เวยฟางอาศัยความทรงจำน้อยนิดค่อยๆสืบหาตัวแม่นมฉี จากคำบอกเล่าของเพื่อนบ้านเก่านางอ้างว่าตนเองเป็หลานของแม่นมฉีที่เดินทางมาจากต่างอำเภอเพื่อตามหาจึงได้รับการบอกเล่าว่าแม่นมของนางกลายไปเป็หญิง รับใช้ที่จวนสกุลเถียนของเถียนฮุย
‘หากแม่นมฉีอยู่ที่นั่น ก็คงจะหาวิธีพบได้ไม่ยากนัก’
เมื่อรู้ที่อยู่ของแม่นมฉีแน่ชัดเวยฟางก็รู้สึกสบายใจนางกลับไปถึงจวนสกุลเหมาก็ได้ยินว่าคุณชายใหญ่ไปจวนสกุลโซว่นางก็ยิ่งตื่นเต้น
“ฉู่เยว่ใช่ใต้เท้าผู้นั้นชื่อว่าโซว่เจี้ยนกั๋วหรือไม่?”
“เ้าค่ะครอบครัวใต้เท้าโซว่กับครอบครัวของนายท่านรู้จักกันมานานแล้วแต่ก่อนใต้เท้าโซว่ยังพาคุณชายและคุณหนูมาเยือนที่นี่บ่อยๆดูเหมือนนายท่านจะหวังเป็ทองแผ่นเดียวกันกับสกุลโซว่นี่ล่ะ”ฉู่เยว่หลุดปากออกไปแล้วก็ใ นางมีฐานะสาวใช้ประจำตัวของเวยฟาง แม้เวยฟางจะไม่ได้รับการยกย่องกับคนภายนอกว่าเป็คู่หมั้นของคุณชายแต่นายหญิงก็สั่งว่าในบ้านต้องดูแลนางอย่างดีจนกว่านางจะได้แต่งออกจากเรือนไปการพูดเื่ของคุณชายเช่นนี้ดูเหมือนจะเป็การตอกย้ำฐานะที่ไม่ถูกยอมรับของเวยฟางในสกุลเหมา
เวยฟางดูสีหน้าของฉู่เยว่แล้วก็หัวเราะ“เ้าไม่ต้องคิดมากไปหรอก ข้าเองก็ไม่ได้อยากอยู่เป็นายหญิงจวนนี้สักหน่อย”
“พวกเ้าเคยติดตามคุณชายไปจวนสกุลโซว่หรือไม่?”
“ไม่เคยเ้าค่ะ”
เวยฟางคิดหาวิธีจะไปสืบเื่ของสกุลโซว่จึงได้ยอมไปหาเหมาฮ่าวที่เรือนของเขาเมื่อนางได้พบกับเขาก็รีบขอร้องในทันที
“คุณชายเหมาข้าขอติดตามท่านไปจวนสกุลโซว่ด้วยคนได้หรือไม่? เอ่อ...ข้าไปในฐานะสาวใช้นะท่านอย่าเพิ่งเข้าใจผิด”
เหมาฮ่าวนึกสงสัยว่านางอยากจะไปจวนนั้นด้วยเหตุใด?เท่าที่เขาได้ยินมานางเพิ่งเคยย่างเท้าเข้ามาในเมืองหลวงและหากจะคิดว่านางหึงหวงเขาก็ไม่น่าจะเป็ไปได้เพราะนางไม่ได้มีท่าทีสนใจในตัวเขาด้วยซ้ำ
“เอาสิ!ข้าจะบอกพวกเขาว่าเ้าเป็สาวใช้ประจำตัวข้าก็แล้วกัน”
โซว่ซิ่นมี่ได้ยินจากมารดาว่าเหมาฮ่าวจะมาเยี่ยมที่จวนก็ดีใจนางแต่งตัวแต่งหน้าอย่างสวยงามไปนั่งรอม้านั่งใกล้ประตูใหญ่เมื่อเขาปรากฏตัวก็รีบลุกไปต้อนรับเมื่อหลายปีก่อนบิดาของนางเคยพานางกับพี่ชายไปเยือนจวนสกุลเหมาเพื่อเป็การสานสัมพันธ์เพราะบิดาของเขาเป็ขุนนางที่อยู่ในระดับสูงกว่าบิดาของนางอีกทั้งยังสนิทสนมกับขุนนางผู้ใหญ่หลายคน โซว่เจี้ยนกั๋วจึงคิดอยากจะให้ใต้เท้าเหมาช่วยสนับสนุนแต่เพราะเหมาฮ่าวเป็คนเข้าถึงได้ยากแม้ว่าพี่ชายของนางกับนางจะพยายามเขาไปตีสนิทแต่เขาก็ไม่ยอมให้ความสนิทสนมยังคงระยะห่างเอาไว้อย่างสุภาพ
“คุณชายเหมาไม่พบกันนานนะเ้าคะ?”
