บทที่ 5 ลูกสาวนายทุน?
“ลู่อวี้ วันนี้ดูมีความสุขจังเลยนะ”
“ใช่แล้ว ผู้พันลู่ วันนี้คุณดูแตกต่างจากปกติมากเลย”
ตอนพักเที่ยง ทุกคนก็เริ่มแซวลู่อวี้
ปกติลู่อวี้มักจะทำหน้าเ็า แทบไม่เคยเห็นรอยยิ้ม แต่วันนี้ พอมาถึงที่ทำงาน เขาก็มีรอยยิ้มบาง ๆ ติดอยู่บนใบหน้าตลอด มุมปากยกยิ้มเป็ระยะ
“ภรรยาของผมมาแล้ว”
เพียงประโยคเดียว ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของทุกคนหายไป
ชื่อเสียงของเจียงเยว่ในค่ายพักทหารนั้นโด่งดังมาก
ตอนที่ลู่อวี้แต่งงาน พวกเขาก็ใมากเหมือนกัน ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่เลือกผู้หญิงดี ๆ สักคน แต่กลับไปแต่งงานกับคนอย่างเจียงเยว่
เมื่อไม่กี่เดือนก่อน เื่วุ่นวายที่เจียงเยว่ก่อขึ้น มันเกินคาดมาก
เมื่อเห็นทุกคนเงียบไป ลู่อวี้ก็เอ่ยปากพูดขึ้นว่า
“เธอเป็คนดี เดี๋ยวพวกคุณก็รู้เอง”
ลู่อวี้ถือกล่องข้าวแล้วเดินไปที่โรงอาหาร
คนที่อยู่ในห้องมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
“พวกเราไปกินข้าวกันเถอะ” สวีเจียพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้ม
ลู่อวี้ถือกล่องข้าวกลับไปที่บ้านพัก ระหว่างทางเขาเจอภรรยาทหารหลายคน พวกเธอกำลังพูดคุยกันอยู่ แต่พอเห็นเขาก็เงียบลงทันที
หลังจากลู่อวี้เดินห่างออกไป พวกเธอก็เริ่มซุบซิบนินทาต่อ
“ผู้พันลู่น่าสงสารจริง ๆ”
“มีภรรยาใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายแบบนี้ ต่อไปชีวิตคงวุ่นวายน่าดู”
“หรือว่าเจียงเยว่จะเป็ลูกสาวนายทุนจริง ๆ ถึงได้ใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายขนาดนี้”
ลู่อวี้รีบเดินเข้าไปในบ้าน แต่กลับไม่เห็นเจียงเยว่ในห้องนั่งเล่น เขาใจคอไม่ดี จึงรีบไปที่ห้องนอน แต่ก็ไม่พบเธอเช่นกัน
ลู่อวี้เปิดประตูห้องทำงาน แต่ห้องทำงานก็ว่างเปล่า
ลู่อวี้รู้สึกร้อนใจมาก จึงะโเรียก
“เจียงเยว่”
เมื่อได้ยินเสียงของลู่อวี้ เจียงเยว่ก็เดินเข้ามาจากสวนหลังบ้าน
“คุณกลับมาแล้วเหรอ?”
เมื่อเห็นเจียงเยว่ถอดเสื้อโค้ทขนสัตว์ออก เผยให้เห็นเสื้อทหารเก่าของเขาที่เธอสวมอยู่ รองเท้าก็เปลี่ยนเป็รองเท้าผ้าใบ ตอนนี้เหงื่อไหลเต็มตัวเพราะทำงานหนัก ผมเปียกติดใบหน้า ดวงตาดูเปล่งประกายราวกับดวงดาวบนท้องฟ้า หัวใจของเขาก็เต้นแรงขึ้นมาทันที
เขาพยายามทำตัวให้สงบ แล้วพยักหน้าเบา ๆ
“คุณกำลังทำอะไรอยู่น่ะ?”
