ตอนที่ 4 : ป่าแห่งสรวงนภา (2)
---ณ ป่าแห่งสรวงนภาชั้นที่ 1/5---
หลังจากเริ่มอแกเดินทางหาสมุนไพรรอบป่าชั้นที่ 1 นี้ป่ายซือก็กลับไปยังที่มีดอกตะวันสรวงสวรรค์อยู่เพื่อเก็บลงแหวนมิติ
"เจ้าจะเอาดอกตะวันสรวงสวรรค์นี่ไปอะไรงั้นรึ?" ภูติป่าถาม"ตอนแรกข้าว่าจะนำไปทำยาอายุวัฒนะสักหน่อย แต่ข้าเปลี่ยนใจแล้วข้าจะนำไปทำยาโอสถ อัตราส่วน 1 ในล้าน เพื่อนำมาบ่มเพาะพลัง ความสามารถของมันคือ จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อข้า ขึ้นไปยังชนชั้นลมปราณแห่งดาราทมิฬ ขั้นทะลวงสวรรค์(10)แล้ว ข้าจึงจะสามารถใช้ยาโอสถนี้ได้และเมื่อใช้มันข้าก็จะทะลวงระดับไป 1 ชนชั้นโดยไม่มีข้อแม้ และไม่ส่งผลเสียต่อร่างกายผู้ใช้ยาด้วย"ป่ายซือกล่าว
"หมายความว่าถ้าหากเจ้าอยู่ชนชั้นลมปราณแห่งดาราทมิฬขั้นที่ 10หรือขั้นทะลวงสวรรค์ เมื่อใช้ยาโอสถนี้ เจ้าก็จะก้าวข้าม ชนชั้นลมปราณแห่งดารามรกตขจี ไปอยู่ชนชั้นลมปราณแห่งดาราโลหิต ขั้นต้น อย่างนั้นหรือ ?" ภูติป่ากล่าวถามอย่างตื่นเต้น
"ใช่แล้วว"
ภูติแห่งป่ากับหานหลง(สัตว์อสูรรับใช้) ถึงกับหน้าถอดสีตื่นเต้นจนอยากจะกระอักเลือด
"แต่ทว่านำเม็ดยาโอสถนี้ไปใช้ก่อน ชนชั้นลมปราณแห่งดาราทมิฬจะเกิดผลร้ายแรงสำหรับผู้ฝึกยุทธคงมิอาจต้านทานการบีบอัดลมปราณมากมายได้ในอดีตยังมิมีใครเคยลองใช้ยาเม็ดนี้ในขั้นที่ต่ำกว่าชนชั้นลมปราณแห่งดาราทมิฬ เลยแม้แต่คนเดียว และถ้าหากนำไปใช้ ในชนชั้นที่สูงกว่า จะได้ผลลับ เป็น 1/2 ของเมล็ดยา สำหรับชนชั้นลมปราณแห่งดาราจักร เรียกได้เลยว่ายาเม็ดนี้เพียงแค่ขยะ ช่วยอะไรมิค่อยได้เท่าไหร่นัก~"ป่ายซือกล่าว
หลังจากนั้นป่ายซือก็เริ่ม ออกเดินทางไปยังชั้นที่ 2 ของ ป่าแห่งสรวงสวรค์ในครานี้ เมื่อป่ายซือ ใช้เวทย์ตรวจจับ ขึ้นมา แล้วป่ายซือกลับแสยะยิ้มขึ้นมา มีแววว่าจะมีอะไรดีๆขึ้น
หลังจากนั้นป่ายซือก็เดินเก็บสมุนไพรไปเรื่อยๆ จนมาถึงจนที่เขาตั้งพิกัดไว้ว่าจะต้องมาให้ได้
"ถึงสักที ข้ารอจนใจข้า อดไม่ไหวแล้วว หื้มมม" ป่ายซือกล่าว"เจ้ากำลังรออะไรรึ หรือกำลังตามหาสิ่งใดอยู่"ภูติแห่งป่าที่อยู่ด้านหลังมองมิเห็นสิ่งที่อยู่ข้างหน้า จึงมิทราบว่ามีอะไรอยู่
"ท่านภูติน้อยก็ลองมาดูเองสิขอรับ"หลังจากป่ายซือกล่าวจบ ภูติแห่งป่าก็บินออกจากหานหลงมายืนข้างป่ายซือ มีใบหน้าที่กระอักระอ่วม
"คืออะไรรึ?" ภูติป่ากล่าว"หะ !! ทำหน้าสะตกใจนึกว่าจะรู้จัก ท่านเป็นเจ้าของป่าจริงป่าวเนี่ยะ!!"ป่ายซือพลันหันมาทางภูติป่า
