เนี่ยหลีรับรู้ได้ถึงสายตาของเสิ่นซิ่วมุมปากยกยิ้มเล็กน้อย การขับไล่เสิ่นซิ่วออกไปเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้นเขาไม่เคยเห็นเสิ่นซิ่วเป็นคู่ต่อสู้อยู่ในสายตาเป้าหมายแต่แรกของเขาก็คือตระกูลเสินเซิ่งทั้งตระกูล!
แม้เนี่ยหลีได้ล่วงเกินตระกูลเสินเซิ่งเอาไว้ทว่าตระกูลเสินเซิ่งกลับมิได้ใส่ใจกับเขามากนักเพราะว่าในมุมมองของตระกูลเสินเซิ่ง เนี่ยหลีก็เป็นเพียงเด็กหน้าขนคนหนึ่งเท่านั้นจะสามารถข่มขู่พวกตนได้อย่างไร? ทว่าอีกไม่นานพวกเขาก็คงได้รู้ความจริงว่าในที่สุดคนที่จะทำให้พวกเขาต้องล่มสลายที่แท้ก็คือคนที่พวกเขาละเลยในเวลานี้นั่นเอง
หลังการฝึกยุทธ์เมื่อเร็วๆ นี้ พลังวิญญาณของเนี่ยหลีก็เพิ่มขึ้นถึงห้าร้อยแปดสิบเก้าจุดแล้วหากเขาสามารถทะลวงผ่านหกร้อยจุดไปได้ เขาก็จะก้าวขึ้นเป็นระดับเงิน
ครั้นเมื่อก้าวขึ้นถึงระดับเงินได้แล้วเขาก็จะสามารถหลอมรวมกับจิตอสูรได้ตนหนึ่ง
เนี่ยหลีเลือกจิตอสูรตนแรกเอาไว้แล้วนอกจากนี้เขายังเตรียมตัวไปสำนักประมูลเพื่อหาจิตอสูรที่เหมาะสมให้แก่จื่ออวิ๋นหนิงเอ๋อร์ ตู้เจ๋อ ลู่เพียวและพวก ด้วยวิธีนี้กลุ่มของพวกเขาจึงจะแข็งแกร่งขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง
ทว่าเวลานี้เนี่ยหลีต้องแกล้งทำตนเป็นเพียงผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองแดงหนึ่งดาวผู้หนึ่งก่อน!
ผ่านไปครู่อีกหนึ่ง การทดสอบของชั้นเรียนการต่อสู้เบื้องต้นก็สิ้นสุดลงอนาคตของเด็กนักเรียนทุกคนได้รับการตัดสินแล้ว
ไม่นาน ข่าวการลาออกของอาจารย์เสิ่นซิ่วและการออกจากโรงเรียนก็แพร่สะพัดไปในหมู่นักเรียนทั่วโรงเรียนเซิ่งหลันทุกคนมองเนี่ยหลีด้วยสายตาที่แปลกประหลาด ไม่ว่าอย่างไรนี่เป็นครั้งแรกที่มีใครบางคนสามารถขับไล่อาจารย์คนหนึ่งออกไปได้
ยังมีนักเรียนบางคนคิดหาวิธีการสารพัดแบบเพื่อได้ใกล้ชิดเนี่ยหลีคิดขอติดตามเนี่ยหลีแม้เนี่ยหลีจะเป็นเพียงผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทองแดงหนึ่งดาวผู้หนึ่งเท่านั้นทว่าความรู้ความเข้าใจเกี่ยวแก่จิตอสูรกลับมีมากมายเหนือชั้นกว่าอาจารย์บางคนเสียอีกส่วนผู้คนที่ติดตามเนี่ยหลีเล่า แต่ละคนก็เก่งกาจขึ้นอย่างปุบปับ ความอิจฉาของพวกเขาถือเป็นเรื่องปกติยิ่ง
