หลงเฟยกลับมายังห้องบัญชาการใต้ดินในหุบเขาพร้อมกับข้อมูลใหม่มากมาย เขาได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพลังงานลึกลับที่แผ่ออกมาจากซากโบราณสถาน และจากความทรงจำอันเลือนลางของหญิงสาวที่เขาพบเจอในคืนพายุฝน เขาใช้เวลาสองวันสองคืนในการวิเคราะห์และเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมดเข้าด้วยกัน
หน้าจอโฮโลแกรมสว่างวาบขึ้น เผยให้เห็นแผนที่จักรวาลที่ซับซ้อนและกราฟพลังงานที่แปลกตา ข้อมูลที่ได้มาบ่งชี้ว่าพลังงานที่เขาตรวจจับได้นั้นเป็พลังงานที่มาจากนอกโลก และมันก็มีแหล่งกำเนิดมาจากดาวเคราะห์ดวงหนึ่งที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน
"ศิลาแห่งดวงดาว...มันไม่ได้เป็แค่ตำนาน" หลงเฟยพึมพำกับตัวเอง
ซุนเจี๋ยเดินเข้ามาในห้องบัญชาการด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า “ท่านแม่ทัพพ่ะย่ะค่ะ ท่านยังไม่ยอมพักอีกหรือ”
หลงเฟยหันมามองซุนเจี๋ย ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “ข้าเจอแล้วซุนเจี๋ย ข้าเจอเบาะแสของมันแล้ว”
หลงเฟยเล่าเื่ราวทั้งหมดให้ซุนเจี๋ยฟัง ั้แ่การตรวจจับพลังงานที่ผิดปกติไปจนถึงการค้นพบแท่นหินโบราณและพลังวิหคาในตัวของหลิวซิน ซุนเจี๋ยถึงกับตกตะลึง เขาไม่เคยคิดว่าตำนานปรัมปราที่เขาเคยได้ยินจะกลายเป็เื่จริง และมันก็ยังเกี่ยวข้องกับหญิงสาวจากตระกูลหลิวที่ถูกตราหน้าว่าเป็นางร้ายอีกด้วย
“ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่าคุณหนูหลิวซินก็คือหมากตัวสำคัญที่องค์ชายจ้าวหลี่กำลังตามหาใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ” ซุนเจี๋ยถามด้วยความใ
“ใช่” หลงเฟยตอบ “และไม่ใช่แค่นั้น… พลังที่อยู่ในตัวของเธออาจเป็กุญแจสำคัญที่จะทำให้ฉันกลับบ้านได้”
ซุนเจี๋ยเงียบไปครู่หนึ่ง เขาเข้าใจความรู้สึกของหลงเฟยดี เขารู้ว่าหลงเฟยคิดถึงบ้านมากแค่ไหน แต่เขาก็ยังคงรู้สึกไม่สบายใจกับเื่นี้ “แต่ถ้าหากเราใช้พลังนั้นในการกลับบ้าน… แล้วคุณหนูหลิวซินจะเป็อย่างไรต่อไปพ่ะย่ะค่ะ”
คำถามของซุนเจี๋ยทำให้หลงเฟยต้องหยุดคิด เขาไม่เคยคิดถึงเื่นี้มาก่อน เขาเอาแต่คิดถึงแต่เื่การกลับบ้าน และการต่อสู้กับจ้าวหลี่จนลืมไปว่าหลิวซินก็เป็มนุษย์คนหนึ่งที่มีความรู้สึก
“ข้าไม่รู้” หลงเฟยตอบเสียงแ่เบา “แต่ข้ารู้ว่าข้าจะต้องปกป้องเธอจากจ้าวหลี่ให้ได้”
การตัดสินใจของหลงเฟยในครั้งนี้ไม่ใช่เื่ง่าย เขาต้องเลือกระหว่างการกลับบ้านและการปกป้องหญิงสาวคนหนึ่งที่เขาเพิ่งรู้จัก แต่ในใจของเขาก็มีบางอย่างที่บอกเขาว่า การเลือกที่จะปกป้องหลิวซินคือทางเลือกที่ถูกต้อง
