บทที่ 4
กรนอนเล่นคิดอะไรมากมายอยู่บนที่นอนแข็งๆขนาดพอดีตัวเขา เรื่องราวมากมายตั้งแต่เขามีสติขึ้นมาในสายหมอกจนถึงบัดนี้มันเป็นความรู้สึกที่เหลือเชื่อเกินจริงไปมากดุจดั่งความฝัน แม้ว่าในตอนนี้ชายหนุ่มจะยอมรับแล้วว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้มันคือความจริงก็ตาม ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่ชินกับมันเสียที ยิ่งคิดไปเรื่อยๆสายตาที่ยังไม่อาจหลับลงก็กวาดตามองไปรอบห้องขนาด5x5 เมตรนี้อีกครั้ง มันเป็นห้องสี่เหลี่ยมสีขาวที่มีเพียงหน้าต่างเลื่อนบานหนึ่งเท่านั้นที่พอจะมีดีไซน์บ้าง ที่เหลือมันกลับไร้ซึ่งสไตล์การออกแบบใดๆ และนั่นมันก็พาลทำให้หน้าของจินซานโผล่เข้ามาในความคิดของกรอีกครั้ง“ไอ้รุ่นพี่เวร เห็นหน้าซื่อๆแบบนั้นแต่การกระทำกลับสวนทางกันเสียได้” เพราะจินซานหวังดีจองห้องให้กับกร จึงทำให้เขาต้องมาทนนอนในห้องรูหนูเช่นนี้ ในขณะที่อารมณ์ร้อนของกามเทพฝึกหัดจะระเบิดออกมา เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะไว้เสียก่อนก็อกๆ“ใครวะ มาเคาะห้องตอนนี้” กรบ่นออกมาด้วยความหงุดหงิด เพราะในใจเขาอยากจะตะโกนด่าจินซานระบายอารมณ์ออกมามากกว่า แต่ยังไงกรก็ต้องลุกขึ้นไปเปิดประตูอยู่ดี เพราะเสียงเคาะประตูดังออกมาอีกรอบแล้ว เหมือนกับว่าผู้มาเยือนต้องการจะพบเขาจริงๆ ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องสำคัญในการใช้ชีวิตอยู่ในดินแดนเทพแห่งนี้ก็ได้“ครับๆ มาแล้วครับ” กรเปิดประตูออกไปด้วยสีหน้าเซ็งๆ แต่เมื่อเขาได้พบกับผู้มาเยือนกลับทำให้เขาต้องตะลึงตาโตทันที“สวัสดีค่ะ ดิฉันชื่อคายะ อยู่ห้อง 654321 นะคะ ยินดีที่ได้รู้จัก คุณ...” หญิงสาวผมดำยาวผิวขาวหน้าตาน่ารัก รอยยิ้มที่สดใสของเธอทำให้หัวใจของชายหนุ่มผู้มาใหม่ต้องเต้นรัวอย่างช่วยไม่ได้ จากเดิมที่กำลังเซ็งๆอยู่กรกลับกลายเป็นตื่นตัวขึ้นมาทันที“อะเฮื่อ! คือว่ากระผมมีนามว่ากรณ์ขอรับ หรือจะเรียกสั้นๆว่ากรก็ได้” ชายหนุ่มเก๊กเสียงหล่อพร้อมเผยรอยยิ้มที่ตัวเองคิดว่าเท่ที่สุดออกมา แถมยังเล่นมุขแป้กเพื่อสร้างความปะทับใจให้กับสาวสวยตรงหน้า“อ๋อ! ที่แท้ก็คุณกรนี่เอง เป็นคนที่มีอารมณ์ขันจังเลยนะคะ” ไม่รู้ว่าเธอเข้าใจมุขของชายหนุ่มรึเปล่า แต่ที่แน่ๆหญิงสาวยิ้มแย้มพร้อมตอบรับอย่างมีมารยาท และอัธยาศัยไมตรีอันดี สำหรับกรแล้วนี่ช่างเป็นกุลสตรีที่เพียบพร้อมในอุดมคติของเขาจริงๆ (ถึงแม้มันจะจำไม่ได้ว่าอุดมคติของตัวเองคืออะไรก็ตาม)“คือ...