ฉินลู่ลูบจมูกเบาๆและพูดว่า“ตอนนี้ฉัน้าใช้รถที่ค่อนข้างดีมากสักคัน เธอช่วยเช่าให้หน่อยได้ไหมค่อนข้างรีบน่ะ”
“ไม่มีปัญหา!แล้วตอนนี้นายอยู่ไหนล่ะ” ซุนอิงที่อยู่ปลายสายพูดตอบอย่างไม่ลังเลเลยสักนิด
“ฉันอยู่หน้าประตูชุมชนฝานหัว ตอนนี้ต้องรีบใช้รถคันหนึ่งพอดีมีธุระนิดหน่อย”
“โอเค ฉันจะไปถึงที่นั่นภายใน 15 นาที”
“ขอบใจนะ”
หลังจากกดวางสาย ฉินลู่ก็ถอนหายใจโล่งอก
ตอนนี้ก็ไม่มีอะไรต้องเป็ห่วงแล้ว น่าจะหลอกได้สำเร็จอยู่นะ
ผ่านไปประมาณ 10 กว่านาที
รถลัมโบร์กีนีใหม่เอี่ยมก็มาจอดอยู่ตรงหน้าฉินลู่
พอลดกระจกรถลง ก็เผยให้เห็นใบหน้าอันงดงามของซุนอิง
“ยืนบื้ออยู่ทำไม รีบขึ้นรถสิ!”ซุนอิงพูดพลางยิ้มอย่างสดใส
ฉินลู่เดินอ้อมไปอีกฟากของรถ ขึ้นไปนั่งตรงที่นั่งข้างคนขับ“เธอมาเองเลยเหรอ แค่ช่วยหารถให้ฉันเฉยๆ ก็ได้นี่นา”
“ฉันต้องมั่นใจว่าจะทำให้นายพอใจไง!” ซุนอิงพูดอย่างภาคภูมิใจแต่พอพูดจบกลับรู้สึกว่ามันฟังดูกำกวมและสองแง่สองง่าม ซุนอิงจึงเริ่มหน้าแดงก่อนพูดอธิบายว่า “ฉันหมายถึง...”
“ฉันรู้ว่าเธอหมายถึงอะไร แต่ตอนนี้เรารีบไปกันดีกว่า ไปที่หมู่บ้าน xxx ฉันค่อนข้างรีบ” ฉินลู่พูดเร่ง
“โอเค!” ซุนอิงเหยียบคันเร่งเสียงเครื่องยนต์เริ่มทำงาน และออกรถไปทันที
“หยุดๆๆ ! แม่คุณ ขับช้าๆหน่อยก็ได้ ไม่ต้องรีบขนาดนั้น” ฉินลู่ร่างกายอ่นแอรับแรงกระตุ้นและความเร็วขนาดนี้ไม่ไหว
“ฮ่าๆๆ ...” ซุนอิงหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข และค่อยๆ ลดความเร็วลง
ซุนอิงขับรถไป พลางชวนฉินลู่คุยไปด้วย
ซุนอิงแอบสังเกตการแต่งตัวของฉินลู่วันนี้แถมยังมีถุงเล็กใหญ่ที่แบกมาด้วยอีก เธอสงสัยจึงถามขึ้นว่า “นี่นายกำลังจะไปไหนนัดบอดเหรอ”
“ฉันไม่ได้ไปนัดบอดหรอก” ฉินลู่รีบส่ายหน้า เขายกถุงของฝากในมือขึ้นพร้อมพูดอธิบายว่า “เพื่อนร่วมงานที่มหาวิทยาลัยของฉันคนหนึ่งถูกที่บ้านบังคับให้ไปนัดบอด แต่ว่าเธอไม่อยากไปจึงขอให้ฉันช่วยไปเป็แฟนแบบหลอกๆ น่ะ”
“เล่นอะไรแบบนี้ด้วยเหรอ” ซุนอิงทำหน้าเซอร์ไพรส์
“ฉันเองก็ทำแบบนี้ครั้งแรก”
“อันที่จริงฉันก็เข้าใจเธอนะ” รอยยิ้มบนใบหน้าของซุนอิงค่อยๆ จางไปและพูดด้วยเสียงเรียบว่า “ฉันก็ถูกที่บ้านบังคับให้ไปคบกับคนที่ฉันไม่ชอบเหมือนกันแต่ว่าเพื่อนร่วมงานของนายยังมีโอกาสปฏิเสธได้ ส่วนฉันน่ะเหรอ ยิ่งฉันปฏิเสธพ่อกับแม่ก็จะยิ่งบังคับมากกว่าเดิม”
ฉินลู่เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนพูดว่า “ถ้าเธอ้าความช่วยเหลือเหมือนกันก็มาบอกฉันได้ เมื่อมีครั้งแรกแล้ว ครั้งต่อไปก็น่าจะเก่งขึ้นบ้างฉันคิดว่าพัฒนาการด้านนี้ของฉันน่าจะดีขึ้นเรื่อยๆ นะ...”
