“แม่คะ อาหารของแม่กลิ่นหอมมากเลยค่ะ” หวังอิงอิงพูดอย่างดีใจ
“นั่นสิ ถิงถิงอาหารของเธอหอมน่ากินมาก” พี่สะใภ้ไฉ่พูดพลางกลืนน้ำลาย
“พี่สะใภ้ลองชิมดูสิคะ” หลินถิงถิงตักอาหารใส่ชามยื่นให้สะใภ้ไฉ่
“อร่อยมากเลยถิงถิง ฝีมือการทำอาหารของเธอดีมากจริงๆ” พี่สะใภ้ไฉ่ชมไม่หยุดหลังจากที่ได้ลองกินแล้ว
“จานนี้ของครอบครัวพี่นะคะ อีกครึ่งหนึ่งเป็ของครอบครัวฉัน”
“เธอเอาไว้ให้พี่มากเกินไปแล้ว ครอบครัวพี่มีกันแค่สองคน เ้าตัวเล็กยังกินไม่ได้ ส่วนครอบครัวเธอมีกันตั้งสี่คน เธอแบ่งไปอีกเถอะ เธอไม่ต้องทำอย่างนี้เพราะเกรงใจพี่” พี่สะใภ้ไฉ่พูดพลางแบ่งอาหารจากจานของตัวเองให้กับหลินถิงถิงอีก
“พี่สะใภ้คะหากกินไม่หมดยังเก็บไว้กินมื้อต่อไปได้อีกนะคะ”
“ถิงถิง หากเธอยังทำอย่างนี้ต่อไปพี่จะไม่ให้เธอมาทำอาหารที่บ้านพี่อีกแล้วนะ” พี่สะใภ้ไฉ่ทำเสียงไม่พอใจ
“ขอบคุณค่ะพี่สะใภ้” เมื่อเห็นอาการของพี่สะใภ้ไฉ่ หลินถิงถิงจึงไม่พูดอะไรอีก
“แล้วเห็ดที่เหลือพวกนี้ล่ะ ยังเหลืออีกมากเลยนะ พรุ่งนี้เธอก็มาทำอาหารที่นี่อีกสิ” สะใภ้ไฉ่พูดพลางชี้ไปที่กองเห็ดหูหนูดำที่เหลือ
“พี่สะใภ้คะ พี่คิดว่าของพวกนี้จะขายได้ไหม”
“เห็ดพวกนี้น่ะเหรอ พี่จะลองถามพี่เขยเธอให้นะ แต่ว่าถ้าเราจะขาย เราจะต้องเอาไปขายในเมือง เห็ดพวกนี้จะไม่เน่าไปเสียก่อนหรือ”
“เห็ดพวกนี้สามารถตากแดดให้แห้งแล้วเก็บไว้ก่อนได้ค่ะ พอเราจะกินเราก็เอาไปแช่น้ำก่อนที่จะเอาไปปรุง”
“ทำอย่างนั้นได้ด้วยหรือ ดีจริง ถ้าอย่างนั้นพี่จะเอาเห็ดที่เหลือนี่ตากแดดให้นะ แต่วันนี้คงไม่ทันแล้วล่ะ ต้องเป็พรุ่งนี้”
“ต้องรบกวนพี่สะใภ้แล้วล่ะค่ะ เอ่อ...พี่สะใภ้คะ” หลินถิงถิงทำเสียงลังเล
“เธอมีอะไรหรือเปล่า” พี่สะใภ้ไฉ่มองหน้าเธอก่อนจะพูดต่อ “มีอะไรก็พูดออกมาเถอะ ถ้าเธอยังทำท่าทางอย่างนี้อยู่อีกพี่จะต้องโกรธเธอจริงๆ แน่”
“ฉันคิดว่าเราสามารถหาเงินด้วยกันได้นะคะ ฉันจะเป็คนขึ้นไปเก็บเห็ดบนเขาลงมาให้พี่ หลังจากนั้นพี่จะเป็คนรับผิดชอบเื่การตากแห้งเห็ดพวกนี้ ถ้าเอาไปขายได้เงินมาเราก็ค่อยเอาเงินมาแบ่งกัน” หลินถิงถิงบอกความคิด
“มันจะดีหรือ เธอต้องขึ้นไปลำบากอยู่บนเขา พี่มีหน้าที่แค่รออยู่ที่บ้าน มันจะเอาเปรียบเธอเกินไป”
