แต่ก็ช่างเถิด นี่ไม่ใช่เวลาที่เขาจะต้องสนใจเื่นี้ สู้รีบเก็บสัมภาระ แล้วรีบออกเดินทางโดยม้าเร็วไปยังจุดหมายจะดีกว่า
บอกตนเองแล้ว องครักษ์หนุ่มก็รีบเดินมายังห้องพักทันที
เจิ้งิควบม้าเร็วออกจากเมืองซื่อเหอ ใช้เวลาสองวันหนึ่งคืนก็เดินทางมาถึงเมืองฉางโจว ในเวลาพลบค่ำ องครักษ์หนุ่มจึงพักค้างแรมที่โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง กลางเมืองฉางโจวนั่นเอง
“เสี่ยวเอ้อ ขอชาร้อนที่นึง” องครักษ์หนุ่มบอกกับเสี่ยวเอ้อหนุ่มน้อยที่กุลีกุจอเข้ามาต้อนรับเขา ั้แ่ก้าวเข้ามา
น่าแปลกที่โรงเตี๊ยมใจกลางเมืองยามพลบค่ำเช่นนี้กลับดูเงียบเหงาไร้ผู้คน
“ครับ คุณชาย” เสี่ยวเอ้อหายเข้าไปในครัวด้านหลังครู่หนึ่งก็กลับออกมาพร้อมสิ่งที่เจิ้งิ้า
“เสี่ยวเอ้อ เ้าเคยได้ยินเื่ที่มีผู้หญิงท้องในเมืองฉางโจวหายตัวไปรึเปล่า”
“ได้ยินครับคุณชาย แต่มันก็แปลกอยู่นะครับ ทำไมคนที่หายตัวไปจึงต้องเป็คนท้องด้วย ชาวบ้านแถวนี้เค้าก็ลือกันทั้งนั้นแหละครับว่า พวกที่จับตัวคนท้องไปคงไม่ใช่คนธรรมดา”
“งั้นเหรอ” เจิ้งิแสดงท่าทีว่าเขาสนใจเื่นี้มากเป็พิเศษ
ขณะที่เสี่ยวเอ้อเองก็เล่าตามประสาคนช่างพูด
“ครับ เค้าลือกันว่า อาจจะเป็ฝีมือพวกปีศาจจิ้งจอกก็ได้ คิดดูนะครับคุณชาย บางทีพวกมันอาจจะจับคนท้องไปผ่าท้อง เอาเด็กออกมากินก็ได้ คิดแล้ว ขนลุกจริงๆ เลยครับคุณชาย” เสี่ยวเอ้อทำท่าทางขนลุกขนพองอย่างที่พูด
“อ้อ มิน่าล่ะ พอใกล้ค่ำถึงไม่มีใครออกมาข้างนอกกันเลย”
“ครับ แขกที่มาพักก็สั่งอาหารเข้าไปกินในห้อง คงกลัวเจอปีศาจจิ้งจอกกันหมดล่ะครับ”
“เรอะ ขอบใจมากนะ เอานี่ เ้าไปเถอะ” เจิ้งิยื่นเงินค่าน้ำชาให้เสี่ยวเอ้อ ก่อนที่เขาจะผละไปต้อนรับแขกรายใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้ามา