“พรวด”
คำพูดของฉินลู่ทำเอาซุนอิงถึงกับขำออกมา
หัวเราะไปได้สักพัก ซุนอิงก็มองฉินลู่และพูดว่า “จะว่าไปนายแต่งตัวแบบนี้ก็ดูเหมือนคนที่ประสบความสำเร็จอยู่นะ ดูเหมือนเป็ผู้บริหารเล็กๆคนหนึ่ง”
“แม่คุณ มองทางเถอะ อย่ามองฉันเลย!”
“อ้อๆ”
ใกล้ถึงหมู่บ้านที่เฉียนเชี่ยนอยู่แล้ว ซุนอิงจึงจอดรถเทียบถนน
“จอดตรงนี้ทำไม” ฉินลู่สงสัย
“ยังจะมาบอกว่าตัวเองมีพัฒนาการที่ไม่เลวในด้านนี้อีกนี่ก็ใกล้จะถึงบ้านของแฟนกำมะลอนายแล้วไม่ใช่เหรอ จะให้ฉันขับได้ยังไงนายขับไปเองจะดีกว่า”
“แล้วเธอล่ะ”
“นายไม่ต้องห่วงฉันหรอก” ซุนอิงยักคิ้วหลิ่วตาโปรยเสน่ห์ให้ฉินลู่และหยิบมือถือออกมากดโทร.หาใครสักคนด้วยท่าทีสง่า
ผ่านไปไม่ถึง 1 นาที ก็มีรถลินคอล์นคันหรูมาจอดที่ข้างรถลัมโบร์กีนีชายร่างกายกำยำสวมชุดสูทสีดำคนหนึ่งเดินลงจากรถและเปิดประตูรถให้ซุนอิงอย่างนอบน้อม
ฉินลู่มองซุนอิงที่ลงจากที่นั่งคนขับไปขึ้นรถลินคอล์นอย่างตะลึงตาค้างเธอหันมาโบกมือให้ฉินลู่
“คนในเมืองนี่เล่นใหญ่จริงๆ ...”
ฉินลู่เดินลงจากที่นั่งข้างคนขับ เดินอ้อมไปขึ้นฝั่งคนขับเขาถามซุนอิงว่า “ถ้าฉันเสร็จธุระแล้ว จะให้คืนรถเธอยังไง”
“นายขับไปที่หมู่บ้านที่นายอยู่ก็ได้ คืนนี้มีงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของคุณย่าฉันจะได้ไปรับนายพร้อมรถที่นั่นเลย”
“โอเค งั้นฉันไปก่อนนะ” ฉินลู่โบกมือลา จากนั้นก็สตาร์ตรถ
“สู้เขานะ อย่าไปทำขายหน้าล่ะ”
“แน่นอน”
ฉินลู่ขับรถลัมโบร์กีนีเข้าไปจอดไว้ที่ลานจอดรถของหมู่บ้านในหมู่บ้านที่เฉียนเชี่ยนพักอาศัยอยู่
ฉินลู่เดินลงจากรถ พร้อมกับหอบของฝากมากมายเดินไปยังอาคารที่พักของเฉียนเชี่ยน
เขาเดินขึ้นบันไดไปหยุดที่หน้าประตูบ้านของเฉียนเชี่ยนจากนั้นก็เคาะประตู
“ก๊อกๆๆ”
พอฉินลู่เคาะประตูเสร็จ ประตูก็ถูกเปิดออก
คนหลังประตูก็คือเฉียนเชี่ยนที่ตอนนี้กำลังหัวยุ่งและทำสีหน้าเหมือนกำลังจะบอกว่าอกอีแป้นจะแตกแล้ว“พ่อคุณ มาช้าเกินไปหน่อยไหม นี่ไม่เห็นคุณค่าของชีวิตฉันเลยสินะ!”
