บทที่ 1 เมืองนี้วุ่นวายดีจริงๆ
ข้อมูลที่ข้าได้รับจากรูนเขตแดนยังไม่น่าสนใจเท่านี้ สิ่งที่ตัวข้าได้เห็นอยู่ตอนนี้คือ ความสวยงามและแปลกตาในยามเช้า แสงสะท้อนเหมือนต้องมนตร์สะกด ช่างเป็จินตภาพที่สวยงามหาใดเปรียบมิได้ ร่างบางตื่นขึ้นมาในยามเช้าด้วยเสียงแห่งธรรมชาติและทิวทัศน์ที่สวยงาม “ข้าเลือกตรงนี้ก็ดีไม่น้อย” ได้แต่คิดว่า หากมีขนมในตอนเช้าก็ดี เมื่อคิดได้ดังนั้นแล้วร่างบางก็ลุกขึ้นยืนและเดินเข้าไปที่ครัวภายในบ้าน อุปกรณ์เวทมนตร์ทุกอย่างยังใช้ได้ดีด้วยประจุอณูเวทที่กระจ่ายออกมาอ่อนๆ จากเ้าตัวโดยที่เ้าตัวก็ไม่รู้
“จะมีอะไรดีไปกว่าชาร้อนในตอนเช้าและความเงียบสงบกันนะ” ร่างบางพูดออกมาพลางจิบชาไปด้วย แต่ในหัวยังคงนึกว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี จะให้หาทางกลับไปที่โลกเวทมนตร์ก็คงจะยากแล้ว และที่สำคัญหากกลับไปได้ก็คงไม่ต่างจากที่เป็อยู่เท่าไรนัก ข้าไม่จำเป็ต้องมีเพื่อนหรือคนรักก็ได้ เื่ที่เกิดกับข้าเมื่อ 200 ปีก่อน มันช่างฝังใจนักมันยากที่จะลืมได้ “จะว่าไปแล้ว...” ข้าไปที่เมืองดีกว่าตรงนี้ไม่มีอะไรให้ข้าทำแล้ว อย่างน้อยจะได้รู้จักโลกใบนี้มากขึ้นดีกว่าอยู่แต่ที่นี่ เมื่อคิดได้ดังนั้นแล้วร่างบางก็ออกไปยืนที่โล่งกว้างในเขตบ้าน และเปิดใช้วงเวทย์ รูนเคลื่อนย้ายไปยังเป้าหมายที่คิดว่าปลอดภัยและไม่มีใครเห็น แต่ก็มีเื่ผิดพลาดเกิดขึ้นจนได้ ทันทีที่ร่างบางหายไป ประจุเวทรูนที่ทำงานนั้นสร้างคลื่นกระแทกออกเป็วงกว้างทำให้เมืองใกล้เคียงที่เป็ของุ์และเมืองมนุษย์รับรู้ได้ถึงเหตุการณ์เมื่อสักครู่
ณ เมืองออสติก เมืองชายแดนสุดท้าย ท้องฟ้าสีครามตัดกับป่าไม้สีเขียวเป็เมืองนักรบที่ไม่ค่อยสงบนัก เนื่องจากเป็เมืองหน้าด่านที่ต้องคอยป้องกันมนุษย์จากพวกุ์ทั้งหลายเมืองนี้จึงไม่มีนักรบธาตุเข้มาอยู่เยอะพอสมควร วันนี้ก็เป็เหมือนปกติเช่นทุกวันชาวบ้านทุกคนก็ใช้ชีวิตปกติ ฉับพลันท้องฟ้าที่มีสีครามสดใสก็ปรากฏเวงแหวนเวทประหลาดที่ไม่ได้บงบอกสถานะธาตุชัดเจน มันสร้างความสงสัยและตื่นตระหนกให้กับชาวเมืองเป็อย่างมาก
“นั่นมันอะไร... บนฟ้าเหนือป่าเมืองออสติก” ชาวบ้านที่เห็นร้องเรียกให้คนอื่นๆ สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า “แจ้งทางการเร็วเข้า... ทุกคนหาที่ปลอดภัยหลบเร็วเข้า” ชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการต่างส่งเสียเอะอะกันวุ่นวาย และยังมีบางส่วนก็กำลังดูเหตุการณ์ตรงหน้าต่อไป