เนี่ยหลีให้ตู้เจ๋อกับลู่เพียวคอยสกัดกั้นคนเหล่านี้เอาไว้ต่อเรื่องนี้เนี่ยหลีมีความระมัดระวังตัวยิ่งคนที่เขายอมรับก็คือคนที่เขาเคยมีความประทับใจในชีวิตหนก่อนว่าสามารถเชื่อใจได้ส่วนเรื่องพรสวรรค์ในการฝึกยุทธ์ถือเป็นเพียงเรื่องรอง กุญแจสำคัญก็คือความเชื่อใจ
แต่กระนั้นก็ตาม นักเรียนที่ติดตามเนี่ยหลีเวลานี้มีจำนวนกว่ายี่สิบหกคนแล้ว
หลังการสอบ จดหมายการเข้าสู่ชั้นเรียนสำหรับผู้มีพรสวรรค์ก็ถูกส่งมาถึงเนี่ยหลีสูดลมหายใจลึกๆ เข้าปากคำหนึ่ง ได้เวลาที่เขาจะกลับบ้านแล้วเขาหวนนึกถึงความทรงจำในชีวิตหนก่อน ขณะอพยพ ครอบครัวของเขาค่อยๆล้มลงต่อหน้าเขาทีละคนๆ คิดแล้วเนี่ยหลีก็อดที่จะรู้สึกปวดใจขึ้นมามิได้บังเกิดความรู้สึกคิดถึงบ้านขึ้นมาทันที
ในที่สุดวันปิดเทอมของโรงเรียนเซิ่งหลันที่รอคอยก็มาถึงแล้ว!
สายตาของเนี่ยหลีทอดยาวออกไป ความทรงจำในชีวิตหนก่อนผุดลอยขึ้นมา
ผ่านไปอีกครู่หนึ่ง เนี่ยหลีหัวเราะฮาๆ ออกมาดังลั่น ในเมื่อเขากลับมาแล้วครอบครัวของเขาย่อมไม่จำเป็นต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างอกสั่นขวัญหายอีกต่อไปพวกที่เคยเป็นศัตรูทั้งหลาย เตรียมคุกเข่าตัวสั่นกันได้เลย!
วันปิดเทอมของโรงเรียนเซิ่งหลันถือเป็นเหตุการณ์ใหญ่อย่างหนึ่งของเมืองกวงฮุยเช่นกันเนื่องจากนักเรียนที่เข้าเรียนในโรงเรียนเซิ่งหลันมีจำนวนมากนักเรียนมากมายหลายคนสามารถกลับไปอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัวได้ในที่สุด
นักเรียนกลุ่มหนึ่งกำลังเดินออกจากโรงเรียน
“เนี่ยหลี นี่ข้ามอบให้เจ้า หวังว่าเจ้าจะคิดถึงข้ายามเมื่อเห็นมัน! พวกเราค่อยพบกันใหม่ในภาคเรียนหน้า!” เซียวหนิงเอ๋อร์ยื่นหยกแดงซึ่งมีลวดลายประณีตงดงามแกะสลักอยู่บนชิ้นหยกให้เนี่ยหลีเมื่อเนี่ยหลีเงยหน้าขึ้นมอง ก็พบว่าเซียวหนิงเอ๋อร์สองแก้มแดงระเรื่อวิ่งหนีไปไกลแล้ว
ในโรงเรียนเซิ่งหลัน หยกแดงเป็นสัญลักษณ์แทนความรักของเด็กสาว
จ้องมองแผ่นหลังอ้อนแอ้นของเซียวหนิงเอ๋อร์ เนี่ยหลีอดยิ้มเจื่อนๆ ออกมามิได้เหตุใดเขาจะไม่รู้ถึงความรู้สึกลึกซึ้งที่เซียวหนิงเอ๋อร์มีต่อตน ทว่าใครจะคิดถึงได้โฉมงามผู้แสนเย็นชาในอดีตกลับสามารถอ่อนโยนได้ถึงเพียงนี้
เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง เห็นเพียงเยี่ยจื่ออวิ๋นกำลังยิ้มชำเลืองมองเนี่ยหลีและก็หันไปมองเซียวหนิงเอ๋อร์ที่อยู่ไกลออกไป นางพูดขึ้นว่า “ในเมื่อเซียวหนิงเอ๋อร์ชอบเจ้ามากเช่นนี้เหตุใดเจ้าไม่ตอบตกลงกับนางไปเล่า?”