“นี่ฉันยังรีบไม่พอเหรอ พอเธอโทร.มา ฉันก็รีบวิ่งแจ้นมาทันทีเลยนะ”
“หยุดพูดเลย รีบเข้ามาสิ ช่วยฉันจัดการไอ้งั่งนั่นซะ” เฉียนเชี่ยนลากตัวฉินลู่เข้าไปในบ้าน
ตอนนี้สิ่งที่ทำให้ฉินลู่สงสัยมากที่สุดก็คือ คนที่มานัดบอดคนนั้นเป็คนอย่างไรกันนะ
เขาถึงสามารถทำให้เฉียนเชี่ยนที่เป็อาจารย์มหาวิทยาลัยผู้มีอารยะพูดคำหยาบออกมาแบบนี้ได้เขาคนนั้นคงมีความสามารถที่ “แข็งแกร่งและยิ่งใหญ่” ไม่น้อยเลยทีเดียว
“พ่อ แม่ รีบมาดูสิคะ คนนี้ก็คือแฟนของหนู”เฉียนเชี่ยนลากฉินลู่เข้ามาในบ้านแล้วะโพูดบอกสามคนที่นั่งอยู่ในห้องรับแขกอย่างโอ้อวด
พ่อแม่ของเฉียนเชี่ยนถึงกับต้องลุกขึ้นยืนทันทีมองไปที่ฉินลู่อย่างทำตัวไม่ถูก
ฉินลู่พูดกระซิบเฉียนเชี่ยนว่า “พวกท่านเป็อะไรกันไปเธอไม่ได้บอกเหรอว่าฉันจะมา”
“บอกไปแล้ว แต่เื่แบบนี้มันก็ต้องให้เวลากันบ้าง”เฉียนเชี่ยนหัวเราะร้าย พร้อมทำท่าทางฉลาดน่ารัก เหมือนเด็กที่เพิ่งขโมยลูกอมมา
แต่พ่อกับแม่ของเฉียนเชี่ยนทำตัวไม่ถูกกันจริงๆ
ความจริงวันนี้พ่อแม่ของเฉียนเชี่ยนคิดไว้ว่าจะพาคู่เดทมาให้ลูกสาวทำความรู้จักกันไว้แต่นึกไม่ถึงว่าแฟนตัวจริงจะโผล่มาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวแบบนี้ทำให้ทุกคนต้องตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก...
“อะแฮ่ม”
ฉินลู่กับเฉียนเชี่ยนพูดกระซิบกระซาบกันสองคนได้สักพักพ่อของเฉียนเชี่ยนก็พูดขึ้นมาด้วยสีหน้าจริงจังว่า“เดี๋ยวพ่อกับแม่จะไปเตรียมอาหารในครัว เด็กๆ คุยกันไปก่อนนะ”
ฉินลู่ยิ้มหน้าเจื่อน
จะให้ลูกสาวพ่อนั่งคุยกับคนที่เป็ศัตรูความรักทั้งสองคนเนี่ยนะไม่กลัวว่าจะมีการฆาตรกรรมเกิดขึ้นบ้างเลยเหรอ
พ่อกับแม่ของเฉียนเชี่ยนเดินเข้าห้องครัวไป ตามด้วยเสียงปิดประตูดัง“ปัง” พวกท่านปิดประตูห้องครัวแน่น
เฉียนเชี่ยนลากฉินลู่ที่ยังยืนเอ๋ออยู่ไปที่ห้องรับแขกและพูดแนะนำให้กับชายผมยาวที่นั่งอยู่ตรงโซฟาว่า “นี่คือแฟนของฉัน เขาชื่อฉินลู่รู้จักกันไว้สิ”
เป็การบอกเป็นัยๆ ว่า
คนนี้คือแฟนฉันเอง นายจะไปไหนก็ไปให้พ้นๆ เถอะยังจะมานั่งรอกินข้าวบ้านฉันอีก...
ชายผมยาวที่นั่งอยู่ตรงโซฟาคนนี้ น่าจะอายุราว 20 ปลายๆ เขาสวมชุดสูทเนี้ยบ ทำหน้าถมึงทึงมองมาที่ฉินลู่ด้วยสายตาที่กำลังส่องแสงเลเซอร์แสนอันตรายออกมา
“สวัสดี”
ชายผมยาวลุกขึ้นยืน เผยรอยยิ้มที่แปลกประหลาดพร้อมยื่นมือออกมาและพูดว่า “ยินดีที่ได้รู้จัก”
“ยินดีที่ได้รู้จัก”
ฉินลู่ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวเลยสักนิดเขายื่นมือไปจับมือของชายผมยาวคนนั้น
วินาทีที่มือฉินลู่จับเข้าไปที่มือของเขา ก็รู้สึกได้ถึงพลังบีบอย่างแรงจากมือนั้น
ฉินลู่ทำตาเหมือนว่าเข้าใจอะไรสักอย่างแล้ว ก่อนจะยิ้มออกมาที่มุมปากอย่างโเี้
“เด็กน้อย ใช้ไม้นี้กับฉัน...”