พิชิตรักกำแพงใจ(จบ)

    20:ลงท้ายด้วยรัก

    “สวัสดีครับแม่”
    “อ้าว จะมาทำไมไม่โทรบอกแม่” คุณไพบูลย์เดินลัดเลาะรอบบ้านมายังสวนผัก เมื่อเจอคนที่ตามหาก็เข้าสวมกอดคนแก่ ที่กำลังง่วนอยู่กับการรดน้ำผักตั้งแต่ตะวันยังไม่พ้นขอบฟ้า
    “มาคนเดียวหรอลูก แม่พิศไม่มาด้วยหรอ” เมื่อสอดส่ายสายตาไม่เห็นเงาของลูกสะใภ้ จึงเอ่ยถามกับลูกชาย
    “ขึ้นห้องไปหาลูกชายสุดรักของเค้าแล้วล่ะครับ”
    “ยังเป็นสะใภ้ที่ไม่ได้เรื่องเหมือนเดิม” คนแก่บ่นอุบเดิมทีก็ไม่ค่อยชอบใจสะใภ้มหาเศรษฐีคนนี้สักเท่าไหร่
    “คุณธันนี่มันอะไรกัน อุบาทว์ สิ้นคิด ” ประตูห้องถูกเปิดกว้าง น้ำเสียงที่คุ้นหูปลุกให้สองหนุ่มตื่นจากนิทรา ธันวายีตามองไปยังต้นทางของเสียง
    “คุณพิไล!” เขาอุทานเสียงเบา ขยับตัวออกห่างจากวงแขนของชายอีกคน ที่กำลังงัวเงียได้สติ
    “แต่งตัวให้เรียบร้อยแล้วลงไปคุยกันข้างล่าง” พูดจบคุณพิศพิไลก็เดินหันหลังออกมาจากห้อง เพราะทนดูภาพบาดตาไม่ได้