“เสื้อผ้าในบ้านไม่ได้ซักมานานแล้ว ฉันกะว่าจะซักให้หมดเลย”
เมื่อได้ยินดังนั้น หัวใจของลู่อวี้ก็พองโตราวกับได้กินลูกอมหวาน ๆ
“น้ำเย็นมาก รอผมกลับมาซักเองก็ได้ คุณนั่งรถมาทั้งวันแล้ว รีบไปพักเถอะ”
เจียงเยว่ส่ายหัว “คุณก็ทำงานเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ปล่อยให้ฉันทำเถอะ ผ้าปูที่นอนฉันซักเสร็จแล้ว ส่วนผ้าห่มคงต้องรอให้แดดร้อนถึงจะตากได้”
ลู่อวี้เดินเข้าไปหา แล้วจับมือของเจียงเยว่
มือของเธอเย็นมาก
เขาใช้ฝ่ามือใหญ่ถูมือให้เธอ แล้วก็กุมมือของเธอไว้
“ถ้ามือคุณโดนความเย็นจนเป็แผลขึ้นมาอย่าร้องไห้แล้วกัน”
มือที่เย็นเฉียบของเธออุ่นขึ้นมาทันทีเมื่อถูกกุมด้วยฝ่ามือที่อบอุ่นของเขา
หัวใจของเจียงเยว่รู้สึกอบอุ่น
ลู่อวี้จูงมือเธอมาที่โต๊ะแล้วพูดว่า
“วันนี้ที่โรงอาหารมีหมูผัดพริก ผัดกะหล่ำปลี ไข่ดาว และซุปปลา”
ลู่อวี้จัดวางอาหารทั้งหมดบนโต๊ะ
เจียงเยว่นึกถึงของที่ร้านสหกรณ์ จึงพูดว่า
“หลังกินข้าวเสร็จ คุณไปยืมจักรยานมาคันหนึ่ง พาฉันออกไปหน่อยสิ”
สายตาของลู่อวี้จับจ้องไปที่เจียงเยว่ทันที
ยืมจักรยาน? เธอจะออกไปข้างนอก? เธอจะไปไหน? หรือว่าเธอจะเปลี่ยนใจอยากหย่ากับเขาอีกแล้ว?
เขาไม่มีทางยอมเด็ดขาด
จู่ ๆ อารมณ์ของลู่อวี้ก็หดหู่ลง
“ฉันซื้อของใช้ในครัวมาเยอะมากจากร้านสหกรณ์ ฉันถือไม่ไหว คุณไปเอาของกลับมาให้หน่อยสิ ฉันยังซื้อผักมาด้วย ตอนเย็นพวกเราจะทำอาหารกินเอง”
อะไรนะ? เธอซื้อผักมาทำอาหารเย็นงั้นเหรอ?
เธอทำอาหารไม่เป็ไม่ใช่เหรอ?
ก่อนหน้านี้เขาบอกว่าจะซื้อของกลับมาทำอาหารให้เธอกิน แต่เธอปฏิเสธ บอกว่าเหม็นกลิ่นควัน ไม่อยากให้กลิ่นติดตัว
“ลู่อวี้”
เห็นลู่อวี้เหม่อลอย เจียงเยว่จึงโบกมือไปมาตรงหน้าเขา
ลู่อวี้รู้สึกตัว รีบพยักหน้าพร้อมกับรอยยิ้ม
“ได้”
ลู่อวี้ส่งชามและตะเกียบให้เจียงเยว่
“ขอบคุณนะ”
“เราไม่ต้องเกรงใจกันหรอก”
ลู่อวี้รู้สึกว่าท่าทีของเจียงเยว่ในตอนนี้สุภาพกับเขาเกินไป
“ก็ได้ งั้นต่อไปฉันจะพูดให้น้อยลง”
เจียงเยว่ก้มหน้ากินข้าว
วันนี้เธอซักผ้าและทำความสะอาดครัวเป็เวลาหนึ่งถึงสองชั่วโมง ตอนนี้เหนื่อยมากจริง ๆ
ลู่อวี้ใช้ตะเกียบคีบเนื้อใส่ชามของเจียงเยว่
เจียงเยว่เงยหน้าขึ้น กำลังจะพูดขอบคุณ แต่นึกถึงคำพูดเมื่อครู่ได้ จึงยิ้มให้ลู่อวี้แทน
ลู่อวี้มองเจียงเยว่กินอย่างเอร็ดอร่อย ไม่ได้บ่นว่าอาหารไม่อร่อยเหมือนแต่ก่อน รอยยิ้มบนใบหน้าของลู่อวี้ก็ยิ่งสดใสมากขึ้น
ไม่นานเจียงเยว่ก็กินอิ่ม
ลู่อวี้ตักข้าวให้เธอเยอะมาก เธอกินไปนิดเดียว กล่องข้าวยังเหลืออีกตั้งเยอะ
“อิ่มแล้วเหรอ?”