เนี่ยหลีเก็บหยกแดงชิ้นนั้นเอาไว้ หันมองเยี่ยจื่ออวิ๋นและพูดว่า “น่าเสียดาย คนที่ข้าชอบคือเจ้า!” ความรักจากสองโลกหัวใจของเนี่ยหลีไม่แปรผัน เนี่ยหลีเคยบอกความในใจให้หนิงเอ๋อร์รู้แล้วทว่าหนิงเอ๋อร์กลับไม่ยอมแพ้
ใบหน้าของเยี่ยจื่ออวิ๋นแดงระเรื่อและทอดถอนใจพูดขึ้นว่า “เนี่ยหลี หากเจ้ายังพูดเช่นนี้อีก ข้าจะ...อย่าคิดว่าข้าจะยอมถูกรังแกง่ายๆ เชียว!” เวลานี้เยี่ยจื่ออวิ๋นอดที่จะคิดถึงเหตุการณ์มากมายที่เกิดขึ้นในซากเมืองโบราณกู่หลันมิได้ในใจรู้สึกร้อนวาบขึ้นมา ชกหมัดออกไป
“แน่นอน ข้าจริงจังนะ!” เนี่ยหลียิ้มบางจ้องมองเยี่ยจื่ออวิ๋นด้วยสายตาลึกซึ้ง
“เจ้า ข้าไม่สนใจเจ้าแล้ว!” เยี่ยจื่ออวิ๋นกระทืบเท้าเร่าๆขณะหมุนตัวเตรียมจากไปก็พลันหยุดเท้า ยิ้มกว้างและพูดว่า “เช่นนั้นเจ้าลองบอกออกมา ข้ามีดีกว่าเซียวหนิงเอ๋อร์ที่ตรงไหน?”
เนี่ยหลียักไหล่พูดว่า “เรื่องนี้ไม่อาจเปรียบเทียบพูดได้เพียงว่า มีบางคนเกิดมาก็ถูกชะตาฟ้ากำหนด ไม่อาจแทนกันได้!”
จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเนี่ยหลี เยี่ยจื่ออวิ๋นตะลึงงันเล็กน้อยนางรู้สึกได้เลาๆ ว่าเนี่ยหลีมีเรื่องมากมายที่ยังไม่ได้บอกนางภายในดวงตาของเนี่ยหลีดูเหมือนจะมีเรื่องราวมากมายซุกซ่อนอยู่
หลังนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เยี่ยจื่ออวิ๋นเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสดใสและพูดว่า“ข้าปรารถนาจะให้สามีของข้าเป็นวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่เช่นท่านปู่ของข้าเขาจะต้องมีพลังพอที่จะสามารถเขย่าโลกใบนี้ได้ ปกป้องเมืองกวงฮุยด้วยชีวิต!” นางชำเลืองมองเนี่ยหลี ยิ้มๆ พูดต่อว่า “หากเจ้าก้าวขึ้นถึงระดับตำนานเมื่อใดไม่แน่ว่าข้าอาจจะยอมพิจารณา!”
“เดี๋ยว เหตุใดเจ้าพูดจาไม่เป็นคำเช่นนี้เจ้ามิใช่บอกไว้ว่าหากข้าก้าวถึงระดับทองเมื่อไหร่ก็จะยอมรับข้าหรอกหรือ?” เนี่ยหลีพูดหน้าเศร้า
“เมื่อครู่ข้าแค่พูดเล่น! ที่พูดไปไม่นับ! เจ้าไม่รู้หรือ พวกเราเด็กผู้หญิงไม่เคยพูดความจริง?” ครั้นกล่าวจบ แม่นางน้อยก็ส่งเสียงหัวเราะราวเสียงระฆังเงินออกมาวิ่งหนีไปราวกับนกนางแอ่นตัวหนึ่ง พริบตาเดียวก็จากไปไกลแล้ว
จ้องมองแผ่นหลังของเยี่ยจื่ออวิ๋น เนี่ยหลียิ้มบางๆ และพึมพำกับตนเอง “หากเป็นเช่นนี้ เหตุใดชาติที่แล้วเจ้าจึงเลือกข้าเล่า?” เนี่ยหลีในชาติที่แล้ว แม้กระทั่งระดับเงินก็ยังไปไม่ถึงทว่ากลับได้อยู่กับเยี่ยจื่ออวิ๋น “แต่อย่างไรก็แค่ผู้ควบคุมจิตอสูรระดับตำนานดูเหมือนก็ไม่ยากเท่าไหร่!”