    “จะยืนค้ำหัวฉันอีกนานไหม” น้ำเสียงเรียบนิ่งสไตล์ผู้ดี ที่แฝงด้วยพลังอำนาจ ทำเอาภู่กันต์ทรุดตัวลงนั่งพับเพียบโดยอัตโนมัติ
    “แม่บอกให้คุณธันเลิกคบ แต่ทำไม...”
    “ผมไม่เลิก คะ ครับ” คุณพิศพิไลยังพูดไม่จบภู่กันต์ก็ตอบขัดเสียงแข็งขึ้นมาก่อน แต่เมื่อสบตากับสายตาพิฆาตความมั่นใจเกินร้อยก็เหลือเป็นศูนย์
    “ฉันไม่ได้ถามเธอ” ใจของเขาหล่นวูบลง ถึงกับไปต่อไม่เป็น
    “ผมรักเค้า เรารักกัน” ธันวาตอบเสียงเรียบก้มมองต่ำด้วยสีหน้าตึงเครียด แต่คนที่ดูดีใจสวนทางกับสถานการณ์น่าจะเป็นภู่กันต์ ตั้งแต่คบกันมาเพิ่งจะได้ยินมู๋ธันพูดว่ารักตอนนี้เอง
    “รัก...โอ๊ย! ฉันจะบ้าตาย คุณธันจะทำอะไรไว้หน้าแม่บ้าง แม่ยอมได้ทุกเรื่องแต่เรื่องนี้แม่ไม่ยอม เรศพาคุณธันกลับกรุงเทพ” เธอสั่งคนรถให้เอาตัวธันวากลับ เพื่อแยกทั้งสองออกจากกัน
    “ไม่ ผมไม่กลับ” ธันวาปฏิเสธเสียงแข็ง ถึงเวลาที่ต้องต่อสู้เพื่อความรักแล้ว ภู่กันต์ก็เข้ามาดึงแขนคนรักยื้อยุดกับคนขับรถ สถานการณ์ดูอลหม่าน
    ย่าดวงแข : เอะอะอะไรกัน (คุณไพบูลย์พยุงย่าดวงแขมาจากประตูหลังบ้าน เข้ายับยั้งเหตุการณ์ชุลมุลวุ่นวาย)
    พิศพิไล : ก็หลานตัวดีของคุณแม่สิคะ ก่อเรื่องไม่หยุดหย่อน
    ย่าดวงแข : เรื่องอะไร?
    พิศพิไล : บอกไปคุณแม่ก็ไม่เข้าใจหรอกค่ะ
    ย่าดวงแข : ยังไม่พูด แล้วหล่อนรู้ได้ยังไงว่าฉันไม่เข้าใจ
    พิศพิไล : ก็หลานคุณแม่เบี่ยง...เบนทางเพศ ( กว่าจะพูดออกมาได้รู้สึกกระดากปาก )
    ย่าดวงแข : เกย์ (คำศัพท์ใช้สำหรับจำแนกกลุ่มชายรักชาย เหมือนจะยากต่อการเข้าใจของคนอายุมาก แต่ย่าดวงแขกลับพูดถึงอย่างหน้าตาเฉย อย่างกับเข้าใจความหมายดี)
    พิศพิไล : คุณแม่รู้ความหมายหรอคะ? (ไม่เพียงแต่คุณพิศพิไลที่มีสีหน้างุนงง)
    ย่าดวงแข : ฉันไม่ได้โง่ ฉันนี่แหละแฟนคลับตัวยงตาธัน ติดตามทั้งเฟสสะบุค ไอจี ทวิต ( คนทั้งบ้านต่างไม่อยากเชื่อ ว่าคนแก่จะแปดสิบอีกไม่กี่ปีเล่นโซเชี่ยลเป็นกับเขาด้วย)
    ย่าดวงแข : งงอะไร ฉันรู้หรอกว่าหลานฉันเป็นยังไง ไม่เหมือนแม่บางคน ทำหน้าที่แค่ให้กำเนิด ปล่อยให้คนอื่นเลี้ยงจนโต เรียกแม่สักคำก็ไม่มี ( ย่าดวงแขพูดไม่ผิดตั้งแต่ธันวาจำความได้ ไม่เคยเรียกแม่เลยสักครั้ง เรียกแต่คุณพิไลจนติดปาก )
    พิศพิไล : จะปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้นะคะ
    ย่าดวงแข : แล้วหล่อนจะทำไม จะบังคับหลานฉันให้ทำตามความต้องการหล่อนหรอ
    พิศพิไล : ค่ะ ยังไงก็ต้องทำในสิ่งที่ถูกที่ควร
    ย่าดวงแข : อะไรคืนสิ่งที่ถูกที่ควรที่หล่อนว่า
    พิศพิไล : ก็ คุณธันเป็นผู้ชาย ต้องแต่งงานกับผู้หญิง ไม่ใช่รักชอบเพศเดียวกัน
    ย่าดวงแข : คุณๆๆกระแดะ แม่ลูกที่ไหนเขาเรียกแทนกันแบบนี้ แล้วใครกำหนดว่าผู้ชายต้องรักผู้หญิง หล่อนก็ดูฉลาดมีความรู้ น่าจะเข้าใจอะไรได้มากกว่าฉัน แต่หล่อนกลับกลายเป็นพวกกบในกะลา ไม่ได้เข้าใจธรรมชาติของมนุษย์ คิดเองตัดสินเอง ฉันจะบอกอะไรให้นะ ถ้าหล่อนจะบังคับจิตใจหลานฉันก็ข้ามศพฉันไปก่อน
    พิศพิไล : คุณแม่! เพราะคุณแม่คอยตามใจแบบนี้ไง คุณธันถึงไม่เคยฟังคำพูดพิไลเลย”
    ย่าดวงแข : แม่พิศ หล่อนตรองดูให้ดี ก่อนจะว่าฉันตามใจหลาน
    ย่าดวงแข : ไม่ใช่เพราะหล่อนชอบเอาตัวเองเป็นใหญ่ เคยสนใจคำพูดลูกผัวที่ไหน จอมบงการ
    พิศพิไล : คุณแม่เองที่อคติกับพิไล คุณแม่ไม่เคยชอบลูกสะใภ้คนนี้เลย
    ย่าดวงแข : ใช่ ฉันเคยไม่ชอบหล่อน ฉันไม่ชอบพวกผู้ดีตีนแดง คนพวกนี้ชอบข่มคนอื่นไว้ด้วยเงินไง แต่สุดท้ายฉันก็ยอมรับหล่อนเป็นลูกสะใภ้ เพราะหล่อนเป็นคนที่ลูกฉันรัก
    พิศพิไล : แต่กว่าคุณแม่จะยอมรับพิไลได้ก็ปาไปเป็นสิบปี เพียงแค่ยอมรับแต่ก็ไม่ได้ชอบอยู่ดี
    ย่าดวงแข : หล่อนอยากให้ฉันชอบรึ มาทีเคยนอนบ้านไหม บ้านที่พ่อบูลย์เกิด เติบโต จนแต่งงานไปเป็นผัวหล่อน เที่ยวไปเช็คองเช็คอินเข้านอนโรงแรมหรู ถ้าอยู่บ้านไม้ในสวนไม่ได้แล้วมาเอาลูกฉันทำผัวทำไม
    พิศพิไล “ นั่นเพราะไม่อยากอยู่ขวางหูขวางตา พาลแต่จะทำให้คุณแม่หงุดหงิด
    ย่าดวงแข : เคยอยู่รึถึงได้รู้ (คนเดียวที่เอาคุณพิศพิไลอยู่เห็นจะมีแต่ย่าดวงแข )
    พิศพิไล : หนูมีคุณธันเป็นลูกชายแค่คนเดียว ก็หวังอยากมีทายาทมีหลานตัวน้อยๆให้อุ้ม
    “แต่ถ้าหลานฉันจะต้องอยู่อย่างไม่มีความสุขไปตลอดชีวิตฉันก็ยอมไม่ได้ ถ้าฉันเป็นคนไร้หัวใจ ไร้ความเมตตาแบบหล่อนป่านนี้หล่อนคงไม่ได้เป็นสะใภ้บ้านนี้หรอก ตระกูลของฉันมีผู้สืบทอดมากมายแล้ว ไม่ได้ไร้ผู้สืบสกุลแต่อย่างใด” คุณย่าก็เห็นใจลูกสะใภ้อยู่บ้าง ความสุขของคนเป็นแม่ก็แค่เห็นลูกๆ หลานๆ เจื้อยแจ้วเต็มบ้าน
    “คุณหญิง ผมนั่งฟังมานี่ก็นานแล้ว ขอพูดอะไรบ้าง ผมเข้าใจความทุกข์ของคุณนะ แต่ลูกจะทุกข์มากกว่าเป็นหลายเท่า ถ้าต้องใช้ชีวิตกับคนที่ไม่ได้รัก ที่บอกว่าอยู่กันไปก็รักกันเองมันก็พอมี แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นแบบนั้นทุกคู่ บางคู่ก็จบด้วยการเลิกรา และยิ่งกับลูกเราด้วย มันยากยิ่งหากจะเปลี่ยนใจเขากลับมารักผู้หญิง ผมเข้าใจว่าคุณอยากมีหลาน ผมก็ไม่ต่างจากคุณหรอก แต่คุณไม่สงสารเด็กที่จะเกิดมาหรอ จะยังไงก็แล้วแต่ผมสนับสนุนลูก” ภู่กันต์มองผู้ใหญ่ทั้งสองด้วยสายตาขอบคุณยิ่ง
    “แม่ครับผมขอโทษ ผมอาจจะไม่ใช่ลูกที่ดีที่สุด แต่ผมรักแม่นะครับ ที่ผ่านมาผมไม่เคยขออะไรแม่เลย แต่ชีวิตของผมขอเลือกเองได้ไหม” ธันวานั่งคุกเข่าลงกับพื้นมือเรียวบีบกระชับมือของผู้เป็นมารดา โดยมีภู่กันต์คุกเข่าอยู่ข้างๆ ดวงตาทั้งสองคู่ทอประกายจริงจัง ไม่ย่อท้อ
    “ได้ เมื่อทั้งคุณและคุณแม่เห็นดีด้วย สะใภ้อย่างพิไลจะทำอะไรได้ จะยอมให้คบกันก็ได้ แต่...” เธอหยุดคำพูดไว้แล้วมองหน้าลูกชายด้วยสายตาละมุน
    “แต่อะไรครับแม่” ธันวาหุบยิ้มลงทันทีที่ได้ยินคำนี้
    “แม่ยังยอมรับกับเรื่องนี้ไม่ได้ แต่จะไม่ขัดขวาง ไม่เข้าไปก้าวก่าย แค่นี้ทุกคนพอใจไหมคะ” ลูกชายสุดรักยิ้มแก้มปริ ดวงตาสั่นระริก เขาร้องไห้เพราะความดีใจ ภู่กันต์เองแสดงทีท่าดีอกดีใจจนหน้าหมั่นไส้ รู้สึงโล่งเหมือนยกภูเขาออกจากอก จนเผลอโอบกอดเอวธันวา
    “อะแอม มือๆ” คุณหญิงกระแอมเสียงใส่ จนคนที่ลืมตัวรีบชักมือกลับรู้สึกเกร็งๆไปหมด
    “คุณหญิง ทำเป็นหวงลูกชายไปได้” ผู้เป็นสามีเอ่ยปรามไว้
    “ก็ยังไม่ชินนิคะ ไปค่ะวันนี้ลูกสะใภ้ไฮโซคนนี้จะโชว์ฝีมือทำอาหารเช้าเอง” คุณพิศพิไลหาเรื่องปลีกตัวออกจากบริเวณนั้น หากอยู่ต่อคงไม่วายจะคอยเป็นก้างขวางคออยู่เรื่อย
    “แล้วยังไง วันนี้จะค้างไหม” ทั้งสามแม่ลูกและสะใภ้เดินประคองกันเข้าครัว
    “ค้างสิคะ คุณแม่เปิดทางมาขนาดนี้แล้ว” คุณพิไลตอบแบบไม่ลังเล ลึกๆแล้วก็เฝ้าหวังการยอมรับจากแม่สามีมาตลอด จะว่าไปเกิดเรื่องแบบนี้ก็มีส่วนดีอยู่บ้าง อย่างน้อยย่าดวงแขก็เปิดใจคุยกับเธอมากกว่าแต่ก่อน
    “นังพริก ไปเตรียมห้องให้คุณๆเขาไป”
    “จ้าย่า” เด็กพริกรีบไปจัดแจงตามคำสั่ง