เจียงเยว่พยักหน้า
เมื่อเห็นดังนั้น ลู่อวี้จึงหยิบชามของเจียงเยว่มาเทอาหารที่เหลือใส่ชามของเขา
“เอ๊ะ!”
เจียงเยว่เบิกตากว้าง เธอเห็นลู่อวี้กินข้าวในชามอย่างเอร็ดอร่อย โดยไม่รังเกียจแม้แต่น้อย
เขาคงคิดว่าเหลือเยอะขนาดนี้ ถ้าไม่กินให้หมดจะเป็การสิ้นเปลือง
ไม่รู้ทำไม วันนี้อาหารที่โรงอาหารถึงได้อร่อยเป็พิเศษ
ลู่อวี้กินข้าวเสร็จอย่างรวดเร็ว แล้วนำกล่องข้าวทั้งหมดไปไว้ในครัว
เจียงเยว่เดินตามเข้าไป เตรียมจะล้างกล่องข้าว
“เดี๋ยวผมล้างเอง”
ลู่อวี้จับมือเจียงเยว่ แล้วดันเธอออกจากห้องครัวเบา ๆ
“คุณไปนั่งรอที่โซฟาก่อนนะ รอผมล้างเสร็จแล้วจะไปยืมจักรยานพาคุณไปในเมือง”
“ได้”
เจียงเยว่พยักหน้าตอบรับ แต่เธอก็ไม่ได้ออกไปไหน ยังคงยืนดูลู่อวี้ล้างจานอยู่ในครัว
ไม่รู้ทำไม ทั้ง ๆ ที่ท่าทางล้างจานของลู่อวี้เป็เื่ธรรมดามาก แต่พอดูไปดูมา เธอกลับรู้สึกหวั่นไหวอย่างบอกไม่ถูก
เมื่อนึกถึงจูบ ใบหน้าของเจียงเยว่ก็ร้อนผ่าวขึ้นมาทันที
ลู่อวี้หันกลับมามอง เห็นเจียงเยว่ยืนยิ้มมองเขาอยู่
ลู่อวี้ก็ยิ้มตอบเธอ
ตอนที่เขาเข้ามาในครัว เขาเห็นว่าในครัวสะอาดมาก มีการเตรียมเครื่องปรุงต่าง ๆ ไว้แล้ว แถมยังมีเนื้อ ปลา และผักต่าง ๆ อีกด้วย
เมื่อได้ยินเธอบอกว่าซื้อของใช้ในครัวมามากมาย ลู่อวี้จินตนาการถึงภาพของเ่าั้วางอยู่ในครัว เขากำลังทำอาหาร ส่วนเธอยืนมองอยู่ข้าง ๆ
เขารีบจัดการธุระตรงหน้าให้เสร็จเร็วขึ้น
หลังจากล้างจานเสร็จ ลู่อวี้ก็เดินไปที่ประตู แล้วพูดว่า
“คุณไปใส่เสื้อคลุมหนา ๆ สักตัว แล้วออกไปกันเถอะ”
เจียงเยว่พยักหน้า ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวขึ้นอีก
เมื่อกี้เธอยืนมองเขาล้างจาน จนลืมเื่เปลี่ยนเสื้อผ้าไปเลย
เจียงเยว่กลับไปที่ห้องนอน เธอเห็นหมอนใบเดียววางอยู่บนเตียง เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนลู่อวี้นอนที่โซฟาในห้องนั่งเล่น
“เป็อะไรหรือเปล่า?”
ผ่านไปสักพักใหญ่ ๆ แล้ว เจียงเยว่ก็ยังไม่ออกมาจากห้อง ลู่อวี้จึงเดินไปที่ประตู แล้วถามด้วยความเป็ห่วง
“เสร็จแล้ว ๆ”
เจียงเยว่สวมเสื้อโค้ทขนสัตว์ แล้วเดินออกมาจากห้อง
ทั้งสองคนเดินออกไปข้างนอก
ตอนนี้หลายคนทานอาหารกลางวันเสร็จแล้ว พวกเขาเห็นลู่อวี้และเจียงเยว่เดินออกไปข้างนอก
เหอลี่และถังจาวตี้ทักทายลู่อวี้กับเจียงเยว่
“ผู้พันลู่ น้องสะใภ้ พวกคุณกำลังจะออกไปข้างนอกกันเหรอ?”
เหอลี่ได้ยินภรรยาของเขาเล่าเื่ที่เกิดขึ้นในวันนี้
เขาดีใจแทนหัวหน้าของเขาจริง ๆ