เว่ยหนัน จูเสียงจวิ้น และจางหมิงต่างร่ำลาเนี่ยหลีออกจากโรงเรียนเพื่อกลับบ้าน
ตู้เจ๋อและลู่เพียวเดินเข้ามา
“พวกเราก็ต้องไปแล้ว!” ตู้เจ๋อพูดพร้อมกับยิ้มบางๆ
“อืม!” เนี่ยหลีพยักหน้าหงึกๆ “อีกหนึ่งเดือนพวกเราค่อยกลับมาพบกันใหม่!”
“อีกหนึ่งเดือนพบกัน!” ตู้เจ๋อพยักหน้าเมื่อคิดว่าตนกำลังจะได้กลับบ้าน ตู้เจ๋อก็อดที่จะรู้สึกตื่นเต้นมิได้กลับบ้านครั้งนี้ นอกจากวรยุทธ์ที่ดีขึ้นแล้วเนี่ยหลียังมอบเงินเหรียญจิตอสูรให้เขาไว้เป็นจำนวนมากอย่างน้อยที่สุดก็เพียงพอที่จะทำให้ครอบครัวของเขาพ้นจากความทุกข์ยากในใจเขาเต็มไปด้วยความสำนึกขอบคุณเนี่ยหลีเพราะเนี่ยหลีได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาไปอย่างสิ้นเชิง!
ลู่เพียวสองมือเท้าเอวและหัวเราะร่าขึ้นฟ้า “ในที่สุดข้าก็จะได้กลับบ้านแล้วกลับบ้านครั้งนี้ไม่ต้องถูกตาแก่ตีก้นแล้ว ฮ่าๆๆ”
เห็นท่าทางในตอนนี้ของลู่เพียว เนี่ยหลีและตู้เจ๋อมองหน้ากัน อดยิ้มเจื่อนๆออกมามิได้ ขยับตัวหนีห่างจากลู่เพียวเพราะนักเรียนรอบด้านพากันหันสายตาประหลาดมองมาทางนี้แล้ว
ลู่เพียวกอดใส่เนี่ยหลีอย่างแรงคราหนึ่ง หอมแก้มเนี่ยหลีจนน้ำลายเต็มหน้าฟอดหนึ่ง“พี่ชาย ข้ารักเจ้าแทบตาย!”
เห็นท่าทางของลู่เพียว เนื้อตัวเนี่ยหลีสั่นไปทั้งตัวผลักลู่เพียวถอยไปด้านข้างและพูดว่า “ไป ไป ไป ถอยไปไกลๆข้าไม่ชอบผู้ชาย!”
