หลังจากที่ทำอาหารเย็นวันนั้นเหมยอิงก็เสนอตัวขอเป็คนทำอาหารให้ทุกคนกิน เพราะเธอไม่อยากลงแปลงนาจึงขอช่วยทุกคนในการทำอาหารและงานบ้านต่างๆทุกคนแปลกใจแต่ก็ยินดี ย่าหนิงมีความสุขมากที่หลานรักรู้จักช่วยเหลือครอบครัวไม่เอาแต่ใจเหมือนแต่ก่อน
หลังจากทำงานบ้านเสร็จแล้ว เหมยอิงนั่งคิดทบทวนเนื้อหาในนิยายที่เคยอ่าน ตอนนี้ร่างนี้อายุ 17 ปีเรียนอยู่มัธยมปลายในขณะที่นางเอกลี่หลิงอายุ 14 ปีเรียนหนังสือแค่จบมัธยมต้นไม่ได้เรียนต่อมัธยมปลาย อีก 2 ปีพระเอกถึงจะได้เจอนางเอกเพราะมาทำภารกิจใกล้หมู่บ้านและได้รับาเ็ ส่วนนางเอกไปเก็บผักบนเขาทำให้ได้เจอกับพระเอกเลยได้ช่วยเหลือไว้
เธอเหลือเวลาอีก 2 ปีเนื้อเื่ถึงจะเดินตามในนิยายเพราะเวลาก่อนหน้านี้ในนิยายไม่ได้เขียนลงรายละเอียดไว้ฉะนั้นเธอจะต้องทำดีกับนางเอกให้มากๆเพื่อเป็พี่สาวสุดที่รัก และจะไม่แย่งพระเอกกับนางเอกเป็อันขาดเพื่อจะได้ไม่พบจุดจบเหมือนในนิยาย
ส่วนผู้ชายที่เธออยากได้ค่อยหาหลังจาก 2 ปีเหมือนกันเพราะเนื้อหาในนิยายหลังจาก 2 ปีจะเริ่มผ่อนปรนหลายอย่างสามารถค้าขายในเมืองได้ ่นี้เธอจะพยายามหาลู่ทางทำเงินไว้ก่อนเพราะเธออยากเรียนต่อมหาลัยในเมืองปักกิ่งและอยากให้นางเอกได้เรียนด้วย
ในนิยายเนื่องจากนางเอกเรียนน้อยทำให้แม่พระเอกไม่พอใจ หาทางให้พระเอกกับนางเอกได้เลิกกัน เธอจึงอยากช่วยเหลือนางเอกให้ได้คู่กับพระเอกอย่างราบรื่น แล้วเธอก็จะหาผู้ชายรอบตัวพระเอกเนื่องจากพระเอกเป็คนรวย เป็นายพลฉะนั้นเพื่อนๆพระเอกต้องรวยและเก่ง
กลับมาที่ปัจจุบันเธอคิดหาทางทำเงิน เพื่อจะได้ให้นางเอกเรียนต่อ โดยเธอคิดว่าจะให้อาอู๋เหวินและพี่หลิวหย่างจับปลากับกุ้งไปลองขายตามภัตตาคารในเมือง ถ้าไม่ได้ก็ต้องไปลองขายตามตลาดในเมือง งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้เธอลองเข้าเมืองไปหาดูลู่ทางก่อนดีกว่า
"เย็นนี้จะทำอะไรให้ทุกคนกินดีนะ" กินปลา กุ้ง มา 3 วันแล้วเธอเริ่มเบื่อแล้วเหมือนกัน ถึงทุกคนจะดูไม่เบื่อเลยก็เถอะ เย็นนี้เธอลองเข้าป่าไปเก็บหน่อไม้เก็บเห็ด มาทำแกงหน่อไม้และดูอย่างอื่นมาทำเพิ่มดีกว่า
"เออใช่ มีดงสับปะรดด้วยนี่ตอนนี้น่าจะเริ่มสุกกันเพิ่มมากขึ้นแล้วถ้าให้อาลู่เหวินกับพี่หลิวหยาง เอาไปขายด้วยก็น่าจะได้นะ"เธอพูดขึ้นเมื่อนึกขึ้นได้ในขณะเดินเข้าป่า
วันนี้เธอต้องเดินเข้าป่าลึกขึ้นเผื่อจะเจอผลไม้หรืออะไรที่สามารถกินได้และนำไปขายจะได้มีรายได้เพิ่มขึ้นเร็วๆ โรงเรียนจะเปิดเทอมอีก1 เดือนจะได้ให้ลี่หลิงไปสมัครเรียนมัธยมปลายได้
