บทที่ 18 จ้าวหนิงเซี่ยผู้เสแสร้ง (รีไรท์)
“ไม่เจ็บตรงไหนใช่ไหม ไป๋ฮวา?” ต้าเหวินโหรวหันไปถามหลิวไป๋ฮวา
สิ่งที่จ้าวหนิงเซี่ยคาดหวังว่าจะได้รับความเป็ห่วง และสายตาเป็กังวลในตอนที่เห็นเธอร้องไห้เช่นนี้ กลับเป็ของหลิวไป๋ฮวา คนที่เธอนั้นแสนชิงชังนักหนา ริมฝีปากถูกขบเม้มกันเป็ห้อเื ั์ตาสั่นไหวด้วยความรุนแรง
“อึก หนิงเซี่ยเจ็บมากขนาดนี้ทำไมถึงไม่สนใจกันบ้าง”
“เดินเหินได้ปกติไม่ใช่เหรอ หรือคุณ้าสิ่งใดอีก?” น้ำเสียงของต้าเหวินโหรวที่ใช้ระหว่างหญิงสาวสองคนแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
“ทำไมถึงไม่ดูแลหนิงเซี่ยบ้างล่ะ ต้าเหวินโหร่ว หนิงเซี่ยเองก็เจ็บตัวไม่น้อยไปกว่าไป๋ฮวาเลย เผลอ ๆ อาจจะเจ็บมากกว่าไป๋ฮวาด้วยซ้ำ” จ้าวหนิงเซี่ยพูดด้วยความน้อยใจ
ต้าเหวินโหร่วมีคำตอบอยู่แล้วในใจ เพราะจ้าวหนิงเซี่ยไม่ใช่หลิวไป๋ฮวา จะให้เขาปฏิบัติตัวเหมือนกันได้เช่นไร หากจะว่าเขานั้นสองมาตรฐานก็จะไม่คิดเถียงออกไปสักคำเพราะเขาเป็เช่นนั้นอย่างที่ว่าจริง ๆ
“ถ้าเจ็บมากเช่นนั้น จะให้ผมไปตามหมอให้หรือเปล่า?”
“เหวินโหร่ว!” จ้าวหนิงเซี่ยขึ้นเสียงอย่างโมโห
“ใจเย็นก่อนหนิงเซี่ย นั่งลงก่อนเถอะ” เสียงชาวบ้านคนหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่คล้ายจะเห็นใจอีกฝ่าย ขณะที่หลิวไป๋ฮวากลับกระหยิ่มยิ้มภายในใจ อีกทั้งยังรู้สึกดีที่เหวินโหร่วไม่ได้ตกหลุมพราง และเห็นใจสิ่งที่เป็แค่เปลือกนอกของจ้าวหนิงเซี่ย
“เช่นนั้นเดี๋ยวผมจะไปตามหมอมาให้…” ชายหนุ่มเอ่ยบอกจ้าวหนิงเซี่ยด้วยน้ำเสียงแข็งติดเรียบนิ่ง จ้าวหนิงเซี่ยมองแผ่นหลังกว้างที่บัดนี้เสื้อที่ต้าเหวินโหร่วใส่นั้นชื้นไปด้วยเหงื่อ ก่อนที่เธอจะหันกลับมามองเสี้ยวหน้าของหลิวไป๋ฮวาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นั้นมันหมายความว่าอย่างไรกัน ทั้งสีหน้าและท่าทางที่หลิวไป๋ฮวาปฏิบัติต่อตน ราวกับว่าอีกฝ่ายนั้นไปล่วงรู้สิ่งใดเข้าถึงได้แปลกไปเช่นนี้
“พรุ่งนี้วันชิวอิก มาเที่ยวที่งานสิไป๋ฮวา” เสียงชาวบ้านที่อยู่แถวนั้นเอ่ยออกมาด้วยท่าทางสดใส ขณะที่หลิวไป๋ฮวารีบเปลี่ยนสีหน้าเป็ยิ้มแย้มในทันที
“...ได้สิ งานในหมู่บ้านเช่นนี้ฉันจะพลาดได้อย่างไรกันล่ะ” หลิวไป๋ฮวาปั้นหน้ายิ้มออกมา ก่อนที่เธอจะหันกลับไปจ้องตากับจ้าวหนิงเซี่ยอีกครั้งอย่างไม่มีใครยอมใคร