วงเวทแสดงอักษรรูนต่างๆ ออกมาเปร่งแสงสีทองสลับขาว ความกดดันแผ่ทับลงมายังเบื้องล่างนั่นหมายถึงคนที่ร่ายเวทนั้นสถานะระดับเวทต้องไม่ธรรมดา
“หวังว่าจะมีขนมหวานนะ ข้ารู้สึกขาดน้ำตาลเหลือเกิน” ร่างบางพูดขณะกำลังลืมตา ภาพในหัวจินตนาการถึงชาแดงเวท กลิ่นหอมและขนมหวานที่ทำจากถั่ว จริงๆ ร่างกายของผู้ใช้เวทระดับเวทลัญชกรขึ้นไป ไม่จำเป็ต้องกินหรือดืมเลยก็ได้เว้นแต่เป็อรรถรสส่วนตัวที่ชื่นชอบในการกิน “หืมม.... นี่ข้าอยู่ในเมืองนิ ให้ตายสิลงผิดจนได้” ร่างบางพลางบ่นตัวเองอย่างหัวเสีย จากนั้นจึงคอยลอยกลับไปที่ทางเข้าของเมือง เมื่อเห็นคนเฝ้ายามที่หลบกันอยู่ข้างใน ร่างบางจึงค่อยๆ ลงไปยืนอยู่บนพื้น
“ข้า้าเข้าเมือง จะต้องทำเื่กับใคร” โซเทีย เอ่ยถามคนที่อยู่ใกล้ที่สุด แต่ก็ได้รับความเงียบกลับมาด้วยที่พวกนักรบหน้าด่านกำลังตะลึงในรูปลักษณ์และทุกคนคิดได้ในทางเดียวกันเลยว่า นี่คือ ..แม่ทัพ์แน่ๆ ..
“ขอ...ขออภัยขอรับ ท่านสามารถทำเื่ได้ที่นี่เลย... ขอทราบนามของท่านด้วยขอรับ” นักรบหน่วยเฝ้าระวังที่ในชีวิตนี้ไม่เคยได้ออกไปสนามรบเลย เนื่องด้วยว่าตัวเล็กกว่าคนอื่นๆ และมีโรคความบกพร่องของแกนธาตุประจำตัว จึงได้รับหน้าที่เป็นายหน้าด่านระดับต่ำเท่านั้น
“นามของข้า โซเทีย.. โซเทีย โทบิเดียน” โซเทียเอ่ยกลับ พลางสังเกตุท่าทางของคนตรงหน้า “เ้าป่วยรึ” โซเทียถามออกไป
“ไม่ใช่ขอรับ ข้าเพียงแต่ไม่เคยเจอใครอย่างท่านมาก่อน” ทหารหนุ่มตอบกลับมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ
“หึ...ข้าคงจะแปลกสำหรับที่นี่” ก็ข้าไม่ใช่คนที่นี่จะให้ข้าเหมือกับคนอื่นๆ ได้อย่างไร ร่างบางได้แต่คิดกังวล สงสัยต้องไปหาเสื้อผ้าที่เข้ากับคนที่นี่สักหน่อยแล้ว
“ทำเื่เข้าเมืองให้แล้วขอรับ ขอทราบได้ไหมท่านจะไปที่ใดขอรับ” ทหารหนุ่มถามด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไปเพื่อที่จะได้เป็ข้อมูลให้กับทางการ เห็นที่ทางการจะต้องจัดคนเฝ้าระวังให้แล้ว ตัวตนที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้เข้ามาที่เมือง มันเป็โอกาสดีที่จะให้เมืองนี้หรือใครก็ได้รู้จักกับตัวตนระดับนี้ได้
“ข้าอยากได้ขนม ต้องไปที่ใด” โซเทียถามออกมา เริ่มรู้สนใจคนตรงหน้า แม้จะป่วยก็ยังดูสดใส