เอ่อ ถ้าไม่รังเกียจคุณคายะจะเข้ามาดูแมวในห้องของผมก่อนก็ได้นะครับ เราที่เป็นเพื่อนบ้านจะได้ทำความรู้จักกันไว้ อะเฮื่อ!” กรยังคงเก๊กเสียงหล่อพร้อมกับเชิญชวนผู้หญิงให้เข้าห้องตัวเองด้วยมุขเสี่ยว แต่จู่ๆหญิงสาวก็หยุดกึ๊กไปทันทีพร้อมกับจ้องเข้ามาในตาของชายหนุ่ม ความเงียบบังเกิดขึ้นอย่างฉับพลันทันใด แม้แต่เสียงหัวใจเต้นก็ยังได้ยินนั่นจึงทำให้กรรู้สึกหน้าเสียทันที เพราะหญิงสาวไม่รับมุขเสี่ยวของตน แถมท่าทางของคายะกำลังไม่พอใจตนอย่างแรง แต่...“คุณกรเพิ่งมาวันแรกไม่ใช่เหรอคะ? จะเอาแมวมาจากไหน คุณนี่ก็เล่นเอาฉันตกใจไปหมดเลย” หญิงสาวเอียงคอเล็กน้อยพร้อมสีหน้าสงสัย มันเป็นท่าทางที่น่ารักเอามากๆ เรียกได้ว่าคาวาอี้สุดๆ นั่นทำให้กรถึงกับหน้าแดงเขินอายอย่างช่วยไม่ได้ที่เห็นภาพตรงหน้านี้‘โอ๊ย! น่ารักโคตรๆ ไม่ไหวแล้ว จะเก็บอาการไม่อยู่แล้วโว้ย!’ กรร้องตะโกนดังลั่นขึ้นมาในใจ ตอนนี้เขาต้องเก๊กหน้าหล่อเก็บความตื่นเต้นให้ได้มากที่สุด เพื่อให้แสดงความเปิ่นออกมาต่อหน้าสาวสวย“เอ๋? คุณกรเป็นอะไรรึเปล่าคะ นิ่งไปสักพักแล้ว ดิฉันว่าคุณมาเยี่ยมชมห้องของดิฉันจะกว่านะคะ” แม้ว่าคายะจะสงสัยท่าทางแปลกๆของชายหนุ่ม แต่เธอก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรจึงเปลี่ยนเรื่องแทน แต่นั่นกลับทำให้กรตื่นตัวขึ้นไปอีกขั้น“ห้องของคุณคายะ? ไปได้เหรอครับ? เอิ่ม...คือมันจะดีจริงๆเหรอครับ?” แม้ว่าปากของกรจะบอกว่าไม่แน่ใจ แต่สีหน้าที่แสดงออกมานั้นชัดเจนว่าเขาอยากจะเข้าไปใจจะขาด“ดีแน่นอนค่ะ ห้องของคุณกรยังไม่มีเครื่องใช้อะไรเลยสักอย่างเลย หากดิฉันเข้าไปคงจะเป็นการรบกวนเปล่าๆ ให้ดิฉันเลี้ยงต้อนรับคุณกรในฐานะเพื่อนบ้านคนใหม่น่าจะดีกว่า ถ้ามีอะไรที่สงสัยหรือไม่เข้าใจเกี่ยวกับ Lightenir (ไลเทนเนีย) ก็ถามมาได้เลยค่ะไม่ต้องเกรงใจค่ะ ฮิฮิ” น้ำใจของหญิงสาวตรงหน้าช่างเจิดจ้ายิ่งนัก กรได้แต่ฟังแล้วก็คล้อยตามคำเชิญชวนของคายะโดยไม่ขัดข้องแม้แต่น้อย (เคลิ้มล่ะสิ) อีกทางด้านหนึ่ง สถานที่หนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยผู้คน หรือก็คือเหล่าเทพมากมาย ป้ายอักษรทองคำตัวใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหน้าทางเข้าอาคาร อ่านได้ว่า Quest Hall (เควสฮอลล์) หรือก็คืออาคารภารกิจนั่นเอง ในห้องโถงกว้างใหญ่ที่แออัดมีเคาน์เตอร์พนักงานเรียงยาวตลอดแนวกำแพง แต่เหล่าเทพที่มารอคอยที่นี่นั้นก็ไม่น้อยเช่นกัน ชายอ้วนนั่งรออยู่บนก้าวอี้ยาวด้วยใจที่จดจ่อ เขาสั่นเข่ารัวๆด้วยความร้อนรนจนคนด้านข้างที่รำคาญจนถึงกับหันมามองหน้า แต่จินซานยังไม่หยุด เพราะจิตใจของเขาอยู่ไม่เป็นสุข“คิวที่ 95423 เชิญช่องบริการหมายเลข 2 ค่ะ” เสียงเตือนดังออกมาจากบัตรประจำตัวในกระเป๋าเสื้อของจินซาน ไม่รอช้าเทพอ้วนวิ่งเข้าไปที่เคาน์เตอร์เบอร์ 2 ทันที พร้อมกับยื่นบัตรประจำตัวให้แก่พนักงาน“คุณจินซาน มาส่งเควส ‘แนะนำสถานที่ให้น้องใหม่’นะคะ?” พนักงานสาวหน้าตาสะสวยกล่าวถามคำยืนยันจากคนตรงหน้าด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใส แน่นอนว่าเธอก็เป็นเทพเช่นกัน“ใช่แล้วขอรับ เอิ่ม...นี่เพ่ยเพ่ยหลังเลิกงานแล้วเราไปทานอาหารเย็นด้วยกันดีไหม ข้าเพิ่งทำเควสเสร็จเดี๋ยวข้าเลี้ยงเอง” ชายอ้วนหัวล้านหลังจากตอบรับตามหน้าที่แล้ว เขาก็กล่าวชวนพนักงานสาวทันทีพร้อมกับใบหน้าเจ้าเล่ห์กรุ้มกริ่ม“คุณจินซานคะ! รางวัลแค่ 20 แต้ม มันไม่พอค่าอาหารจานหนึ่งเสียด้วยซ้ำ นี่ค่ะบัตรของคุณ แล้วก็ดิฉันขอตัวทำงานก่อนนะคะ ยังมีคนรอเข้าคิวอีกเยอะ” หญิงสาวเปลี่ยนสีหน้าเป็นบึ้งตึงทันที เมื่อชายอ้วนตั้งใจจะชวนเธอไปกินข้าวทั้งที่ได้เงินมาเล็กน้อยเท่านั้น พร้อมกับไล่จินซานให้ออกไปด้วยคำพูดสุภาพ“แหมที่จริงแล้วเควสนี้ข้าทำด้วยใจเลย ถึงกับควักแต้มจองห้องพักล่วงหน้าให้เจ้าเด็กใหม่เชียวนะ ปกติพี่เลี้ยงที่ไหนก็ไม่ทำกันหรอก เพราะว่าข้าตั้งใจทำภารกิจให้ออกมาดีที่สุดยังไงล่ะ ข้าต้องได้โบนัสด้วยซ้ำ ไม่สิแค่ได้แต้มค่าจองห้องใหม่ที่ออกไปก่อนคืนมาก็พอ นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้แต้มของข้าเหลือน้อยยังไงล่ะ” จินซานยังคงโอ้อวดเรื่องราวความทุ่มเทให้กับงานของตนออกมาอย่างหน้าด้าน“แต่นั่นมันอยู่นอกเหนือภารกิจที่ให้ทำนะคะ ค่าจองห้องของอาคารใหม่ตั้ง 15 แต้ม แถมห้องมันก็เล็กอย่างกับรูหนู ถ้าให้เทพที่เพิ่งมาใหม่ไปหาห้องเองในย่านอาคารเก่า ยังได้ห้องที่กว้างกว่าพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกบ้างเล็กน้อย แต่นี่เขาแทบจะได้ห้องเปล่าเลย ฉันล่ะสงสารนายกรณ์นี่จริงๆ” เมื่อจินซานยังไม่ไป และยืนโม้ต่อหน้าพนักงานสาว เธอจึงอ่านข้อมูลเควสที่ชายอ้วนทำ และอธิบายถึงความไม่คุ้มค่าของมันด้วยสีหน้ารำคาญคนตรงหน้า“แต่ว่า...” จินซานพยายามจะแก้ตัว แต่ก็ถูกขัดขึ้นเสียก่อน“คนต่อไปค่ะ!” เพ่ยเพ่ยกดปุ่มเรียกคิวด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว พร้อมกับตะโกนออกมาเสียงดังเพื่อขัดคอคนตรงหน้า กลับมาที่ภายในห้องของคายะ ที่นี่นั้นกว้างขวางแบ่งออกเป็นหลายส่วน และน่าอยู่ด้วยการตกแต่งอย่างสวยงามของเฟอร์นิเจอร์ที่มีดีไซน์ทันสมัย รวมทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าอำนวยความสะดวกครบครัน ระเบียงกว้างที่มีต้นไม้เขียวชอุ่มให้ความร่มรื่น เมื่อเทียบกับห้องรูหนูของกรแล้วต่างกันราวฟ้ากับเหว“น้ำชาหอมอร่อยมากเลยครับคุณอายะ คุณนี่ช่างมีรสนิยมที่ดีเลยทีเดียว” กรกล่าวชมหญิงสาวหลังจากที่เขาดื่มน้ำในแก้วที่เธอเอามาเสิร์ฟแขก“เอิ่ม...นี่เป็นแค่น้ำเปล่าเองค่ะ ไม่ใช่น้ำชา คุณกรนี่เล่นมุขตลกอีกแล้วนะคะ” หญิงสาวยังคงไม่ถือสา และตอบกลับไปอย่างยิ้มแย้ม“แล้วกลิ่นนี้มันอะไรกัน?”