“ตอนนี้พวกเธอเพิ่งจะเปลี่ยนอาชีพมาใหม่ๆไม่เพียงแต่จะมีสกิลน้อยและสร้างดาเมจได้ต่ำเท่านั้น แต่ยังไม่มีอุปกรณ์ดีๆมาเสริมพลังด้วย ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับพวกมอนสเตอร์ระดับต่ำเหล่านี้ก็อาจตกอยู่ในอันตรายได้”
“บวกกับข้อจำกัดของกฎทำให้ครูในโรงเรียนของเราไม่สามารถเข้าไปในเขตพื้นที่ระดับต่ำเพื่อปกป้องพวกเธอได้”
สิ้นเสียงนั้นสวี่ว่านเฉิงก็ะโเตือนอีกครั้งว่า “เพราะฉะนั้นต่อจากนี้ฉันหวังว่าทุกคนจะระวัง ระวัง และระวังให้มากที่สุดอย่าโลภจนบุ่มบ่ามเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้า เพราะยิ่งลึกเข้าไปในบึงทมิฬเลเวลของมอนสเตอร์ก็จะยิ่งสูงขึ้นดังนั้นทุกคนควรปักหลักเก็บเลเวลอยู่แค่บริเวณชายขอบของบึงก่อน รอจนเลเวลถึง 5แล้วค่อยเข้าไปสำรวจในส่วนลึกของบึง”
“อ้อ อีกอย่างพวกเธอสามารถหาเพื่อนร่วมชั้นที่สนิทกันมาร่วมทีมเพื่อเก็บเลเวลได้การทำแบบนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยลดความเสี่ยงลงได้อย่างมหาศาลแต่ยังเพิ่มประสิทธิภาพในการเก็บเลเวลด้วย เข้าใจกันไหม?”
“เข้าใจครับ/ค่ะ”
เหล่านักเรียนที่ได้ยินดังนั้นต่างพากันขานรับเป็เสียงเดียวกัน
“ดีมาก!”
สวี่ว่านเฉิงพยักหน้าอย่างพอใจแล้วกล่าวต่อว่า“เนื่องจากทุกคนเพิ่งเปลี่ยนอาชีพมาและยังไม่มีอุปกรณ์ที่เหมาะสมโรงเรียนจึงได้เตรียมอุปกรณ์สำหรับมือใหม่ไว้ให้ชุดหนึ่ง ก่อนจะลงจากรถขอให้ทุกคนมาเข้าแถวรับตามสายอาชีพของตัวเอง”
“ครับ/ค่ะ”
เหล่านักเรียนขานรับพร้อมกันอีกครั้งแต่ละคนกำหมัดแน่นด้วยความตื่นเต้นเห็นได้ชัดว่าพวกเขามีความคาดหวังต่อการออกไปอัปเลเวลในครั้งนี้มากเพียงใด
นี่เป็ครั้งแรกในชีวิตที่พวกเขาจะได้ออกไปต่อสู้จริงๆหลังจากเปลี่ยนอาชีพเป็อาชีพสายต่อสู้
และการได้เป็ผู้ใช้อาชีพสายต่อสู้ก็หมายความว่า ต่อไปพวกเขาสามารถพึ่งพาการตีมอนสเตอร์ตามธรรมชาติ สำรวจแดนลับหรือรับภารกิจต่างๆ เพื่อฟาร์มค่าประสบการณ์และเลื่อนเลเวลทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ และเปลี่ยนโชคชะตาของตัวเองไปโดยสิ้นเชิง
ประมาณหนึ่งชั่วโมงผ่านไปหลังจากเดินทางมาอย่างยาวนาน ในที่สุดทุกคนก็มาถึงจุดหมายปลายทางคือ บึงทมิฬ
ก่อนลงจากรถทุกคนเริ่มทยอยรับอุปกรณ์ตามคำสั่งของสวี่ว่านเฉิง
อุปกรณ์มือใหม่ที่โรงเรียนมัธยมตงหลินที่สามจัดหาให้นั้นเรียบง่ายมากแต่ละคนจะได้รับอาวุธหนึ่งชิ้นและเกราะส่วนอกหนึ่งชิ้นเท่านั้น
ในจำนวนนั้นสายเวทจะได้รับ‘ไม้เท้าเวท’ และ ‘ชุดคลุมจอมเวท’เหมือนกันหมด
ส่วนสายอาชีพกายภาพจะได้รับอาวุธประเภทดาบกระบี่ หรือหน้าไม้ แตกต่างกันไปตามอาชีพและพร์แม้แต่เนื้อวัสดุของเครื่องป้องกันก็มีความหลากหลาย
ในฐานะที่ลู่เซิ่งเป็พาลาดินเขาจึงได้รับอาวุธประจำอาชีพอย่าง ‘ค้อนศึก’ที่หนักกว่าสิบชั่ง และชุดเกราะเหล็กแผ่นที่ทำขึ้นแบบหยาบๆ
[ค้อนศึกมาตรฐาน]
[พลังโจมตี: 7-12]
[คุณภาพ: ทั่วไป]
......