“ข้ามาพบท่านพ่อกับท่านแม่ของเ้าเพื่อเอาของฝากมาให้”เขาชี้แจงด้วยสีหน้าราบเรียบ
เวยฟางมองสีหน้าแววตาของโซว่ซิ่นมี่แล้วก็เห็นว่าดอกไม้มีใจ
“เชิญคุณชายข้างในเลยเ้าค่ะท่านพ่อกับท่านแม่รออยู่”
ท่าทางหมางเมินเ็าของเหมาฮ่าวทำให้นางพอจะดูสถานการณ์ออกเมื่อเขาเดินเข้าไปถึงห้องโถงโดยมีนางกับฉู่เยว่เดินตามหลัง ก็ได้เห็นการต้อนรับขับสู้ของใต้เท้าโซว่กับฮูหยินที่ดูเหมือนจะเกรงใจเขาแต่ขณะเดียวกันก็ดูมิได้ดีใจจนออกนอกหน้าอย่างที่บุตรสาวแสดงออกเหมาฮ่าวสั่งให้บ่าวรับใช้ขนเอาของฝากมาให้สองสามีภรรยาเ้าของจวนดู
“ท่านแม่ให้ข้าเอาของเหล่านี้มาฝากพวกท่านขอรับ”
มารดาของโซว่ซินมี่ยิ้มกว้างของฝากของสกุลเหมาล้วนเป็ของดี น่าเสียดายที่เหมาฮ่าวมีชื่อเสียงฉาวโฉ่ไปทั่วเมืองหลวงแม้ตระกูลของเขามีอำนาจบารมีอยู่พอสมควรแต่นางกับสามีก็กระอักกระอ่วนที่จะตอบรับเขามาเป็ บุตรเขยเพียงแต่คนทั้งสองไม่อาจจะขัดบุตรสาวที่เอาแต่ตีโพยตีพายไม่ยอมออกเรือนกับผู้อื่นนอกจากเหมาฮ่าว
เวยฟางแสร้งทำเป็ขอตัวไปห้องน้ำเพื่อจะได้ลอบไปพูดคุยกับบ่าวและสาวใช้ในจวนนี้นับว่า์เข้าข้างนางเห็นสาวใช้สองคนกำลังนั่งคุยกันอยู่ใกล้ๆเรือนครัวก็ทำทีเข้าไปทักทาย
“คุณชายเหมาของข้ารูปงามสง่าเ้าว่าเหมาะสมกับคุณหนูรองหรือไม่?”