“ข้าก็ไม่ชอบผู้ชาย ท้องฟ้าเป็นสีฟ้า พื้นดินเป็นสีเขียว! ข้าไปก่อนแล้ว ฮ่าๆ อีกหนึ่งเดือนค่อยพบกันใหม่!” ลู่เพียวเวลานี้ท่าทางมีความสุขคล้ายคนเมาเล็กน้อย ก้าวเท้ายาวๆ จากไป
ตู้เจ๋อโบกมืออำลาเนี่ยหลีและก็จากไปเช่นกัน
เห็นสีหน้าเปี่ยมสุขของคู่หูทั้งสอง เนี่ยหลีอดยิ้มออกมามิได้เขาเดินตรงไปยังทิศที่ตั้งของครอบครัว
ทางภาคเหนือของเมืองกวงฮุย เมืองกวงฮุยกินอาณาเขตกว้างไกลนอกจากบริเวณตัวเมืองที่มีความรุ่งเรืองสองแห่งแล้ว ยังมีเมืองย่อยอีกหกแห่งจากโรงเรียนเซิ่งหลันไปถึงบ้านของเนี่ยหลีต่อให้มีรถเทียมม้าก็ยังต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าสองวันจึงจะถึง
ครอบครัวของเนี่ยหลีเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลเทียนเหิน ตระกูลเทียนเหินมีพื้นที่ในครอบครองกว้างใหญ่อยู่ในหุบเขาลึกแห่งหนึ่งทว่าทรัพย์สินที่นี่นับว่าอัตคัดยิ่งครอบครัวอาศัยการเพาะปลูกและเก็บสมุนไพรบนภูเขายังชีพโชคดีมีกำแพงเมืองและกองกำลังป้องกันของเมืองกวงฮุยประจำการอยู่ที่นี่ดังนั้นจึงนับเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยยิ่ง ปกติไม่มีสัตว์อสูรใดๆ เข้ามาโจมตีแม้จะเรียกว่าเป็นครอบครัวชนชั้นสูงตระกูลหนึ่งทว่าก็มีเพียงท่านประมุขคนเดียวเท่านั้นที่มียศตำแหน่งและตำแหน่งนี้มิได้สืบทอดต่อให้ลูกหลาน นั่นหมายความว่าหากท่านประมุขเสียชีวิตลงก็จะไม่มีเด็กรุ่นใหม่คนไหนสามารถรับช่วงสืบทอดตำแหน่งนี้ได้ตระกูลเทียนเหินก็จะมิใช่ครอบครัวชนชั้นสูงอีกต่อไป
ในฐานะที่เป็นหนึ่งในตระกูลขุนนางที่ตกต่ำมากที่สุดคฤหาสน์บ้านเรือนในตระกูลเทียนเหินจึงเก่าแก่และทรุดโทรมมากกำแพงล้อมหมู่บ้านก็อยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรมถึงขีดสุดจากการโจมตีของสัตว์อสูรที่ผ่านมาทว่าทางตระกูลไม่มีเงินที่จะซ่อมแซมดูแล
บริเวณนอกกำแพง มองเห็นทิวทัศน์อันสงบเรียบง่ายของพื้นที่เพาะปลูกผืนใหญ่คนกลุ่มหนึ่งกำลังปลูกพืชหลายอย่าง เมื่อพวกเขาเห็นเนี่ยหลีที่อยู่ไกลๆกำลังเดินใกล้เข้ามา ผู้คนต่างส่งเสียงทักทายเนี่ยหลี
“เนี่ยหลี เจ้ากลับมาแล้วรึ?” ผู้คนที่รับผิดชอบการเพาะปลูกมักไม่มีฐานะสูงส่งอยู่ในตระกูลและบิดาของเนี่ยหลีก็เป็นหนึ่งในคนเหล่านั้น
แม้ตระกูลเทียนเหินจะตกต่ำลง พวกเขายังมีจำนวนประชากรค่อนข้างสูงอยู่เฉพาะพื้นที่บริเวณนี้แห่งเดียวก็มีครอบครัวอยู่ร่วมพันครอบครัวแล้วซึ่งก็หมายความว่าจะมีจำนวนประชากรทั้งหมดอยู่ราวๆ ห้าถึงหกพันคน