ภูติป่าเอามือกอดพลันทำหน้ามุ้ย และพูดว่า "ก็ข้า เป็นเจ้าของแต่มิได้รู้ว่าอะไรพืชหรือสมุนไพรสิ่งเกิดขึ้นในป่าบ้าง ข้าจะไปรู้จักสิ่งต่างๆทั้งหมดทั้งมวลไม่ได้หรอก"
"เป็นเช่นนี้นี่เอง " "เป็นเช่นนี้นี่เอง หานหลงกับป่ายซือกล่าวพร้อมกัน พลันปริยิ้ม ก่อนจะเดินไปยังดอกไม้ดอกหนึ่ง ป่ายซือจึงกล่าวว่า
"นี่คือดอกเทพีบ่มเพาะสวรรค์ ซึ่งมีคุณสมบัติ เหมือนกับ ดอกตะวันสรวงสวรรค์ เพียงแต่ทว่า คุณสมบัติถูกเพิ่ม จำนวน และเงื่อนไขเล็กน้อย ดอกเทพีบ่มเพาะสวรรค์ ดอกนี้มีอายุ 6000 ปี สามารถนำไปทำยาอายุวัฒนะที่มีชื่อว่า "เทพียืนสวรรค์" สามารถอายุ ได้ 5 เท่าจาก ดอกตะวันสรวงสวรรค์ จึงสามารถเพิ่มอายุขัยได้ 500 ปี ซึ่ง เป็นสิ่งหายากมาก ผู้คนต่างไขว่ขว้า แต่ก็ไม่มีผู้กล้าเข้าไปในป่าสมุนไพรนักเพราะระดับชนชั้นต่างเกินไปที่จะสู้กับสัตว์ร้าย แต่ก็มีป่าสมุนไพรที่มีอายุ ไม่เกิน 1000 ปีจึง มีสัตว์ร้ายน้อยมากและมีระดับที่คนมากมายสามารถจัดการกันได้ จึงได้สมุนไพรไปทำยาโอสถกันในปัจจุบัน แต่ก็เทียบไม่ได้ กับ ผ่าที่อันตรายเช่นป่าแห่งนี้ แต่ก็มีของดีเยอะแยะ ส่วนคุณสมบัติที่สองของ ดอกเทพีบ่มเพาะสวรรค์ ก็คือตามชื่อดอกเลย เป็นยาโอสถ ที่มีชื่อว่า เทพีบ่มเพาะสวรรค์ สามารถใช้ได้ก็แต่เมื่อ คุณอยู่ ในชนชั้นลมปราณแห่งดารานภาฟ้าคำราม ขั้นที่ 1(ขั้นต้น) จะทะลวงขั้นของผู้ใช้ยาไปถึงชนชั้นลมปราณแห่งดาราจักร ขั้นต้น"
"ดังนั้นสิ่งนี้จึงเป็นสิ่งที่ผู้คนที่รู้ก็คือผู้นำตระกูลทุกรุ่นและข้า ในตระกูลป่ายไม่มีตระกูลไหนที่จะล้วงรู้ข้อมูลนี้ เพราะข้อมูลนี้เป็นสิ่งที่ ผู้ฝึกยุทธ ยุคโบราณกาลเมื่อ 90000 ปีก่อน หลงเหลือไว้ในตระกูล"
ป่ายซือกล่าวจบ ภูติแห่งป่า กับ หานหลงถึงกับ ตื่นตะลึงกับสิ่งที่ได้ฟัง อ้าปากค้างไป 1 ก้านธูปจนเรียกสติกันมาได้ จึงหันไปทางป่ายซือเมื่อเห็นป่ายซือจะเก็บสมุนไพรชนิดนี้ ความรู้สึกจะกระอักเลือดของ หานหลงและภูติแห่งป่ามีเต็มเปี่ยม
"ว่าแต่เจ้ารู้เรื่องนี้ได้เช่นไรกันมิใช่ว่า เรื่องพวกนี้มันมลายหายไปหมดแล้วมิใช่หรือ" ภูติแห่งป่ากล่าว
ป่ายซือหยุดก่อนจะแสดงใบหน้าที่อาฆาตแค้นแต่ก็เริ่มสงบใจได้จึงกล่างแสร้งไปว่า "ก็นะข้ามิใช่คนของทวีปนี้ ตระกูลของอยู่ทวีปทวิภพ แต่ก่อนตระกูลข้าจะล่มสลายข้าก็ซึมซับความรู้ทุกอนูเข้าไปยังสมองของข้าก่อนที่ข้าจะหนีย้ายมายังทวีปนี้"
"เช่นนั้นเองหรือ ข้าเสียใจด้วยนะสำหรับเรื่องนั้น ข้ามิน่าถามเจ้าจริงๆ"ภูติป่ากล่าวด้วยสีหน้าสลด