“ข้าขอแนะนำ ร้านขนมตรงจตุรัสกลางเมือง ตรงนั้นมีขนมหลายแบบเผื่อท่านจะสนใจขอรับ” ทหารหนุ่มเลือกที่จะแนะนำร้านขนมของญาติตัวเองไปอย่างน้อยจะได้คุยกับองค์แม่ทัพ์เพิ่มอีกหน่อย เผื่อได้เอาไว้คุยอวดว่าองค์แม่ทัพ์เข้าไปซื้อขนมจากร้านของตน ผู้อื่นจะต้องอิจฉาข้าแน่นอน ทหารหนุ่มคิดเอาไว้ในใจ
“ขอบใจเ้ามาก... งั้นขอตอบแทนเ้าหน่อยละกัน” หลังจากพูดจบร่างวาดอักษรบางอย่างออกมาตรงหน้าทหารหนุ่ม ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ตรงนั้นรู้สึกทึ่งและประหลาดใจไปพร้อมกัน อักษรรูนตัวสุดท้ายถูกวาดออกมาก็ปรากฎเป็วงเวทหมุนวนกลายเป็แสงสีเขียวพุ่งเข้าไปหาทหารหนุ่ม ความรู้สึกประหลาดเกิดขึ้นกับร่างกายของเขา และกระแสอณูเวทยังฟุ้งกระจายออกไปทั่วบริเวณ มีผลให้คนที่ได้รับละอองเ่าั้รู้สึกแตกต่างกันออกไป คนที่ปกติหรือคนที่มีภาวะเจ็บป่วยในบริเวณนั้นต่างก็มีความรู้สึกสดชื่นขึ้นและบางคนได้รับการรักษาจนมีอาการดีขึ้นในไม่กี่ลมหายใจ แต่ทหารหนุ่มคนที่โซเทีย ร่ายเวทรูนการรักษาฟื้นฟูใส่นั้นได้รับการรักษาเป็ที่เรียบร้อยแล้ว เขาได้รับแกนธาตุที่ทรงพลังกลับมา
“มีเื่แปลกๆ เกิดขึ้นกับข้าจริงๆ ซะด้วยสิ” สงสัยต้องระวังผลของการใช้เวทหน่อยแล้ว เหตุการณ์เมื่อสักครู่ยังทำให้ร่างบางเองอดแปลกใจไม่ได้ จริงๆ ้ารักษาแค่แกนธาตุของเขาเท่านั้นเอง แต่ทำไมมันกับทำให้ทหารหนุ่มนายนี้ยกระดับแกนธาตุให้เหนือกว่าหลายๆ คนที่อยู่ในที่แห่งนี้
“ขอบคุณมากขอรับ ขอบคุณจริงๆ” ทหารหนุ่งคุกเข้าลงต่อหน้าร่างบาง และปล่อยหยดน้ำตาออกมาโดยที่ไม่อายใคร ก่อนหน้านี้เค้ายังคิดไม่ตกเกี่ยวกับร่างกายและโรคประหลาดที่เขาเป็ เหมือนโชคชะตาเข้ามากำหนดชีวิตเขาให้ได้มาทำหน้าที่อยู่ตรงนี้และได้พบกับองค์แม่ทัพ์ผู้สูงส่ง “ข้าไม่มีอะไรตอบแทนท่านได้ในตอนนี้ แต่โปรดให้ท่านรู้ไว้ว่าข้าจะภัคดีกับท่านและองค์เทพีตราบชั่วชีวิต” แววตาและสีหน้าที่มุ่งมันนี้ปรากฎอยู่ตรงหน้าร่างบาง ซึ่งก็ไม่ได้สร้างความแปลกใจเท่าไหร่ เื่แบบนี้เ้าตัวเจอมาเยอะแล้ว
“องค์แม่ทัพ เหล่าทหารนักรบเวทขอภัคดีต่อท่าน” ทันทีที่ทหารหนุ่มพูดจบ เหล่าทหารคนอื่นๆ ก็คุกเข่าลงพร้อมกัน ตอนนี้ทหารทุกคนที่ได้รับระอองเวทก็ได้รับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของตนและเดาได้ไม่ยากเลยว่ามันเกิดขึ้นเพราะใคร จึงขอแสดงความภัคดีไว้จะดีกว่า ทหารเหล่านี้ถูกปลูกฝังให้บูชาและมีความศัทธาต่อองค์แม่ทัพ์และทหารเหล่านี้เชื่อย่างหมดใจเลยว่าบุคคลที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือแม่ทัพ์อย่างแท้จริง
อีกด้านหนึ่ง....