[ชุดเกราะมาตรฐาน]
[พลังป้องกัน: 5-10]
[คุณภาพ: ทั่วไป]
......
อาวุธมือใหม่ที่มัธยมตงหลินที่สามแจกให้นั้นเป็อุปกรณ์ระดับทั่วไปขั้นต่ำสุดไม่เพียงแต่จะไม่มีค่าสถานะโบนัสใดๆพลังโจมตีและพลังป้องกันยังต่ำเตี้ยเรี่ยดินจนน่าอนาถ
ทว่าเขามีพร์การต่อสู้ระดับที่เรียกได้ว่าฝืนกฎ์อย่าง‘เสริมพลังหมื่นเท่า’ ติดตัวอยู่อุปกรณ์จะดีหรือร้ายจึงไม่มีผลกับลู่เซิ่งมากนัก เขาไม่ได้เื่มากแต่อย่างใดและเลือกสวมใส่ค้อนศึกกับชุดเกราะที่ตัวทันที
หลังจากรับอุปกรณ์เสร็จลู่เซิ่งก็เดินตามกลุ่มคนลงมาจากรถบัส
ทันทีที่ก้าวลงจากรถกลิ่นคาวและอับชื้นที่เหม็นเน่าสุดขีดก็พุ่งเข้าปะทะจมูก
ลู่เซิ่งมองไปข้างหน้าตามสัญชาตญาณ
เบื้องหน้าไม่ไกลนักบึงขนาดมหึมาที่ปกคลุมไปด้วยเงามืดครึ้มปรากฏขึ้นแก่สายตา
“นี่น่ะเหรอบึงทมิฬ...”
ลู่เซิ่งพึมพำในปากพลางมองไปรอบๆ ด้วยความสนใจ
ในจังหวะนั้นเองณ บริเวณชายขอบของบึงค้างคาวั์ตัวหนึ่งที่กางปีกกว้างร่วมครึ่งเมตรก็ดึงดูดความสนใจของเขาขึ้นมา
[ค้างคาวทมิฬ]
[เลเวล: 1]
[ค่าพลังชีวิต: 250]
[การประเมินระดับดาวพลังรบ: 9 ดาว]
[สกิลเฉพาะตัว: เขี้ยวกระหายเื]
...นี่คือสัตว์ป่าที่ถูกพลังแห่งความมืดกัดกิน
......
“พลังชีวิตเยอะชะมัด”
เมื่อเห็นค่าสถานะพื้นฐานของค้างคาวทมิฬลู่เซิ่งก็อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา
ต้องรู้ก่อนว่าหลังจากที่ผู้ใช้อาชีพเปลี่ยนอาชีพเสร็จ ค่าพลังชีวิตเริ่มต้นจะมีเพียง 100หน่วยเท่านั้น
แต่เ้าค้างคาวทมิฬตัวนี้เป็เพียงมอนสเตอร์เลเวล1ที่ธรรมดาที่สุด กลับมีค่าพลังชีวิตสูงถึง 250 หน่วย
หากไม่ใช้พร์‘เสริมพลังหมื่นเท่า’ ลู่เซิ่งประเมินว่าลำพังแค่ตัวเขาเองคนเดียวคงจะเอาชนะค้างคาวทมิฬตัวนี้ได้ลำบาก
ไม่แปลกใจเลยที่ก่อนหน้านี้สวี่ว่านเฉิงจะคอยย้ำเตือนบนรถบัสหลายครั้งให้ทุกคนระวัง ระวัง และระวังให้มาก
ในขณะที่ลู่เซิ่งกำลังสังเกตการณ์สภาพแวดล้อมรอบตัวอย่างละเอียดอยู่นั้นเอง
“ฉัน้าเพื่อนร่วมทีมเก่งๆ สักสองสามคน ใครสนใจรีบมาทางนี้”
ในที่ไม่ไกลนักหลี่เทียนหัวะโเรียกผู้คนรอบข้าง
“อะไรนะ? รุ่นพี่เทียนหัวเป็ฝ่ายประกาศหาเพื่อนร่วมทีมเองเลยเหรอ?”
ครืน...
สิ้นคำพูดนั้นผู้คนรอบข้างก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเกิดความโกลาหลขึ้นทันที
“รุ่นพี่เทียนหัว พ่วงผมไปคนหนึ่งสิครับ!”
“ฉันด้วย ฉันด้วยค่ะ!!”
......
