ตอนที่ 4 ลืมอะไรสักอย่างไหม…..????
หลังจากทะลุมิติมาเป็เวลากว่า 5 วันแล้ว เหมือนข้าจะลืมอะไรสักอย่าง ลืมอะไรนะ คิดสิ คิดสิ คาปูชิโน่ เฮ้ยยยยยย ไม่ใช่ๆ
อะไรนะที่เราลืม มันมีอะไรสักอย่างขาดหายไป มันต้องมีอะไรสักอย่างสิ
เยี่ยนฟางพยายามนั่งนึกถึงสิ่งที่ตนเองลืม
“คิดออกแล้ว มิติ มิติสินะที่ข้าลืม นิยายทุกเื่ที่ทะลุมิติมา จะต้องมีของดี มีนิ้วทองคำ มีไอเทมมหัศจรรย์ ที่เปลี่ยนจากคนธรรมดาเป็เทพเซียนได้”
“ไหนล่ะมิติของฉัน” เยี่ยนฟางบ่นเบาๆ พลางสำรวจร่างกายตัวเอง ทั่วทั้งร่างนิยายหลายเล่มที่เคยอ่านบอกว่าจะมีปาน แล้วก็สามารถเข้าไปในมิติได้
แล้วปานของฉันอยู่ไหนเนี่ย ที่มือก็ไม่มี ที่แขนก็ไม่มี ที่ขาก็ไม่มีที่ เท้าไม่มี หรืออยู่ที่ท้องเปิดดูดีกว่า
ขณะที่เยี่ยนฟางกำลังเปิดสาบเสื้อเพื่อหาปานที่ท้องของตัวเอง
“คุณหนูกำลังทำอะไรอยู่เ้าคะ ข้าเห็นท่านมองหาอะไรซักอย่างมาซักพักแล้ว”
“ข้ากำลังมองหาปานอยู่พี่ลี่อิน แขนก็ไม่มี มือก็ไม่มี หน้าข้ามีไหมเ้าคะ”
“หน้าของคุณหนูเกลี้ยงเกลา หมดจด สวยงาม ไม่มีไฝสักเม็ดเลยอย่าว่าแต่ปานเลยเ้าค่ะ”
“ข้างดงามเหรอเ้าคะพี่ลี่อิน”
เยี่ยนฟางยังไม่เคยได้เห็นหน้าตาตัวเองเลย ั้แ่ทะลุมิติมาเพราะนางมองหากระจกทั่วทั้งบ้านก็ไม่มี
“เ้าค่ะคุณหนูของบ่าว งดงามมากเ้าค่ะ ขนาดอายุเพียง 14 หนาว ยังดูออกว่าโตมาจะงดงามแค่ไหน”
ลี่อินตอบออกไป เพราะคุณหนูของนางงดงามจริงๆ ถึงแม้จะยังเด็กอยู่มากแต่ด้วยได้ความสวยที่ได้รับมาจากฮูหยินแม่ของคุณหนูที่เคยเป็ถึงสาวงามอันดับ 1 ของเมืองเจียงหู แถมคุณท่านบิดาของคุณหนูก็เป็บุรุษรูปงามลูกไม้ย่อมหล่นไม่ไกลต้น
“ตอนอยู่ที่จวนคุณหนูส่องกระจกอยู่ทุกวันทำไมคุณหนูพูดเหมือนว่าไม่เคยเห็นใบหน้าตัวเองล่ะเ้าคะ”
แย่แล้วพี่ลี่อินจะจับผิดข้าได้ไหมเนี่ย คนอะไรแต่ก่อนส่องกระจกอยู่ทุกวันจะไม่รู้ว่าตัวเองงดงามไหม ทำไงดี คิดๆ เร็วเข้าแก้สถานการณ์ให้ได้
“อ๋อออออ.............. คือข้ามัวแต่กังวลเื่สุขภาพของข้า และการหลบหนีของพวกเราจนข้าลืมเื่นี้ไปเลยเ้าค่ะ”
เฮ้อแถจนสีข้างจะถลอกหมดแล้ว เชื่อข้าเถอะนะพี่ลี่อิน เยี่ยนฟางได้แต่คิดในใจ