“ว่ายังไงนะ องค์แม่ทัพ์มาที่เมืองอย่างนั้นรึ” เหล่าผู้าุโและราชวงศ์กำลังตื่นใเป็อย่างมาก “เร็วเข้า พวกเ้าจะทำอย่างไรก็ได้ให้ได้พบท่าน..... เตรียมห้องบรรทมให้พร้อมด้วย... และเ้า ไปแจ้งห้องเครื่องให้เตรียมอาหารไว้” องค์าากุลีกุจอสั่งการ เพื่อสร้างความประทับให้กับองค์แม่ทับไม่มากก็น้อยหากองค์แม่ทัพมาที่นี่
“ผ่าบาท พวกเราเตรียมการใกล้แล้วเสร็จ และกำลังส่งคนไปพบท่านเพื่อเชิญมาที่ราชวัง” ราชเลขาได้ทราบเื่มาบางส่วนแล้วจึงได้มีคำสั่งเตรียมการไว้บางส่วน
“ดีจริงๆ ... ขอบใจเ้า... ยังไงเราต้องได้ต้องรับองค์แม่ทัพก่อนใคร ไมตรีนี้ เมืองออสติกของเราจะพลาดไม่ได้” องค์าาแห่งออสติกได้กล่าวไว้ อย่างน้อยให้เมืองหน้าด่านแห่งนี้ เมื่อที่ต้องเผชิญกับอันตรายตลอดเวลาได้รับความเมตตาจากองค์แม่ทัพ์ ไม่ทางใดก็ทาหนึ่ง
ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง
“พวกเ้าจะอยู่ตรงนี้กันอีกนานหรือไม่” ร่างบางถามออกมา
“ขออภัยขอรับ” ทหารหนุ่มลุกขึ้นยืน พร้อมกล่าวออกไป “ให้ข้าได้นำทางท่านด้วยเถิดขอรับ” ทหารหนุ่มเสนอตัวเพื่อช่วยโซเทีย ทันที
“ดี....เช่นนั้น พาข้าไปร้านขนมที่ท่านบอกเถอะ” ร่างบางบอกพร้อมกับค่อยๆ เดินผ่านเหล่าทหารที่เดินเปิดทางแยกออกเป็ 2 ฝั่ง “เร็วเข้า... ข้าหิวแล้ว” ร่างบางร้องบอกเสียงเข้มเนื่องจากยังเห็นนายทหารยื่นนิ่ง แต่เ้าตัวยังซ่อนประกายตาไว้ได้ เนื่องจากภาพอาหารและขนมที่ได้รับมาจากความทรงจำของทหารหนุ่มนั้น มันเป็อะไรที่น่าเหลือเชื่อมากๆ ช่วยเพิ่มความอยากอาหารให้เข้าไปอีก
“ไปเดี๋ยวนี้ ขอรับ” ทหารหนุ่มยังคงตื่นเต้น ได้แต่ถามกับตัวเองว่านี่เป็เื่จริงหรือไม่ ผ่านไปไม่กี่ลมหายใจมีเื่มากมายเกิดขึ้น แบบที่ว่าไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นมาก่อน ข้ามีแกนธาตุที่แข็งแกร่งแล้ว ข้าได้พบกับท่าแม่ทัพ์ และตอนนี้ข้ากำลังเดินอยู่กับท่านองค์แม่ทัพ... นี่ข้ากำลังฝันอยู่หรือ
ผ่านไปสักพักร่างบางได้ขนมที่อยากกินและได้ของน่าสนใจอีกหลายอย่าง ค่าเงินที่นี่ก็น่าสนใจ ใช้ของเก่าสะสมของข้าแลกเปลี่ยนมาได้เกือบ 1 แสนเหรียญธาตุเพชร
ค่าเงินเหรียญธาตุในโลกฝั่งนี้ >>
- 100 เหรียญหิน = 1 เหรียญเงิน
- 100 เหรียญเงิน = 1 เหรียญทอง
- 100 เหรียญทอง = 1 เหรียญเพชร
เหรียญเงินที่ต้องใช้แรกเปลี่ยนในโลกฝั่งนี้คือ เหรียญพลังธาตุ จำเป็จะต้องใช้นักรบพลังธาตุประเภทธาตุดินในการแปลงธาตุในเหรียญระดับต่างๆ ยิ่งระดับสูงยิ่งต้องใช้พลังในการทำมากขึ้น และเมื่อร่างบางได้ทำการศึกษาแล้วโดยใช้เวทรูนจึงทำให้เข้าใจหลักการในการสร้างเหรียญเหล่านี้และได้แต่คิดว่าตนสามารถทำออกมาได้ไม่ยากและจะให้พลังธาตุที่สะอาดกว่านี้
สมบัติที่องค์แม่ทัพมีนั้นมันคืออะไรกัน สามารถทำให้เ้าของโรงแลกเปลี่ยนถึงขนาดยอมแลกเหรียญเพชรเป็หลักแสนได้แบบนี้ และไหนจะพลังธาตุแปลกๆ ที่สามารถเก็บของเข้าไปไว้ได้ด้วย