เสียงะโเซ็งแซ่ดังกึกก้อง
ทุกคนต่างตื่นเต้นกันสุดขีดเพราะไม่มีใครคาดคิดว่าคนที่เป็ผู้ใช้อาชีพลับอย่างหลี่เทียนหัวจะยอมรวบรวมเพื่อนร่วมทีมด้วยตัวเองเพียงพริบตาเดียวฝูงชนก็รายล้อมรอบตัวเขาจนทางเดินแทบจะตัน
และหลี่เทียนหัวก็ไม่ได้โกหกเขาคัดเลือกคนจากฝูงชนอย่างจริงจัง
ไม่นานนักเขาก็เลือกเพื่อนร่วมทีมที่เหมาะสมได้ 4 คนประกอบด้วย นักรบหนึ่งคน นักบวชหนึ่งคน นักฆ่าหนึ่งคน และนักแม่นปืนหนึ่งคน
เมื่อมองดูเพื่อนร่วมทีมที่ทรงพลังรอบตัวหลี่เทียนหัวก็มีความมั่นใจพุ่งพรวดเขาอดไม่ได้ที่จะหันไปเยาะเย้ยลู่เซิ่งที่อยู่ไม่ไกลว่า“ไอ้ขยะ ครั้งนี้แกแพ้แน่ เตรียมตัวหาที่นอนข้างถนนหรือยัง? ฮ่าฮ่าฮ่า!”
“เอ่อ... ก็แค่มาตีมอนสเตอร์ในเขตมือใหม่ต้องเล่นใหญ่จัดเต็มขนาดนี้เลยเหรอ?”
เมื่อเห็นทีมสมบูรณ์แบบที่หลี่เทียนหัวสร้างขึ้นลู่เซิ่งก็ได้แต่แอบมองบน
“จะมาโทษฉันไม่ได้นะ ก่อนหน้านี้แกไม่ได้บอกนี่ว่าห้ามจัดทีม!” หลี่เทียนหัวทำหน้าภูมิใจเต็มประดา
แม้ว่าั้แ่ต้นจนจบเขาจะไม่เคยเห็นลู่เซิ่งอยู่ในสายตาเลยก็ตาม
แต่ที่เขาทำไปก็เพราะคติที่ว่า‘ราชสีห์ล่ากระต่ายยังต้องใช้กำลังทั้งหมด’
เพื่อให้ได้เงินหนึ่งล้านที่อยู่แค่เอื้อมนั้นมาหลี่เทียนหัวจึงเริ่มใช้เล่ห์เหลี่ยมเล็กๆ น้อยๆ เป็ครั้งแรกและตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะมอบบทเรียนที่ลู่เซิ่งไม่มีวันลืมไปชั่วชีวิตให้ได้
“เอาเถอะ ในเมื่อแกอยากเล่น ฉันก็จะเล่นเป็เพื่อนแกเอง”
ลู่เซิ่งมองดูหลี่เทียนหัวที่กำลังลิงโลดแล้วยิ้มออกมาอย่างไม่ยี่หระ
เพราะในเวลานี้พร์เสริมพลังหมื่นเท่าของเขาเพิ่งจะสิ้นสุดระยะเวลาคูลดาวน์ 24ชั่วโมงพอดี
เดิมทีเขาตั้งใจจะใช้‘เสริมพลังหมื่นเท่า’ กับสกิล ‘พรจาก์’
แต่พอคิดดูว่าค่าสถานะที่เพิ่มขึ้นจากพรจาก์นั้นดูโดดเด่นเกินไปและอาจจะทำให้ความลับของเขาถูกเปิดโปงได้ง่าย
หลังจากยั้งคิดอยู่ครู่หนึ่งลู่เซิ่งจึงตัดสินใจใช้ความคิดสั่งการทันที
“เสริมพลังหมื่นเท่า พิพากษาศักดิ์สิทธิ์”
วิ้ง...
วินาทีต่อมาแสงศักดิ์สิทธิ์อันเจิดจรัสก็ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้าอย่างไร้สัญญาณเตือนปกคลุมร่างของลู่เซิ่งไว้ทั้งหมด
‘พิพากษาศักดิ์สิทธิ์’ เป็หนึ่งในสกิลโจมตีไม่กี่อย่างของพาลาดินเมื่อเปิดใช้งานแล้ว จะทำให้การโจมตีปกติมีดาเมจเพิ่มเติมติดมาด้วย 1 หน่วย เป็เวลาหนึ่งชั่วโมง
ทว่าสกิลนี้กลับไม่มีการแสดงเอฟเฟกต์ใดๆออกมาให้เห็น ลู่เซิ่งจึงไม่รู้ว่าพร์เสริมพลังหมื่นเท่าของเขานั้นแสดงผลออกมาแบบไหนกันแน่
“ลองทดสอบดูก่อนละกัน”
ลู่เซิ่งกระชับค้อนศึกในมือแน่นเขาเดินก้าวไปข้างหน้าทีละก้าวมุ่งตรงสู่บึงทมิฬเบื้องหน้าด้วยความตื่นเต้นและเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง