ปิยะลักษณ์ยืนครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะก่อนยิ้มเศร้าออกมาอย่างขมขื่น
“ตอนเด็ก ๆ หนูก็เคยเชื่อนะแต่พอโตขึ้นมาถึงได้รู้ว่ามันเป็แค่เื่หลอกเด็กเท่านั้น ถ้าปาฏิหาริย์มีจริงทำดีแล้วได้ดีจริง ๆ หนูกับลูกจะถูกอัปเปหิออกมาจากบ้านแบบนี้เหรอ?”นาทีนี้เธอกล้าพูดได้อย่างเต็มปากว่ากำลังหมดศรัทธากับการทำความดีอย่างถึงที่สุด
“อย่าพึ่งหมดศรัทธาเพราะข้าจะให้โอกาสเอ็งอีกครั้ง!” เสียงนั้นดังกังวานเปี่ยมด้วยพลังหนักแน่นอย่างน่าขนลุก
“โอกาสอะไรหรือคะลุง ?ถูกล็อตตารี่รางวัลที่ 1 อย่างนั้นเหรอ ?”ในน้ำเสียงมีแววกึ่งประชดประชันอะไรที่ว่าดังอะไรที่ว่าศักดิ์สิทธิ์เธอทั้งขอพรทั้งบนบานแต่ก็ไม่เคยสมหวังเลยสักครั้งสุดท้ายก็มีแต่ต้องพึ่งพาตนเองอย่างน้อยครั้งหนึ่งเธอถึงกับเคยนึกหวังว่าความดีที่ทำมาตลอดชีวิตจะทำให้สามีคิดได้กลับตัวกลับใจในวันหนึ่งแต่สุดท้ายตัณหาราคะก็ครอบงำจนความรู้สึกผิดชอบชั่วดีในตัวคน ๆ หนึ่งสูญสิ้นเขาจึงยิ่งมีพฤติกรรมเลวร้ายมากขึ้นเรื่อย ๆ
“ยิ่งกว่าถูกล็อตตารี่รางวัลที่ 1อีก! เอ็งนึกเสียใจมาตลอดไม่ใช่รึ ? เสียใจ…ที่เอ็งเลือกผัวผิด! เสียใจ… ที่เลือกทางเดินชีวิตผิดพลาด! ข้าจะให้โอกาสเอ็งกลับไปแก้ไขเส้นทางชีวิตใหม่ด้วยพรสามประการ!”
‘ป้าดโธ่! ก็นึกว่าอะไรไม่น่าเสียเวลาคุยกับคนบ้าเลยเรา’เธอถึงกับเอามือตบหน้าผากดังฉาดนึกพร่ำบ่นกับตนเองในใจ
“เชิญไปรับยาที่ช่องสามเลยค่ะลุง”ปิยะลักษณ์กลอกตามองบนถอนหายใจออกมาดังเฮือกก่อนโบกมือไล่ชายชราให้ไปเล่นมุกตลกไกลๆ เพราะเธอไม่มีอารมณ์จะขำ
“ข้าไม่ได้บ้า!ข้าช่วยเอ็งได้จริง ๆ นะ”ชายชราเร่ร่อนพูดออกมาราวกับรู้ถึงความนึกคิดของเธอ ทำให้หญิงม่ายสะดุ้งโหยงแต่พอคิดได้ว่ามันอาจเป็เพียงเื่บังเอิญเท่านั้น ท่าทีของเธอก็พลันสงบลง
“ลุงจะพาหนูย้อนเวลากลับไปในอดีตเหรอคะ ? เหมือนกับที่หนูเคยดูในละครพวกทะลุมิติอะไรทำนองนั้นใช่ไหม? งั้นลุงก็ต้องให้หนูมีความ สามารถพิเศษอะไรติดตัวกลับไปด้วยนะคะ” ไหน ๆก็ไม่มีอะไรทำรับมุกคนจรสักหน่อยคงไม่เสียหายบางทีเขาอาจมีความสุขกับการที่ได้ตั้งตนเป็ผู้วิเศษก็เป็ได้
“ข้าให้พรเอ็งตั้งสามข้ออยากได้อะไรก็ขอเอาสิ!จงบอกพรข้อแรกของเอ็งมา…”
“เอาจริงดิ!”ปิยะลักษณ์เลิกคิ้วถามเสียงสูง เมื่อเห็นท่าทีจริงจังของชายชราความจริงเธอไม่เชื่อหรอกนะว่าพรจะมีอยู่จริง แต่ก็เอาเถอะ! คิดเสียว่าสร้างความบันเทิงให้คนแก่… สร้างบุญสร้างกุศล!
“จริง!คนอย่างข้าคำไหนคำนั้น!” ชายชราจ้องมองหญิงม่ายอย่างแน่วแน่ไม่หลบสายตา
“ลุงชื่ออะไร ?แล้วทำไมถึงต้องมาช่วยหนูด้วย?” จู่ ๆเธอก็นึกอยากรู้ขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยเสียอย่างนั้น
“ข้าชื่อ ‘ภควาน’ ชาติสุดท้ายของการเป็มนุษย์ข้าเป็โต้โผสร้างพระประธานทองคำบริสุทธิ์องค์ใหญ่ตอนหล่อพระเอ็งเป็ผู้ที่มีจิตอันเป็กุศลแรงกล้านำทองคำทั้งหมดที่มีอยู่มาร่วมเททองหล่อพระประธานกับข้าด้วยอานิสงส์นั้นยามสิ้นอายุขัยข้าจึงได้จุติเสวยสุขเป็เทวดาอยู่หลายภพชาติและเพื่อไม่ให้เป็เศษกรรมที่ติดค้างต่อกันข้าจึงต้องมาช่วยเอ็งนี่ไง…”
“ภควาน ชื่อแปลกจัง! มันแปลว่าอะไรเหรอคะ?”
“ภควาน แปลว่า ‘ผู้มีโชค’ หรือ ‘ผู้มีความสุข’เพราะข้านั้นมีอิทธิฤทธิ์ในการบันดาลโชคลาภและความสุขให้แก่ผู้ใดก็ได้…”
“แล้วพระที่ลุงสร้างชื่อว่าอะไรล่ะ ?อยู่ที่วัดไหน?” หากมีโอกาสต้องขอท้าพิสูจน์หาข้อมูลดูสักหนว่ามีอยู่จริงรึเปล่า ?
“หลวงพ่อทองคำ วัดสุวรรณรัศมีว่าแต่เอ็งจะเอามั๊ยเนี่ยะ ? พรสามประการจากข้า!ลีลามากถามมากจริง ๆ” ชายชราชักเสียงแข็งถามขึ้นอย่างเริ่มมีน้ำโห
“โอ๊ย…ใจเย็น ๆน่าลุง ขอคิดก่อนนะ”
ไหน ๆ คนตรงหน้าก็ดูจริงจังมากปิยะลักษณ์ย่อมไม่ขัดศรัทธา จะว่าไปแล้วเธอก็บ้าอ่านนิยายมาตั้งเยอะเื่จินตนาการเพ้อฝันเพ้อเจ้อเธอก็มีมากไม่แพ้ใครในโลกเหมือนกัน
“ข้อแรกนะหนูขอสมุดวิเศษที่เขียนอะไรแล้วเป็จริงทุกอย่าง ที่สำคัญเขียนได้ไม่มีวันหมดเล่มด้วยความที่มันเป็สมุดวิเศษก็ขอให้มีหนูคนเดียวที่สามารถมองเห็นมันได้สามารถเรียกใช้งานและเก็บได้ดังใจนึก”
“แค่พรข้อแรกก็โลภเชียวนะเอ็ง!” ชายชราถลึงตาใส่บ่นอุบอิบเล็กน้อย
“แหม…ลุง สนอง Needในวัยเด็กน่า… ลุงเคยดูโดเรม่อนมั้ย ?สมัยหนูยังเด็กมันเป็การ์ตูนที่ดังมากเลยนาหนูเคยอ่านการ์ตูนโดเรม่อนแล้วมีอยู่ตอนหนึ่งที่โนบีตะเอาสมุดวิเศษเขียนให้ ลูกอมตกลงมาจากท้องฟ้า หนูประทับใจมากกกก… อยากมีสมุดวิเศษกับเขาสักเล่ม!” ไหน ๆ ก็ไหน ๆ ล่ะมันต้องเล่นใหญ่แล้วไปให้สุด ดูซิ! ระหว่างลุงภควานกับโดเรม่อนใครมันจะเจ๋งกว่ากัน?
ชายชราเร่ร่อนส่ายหน้ามองเธอราวกับเป็คนติ๊งต๊องก่อนล้วงมือเข้าไปในย่ามเก่า ๆ แล้วหยิบสมุดออกมาเล่มหนึ่งยื่นให้ปิยะลักษณ์รับมันมาทั้งปกหน้าปกหลังล้วนทำจากเปลือกไม้ลวดลายสวยงามแปลกตาเต็มเปี่ยมไปด้วยมนต์ขลังเนื้อกระดาษขาวเนียนละเอียด แต่ทั้งเล่มกลับมีหน้ากระดาษให้เขียนอยู่เพียงแผ่นเดียวแนบมาพร้อมกับปากกาที่ตัวด้ามทำจากไม้เช่นกัน
“สมุดเล่มนี้ มีชื่อว่า ‘สมปรารถนา’ เอ็งสามารถเขียนขอพรในสมุดได้เพียงเดือนละสามครั้งเท่านั้นและสมุดเล่มนี้จะไม่สามารถเปลี่ยนความรู้สึกของมนุษย์จากเกลียดเป็รักหรือเปลี่ยนนิสัยของคนเลวให้กลายเป็คนดีได้ฉะนั้นก่อนจรดปากกาเขียนลงไป เอ็งต้องคิดให้ดีว่าอยากได้อะไรที่สำคัญต้องทำความดีเป็การแลกเปลี่ยนเพื่อสั่งสมพลังบุญให้สมุดเล่มนี้คงความมีอิทธิฤทธิ์เห็นปรอทสีทองตรงปกสมุดด้านในนั่นไหม ? นั่นคือ ‘มาตรวัดความดี’ เมื่อเอ็งทำความดีจนปรอทสีทองเปลี่ยนเป็สีแดงคำขอที่เขียนเอาไว้ก็จะเปลี่ยนเป็ข้อความสีแดงตามแล้วเอ็งก็จะสมหวังดังความปรารถนา…แต่สิ่งที่ข้าอยากเตือนเอ็งก็คืออะไรก็ตามถ้าสร้างมันขึ้นมาได้ด้วยมือของตนเองย่อมทำให้เรารู้สึกภาคภูมิใจมากกว่า หากเอ็งฉลาดก็จงอย่าพึ่งพามันมากนัก!” ชายชราเอ่ยเตือนด้วยสีหน้าจริงจัง
“โอ้โห…ลุง! จินตนาการล้ำเลิศ! พล็อตเื่แจ่มแจ๋ว! ไปเป็คนแต่งนิยายขายเหอะ!” เธอว่าเธอเล่นใหญ่แล้วแต่ลุงภควานกลับเล่นใหญ่ยิ่งกว่า…ยอมใจขอยกรางวัลลูกโลกทองคำให้เลย เอ้า!
“เออ!เดี๋ยวเอ็งได้ลองเขียนลงไป เอ็งก็จะรู้ว่าข้าไม่ได้พูดปด พรข้อต่อไปคืออะไรว่ามา!” ลุงภควานถามอย่างไม่พอใจในความปากดีของหญิงม่าย
“หนูขอย้อนเวลากลับไปในปี 2532” ก่อนหน้านี้พ่อแม่ของปิยะลักษณ์ได้หย่าร้างแยกทางกันเดิน ทำให้เธอและน้องๆ ต้องระหกระเหินไปอาศัยอยู่ต่างจังหวัดกับตายาย แต่ในปีนี้พ่อกับแม่ของเธอจะกลับมาคืนดีกันและพาครอบครัวไปเริ่มต้นใหม่ที่กรุงเทพฯ
“หากย้อนเวลากลับไป ตัวตนความคิดและจิติญญาของเอ็งในขณะนี้ก็จะค่อย ๆ เลือนหายไปนะเอ็งจะไม่ใช่หญิงม่ายที่มีอายุ 45 ปี อีกต่อไปถึงแม้ว่าเอ็งจะสามารถจดจำเื่ราวในชาติภพนี้ได้ แต่นิสัย ความคิด และการกระทำก็จะค่อยๆ เปลี่ยนไปจนเท่ากับอายุจริงในชาติภพใหม่…พรข้อสุดท้ายล่ะ?”
“เมื่อย้อนเวลากลับไปไม่ว่าหนูจะแต่งงานหรือได้เสียกับใครก็ขอให้เด็กคนนี้ได้มาเกิดเป็ลูกสาวของหนูอีกครั้ง!” ปิยะลักษณ์อยากมีโอกาสชดเชยให้กับลูก อยากเลี้ยงเขาให้อยู่อย่างสุขสบายไม่ลำบากเหมือนตอนนี้ที่เธอเลือกผัวผิดจนชีวิตของลูกต้องพลอยย่ำแย่ไปด้วย
“เอ็งจะได้พรตามที่ขอทั้งสามประการข้าทำภารกิจสำเร็จลุล่วงแล้ว คงต้องไปเสียที…”
ยังไม่ทันที่ปิยะลักษณ์จะได้กล่าวอะไรต่อลุงภควานก็ลุกขึ้นแล้วเดินหายวับไปต่อหน้าต่อตาทำเอาหญิงม่ายถึงกับขนหัวลุกชัน
“นี่เราโดนผีหลอกเหรอเนี่ยะ ? บรื๋อออ!!!”
“ข้าเป็เทวดาไม่ใช่ผี!”น้ำเสียงสุดท้ายของลุงภควานกลายเป็เสียงสะท้อนก้องไปมาอยู่ในหัวเธอหลายตลบ
“แม่คะหนูง่วงนอนแล้วค่ะ”เด็กหญิงเขย่าแขนเรียกแม่ให้ตื่นจากภวังค์พร้อมกับอ้าปากหาวหวอด
ปิยะลักษณ์ตัดสินใจเปิดห้องพักในโรงแรมแถวนั้นนอนหนึ่งคืนเมื่อสองแม่ลูกอาบน้ำอาบท่าเสร็จแล้วก็มานอนกอดกันบนเตียง
“แม่คะพรที่คุณลุงคนนั้นให้จะเป็จริงไหมคะ?”แม้นลูกสาวจะโตแต่ตัวมีพัฒนาการทางสมองเท่าเด็กหกขวบแต่ก็สามารถประมวลผลสิ่งที่ผู้ใหญ่คุยกันในบางเื่ได้เพราะเื่พรเื่เทวดานางฟ้าล้วนมีอยู่ในหนังสือนิทานที่เด็กหญิงชอบอ่าน
“แม่ไม่รู้เหมือนกันจ่ะแต่ถ้าแม่สามารถย้อนเวลากลับไปได้จริง ๆ แม่จะหาเงินไว้เยอะ ๆเพื่อรอหนูกลับชาติมาเกิดเป็ลูกของแม่อีกครั้ง แล้วแม่จะดูแลหนูให้อยู่อย่างสุขสบายไม่ต้องลำบากหรือทุกข์ร้อนใดๆ อีก หนูต้องตามมาเกิดเป็ลูกของแม่นะคะเพราะแม่รักหนูมากๆๆๆๆ”ผู้เป็แม่ลากเสียงยาวพลางใช้สองมือประคองใบหน้าของลูกสาวมาฟัดแก้มกลมทั้งซ้ายขวาอย่างหมั่นเขี้ยวทำเอาเด็กหญิงหัวเราะคิกคักดังลั่นห้อง
เธอไม่รู้หรอกนะ… ว่าชะตากรรมในวันพรุ่งนี้หรือวันข้างหน้าจะเป็อย่างไรแต่คืนนี้เธอขอนอนกอดลูกรักอย่างมีความสุขเพื่อชาร์จพลังก่อนล่ะกัน
•✡°・*.☆° .:*❅❀❅*:. °☆. *・°✡•
ฟินจิกหมอนก่อนใครไม่ต้องรอนาน!
กับ E-BOOK ที่ Meb