    “ตัวรุมๆไม่สบายหรอลูก” ผู้เป็นแม่ใช้มืออังที่หน้าผากเพื่อวัดอุณหภูมิ
    “ปวดหัวนิดหน่อยครับ” ลมหายใจดูอ่อนเพลีย ร่างกายรู้สึกเหนื่อยอ่อน
    “กินยาหรือยัง” เธอถามพลางมองใบหน้าของลูกชาย
    “กันต์กำลังไปเอาให้ครับ”
    “ขอโทษนะ มันต้องยุ่งยากขนาดนี้เพราะแม่เอง แม่เกือบจะทำลายชีวิตของธัน” เธอลูบผมลูกชายเบาๆ
    “ไม่หรอกครับ” ธันวายังไม่ได้พูดต่อคนเป็นแม่ก็รวบตัวเข้าไปกอด พรมจูบที่หน้าผาก อ้อมกอดและรอยยิ้มที่ส่งมา มันช่างอ่อนละมุนและแสนอบอุ่นยิ่งนัก
    “ขอบใจนะ แม่รู้สึกว่าแม่เข้าใกล้ เข้าใจความหมายและความรู้สึกของคนเป็นแม่มากยิ่งขึ้น อาจจะช้าไปหน่อยแต่ยังไม่สายไปใช่ไหม”
    “ไม่มีวันสายหรอกครับ ต่อให้แม่จะยังไม่สนับสนุน ขอแค่แม่ยอมรับก็พอแล้ว” เขาไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่านี้ แค่นี้ก็ดีมากแล้ว ดีที่วันนี้ตัดสินใจยอมเอ่ยคำว่าแม่ออกไป ระยะห่างระหว่างความรู้สึกจึงถูกทำลายลง
    “แม่ไม่กวนละ ธันจะได้พัก” ก่อนออกจากห้อง ผู้เป็นแม่กระชับผ้าขึ้นห่มร่างบางที่ถูกอากาศหนาวจนตัวเริ่มเย็น

    “ภู่กันต์” เสียงเรียกชายที่เดินพ้นบันไดชั้นสองของบ้านจากด้านหลัง ทำให้ร่างใหญ่หยุดชะงักแล้ววกตัวเดินกลับตามเสียงเรียก
    “ครับ”
    “อย่าไปโกรธแม่เขาเลยนะ ที่ทำไปก็เพราะเขารักตาธัน คาดหวังกับลูกชายคนเดียวมาก” คุณไพบูลย์ตบไหล่ภู่กันต์เบาๆ ช่วยให้ชายหนุ่มหายเกร็ง
    “ผมต้องขอบคุณคุณไพบูลย์มากนะครับ”
    “เรียกพ่อสิ” เขาให้ชายหนุ่มเรียกแทนตนว่าพ่อ เพราะเรียกชื่อเต็มมันดูห่างเหินเกิน
    “ครับ” ภู่กันต์เงียบไปสักพัก จนคุณพ่อยักคิ้วรอฟังประโยคที่เหมือนจะยังไม่จบ
    “ที่คุณพ่อช่วยบอกทางมาที่นี่” ชายหนุ่มพูดตะกุกตะกัก ถึงคุณไพบูลย์จะดูเป็นมิตรแค่ไหนเขาก็ยังเกร็งอยู่ดี
    “มันเป็นสิ่งที่คนเป็นพ่อต้องทำ”
    “คุณนี่เองตัวแปรหลักของเรื่อง” คุณพิศพิไลยืนซุ่มอยู่ที่มุมเดินออกมาปรากฏตัว นั่นยิ่งทำให้ภู่กันต์เริ่มกังวลหนัก
    “ไม่เป็นไร พ่อจัดการเอง” คุณไพบูลย์ปลอบคนร่างใหญ่ที่กำลังเหงื่อตก

    “เพราะคุณแท้ๆเชียวเรื่องถึงได้เป็นแบบนี้” คุณพิศพิไลนั่งหน้าคว่ำรู้สึกโกรธสามี ที่ให้ท้ายคอยยื่นมือเข้าช่วยจนมีผลลัพธ์ในทางที่ไม่ต้องการ
    “เหตุการณ์วันนี้ยังไม่ได้ทำให้คุณเข้าใจอีกหรอ หรืออยากเสียลูกไป” สามีมองด้วยสายตาที่มากคำถาม
    “ไม่แน่นอน ใครจะอยากเสียลูกไป ไม่แน่ว่ามันอาจจะเป็นแบบที่ฉันต้องการก็ได้ ถ้าคุณไม่เข้ามาแทรก” เธอยังคงคิดเข้าข้างตัวเองเพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น
    “ไม่มีทาง” เขาตอบอย่างมั่นใจที่สุด
    “อะไรทำให้คุณมั่นใจขนาดนั้น?” เพราะอาการมั่นสุดๆของสามีก่อให้เกิดความสงสัย
    “ผมรู้มานานแล้ว เห็นผมเป็นแค่ผู้ชายแต่ผมก็ใส่ใจทุกอย่างที่เกี่ยวกับลูก ถ้าคุณใส่ใจกว่านี้คุณก็จะเห็นเหมือนผม”
    “นั่นสิ เพราะฉันไม่ใส่ใจ”
    “ไม่เป็นไรน่า ทุกปัญหามันทำให้เราเข้าใจกันมากขึ้น” ผู้เป็นสามีโอบกอดร่างของภรรยาเพื่อเป็นการปลอบประโลม

    “กว่าจะมาได้นะ” ธันวารอจนง่วงแทบหลับไปก่อน เพราะอีกคนหายไปเป็นนานสองนาน
    “เมื่อกี้แวะคุยกับคุณพ่อมา” ภู่กันต์ยื่นยาพร้อมแก้วน้ำให้คนที่นั่งอยู่บนเตียง
    “คุยอะไรกัน” พอกินยาเสร็จเขาก็เอ่ยถามเพราะสงสัย
    “ที่พ่อบอกทางมาบ้านสวนนี่แหละ แต่แม่มาได้ยินเข้า ไม่รู้ป่านนี้เป็นไงมั้ง”
    “อ๋อ ถึงว่าทำไมมาถูก ไม่ต้องห่วงไปหรอก เพราะความช่วยเหลือของคุณพ่อ ฉันถึงหนีออกจากบ้านมาได้ คุณพ่ออาจจะดูเหมือนเป็นฝ่ายยอมมาตลอด แต่ถ้าได้ออกตัวมาขนาดนี้แล้ว ยังไงก็ชนะชัวร์” ภู่กันต์คลายความกังวลขึ้น เผลอยิ้มและหัวเราะออกมา เพิ่งเข้าใจตอนนี้นี่เอง อีกทั้งยังรู้สึกขอบคุณสำหรับการช่วยเหลือครั้งนี้
    “แหวนนี้ ผมจะสวมให้ใหม่” มือหนาปลดสร้อยที่คอเรียวเพื่อนำแหวนที่เคยสวมให้ธันวา มาบรรจงสวมมันเข้าที่นิ้วนางข้างซ้ายอีกครั้ง
    “หวังว่ามู๋ธันจะไม่ถอดมันออกอีก ใช่ไหม?” ทิ้งท้ายด้วยคำถามกับอีกคนที่ทำเฉย
    “อืม” ท้ายสุดก็ต้องยอมรับปากเพราะไม่สามารถทานทนสายตาที่จ้องเขม็งมาได้

    สองปีผ่านไป
    “มาแล้วๆ” คุณพิศพิไลเดินกึ่งวิ่งทรุดตัวลงนั่งโซฟาที่ประจำ ดวงตาจับจ้องที่หน้าจอทีวีที่กำลังดำเนินรายการที่เธอตั้งตารอ
    “กลับมาแล้วครับ” เสียงทุ้มละมุนดังจากด้านหน้าบ้าน ดึงความสนใจของคุณหญิงให้หันกลับไปมองหาเจ้าของเสียง
    “มาให้แม่กอดที” เธอลุกพรวดเข้ากอดลูกรักด้วยความคิดถึง
    “ทำอะไรอยู่ครับ?”
    “กำลังดูรายการสะดุดรัก ที่ลูกทั้งสองไปเป็นแขกรับเชิญนะสิ ออนแอร์แล้วนะ” ระยะหลังมานี้คุณพิศพิไลเปลี่ยนไปมาก อยู่ติดบ้านมากขึ้น ไม่ค่อยออกงานสังคมเหมือนแต่ก่อน
    “แม่ดูด้วยหรอครับ” ภู่กันต์โพล่งถามออกมาด้วยความไม่เชื่อหู
    “เมื่อก่อนก็ไม่แต่เดี๋ยวนี้ไม่พลาดสักรายการเลยค่ะ ยิ่งเป็นซีรีย์เรื่องล่าสุดนะคะ ดูแล้วดูอีก” เด็กอ่อนที่นั่งดูเป็นเพื่อนคุณหญิง ตอบแทนเจ้านาย
    “เดี๋ยวผมไปช่วยงานคุณพ่อก่อนนะครับ” ภู่กันต์ปลีกตัวเพื่อไปเรียนรู้งานกับคุณไพบูลย์ที่ห้องทำงาน ความฉลาด เรียนรู้เร็ว สนใจกิจการครอบครัวทำให้คุณพิศพิไลใจอ่อนไปตอนไหนไม่รู้ รู้ตัวอีกทีก็ติดปากเรียกเป็นลูกอีกคนซะละ ภู่กันต์เองก็เต็มใจช่วยงานเต็มที่ ออกจะถนัดมากกว่าการเป็นนักแสดงเสียอีก ว่างๆก็รับงานร้องเพลงบ้างประปราย
    “วันนี้จะสอนทำอะไรครับ” ธันวาเลิกแขนเสื้อไว้ที่ข้อศอก สวมใส่ผ้ากันเปื้อน เตรียมเป็นผู้สืบทอดตำหรับคาวหวานกับคุณพิศพิไล
    “แกงมัสมั่นจ้า” ธันวาต้องเรียนทำอาหารทุกครั้งที่กลับมาบ้าน เพื่อสร้างเสน่ห์ปลายจวักตามกฎของคุณแม่
    “อาทิตย์หน้าต้องเดินทางแล้ว เตรียมเอกสารเรียบร้อยดีไหม?”
    “เรียบร้อยดีครับ”

    งานเลี้ยงเล็กๆถูกจัดขึ้นที่สวนหน้าบ้านแบบเรียบง่าย แต่มากด้วยความหรูหรา ประดับประดาด้วยดอกไฮเดรนเยียและกุหลาบขาว ความแตกต่างที่ลงตัวนี้ เปรียบดั่งความเป็นมาของทั้งคู่ สายลมหอบเอาความเย็นของต้นฤดูหนาวมาต้องร่าง
    “เดี๋ยวไม่สบายนะครับ” ธันวานำผ้าผืนยาวคลุมร่างให้กับย่าดวงแข เขาสวมกอดคนแก่จากด้านหลังพร้อมกันหอมแก้มฟอดใหญ่
    แสงตะวันยามบ่ายเริ่มอ่อนแรงลง แขกเหรื่อเริ่มทยอยมาร่วมแสดงความยินดี กับคู่รักที่เพิ่งผ่านพิธีวิวาห์มาช่วงเช้า
    “ยินดีด้วยนะธัน” หนุ่มหล่อมาดนิ่งรอยยิ้มละลายใจ เดินเข้ามาหาสองหนุ่มที่ยืนรับแขกอยู่หน้างาน
    “ขอบคุณครับพี่เมฆ” เมธาลูกชายคนเดียวของลุงที่มีศักดิ์เป็นพี่แท้ๆของแม่ธันวา
    “นี่พี่เมฆลูกพี่ลูกน้องของฉัน เป็นถึงประธานปัญจรักษ์กรุ๊ปเชียวนะ” ธันวาแนะนำญาติคนสนิทให้ภู่กันต์ได้รู้จัก
    “เจ้าของโรงแรมที่เราไปถ่ายละครนะหรอ รูปหล่อพ่อรวยชาติตระกูลดี ครบสูตรเลยนะเนี่ย พี่น้องมู๋ธันมีแต่คนหน้าตาดีเนาะ” นอกจากธันวาแล้วภู่กันต์ก็ไม่เคยชมใครอีก
    “รักกันนานๆนะคะ” สาวน้อยหน้าหวานพรินดาน้องสาวสุดรักของภู่กันต์ เข้ามาร่วนยินดีกับพี่ๆทั้งสองด้วยสีหน้าแช่มชื่น
    “จ้า เดี๋ยวนี้เย้าแหย่เก่งนะยัยพริ้นซ์” เขายีหัวเธอเบาๆด้วยความรัก
    “พอแล้วผมยุ้งหมดแล้วเนี่ย” เธอค้อนหน้างอเพราะถูกพี่ชายแกล้งเล่น
    “น่าเอ็นดูจังเลยค่ะ” คุณหญิงพิศพิไลนั่งอมยิ้มแก้มปริ เอ็นดูแองจี้นางฟ้าน้อยประจำบ้านของภู่กันต์ หนูน้อยที่อยู่ในวัยซุกซนวิ่งวุ่นไปทั่วงาน ด้วยเพราะเป็นลูกครึ่งไทยอังกฤษจึงไดยีนเด่นของพ่อแม่มาเต็มๆ ผิวขาวอมชมพูแก้มป่องหน้าหยิกทำเอาหัวใจคุณพิศพิไลระทวย ด้วยอยากมีหลานน้อยๆอยู่แล้วยิ่งเอ็นดูหนูน้อยแองจี้ไปใหญ่
    “บ้านเราอยู่ชนบท หากขาดตกบกพร่องอะไรต้องขออภัยด้วยนะคะ” แม่ของภู่กันต์ร่วมโต๊ะอาหารเอ่ยปากขึ้น
    “ไม่หรอกค่ะ แบบนี้ดีกว่าอีก อบอุ่นมีแต่คนในครอบครัว” งานเล็กๆที่มีแต่ไออุ่นของความรัก ไม่จำเป็นที่ต้องจัดงานใหญ่โตอะไร แค่ครอบครัวและเครือญาติรับรู้ทั้งสองฝ่ายก็เพียงพอแล้ว
    “ภู่กันต์นะกำพร้าพ่อมาตั้งแต่เด็ก เป็นพี่ที่ดีของน้องๆชอบอดทนอดกลั้นกับทุกปัญหา ไม่เคยปริปากบ่น เรื่องการเรียนเขาก็จัดการเองทั้งนั้น ถ้าเกิดเขาไปสร้างความเดือดร้อนให้ ดิฉันก็ต้องขอโทษแทนลูกชายด้วยนะคะ” พ่อของภู่กันต์จากไปด้วยอุบัติเหตุตั้งแต่น้องพริ้นซ์เพิ่งหัดเดิน ตัวเขาจึงกลายเป็นพี่ชายที่ต้องแข็งแกร่งแต่นั้นมา ด้วยระยะเวลาที่ผันผ่าน แม่ของเขาได้พบรักกับ เบรคสามีคนปัจจุบันและย้ายมาใช้ชีวิตนอกเมืองที่อังกฤษจนมีสาวน้อยแองจี้ ฉะนั้นแล้วแองจี้จึงเป็นน้องสาวต่างพ่อของภู่กันต์และพรินดา แต่เขาก็รักและถนุถนอมเธอมาก เพราะเธอเป็นรอยยิ้มของครอบครัว เขาเกิดและโตที่ไทยจึงไม่ได้ย้ายมาที่อังกฤษด้วย จะมีก็แต่พรินดาที่ไปๆมาๆอังกฤษกับไทย เธอจึงคอยแวะเวียนไปหาพี่ชายบ้าง ถึงจะดูเหมือนเขาตัวคนเดียวมาตลอด แต่อันที่จริงแล้วภู่กันต์เองก็มีครอบครัวที่รักเขามาก และพร้อมจะปลอบใจ คอยอยู่เคียงข้างเมื่อเขาเจอปัญหา
    “ถ่ายรูปรวมกันเร็ว” พี่ลูกแก้วแปลงร่างเป็นมือกล้องเก็บภาพบรรยากาศในงาน ทั้งภาพคู่รัก ครอบครัว เพื่อนๆ

    ทุ่งหญ้าเขียวขจีสุดสายตา ฝูงแกะนับสามสิบตัวถูกเจ้าหมาตัวใหญ่ไล่ต้อนเข้าคอก รั้วไม้กั้นสีขาวสูงเพียงเอวเป็นสัญลักษณ์ของการสิ้นสุดเขตแดน ธันวายืนอิงอกคนร่างใหญ่ มองทุ่งสีเขียวจรดท้องฟ้าสีครามเขาเคยวาดฝันกับชีวิตที่เงียบสงบเช่นนี้ หนูน้อยแองจี้พูดจาเจื้อยแจ้ววิ่งซุกซนไปทั่ว เธอกลายเป็นขวัญใจคนทั้งงาน บรรยากาศอบอวลไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ
    “ขอบคุณที่ยอมเปิดใจ ขอบคุณที่ยอมรักผม”
    “ใจฉันมีนายมาตั้งแต่แรกแล้วต่างหาก” ชีวิตคู่เพิ่งจะเริ่มขึ้น จากนี้ไปอีกยาวไกลจะเป็นอย่างไรนั้น ก็ไม่อาจคาดเดา

    “จบ”

    นิยายแนะนำ

    หนุ่มเสื้อกาวน์หน้ากวนกับพยาบาลสาวจอมป่วน

    หนุ่มเสื้อกาวน์หน้ากวนกับพยาบาลสาวจอมป่วน

    นิยาย รัก
    237 2
    ตกเป็นทาสของสาวใช้

    ตกเป็นทาสของสาวใช้

    นิยาย อีโรติก
    1K 10
    เกิดใหม่อีกทีขอพบหน้าสามีสักครั้ง(มีอีบุ๊ก)

    เกิดใหม่อีกทีขอพบหน้าสามีสักครั้ง(มีอีบุ๊ก)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5K 39
    แถลงการณ์พรรคคอมมิวนิสต์ (ฉบับแปลใหม่)

    แถลงการณ์พรรคคอมมิวนิสต์ (ฉบับแปลใหม่)

    หนังสือ ทั่วไป
    704 5
    เล่ห์รักร้ายคุณชายพชร

    เล่ห์รักร้ายคุณชายพชร

    นิยาย รัก
    319 4
    ที่ข้าเลิกร้าย เพราะอยากให้ท่านรัก

    ที่ข้าเลิกร้าย เพราะอยากให้ท่านรัก

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    15K 121
    god farm เกมส์นี้พระเจ้าจัดให้

    god farm เกมส์นี้พระเจ้าจัดให้

    นิยาย แฟนตาซี
    2K 1
    กายาศักดิ์สิทธิ์บรรพกาล : ตำนานราชันผู้กลืนกินสวรรค์

    กายาศักดิ์สิทธิ์บรรพกาล : ตำนานราชันผู้กลืนกินสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6K 186
    เตนิว สูตรฮอต นายร้อนรัก​ (นิยาย Y)

    เตนิว สูตรฮอต นายร้อนรัก​ (นิยาย Y)

    นิยาย Y (Yaoi)
    3K 10
    ข้ามเวลามาอยู่ในร่างนางสนมร้ายกาจ

    ข้ามเวลามาอยู่ในร่างนางสนมร้ายกาจ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2K 24