“บ่าวนึกว่าคุณหนูยังมีอาการป่วย จนลืมเื่ราวต่างๆ ซะอีก” จริงๆ ่นี้คุณหนูของนางก็ท่าทางแปลกๆ นะ บางทีก็พูดแปลกๆ กริยาก็ออกจะดูไม่สำรวมเรียบร้อยเหมือนแต่ก่อน ค่อยๆ ดูไปก่อนแล้วกัน หวังว่าคุณหนูของนางจะไม่เป็อะไรมาก
“แต่ตอนนี้ข้าก็ลืมหน้าตาของตัวเองไปบ้างแล้วล่ะ พี่ลี่อินมีกระจกไหมเ้าคะ”
เยี่ยนฟางอยากเห็นหน้าตาตัวเองจริงๆ
“คุณหนูเ้าคะคุณหนูสามารถเดินไปส่องน้ำที่ลำธารก่อนได้นะเ้าคะ เดี๋ยวบ่าวเอาผ้าปักเข้าไปขายในเมือง แล้วบ่าวจะซื้อกระจกมาให้คุณหนูนะเ้าคะ”
“ขอบใจเ้ามากนะเ้าคะ พี่ลี่อิน พี่ได้ยินดีต่อข้าเหลือเกิน”
“บ่าวรักคุณหนูเหมือนคุณหนุเป็น้องสาวของบ่าวเ้าค่ะ เรามีกันอยู่แค่สองคนบ่าวจะดูแลคุณหนูให้ดีที่สุดเ้าค่ะ”
เยี่ยนฟางแม้ไม่ได้มีความผูกพันกับลี่อิน และครอบครัวของนางเลย แต่นางก็รู้สึกได้ถึงความรักความหวังดีที่มีต่อนางของลี่อินตลอดระยะเวลาที่อยู่ด้วยกันมา
“จริงสิใบหน้า หรือส่วนไหนของข้าไม่มีปานหรือจุดอะไรเลยหรือเ้าคะพี่ลี่อิน”
“ไม่มีเลยเ้าค่ะ บ่าวมองไม่เห็นจุดด่างดำตรงไหนเลย”
เฮ้อทำไมไม่มีปานนะ ถ้าไม่มีปานก็ไม่มีมิติสิ เยี่ยนฟางได้แต่คิด
“งั้นข้าขอเข้าห้องไปพักผ่อนก่อนนะพี่ลี่อิน วันนี้ข้าเหนื่อยมากแล้ว” เมื่อกินข้าวเย็นเสร็จเยี่ยนฟางก็อยากรีบเข้าห้องไปสำรวจตัวเองอีกรอบ
พอเข้ามาในห้อง ปิดประตูเสร็จ เยี่ยนฟางลงมือถอดเสื้อผ้าออกเพื่อหาจุดปานตัวเองแต่ไม่พบเลยสักจุด
“เอ๋......หรือว่ามิติจะมาในรูปแบบอื่น ที่ไม่ใช่ปานนะ ลองดูดีกว่า”
เยี่ยนฟางเดินไปที่ตะเกียงน้ำมัน ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะหัวเตียงแล้วเพ่งมองไปที่ตะเกียง
“เก็บ”
“จงหายไป”
“เข้าไปในมิติ”
ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยตะเกียงน้ำมันก็ยังตั้งอยู่ที่เดิม
หรือว่าต้องเอามือไปจับนะ ต้องใช้แน่เลย เยี่ยนฟางจึงเดินไปหยิบหนังสือมาเล่มนึงแล้วกลับมานั่งที่เตียง
“เก็บ”
“หายไป”
“มิติจงมา”
ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย นี่ข้าข้ามมิติมาโดยไม่มีนิ้วทองคำช่วยเหลือนี่
แล้วเยี่ยนฟางก็หันกลับไปที่หน้าต่าง แล้วเปิดหน้าต่างออก มองขึ้นไปบนท้องฟ้าพร้อมพนมมือพูดออกมาด้วยเสียงลอดไรฟัน
“ข้าแต่เทวดาฟ้าดิน ท่านส่งข้าทะลุมิติมา ถือว่านี่เป็มติของ์เท่านั้นที่ล่วงรู้เหตุผลทั้งหลาย แต่ท่านกลับปล่อยข้า เป็ ตาย ตามยถากรรม ท่านเทพ ท่านเซียน ท่านเง็กเซียนแห่ง์ เหล่าทวยเทพทั้งหลาย ทำไมพวกท่านทำกับข้าแบบนี้
ชีวิตข้าเมื่อชาติที่แล้วประสบความสำเร็จ ร่ำรวยเงินทอง ท่านก็มาพลากชีวิตที่สะดวกสบาย ที่ข้าสร้างมาจนต้องทะลุมิติมาได้เกิดใหม่ ท่านก็มาพรากครอบครัวไปจากข้า ข้าต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว ไร้ครอบครัว ข้าจะเผาพริกเผาเกลือไปสาปแช่งพวกท่าน ข้าจะไม่กราบไหว้ฟ้าดินสักการะบูชาพวกท่านอีกต่อไป แล้วจะไม่ให้คนของข้ากราบไหว้ท่านอีกต่อไปด้วย พวกท่านดีแต่รังแกคนอ่อนแอกว่า ข้า้ามิติข้า้าความช่วยเหลือมอบให้ข้าเลยนะไม่งั้นข้าจะ...............”
จะอะไรต่อดีนะ ตอนนี้คิดไม่ออก เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยคิดต่ออีกเราจะต้องฟ้องร้องต่อฟ้าดินทุกวันเพื่อให้สาสมกับที่เราโดนกระทำมา
หลังจากเยี่ยนฟางนอนหลับไปแล้วเทพแห่งดวงชะตาและเทพแห่งพฤกษากำลังนั่งเล่นหมากรุกพร้อมร่ำสุรากันอย่างออกรสกันอยู่บนสรวง์ก็ได้ยินถึงคำด่าและคำสาปแช่งของเยี่ยนฟาง
“ทำยังไงดีล่ะท่านเทพชะตา สาวน้อยคนนั้นที่ท่านเอาิญญาของนางมาผิดแล้วส่งไปเกิดใหม่ในร่างคนอื่น เริ่มจะก่อเื่แล้วสิ” เทพพฤกษา
“ถ้าเื่นี้ถึงหูท่านเง็กเซียน ข้าแย่แน่ๆ เลย ต้องโดนลดตบะ และถูกกักขังบำเพ็ญเพียรเป็พันๆ ปีแน่เลย” เทพชะตา
“แล้วท่านจะทำยังไงต่อไปล่ะ ถ้านางอธิษฐานอีกรอบเื่นี้อาจจะแพร่งพรายไปถึงหูท่านผู้นั้นก็ได้นะ” เทพพฤกษา
“เป็ความผิดของข้าเองแหละ ถ้างั้นข้าจะให้มิติวิเศษตามที่นาง้ากับนางเองถึงแม้จะแลกด้วยกับบัตรไปเป็เพื่อนของข้าถึง 10,000 ปีก็เถอะ” เทพชะตา
“ท่านทำถูกแล้วล่ะท่านเทพชะตา ทำผิดก็ต้องแก้ไข ท่านรีบไปมอบให้นางเถอะก่อนเื่ราวจะบานปลายไปมากกว่านี้” เทพพฤกษา
“อืม......... งั้นข้าไปละ”
……………………………………………………………………………………………………………………..
น้องจะได้อะไรมาบ้างนะจากเทพชะตา ท่านเทะชะตารีบๆ มอบมิติให้น้องเร็วเข้า น้องอยากจะมีนิ้วทองคำแล้ว
ติดตามอ่านตอนต่อไป ฝากเป็กำลังใจให้น้องเยี่ยนฟางด้วยนะคะ ว่าจะได้อะไรจากเทพชะตาบ้าง
นิยายเื่นี้ไม่อิงประวัติศาสตร์ค่ะ เป็การแต่งตามจินตนาการของไรท์เองนะคะ
ขอให้ทุกคนอ่านให้สนุกและเป็กำลังใจให้หนูน้อยเยี่ยนฟางด้วยนะเ้าคะ