เมื่อเธอเดินลึกเข้าไปเลื่อยๆก็ได้ยินเสียงเหมือนสัตว์คุ้ยเขี่ยหาอาหารเธอเลยเดินย่องเข้าไปทางเสียงที่ได้ยิน ปรากฏว่าเจอไก่อยู่ 4-5 ตัวหาอาหารอยู่แถวนั้น เธอดีใจมากดูเหมือนว่าวันนี้เธอจะดวงดีอีกแล้ว
"แล้วจะจับมันยังไงดีนะ"เธอคิดพร้อมมองดูรอบๆเพื่อจะเจออะไรที่สามารถช่วยจับไก่ได้ รอบป่ามีแต่เศษหญ้าใบไม้แล้วก็เถาวัลย์ ถ้าวิ่งเอาไม้ไปทุบก็น่าจะได้แค่ตัวเดียว จริงสิเธอมีตะกร้าสะพายหลังอยู่ถ้าเอาตะกร้าไปคว่ำจับอาจจะได้สัก 2 ตัวก็ได้นะ
เมื่อคิดได้ดังนั้นเธอจึงปลดตะกร้าสะพายหลังออกและเดินย่องเข้าไปอย่างช้าๆพร้อมกับท่องในใจว่า(จงไม่เห็นฉันจงไม่เห็นฉันๆ)เมื่อได้ระยะแล้วเธอก็เล็งไกลตัวใหญ่ 2 ตัวที่อยู่ใกล้กันแล้วะโใส่เอาตะกร้าครอบเมื่อจับได้แล้วเธอก็หาเถาวัลย์มามัดไก่ทั้ง 2 ตัวและใส่ตะกร้าไว้
เมื่อเดินเข้าไปอีกหน่อยเธอก็เจอกับต้นสละหลายสิบต้นที่มีผลห้อยเติมไปหมด
"โอ้!ได้ของขายเพิ่มแล้ว"เธอพูดขึ้นอย่างดีใจและเดินเข้าไปหาต้นสละเด็ดเอาลูกมาพวงนึงเพราะพวงมันใหญ่มากเธอไม่สามารถเอาไปเยอะได้ เดี๋ยวค่อยให้น้าอู่เหวินกับพี่ชายหลิวหย่างเข้ามาเก็บไปขาย
"วันนี้พอแค่นี้ก่อนดีกว่ากลับไปทำไก่ย่างต้มยำไก่ แกงหน่อไม้เอาไว้มื้อหลังแล้วกันวันนี้ขอกินไก่ก่อน"แล้วเธอก็เดินกลับบ้านเพื่อไปเตรียมตัวทำอาหารเย็นให้ทุกคนกิน
เมื่อทุกคนเลิกงานกลับมาอาหารก็พร้อมทานแล้วทุกคนใเป็อย่างมากเมื่อเห็นเนื้อไก่ต่างถามเธอว่าไปได้มาได้ยังไง เธอจึงเล่าวิธีการจับให้ทุกคนฟัง
"เข้าป่าคนเดียวไปลึกขนาดนั้นมันอันตรายนะลูกคราวหลังถ้าจะเข้าไปให้น้าหรือพี่ชายเขาเข้าไปด้วยดีกว่านะ"ย่าหนิงพูดขึ้นอย่างเป็ห่วง และทุกคนก็พยักหน้าเห็นด้วย
"ค่ะคุณย่า มาๆเรามากินข้าวกันก่อนดีกว่าค่ะวันนี้เหมยมีผลไม้เป็สละให้ลองกินกันด้วยนะคะ"เธอพูดขึ้นพร้อมกับหยิบสละขึ้นมาให้ทุกคนดู
"เหมยอิงจ๊ะไอ้ลูกหนามนี่มันกินได้ด้วยหรอ"อาสะใภ้พูดถามขึ้น
"กินได้สิค่ะ เราจะแกะกินเนื้อด้านในมันแบบนี้เนื้อด้านในมันหวานอร่อยมากเลยนะคะเดี๋ยวเรามากินข้าวกันก่อนค่อยมากินกันค่ะ เหมยรับรองกินได้อร่อยแน่"พร้อมกับแกะสละให้ทุกคนดู
เมื่อทุกคนได้ลองกินก็พบว่าเนื้อมันแน่น หวานอร่อยจริงๆ ถึงจะแกะกินลำบากเพราะโดนหนามตำบ้างก็เถอะ
หลังจากกินข้าวมื้อเย็นกันเสร็จเหมยอิงก็คุยปรึกษากับทุกคนเื่การหารายได้โดยการจับปลาและกุ้งไปขายให้ภัตตาคาร และนำผลไม้พวกสับปะรดและสละไปลองขายด้วย เพื่อจะได้มีเงินส่งลี่หลินเรียนมัธยมปลายใน่เปิดเทอมหน้านี้
ทุกคนได้ยินก็แปลกใจ แต่ก็ยินดีโดยเฉพาะลี่หลินเธอดีใจมากที่จะได้เรียนต่อ ทุกคนจึงปรึกษากันว่าวันหยุดหน้าจะลองเข้าไปขายในเมืองดู