"ข้าก็เสียใจด้วยนะ นายน้อยป่ายซือ"หานหลงกล่าว"มิเป็นไรหรอกข้าขอบน้ำใจพวกเจ้ามากที่ติดตามข้ามายังป่าแห่งนี้และข้าก็ขอบคุณท่านภูติด้วยหากข้ามิได้ท่านข้าก็คงมิได้เก็บสมุนไพรดีๆในที่นี่"
หลังจากป่ายซือกล่าวจบ ก็เริ่มเก็บสมุนไพรนานาชนิดต่อไปจนถึง ป่าแห่งสรวงนภาชั้นที่ 4/5 ตลอดระยะทางได้เก็บเก่ยวพืชหายากไว้มากมายมายล้นหลาม จนมาถึงชั้นก็พบกับสัตว์อสูรชนชั้นลมปราณแห่งดารามรกตขจี ขั้นทะลวงสวรรค์ ป่ายซือมีสีหน้าที่ตกใจเป็นอย่างมากกับการเจอสัตว์อสูรขั้นสูงเช่นนี้
สัตว์อสูรชนิดนี่ มีรูปเป็นมังกร มีดวงตาม่วงอมชมพู ผิวสีม่วง ทุกส่วนในร่างกายเป็นกระดูกแหลม พร้อมที่จะทะลวงผู้ที่จะทำลายหรือเป็นภัยต่อมัน ถึงจะอยู่ในขั้นนี้แต่ทว่าที่อยู่ตรงหน้ากลับมีถึง 3 ตัว ทำให้ ป่ายซือสีหน้าถอดสี กำลังใคร่ครวญก่อนจะสั่งให้หานหลงไปยังตัวที่แข็งแกร่งที่สุด
"หานหลงไปยังหัวหน้ามัน" "ขอรับนายน้อย"
"ส่วนอีกสองข้าจะรับมือเอง !!"ป่ายซือกล่าวพลางหันไปภูติป่าแล้วกล่าวว่า
"ท่านภูติน้อยท่านไปหลบ บนฟ้าก่อนเถิดข้าจะรับมือเอง"ภูติป่า พยักหน้าก่อนจะบินขึ้นไปยังสรวงนภาบนฟ้าเพื่อดูการต่อสู้ของป่ายซือ ก่อนจะกล่าวว่า "ข้าก็อยากช่วยเจ้านะ แต่ข้าอยากจะดูฝีมือเจ้าหน่อยว่าจะรับมือสัตว์ ระดับทะลวงสวรรค์ ชนชั้นลมปราณแห่งดารามรกตขจีได้หรือไม่!! ? "
ป่ายซือท่องบทอักขระสวรรค์ ก่อนจะพูดออกมาว่า "ตรึงวิญญาณ"สองสัตว์อสูรไม่สามารถขยับตัวได้จนคำรามออกมา "โฮกกกกก !!"เสียงดังสนั่นปฐพี และป่าพงไพร เหล่าสัตว์อสูรชนชั้นสูงกว่าได้ยินถึงกับทำท่าไม่เข้าไปยุ่งจนกว่ามันจะมายุ่ง
ป่ายซือท่องบทอักขระ เพียงแค่คำเดียว และพูดมาว่า "เพลิงทมิฬผลาญนรก" เกิดเป็นลูกไฟสีดำ ลูกใหญ่ 2 ลูก พุ่งเข้าหาสัตว์อสูรทั้งสอง
กลับมาทางหัวหน้าสัตว์อสูรมังกร กับ หานหลง
"หึ คิดว่า ชนชั้นสูงกว่าแล้วจะข่มข้าได้รึ "มังกรกล่างออกมาโดยไม่มีท่าทีหวั่นเกรง
"ฮ่าๆๆ เจ้าเด็กน้อย อย่าประมาทหล่ะ โฮกกกกก !!!"หานหลงคำรามพร้อมกับใช้หมัดอสูร ก่อนจะกล่าวว่า "หมัดอสูรกายศิลาต้องสาป""ตู๊มมมม" เสียงระเบิดดังสนั่น บรรยากาศโดยรอบแตกกระจายก่อนจะเห็นร่างของมังกรตัวนั้นยืนใช้ลมปราณมังกรก้องกันไว้แต่ก็มีรอยร้าวเป็นวงกว้าง พร้อมกับกระอักเลือดมานิดหน่อย
"หึไม่อยากเชื่อว่าเจ้าจะรับ การโจมตีของข้าได้ แข็งแกร่งจริงๆ เอาล่ะเจ้ามีอะไรก็จงใช้ออกมาให้หมดก่อนเจ้าจะตาย" หานหลงกล่าว
มังกรกระพือปีกลอยขึ้นไปยังท้องฟ้าพร้อมกับหมุนตัวอย่างเร็วมากจนมองไม่เห็น พุ่งมายังหานหลงเหมือนกลับทวนที่พุ่งเข้ามาหานหลงใช้ ลมปราณกิเลนป้องกันการโจมตีนี้ไว้ได้โดยสมบูรณ์ไม่บาดเจ็บแท้แต่นิด
มังกรหน้าถอดสีเมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น"จบแล้วสินะ "ป่ายซือที่มองดูหานหลงกำลังต่อสู้
กลับมาที่ป่ายซือ เมื่อยกแขนชี้นิ้วไปข้างหน้าแล้ว ใช้นิ้วชี้ปัดลงให้เพลิงทมิฬเข้าจู่โจมอสูรทั้งสอง อสูรทั้งสองใช้ลมปราณมังกรป้องกันเอาไว้ได้แต่ก็กระอักเลือดออกมาอยู่เหมือนกัน
ป่ายซือเห็นว่าไฟไม่สามารถทำลายมังกรได้มากนักจึงร่ายบทออกมาคำเดียวเช่นเคย และพูดว่า "อัสนีบาติฆ่าเทพพิโรธ" สายฟ้าอนุภาพรุนแรงมากๆ พุ่งเข้ามายังสัตว์อสูรทั้งสอง สัตว์อสูรทั้งสองใช้ลมปราณมังกรป้องกันแต่ก็หาป้องกันได้ไม่
สายฟ้าจึงผ่าเข้าทั้งสองจนมีกลื่นไหม้เกรียมก่อนจะสิ้นลมหายจะลงไป
ป่ายซือเดินเข้าไปใกล้ ใช้มือขวาทะลวงเข้าไปกลางอกของสัตว์อสูรทั้งสองแล้วหยิบ ดวงจิตอสูรออกมา
ป่ายซือปริยิ้มมาแทบดีใจจนไม่รู้จะทำยังไงเงินในกระเป๋าก็มีน้อยจะสร้างประตูวาร์ปและขายดวงจิตอสูรสักดวงที่ควรจะขั้นต่ำกว่านี้ เพราะทว่าขายขั้นนี้ลงไป คงดังทั้งโลกเลยหล่ะกลัวจะเป็นที่สงสัยได้ว่าได้มายัง จิตอสูรระดับชนชั้นลมปราณแห่งดารามรกตขจียิ่งขั้นทะลวงสวรรค์แบบนี้ ราคาคงอยู่ที่ 1ล้านทองขาว (1ทองขาว = 1แสนทอง)ซึ่งเป็นราคาที่ล่อตาล่อใจป่ายซือเป็นอย่างมาก หลังจากป่ายซือจึงเดินไปหานหลงที่กำลังมองดูศพของหัวหน้าอสูรมังกรก่อนจะกล่าวว่าเจ้าได้ตายอย่างสมเกียตริแล้วนะ
ป่ายซือปริยิ้มก่อนจะยกมื้อคำนับสัตว์ตัวนั้นแล้วใช้มือขวาหยิบดวงจิตอสูรออกมาแล้วพบว่า ดวงจิตอสูรดวงนี้ถึงชนชั้นลมปราณแห่งดารานภาฟ้าคำรามแล้วจึงทำให้ป่ายซือแปลกใจมากจนหันไปกล่าวถามหานหลงว่า "มังกรตัวนนี้ ทะลวงขั้นตอนสู้กับเจ้างั้นรึ?"
"ใช่ขอรับ " หานหลงตอบกลับป่ายซือปริยิ้มก่อนจะนำดวงจิตดวงนี้ให้กับหานหลง"นี่เอาไปสิ"หานหลงเบิกตากว้างก่อนจะบอกว่า "มิเป็นขอรับข้าเอาไปก็มิทำอะไรได้อยู่แล้ว" "อืม..งั้นข้าระทำเป็นกำไลให้เจ้าก็แล้วกัน แต่ข้าต้องขึ้นไปยังป่าแห่งสรวงนภาขั้น 5 ขั้นสุดท้ายเพื่อไปหาโลหะสวรรค์ที่ใช้ทำอาสุธอักขระก่อน"ป่ายซือกล่าว"ขอรับ นายน้อย" หานหลงกล่าวจบภูติแห่งป่าก็บินกลับมานั่งบนหลังหานหลง
"เอาหล่ะเดี๋ยวข้าจะเก็บสมุนไพรชั้นนี้อีกสักหน่อย แล้วค่อยขึ้นชั้น 5 กัน" ป่ายซือกล่าวด้วยรอยยิ้มดีที่ได้สมุนไพรมากมายเลยในวันนี้
$.$ฝากติดตามด้วยนะครับวันนี้อัพ 3 ตอนไปเลยอ่านจุใจสามารถบริจาคได้ที่ True wallet : 0645303024เริ่มต้นที่ 1 บาทขอรับ ขอขอบคุณยอดบริจาคไส้แห้งทุกผู้หน่ะขอรับ