“งั้นถ้าเป็ถ้ำมองล่ะ..ไม่สนหรอ ถ้าเป็หนุ่มหล่อและเป็เด็กดีแบบเวลคุงนี่ฉันอนุญาติเป็พิเศษเลยนะ”
“เอ่อ..ไม่ครับ” โอ้ยยยย..เจ็บใจโว้ยยยย ..นี่ตัวผมปฎิเสธออกไปอีกแล้วหรอเนี่ยย ผมคิดพร้อมกับตบปากตัวเองในใจ10000ครั้ง พร้อมกับท่องในใจว่า ผมชอบเอลิเซ่ ผมชอบเอลิเซ่ ผมชอบเอลิเซ่ ผมชอบเอลิเซ่ อ้าาาาไม่น้าาาาาา
“แหม่..น่าเสียดาย”
“แล้วอาจารย์ไม่ชวนรูอันไปล่ะครับ”
“เอ๋..” รูอันหน้าแดงเล็กน้อยขึ้นมาเล็กน้อย
ก็แหงล่ะได้อาบน้ำกับสาวสวยหุ่นดีอายุ20ต้นๆแบบนี้ เป็ใครก็ดีใจกันทั้งนั้นแหละ ทว่า..คำตอบของอาจารย์คือ ...
“ก็น่าสนใจนะ..แต่รูอันเด็กไปน่ะ..แถมเื่ความรักฉันอยากให้เวลจังสนใจฉันมากกว่า”
“ครับๆ ขอให้โชคดีครับ” เห้อ่นี้อาจารย์ล้อผมเล่นหนักเกินไปแหะ ผมคิดในใจพร้อมกับหน้าแดงออกมาเล็กน้อย
“งั้นฉันไปล่ะจ้ะ ....เดี๋ยวเสร็จแล้วจะรีบกลับมานะ”
“โชคดีครับอาจารย์” รูอันกล่าวด้วยใบหน้าใสซื่อราวกับเด็ก
“นายไม่ต้องห่วงไปหรอกรูอัน..ถ้าไปถึงเมืองหลวงเมื่อไร น่าจะมีสาวมาชอบนายตรึม” ผมกล่าวพร้อมก็ยกด้วยให้
ก็แหงล่ะ ผมสีน้ำตาล ตัวเล็กราวกับเด็ก แถมมีใบหน้าหล่อแบบน่ารัก น่าจะถูกใจพวกผู้หญิงที่ชอบผู้ชายแนวหวานๆโลลิน่ารักเลยแหละมั้ง
“เเเเเอ๋….”
“ไม่ต้องมาทำหน้าใเลยเฟ้ย”
“ว่าแต่…เรเวลรู้ได้ไงว่าในเมืองหลวงมี ผญ.แบบนั้นอะ เคยไปเมืองหลวงมาก่อนงั้นหรอ”
“เอ๋…เอ๋อ..ก็แบบว่า…ไม่รู้สิ ฮ่าๆช่างมั่นเถอะ” ผมทำท่าลุกลี้ลุกลนเมื่อเจอคำถามจี้แผลใจ พร้อมกับรีบเบี่ยงประเด็นทันที หลังจากนั้นผมก็ชวนคุยเื่เรื่อยเปื่อยไปกับรูอัน และอาจารย์ก็กลับมาพอดี
“กลับมาแล้วจ้าาาา”