เพียงไม่นานต้าเหวินโหร่วก็เดินกลับมาพร้อมคุณหมอซ่ง โชคดีที่วันนี้คุณหมอซ่งเข้ามาให้การรักษาที่ในหมู่บ้าน เพราะได้ข่าวว่ามีคนป่วยหนักอยู่ในหมู่บ้าน ทำให้ต้าเหวินโหร่วใช้ระยะเวลาเพียงแค่ไม่กี่นาทีในการไปตามตัวเขา
คุณหมอซ่งมองมาที่หญิงสาวทั้งสอง ก่อนที่เขาจะลากสายตาไปมองจ้าวหนิงเซี่ยที่ยืนจังก้าอยู่เช่นนั้นราวกับว่าไม่ได้รับาเ็อะไรมากมายเท่าไหร่นัก จ้าวหนิงเซี่ยที่เห็นว่าทุกคนต่างจับจ้องมาที่ตนก็แสร้งตีสีหน้าเ็ป ก่อนที่เธอจะก้มตัวลงจับเข่าของตน ตั้งใจถลกกระโปรงขึ้นเพื่อให้ทุกคนได้เห็นาแ เพื่อหวังเรียกร้องคะแนนความน่าสงสาร
หญิงสาวแสร้งตีหน้าเศร้า พร้อมทั้งพยายามบีบน้ำตาออกมา เมื่อเห็นว่าชาวบ้านทุกคนกำลังให้ความสนใจมาที่ตน ก็หันไปยิ้มเยาะใส่หลิวไป๋ฮวา
ทว่าหลิวไป๋ฮวาหาได้สนใจไม่ เธอไม่สนหรอกว่าใครจะสนใจหรือไม่สนใจเธอน่ะ ขอเพียงแค่ต้าเหวินโหร่วสนใจเธอคนเดียวเท่านั้นก็เกินพอแล้วล่ะ
“ฮึก เจ็บมากเลย ดูสิ เข่าหนิงเซี่ยมีเืเต็มเลย ไม่รู้จะติดเชื้อโรคบ้างหรือเปล่า” เธอแสร้งส่งเสียงสะอึกสะอื้น ก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ในทันที ทำราวกับว่าาแถลอกนี่สร้างความาเ็ให้เะอมากมายนัก
“ฮึก คุณหมอซ่ง หนิงเซี่ยเองก็เจ็บแผลเช่นกัน” น้ำเสียงแหลมเล็กเอ่ยขึ้นในทันที คุณหมอซ่งเลยหันมาดูาแของจ้าวหนิงเซี่ย คุณหมอซ่งช้อนตาขึ้นมองหญิงสาวเพียงนิดเมื่อเห็นว่าาแ ที่เข่าของอีกฝ่าย ที่แสดงออกมาราวกับว่าตนเ็ปนักหนานั้นเป็เพียงาแถลอกเล็กน้อยเพียงเท่านั้น
“ฮึก ลึกมากเลยใช่ไหมคุณหมอซ่ง สะ เสี่ยงติดเชื้อหรือเปล่า” เธอเอ่ยถามเสียงเบาขณะที่คุณหมอซ่งหลุดหัวเราะขันออกมา เนื่องจากตนเป็หมอที่นี่มาก็นานหลายปีแต่ก็ไม่เคยเห็นใครที่แสดงใหญ่เท่านี้มาก่อน
“แค่แผลถลอกเท่านั้นเอง จะไปเสี่ยงติดเชื้อได้อย่างไรกันล่ะ คิดเป็ตุเป็ตะไปได้” เขาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงขำขัน จนจ้าวหนิงเซี่ยที่ได้ยินเช่นนั้นก็หน้าเสียในทันที คุณหมอซ่งเริ่มทำแผลให้จ้าวหนิงเซี่ยในทันทีถึงแม้ว่าแผลที่ว่าจะไม่ได้ดูหนักหนาอะไรก็ตาม
ใช้เวลาในการจัดการแผลนั่นเพียงไม่นาน เพราะคุณหมอซ่งที่มีความเชี่ยวชาญในการรักษาคนอยู่แล้วนั้นก็ทำแผลให้จ้าวหนิงเซี่ยจนเสร็จสิ้น
“ฝากคุณดูแลต่อด้วยนะเหวินโหร่ว ผมคงจะต้องขอตัวไปดูคนไข้ต่อ หากมีใครได้รับาเ็ที่นอกเหนือจากนี้ก็สามารถไปตามผมได้เสมอแม้จะไม่ใช่การาเ็ที่มาจากการทำงานก็เถอะ”