หลงเฟยเริ่มการวางแผน เขาจะใช้โอกาสในการประลองยุทธ์ครั้งนี้ในการเปิดโปงแผนการร้ายของจ้าวหลี่ และจะใช้โอกาสนี้ในการปกป้องหลิวซินจากเงื้อมมือของเขา หลงเฟยรู้ดีว่าการทำเช่นนี้จะทำให้เขาต้องตกอยู่ในอันตรายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เขาก็ไม่กลัว เขามีความมุ่งมั่นที่จะต้องทำให้ได้
ในวันต่อมา หลงเฟยได้เดินทางออกจากฐานทัพใต้ดินเพียงลำพัง เขามุ่งหน้าไปยังจุดนัดพบที่เขาได้นัดไว้กับเหมยลี่สาวใช้คนสนิทของหลิวซิน เหมยลี่ได้ส่งข่าวลับมาหาเขาว่าหลิวซินได้หนีออกจากจวนและกำลังเดินทางมายังเมืองหลวงเพื่อเข้าร่วมการประลองยุทธ์ หลงเฟยจึงตัดสินใจที่จะเดินทางไปหาเธอเพื่อบอกความจริงทั้งหมดและเพื่อปกป้องเธอจากจ้าวหลี่
เขาเดินทางมาถึงจุดนัดพบในป่าลึก และเขาก็ได้พบกับหลิวซินที่กำลังนั่งพักอยู่ข้างลำธาร เธอดูเหนื่อยล้าและอ่อนแรง แต่ดวงตาของเธอยังคงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น หลงเฟยรู้สึกถึงความรู้สึกที่แปลกประหลาดที่เกิดขึ้นในใจของเขา เขาไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อนกับผู้หญิงคนไหน มันคือความรู้สึกที่ทำให้เขาอยากจะเข้าไปกอดเธอและปลอบโยนเธอ
“เ้าไม่ควรมาที่นี่” หลงเฟยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเ็า เขาพยายามที่จะปกปิดความรู้สึกที่แท้จริงของเขาไว้
หลิวซินเงยหน้ามองเขาด้วยความใ “ท่าน… ท่านเป็ใคร”
หลงเฟยไม่ได้ตอบคำถามของเธอ เขาเดินเข้าไปใกล้เธอและนั่งลงข้างๆ เธอ “เ้าคือหมากตัวสำคัญที่จ้าวหลี่กำลังตามหา และเ้าก็มีพลังที่อันตรายเกินกว่าที่เ้าจะควบคุมได้”
คำพูดของเขาทำให้หลิวซินรู้สึกหวาดกลัว เธอไม่เคยคิดว่าชายลึกลับผู้นี้จะรู้ความลับของเธอ เธอพยายามที่จะลุกขึ้นและวิ่งหนีไปจากเขา แต่ร่างกายของเธอกลับไม่ยอมทำตาม
“อย่าวิ่งหนี” หลงเฟยกล่าว “ข้ามาที่นี่เพื่อช่วยเ้า”
หลงเฟยเล่าเื่ราวทั้งหมดให้หลิวซินฟัง ั้แ่เื่ของศิลาแห่งดวงดาวไปจนถึงเื่ของพลังเวทมนตร์ดำของจ้าวหลี่ หลิวซินถึงกับตกตะลึง เธอไม่เคยคิดว่าโลกที่เธอเคยรู้จักจะมีความลับที่ยิ่งใหญ่และอันตรายขนาดนี้ เธอรู้สึกสับสนและหวาดกลัว แต่ในขณะเดียวกันเธอก็รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นและความปลอดภัยที่แผ่ออกมาจากตัวของหลงเฟย
“แล้ว… ท่านจะช่วยข้าได้อย่างไร” หลิวซินถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“ข้าจะฝึกฝนเ้า” หลงเฟยตอบ “ข้าจะสอนให้เ้าควบคุมพลังที่อยู่ในตัวเ้า และข้าจะปกป้องเ้าจากจ้าวหลี่ให้ได้”
หลิวซินมองไปที่หลงเฟย ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความสงสัยและไม่แน่ใจ “ข้าจะเชื่อท่านได้อย่างไร”