“ข้าได้ของที่ข้า้าแล้ว ขอบใจเ้ามาที่นำทางให้ข้า” ร่างบางพูดกับทหารหนุ่ม ที่ตอนนี้ยังคงยืนอึ้งไม่หาย “รับนี่ไปซะ หากข้า้าความช่วยเหลือจะไปหาเ้าอีกทีละกัน” ร่างบางยื่นเหรียญเพชรให้จำนวนหนึ่ง ซึ่งมันเยอะมากชนิดที่ว่าชีวิตนี้ก็หาไม่ได้และยังมีเครื่องรางป้องกันภัยและเวทติดตามตัว เพราะถ้าร่างบาง้าความช่วยเหลือจะสามารถรู้ตำแหน่งและใช้เวทเคลื่อนย้ายได้ทันที
“ข้าขอรับไว้แค่ สายข้อมือนี้ดีกว่าขอรับ เหรียญเพชรนี้เยอะไปขอรับ” ทหารหนุ่มรับมาแค่สายข้อมือ ซึ่งจริงๆ แล้วมันคือเครื่องรางแสนแพงชนิดที่โลกเวทเวทมนตร์้าเป็อย่างมาก
“รับไปซะ อย่าให้ข้าต้องพูดอีกครั้ง” ร่างบางพูดเสียงเข้ม พร้องปล่อยออร่าออกมาเบาๆ
“อึ๊ยย... รับก็รับขอรับ” ทหารหนุ่มรู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูกในน้ำเสียงนั้นเลยจำใจรับมา หารู้ไม่ว่าร่างบางแค่แกล้งเท่านั้น “ท่านจะไปที่ใดขอรับ พอดีทางราชวงศ์ให้ข้านำทางท่านเข้าไปพำนักในราชวัง” ทหารหนุ่มสังเกตุร่างบางมาสักพัก องค์แม่ทัพไม่ชอบความวุ่นวาย ค่อนข้างเลี่ยงคนอื่นๆ หรือที่ที่มีคนเยอะ เลยเดาได้ว่าร่างบางไม่ชอบความวุ่นวาย
“หึ.... ข้าไม่ไปไหนทั้งนั้น” ร่างบางเห็นถึงความวุ่นวายและเข้าใจเจตนาของทางการจึงขอเลี่ยงจะดีกว่า
“ตอนนี้ คนของราชสำนักน่าจะกำลังรอท่านอยู่ที่ป้อมหน้า.. ข้าคิดว่า...” ยังไม่ทันจะพูดจบ
“ใครว่าข้าจะเดินกลับไป... ส่วนเ้า กลับไปทำหน้าที่ได้แล้ว” หลังจากร่างบางพูดจบ ก็เกิดวงเวทที่พื้น เป็วงเวทขนาดเล็ก เนื่องจากร่างบางเรียนรู้แล้วว่า ให้ใช่พลังแค่ 1 ใน 1000 พอ ก็สามารถทำให้วงเวทสมบูรณ์ได้แล้ว
หลังจากที่ร่างบางหายไปต่อหน้าต่อตา ทหารหนุ่มก็กลับมาที่ป้อมตรวจคนเข้าเมือง....
“ท่านอยู่ไหนละ... เ้าได้แจ้งท่านไปหรือไม่” สายตาหลายคู่จ้องมองมาที่ทหารหนุ่ม ที่ตอนนี้เปลี่ยนไปอย่างมาก แก่นธาตุยกระดับสูงพอๆ กับราชวงศ์เลย จึงไม่มีใครกล้าหาเื่ เื่ที่ทหารนายนี้ออกตัวนำทางให้กับองค์แม่ทัพซึ่งเดาได้ไม่ยากว่ามีหลายๆ คนอิจฉาในวาสนาของเขา
“ท่านไปแล้วขอรับ” .... ทหารหนุ่มตอบไป
“ยังไง... ไม่เห็นมีนิ” ... หลายคนต่างถาม
“ท่านหายไปต่อหน้าต่อตาข้าเลยขอรับ” ข้าไม่ได้ข้อมูลอะไรเลยด้วยซ้ำ อยู่ที่ไหน จะมาอีกเมื่อไหร่
“โถ่... ไม่ได้เื่เลย แล้วทีนี้ข้าจะเอาอะไรรายงานองค์าา” องค์าาจะต้องโกรธข้าแน่ๆ ที่พาองค์แม่ทัพกลับไปไม่ได้ ทำอย่างไรดีๆ
อีกด้านหนึ่ง กำลังเพลิดเพลินกับขนมและชาที่ตนได้มาใหม่ “มีเมืองไหนอีกไหมนะ... ข้าอยากกินผลไม้จริงๆ” ร่างบางร่ายเวทกระจายออกไปเพื่อเก็บข้อมูล โดยไม่รู้เลยว่าได้เมืองที่ร่างบางพึ่งจากมานั้นภัยภิบัติกำลังก่อตัวขึ้นมา มันอาจจะทำให้ร่างบางมีบทบาทมามากขึ้นและอาจจะได้พบเจอเื่ที่ไม่คิดว่าจะเจอมาก่อน