“พี่สะใภ้คะ ฉันต้องขึ้นไปเก็บเห็ดบนเขาก็จริง แต่พี่ยังต้องเอามาล้างและตากแดด มันก็เป็งานหนักเหมือนกันนะคะ อีกอย่างหนึ่งพี่เขยยังต้องเป็คนเอาเห็ดพวกนี้ไปขายในเมืองอีก พี่สะใภ้ก็รู้ว่าฉันกับพี่อี้ฉือไปขายของพวกนี้เองไม่ได้”
“เธอไม่ต้องคิดมาก พี่เขยเธอจะต้องเข้าเมืองบ่อยๆ อยู่แล้ว จะเอาของพวกนี้ไปขายอีกก็ไม่ได้เพิ่มความลำบากให้เขาสักเท่าไหร่หรอก”
“ถ้าอย่างนั้นฉันให้พี่หกส่วน ของฉันสี่ส่วนนะคะ”
“พี่ว่าแบ่งกันคนละครึ่งเถอะ ถิงถิง หากคิดจะคบหากันต่อไปเธอก็อย่าปฏิเสธพี่เลย” พี่สะใภ้ไฉ่พูดตัดบทสนทนา
“ขอบคุณมากค่ะพี่สะใภ้”
“ตกลงตามนี้ เธอรีบเก็บของกลับบ้านก่อนเถอะเดี๋ยวจะเลยเวลาทำอาหาร พี่ล่ะกลัวแม่สามีกับสะใภ้ที่เหลือของบ้านเธอจริงๆ เห็ดพวกนี้เธอไม่ต้องเป็ห่วง พี่จะตากแห้งเก็บไว้อย่างดี และจะเก็บเื่นี้ไว้เป็ความลับอีกด้วย”
หลังมื้อเย็นของครอบครัวหวังผ่านไป หวังอี้ฉือและหวังอี้เฉินเข้าไปพักในห้อง หลินถิงถิงและหวังอิงอิงทำความสะอาดจานชามและโต๊ะกินข้าวอยู่ข้างนอก
“พ่อ วันนี้แม่พาผมไปขุดหน่อไม้และเก็บเห็ดหูหนูดำมาเยอะเลย แม่เอาไปบ้านป้าไฉ่ทั้งหมด แต่ตอนกลับมาแม่ไม่ได้เอาเห็ดพวกนั้นมาด้วย” หวังอี้เฉินพูดอย่างโกรธๆ
“แม่คงเอาไปให้ป้าไฉ่เป็ค่าตอบแทนที่ไปใช้ครัวของพวกเขาน่ะ”
“แต่มันคือเห็ดทั้งตะกร้าเลยนะพ่อ” หวังอี้เฉินพูดอย่างไม่ยอม
“เราไปใช้ของบ้านคนอื่นเขา เราก็ต้องตอบแทนเขาบ้างสิ ลูกอย่าโกรธไปเลย ไม่อย่างนั้นพอแม่กลับมา ลูกก็ลองถามแม่ดูว่าเห็ดพวกนั้นแม่เอาไปไหน” หวังอี้ฉือสอนลูกชาย
“จะถามอะไรฉันหรือคะ” หลินถิงถิงเข้ามาทันได้ฟังประโยคสุดท้ายพอดี
“แม่เอาเห็ดพวกนั้นให้ป้าไฉ่หมดเลยหรือ”
หลินถิงถิงพอจะเข้าใจแล้วว่าเพราะอะไรลูกชายของเธอจึงมีท่าทางไม่พอใจอย่างนั้น เธอจึงเดินไปลงกลอนประตูก่อนที่จะไปหยิบกล่องอาหารที่ซ่อนเอาไว้ออกมา
“แม่นี่คืออะไรหรือ” หวังอี้เฉินพูดพลางกลืนน้ำลาย
“พี่ใหญ่ นี่คือผัดหน่อไม้ใส่เห็ดหูหนูดำค่ะ แม่ผัดแบบไม่ใส่น้ำมันด้วยนะ” หวังอิงอิงตอบพี่ชาย
หลินถิงถิงยื่นตะเกียบให้ทุกคน และบอกให้ทุกคนกินอาหารที่อยู่ในกล่อง
“แม่อร่อยมากเลย” หวังอี้เฉินบอกอย่างตื่นเต้น
“ทีนี้ลูกจะทำตามสัญญาได้หรือยัง” หลินถิงถิงถามลูกชาย
“ได้ ได้ครับ” หวังอี้เฉินตอบเสียงอู้อี้
“ต่อไปแม่จะทำของอร่อยอย่างนี้ให้พวกลูกกินบ่อยๆ ดีไหม”
“ดีครับ/ดีค่ะ” เด็กน้อยตอบรับด้วยความดีใจ