“เ้าไม่จำเป็ต้องเชื่อข้า” หลงเฟยตอบ “แต่เ้าต้องเชื่อในตัวเอง เ้าต้องเชื่อว่าเ้าจะสามารถควบคุมพลังนั้นได้”
คำพูดของเขาทำให้หลิวซินรู้สึกถึงความมั่นใจขึ้นมาอีกครั้ง เธอตัดสินใจที่จะเชื่อในตัวเขา และตัดสินใจที่จะยอมให้เขาช่วยฝึกฝนเธอ การตัดสินใจในครั้งนี้จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอไปตลอดกาล
หลงเฟยและหลิวซินเริ่มการฝึกฝนในป่าลึก หลงเฟยสอนให้หลิวซินควบคุมพลังวิหคาที่อยู่ในตัวเธอ และใช้มันในการป้องกันตัวและโจมตี หลิวซินเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว พลังของเธอเติบโตขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ และเธอก็เริ่มที่จะสามารถควบคุมมันได้อย่างสมบูรณ์
ในขณะที่ทั้งสองกำลังฝึกฝนกันอยู่นั้น ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็เริ่มเติบโตขึ้นอย่างช้าๆ หลงเฟยเริ่มเห็นว่าภายใต้ความดื้อรั้นของหลิวซินนั้น เธอเป็คนที่มีจิตใจที่ดีงามและกล้าหาญ ในขณะที่หลิวซินเองก็เริ่มมองเห็นว่าภายใต้ความเ็าของหลงเฟยนั้น เขาเป็คนที่มีจิตใจที่อบอุ่นและปกป้องเธอจากทุกอันตราย
คืนหนึ่งในขณะที่ทั้งสองกำลังนั่งอยู่ข้างกองไฟ หลิวซินก็เอ่ยถามขึ้นมา “ท่าน… ทำไมท่านถึงได้มาอยู่ในโลกนี้”
หลงเฟยเงียบไปครู่หนึ่ง เขามองไปยังท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว และเล่าเื่ราวของโลกในอนาคตที่ล่มสลายให้เธอฟัง หลิวซินฟังเื่ราวของเขาด้วยความใและเศร้าใจ เธอไม่เคยคิดว่าโลกจะมีจุดจบที่น่าสลดใจขนาดนี้ และเธอก็ไม่เคยคิดว่าหลงเฟยจะต้องแบกรับความทุกข์ทรมานและความโดดเดี่ยวเช่นนี้
“ท่านคงคิดถึงบ้านมากใช่ไหม” หลิวซินถามด้วยน้ำเสียงแ่เบา
หลงเฟยหันมามองเธอ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย “ใช่… ข้าคิดถึงบ้าน”
หลิวซินยื่นมือออกไปััแก้มของเขาเบาๆ “ไม่ต้องกลัว… ข้าจะอยู่เคียงข้างท่าน”
คำพูดของหลิวซินทำให้หลงเฟยรู้สึกถึงความอบอุ่นที่เขาไม่เคยได้รับมาก่อนในชีวิต เขาจับมือของเธอไว้แน่น และเขาก็ตัดสินใจที่จะไม่ปล่อยมือของเธออีกต่อไป
การฝึกฝนของทั้งสองดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และเมื่อใกล้ถึงวันประลองยุทธ์ หลงเฟยก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับจ้าวหลี่ และพร้อมที่จะปกป้องหลิวซินจากทุกอันตรายที่กำลังจะเข้ามาใกล้
แต่สิ่งที่ทั้งสองไม่รู้ก็คือ การประลองยุทธ์ในครั้งนี้จะเป็เพียงจุดเริ่มต้นของาครั้งใหญ่ที่จะสั่นะเืโลกทั้งใบ และการที่พวกเขาได้ค้นพบความลับของศิลาแห่งดวงดาวในวันนี้ จะนำพาพวกเขาไปสู่การเผชิญหน้ากับโชคชะตาที่แท้จริงของพวกเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้