ต้าเหวินโหร่วหยักยิ้ม ก่อนจะหยิบกระเป๋าของคุณหมอซ่งมาถือเอาไว้
“เช่นนั้น ผมจะเดินไปส่งคุณหมอซ่งที่หน้างาน”
“เดี๋ยวผมกลับมา” ก่อนจะหันไปเอ่ยกับหลิวไป๋ฮวาที่พยักหน้างึกงัก ด้วยดวงตาที่ทอประกายพาดผ่าน โดยมีสายตาริษยาที่มองอยู่เช่นกัน จ้าวหนิงเซี่ยกำหมัดแน่น ร่างกายสั่นเทาด้วยความเกรี้ยวโกรธ
…
“อากาศเริ่มร้อนแล้ว คุณกลับไปพักผ่อนที่บ้านดีกว่า” ต้าเหวินโหร่วที่เดินกลับมาหลังจากไปส่งคุณหมอซ่งที่หน้างานเอ่ยขึ้น เป็ผลให้หลิวไป๋ฮวาช้อนตามองชายหนุ่ม อย่างเข้าใจผิดไปไกลคิดว่าอีกฝ่ายไล่กันเพราะเธอในตอนนี้อาจจะกลายเป็ตัวที่คอยสร้างความวุ่นวายให้กับเขา จนทำให้งานเสร็จช้าลงหรือเปล่า ทว่าต้าเหวินโหร่วกลับไม่ได้ใช้คำพูดนี้กับเธอ แต่เป็จ้าวหนิงเซี่ยที่นั่งอยู่ใกล้กัน
“เหวินโหร่วกำลังจะบอกว่าหนิงเซี่ยมานั่งตรงนี้ก็ไม่ได้ช่วยอะไรอย่างนั้นเหรอ” จ้าวหนิงเซี่ยมองเขาด้วยความไม่พอใจ
“...” ต้าเหวินโหร่วใช้ความเงียบที่มีเป็คำตอบ กระทั่งจ้าวหนิงเซี่ยที่ทานทนไม่ไหว เพราะอีกฝ่ายเอาแต่ตั้งหน้าที่จะไล่เธอไปเช่นนี้ ั้แ่ในครั้งแรกที่เธอเดินเข้ามาแล้วด้วยซ้ำ แตกต่างจากหลิวไป๋ฮวา ทั้งคุณหมอซ่งที่เอาใจใส่ดูแล พูดจาด้วยความสนิทสนมกับหลิวไป๋ฮวาเช่นนั้น จ้าวหนิงเซี่ยเองก็ยิ่งคับแค้นอยู่ในอก
“หากมองว่าไร้ประโยชน์เช่นนั้น หนิงเซี่ยไปก็ได้”
“โถ่ หนิงเซี่ย…” หลิวไป๋ฮวาเอ่ยทักจ้าวหนิงเซี่ยด้วยน้ำเสียงอ่อน ทำให้จ้าวหนิงเซี่ยยกยิ้ม เพราะหลิวไป๋ฮวาคงจะขอร้องอ้อนวอนเธอให้อยู่ต่อ เพราะไม่เช่นนั้นหลิวไป๋ฮวาก็จะไม่มีเพื่อนคุย จ้าวหนิงเซี่ยรีบตีหน้าเศร้าหันไปมองหลิวไป๋ฮวา แม้ภายในใจจะเปี่ยมไปด้วยความโกรธแค้นมาเพียงใดก็ตาม
“รู้ตัวดีนี่ว่าไร้ประโยชน์ ถ้าอย่างนั้นก็รีบกลับบ้านไปสิ เดี๋ยวก็โดนต่อว่าหรอกว่านอกจากไร้ประโยชน์แล้วยังเป็ตัวสร้างปัญหาอีก” ทว่ากลับตรงกันข้ามกับที่จ้าวหนิงเซี่ยคิดโดยสิ้นเชิง นอกจากหลิวไป๋ฮวาจะไม่เอ่ยรั้งเธอแล้ว อีกฝ่ายยังกล้าต่อว่าซ้ำยังขับไล่ไสส่งเธอต่อหน้าชาวบ้านพวกนั้นทำราวกับเธอไร้ค่า จนสร้างความอับอายให้เธอเป็อย่างยิ่ง
จ้าวหนิงเซี่ยกกำหมัดแน่น ร่างกายสั่นสะท้านไปด้วยความกรุ่นโกรธ ดวงตาที่จ้องมองใบหน้าของหลิวไป๋ฮวาเต็มไปด้วยความแค้นเคือง อีกทั้งสายตาที่มองมาก็ยังคล้ายกับมีเปลวไฟลุกอยู่ในดวงตาคู่นั้นเช่นเดียวกัน
เพียงไม่นานจ้าวหนิงเซี่ยก็เดินออกไปด้วยความแค้นที่สุมอยู่ในอก
“แกปากดีได้ไม่นานหรอกนังไป๋ฮวา!”