“ฮ่าๆฮ่าๆ เ้าคิดว่านายท่านของพวกข้าจะชอบคุณชายใหญ่เหมาของเ้าหรือ? เ้าคิดผิดแล้ว?จริงอยู่คุณชายอาจจะรูปร่างหน้าตางามสง่าแต่ชื่อเสียงของเขาผู้คนระอาเอือมกันทั้งนั้นไม่มีบ้านใดอยากได้ไปเป็บุตรเขยหรอก? หากจะมีโอกาสก็เพียงแค่คุณหนูรองยังปักใจอยู่กับคุณชายของเ้าเท่านั้นล่ะ”
“ใช่ๆครั้งก่อนที่สกุลปันส่งคนมาดูตัวคุณหนูก็ปิดห้องร้องไห้ฟูมฟายไปสามวันสามคืนเพราะไม่อยากให้นายท่านรับหมั้นซ้ำยังขู่อีกว่าหากกล้ารับหมั้นนางให้สกุลอื่นนางจะผูกคอตาย”สาวใช้สองคนทำหน้าสยดสยอง
เวยฟางพยักหน้าหงึกหงัก“หากเป็เช่นนี้เห็นทีนายท่านของพวกเ้าคงต้องจำใจรับเอาคุณชายของเราเอาไว้แล้ว”
ครั้นเดินกลับมาเหมาฮ่าวก็กำลังจะลากลับเวยฟางมองหน้าเขาแล้วรู้สึกโล่งใจหากว่าได้รับแรงสนับสนุนจากบิดามารดาของเขาไม่แน่ว่าชายหนุ่มอาจจะแต่งเอาโซว่ซิ่นมี่ผู้นี้ไว้เป็ฮูหยินเอกส่วนนางก็จะได้เป็อิสระตามที่หม่าฮูหยินสัญญาไว้
เหมาฮ่าวรู้สึกสะบัดร้อนสะบัดหนาวเมื่อเห็นท่าทางกระหยิ่มยิ้มย่องของเวยฟาง‘นี่ข้าพลาดอะไรไปหรือไม่?รอยยิ้มนางดูมีเลศนัยนัก’
เวยฟางเข้าไปรายงานเื่ที่ตนรับฟังมาจากบ้านสกุลโซว่ให้กับ หม่าฮูหยินได้รับทราบ
“เ้าทำได้ดีมาก!เช่นนั้นข้าจะให้รางวัลเ้าก็แล้วกัน” หญิงวัยกลางคนมองดูเวยฟางอย่างพึงพอใจเมื่อหญิงสาวผู้นี้ไม่ได้มุ่งหวังอยากเป็ลูกสะใภ้ของตนฮูหยินจึงได้ให้ความเมตตากับนางและมองเห็นว่านางช่างเป็คนขยันขันแข็งไม่ว่าจะสั่งการสิ่งใดนางก็ทำได้ดีหม่าฮูหยินหยิบเอาปิ่นปักผมที่ตนไม่ค่อยได้ใช้ออกมายื่นให้เวยฟางหญิงสาวมองเห็นแล้วก็รีบโค้งขอบคุณและรับเอาไว้
“นี่เ้าไม่คิดจะปฏิเสธก่อนเลยหรือ?”
“ปฏิเสธทำไมกันเ้าค่ะ?ในเมื่อนายหญิงมีเมตตา บ่าวที่ดีก็ต้องรับเอาไว้และตั้งใจตอบแทนคุณเ้าค่ะ”
หม่าฮูหยินพอใจในคำตอบจึงได้เอ่ยปากจะสอนการเย็บปักให้กับนาง
“ในสกุลหม่าของข้ามีการสอนปักเย็บชั้นสูงซึ่งถ่ายทอดเฉพาะคนในสกุลข้าเห็นว่าเ้ามีวาสนาได้เข้ามาในจวนนี้ อีกทั้งยังทำให้ข้าพอใจยิ่งนักวันหน้าหากเสี่ยวฮ่าวถอนหมั้นเ้าไปและข้าให้เ้าแต่งเข้าเรือนผู้อื่น ข้าก็หวังให้เ้าได้รับความเมตตาครอบครัวสามี”
เวยฟางได้ยินเช่นนั้นก็รีบคุกเข่าโขกศีรษะขอบพระคุณนางนับว่าโชคดีที่พออ่านออกเขียนได้เพราะตาเฒ่าเวยนั้นพอจะทำได้แต่ก็ไม่ได้มากมายนักต่อให้นางอยากมีความรู้มากกว่านี้ก็ไม่มีโอกาสในเมื่อหม่าฮูหยินยินดีจะถ่ายทอดความรู้เวยฟางจึงคิดจะรีบไขว่คว้า
“ขอบพระคุณนายหญิงที่เมตตานะเ้าคะ”
*******************