ภายในตระกูลเทียนเหินมีเด็กที่ได้เข้าเรียนในโรงเรียนเซิ่งหลันอยู่ทั้งสิ้นยี่สิบหกคนเนี่ยหลีก็เป็นหนึ่งในนั้น อย่างไรก็ตาม นิสัยของเนี่ยหลีค่อนข้างสันโดษอีกประการหนึ่ง เด็กคนอื่นล้วนอยู่ในชั้นเรียนระดับกลางและระดับสูงแล้วดังนั้นวันหยุดของพวกเขาจึงช้ากว่าเล็กน้อย บางทีอาจจะอีกหนึ่งวันหรือสองวันพวกเขาจึงกลับถึงบ้าน
“พี่เนี่ยหลี ท่านกลับมาแล้ว!” เด็กหญิงตัวน้อยคนหนึ่งวิ่งเท้าเปล่าร่าเริงเข้ามาหาเนี่ยหลีนางผูกหางเปียเส้นหนึ่ง ใบหน้าเนียนราวหยก แลดูน่ารักยิ่ง
นางชื่อเนี่ยอวี่ เป็นลูกสาวของท่านอา
บิดาของเนี่ยหลีชื่อเนี่ยหมิง เขามีน้องชายคนเดียวพวกเขามีฐานะต่ำต้อยอยู่ในตระกูลเทียนเหินปกติอาศัยการเพาะปลูกเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ยังดีว่าผลผลิตจากการเพาะปลูกต้องจ่ายเข้าส่วนกลางเพียงหนึ่งในสามส่วนเท่านั้นที่เหลือสามารถเก็บไว้เลี้ยงตนได้โชคดีว่าทางตระกูลเป็นผู้จ่ายค่าเล่าเรียนของเนี่ยหลีแก่โรงเรียนเซิ่งหลันให้ดังนั้นจึงพอจะไม่ต้องกังวลเรื่องค่าอาหารค่าเครื่องนุ่งห่มมากนัก
ตระกูลเทียนเหินมีประชากรอยู่ราวห้าถึงหกพันคนมีจำนวนนักสู้ระดับทองแดงหกสิบคน นักสู้ระดับเงินหกคนผู้ควบคุมจิตอสูรระดับเงินสองคนและระดับทองหนึ่งคนนี่คือขุมกำลังของตระกูลเทียนเหิน
คนที่แข็งแกร่งที่สุดของตระกูลเทียนเหินคือท่านประมุขเนี่ยไห่ผู้ควบคุมจิตอสูรระดับทอง เขามีฐานะสูงสุดในตระกูลถัดมาเป็นนักสู้ระดับทองหนึ่งดาวสองคน และนักสู้ระดับทองสามดาวหนึ่งคน
ปกติแล้วเนี่ยหลีไม่ค่อยได้เห็นท่านประมุขเท่าไหร่นักเขามักปรากฏตัวในงานฉลองต่างๆ เท่านั้น
เนี่ยหลีลูบศีรษะของเนี่ยอวี่เบาๆ เขารักและเอ็นดูเนี่ยอวี่อย่างยิ่งจึงยิ้มจนตาหยีและเอ่ยถามว่า “เสียวอวี่อยู่บ้านเชื่อฟังหรือไม่?”
“อืม เสียวอวี่เชื่อฟังมาก!” เนี่ยอวี่พูดพร้อมพยักหน้าหงึกๆ “ข้าจะเป็นแบบพี่ชาย ไปเรียนที่โรงเรียนเซิ่งหลัน และเป็นนักสู้ให้จงได้!”
เนี่ยอวี่มักเห็นเนี่ยหลีเป็นแบบอย่างอยู่เสมอ เนี่ยหลีจึงอดรู้สึกละอายใจมิได้ก่อนเมืองกวงฮุยจะล่มสลาย วรยุทธ์ของเนี่ยอวี่สูงกว่าเขามากแล้วเนี่ยอวี่มักเป็นห่วงเขา ทว่าในฐานะที่เป็นพี่ชายกลับต้องคอยยืนหลบอยู่หลังน้องสาว ทำให้เนี่ยหลีหงุดหงิดใจอย่างยิ่งภายหลังเนี่ยอวี่ต่อสู้จนตัวตาย ช่างกล้าหาญนัก
แม้จมูกจะรู้สึกแสบรื้นขึ้นมาเล็กน้อย เนี่ยหลียังคงฝืนกลั้นไว้กลับมาบ้านแล้ว ช่างดีเสียจริง
เนี่ยหลีพาเสียวอวี่เดินไป และมองเห็นเนี่ยหมิงและเนี่ยไคสองคนหยุดมือจากงานส่งยิ้มให้กันและเดินเข้ามาหาเนี่ยหลีทันที