นับถอยหลังสู่การประหารราชาปีศาจ (Yaoi) [แปลจบแล้ว]

    ม้วนที่ 4 ปกติกับผิดปกติ เล่มที่ 3 บทที่ 74 เริ่มเดินทาง (1)

            ยังดีที่ตลอดทางไม่เกิดเรื่องใหญ่อันใด โม่จ้านเดินทางมาถึงสาขาย่อยของกิลด์จอมเวทในเมืองเล็กได้อย่างราบรื่น

            เพราะกิลด์จอมเวทและกิลด์นักดาบพเนจรเป็นพันธมิตรกัน ดังนั้นจึงแบ่งปันภารกิจร่วมกัน หลังจากเจ้าหน้าที่รับผิดชอบตรวจสอบตัวตนเรียบร้อยจึงมอบเงินค่าตอบแทนและใบแสดงรายการสิ่งของตอบแทนหนึ่งใบให้แก่โม่จ้าน กำชับโม่จ้านว่าต้องไปรับที่สำนักงานใหญ่ของกิลด์

            โม่จ้านไม่แม้แต่จะมองพลันยัดใบรายการใส่ลงในกระเป๋ากางเกง ชุดเกราะจะมีหรือไม่มีก็ไม่สำคัญ ผู้ที่ยากจนเสียจนถุงเงินดังกรุ๊งกริ๊งเช่นตน เงินหนึ่งพันเหรียญทองนี้ต่างหากจึงจะเป็นสิ่งสำคัญ คำกล่าวนั้นว่าอย่างไรนะ? ถึงแม้ว่าเงินมิใช่ทุกสิ่ง ทว่าการไม่มีเงินทุกสิ่งก็เป็นไปมิได้

            โม่จ้านเดินเล่นในเมืองครึ่งค่อนวัน หลังอิ่มสุราอาหารจึงหาโรงเตี๊ยมพักผ่อนหย่อนใจ สิ่งที่ตนต้องทำในยามนี้คือรอให้เจ้าสองคนนั้นมาหาเท่านั้น

            ทันทีที่ได้รับข่าวจากหวาเอ่อร์ ลาถีเท่อกับเก๋อจือที่เฝ้ารอคอยอย่างกระวนกระวายใจพลันรีบเร่งรุดมาโดยมิยอมหยุดพักทันที แยกจากกันนานถึงสองเดือน ทันทีที่คนทั้งสองเห็นโม่จ้านพลันรีบสาวเท้าเข้าไปและมอบหนึ่งอ้อมกอดอันแนบแน่นให้กับโม่จ้าน

            “โม่เจ๋อเอ่อร์ พวกเราคิดถึงเจ้ามาก---” เก๋อจือพุ่งเข้าหาอ้อมกอดของโม่จ้าน เส้นผมแข็งสีแดงถูไถอยู่บนหน้าอกของเขา

            “อาจารย์โม่เจ๋อเอ่อร์ ข้าฝึกสิ่งที่เจ้าสอนข้าอยู่ตลอด มิได้ปล่อยให้สูญเปล่า!” ลาถีเท่อมิอาจข่มความรู้สึกตื่นเต้น กอดโม่จ้านไว้แน่นมิต่างกับเด็กน้อยที่สอบได้คะแนนเต็มรอคำชมจากผู้ใหญ่ ทำให้โม่จ้านรู้สึกว่าตนเป็นบิดาเปี่ยมความรักใคร่เอ็นดูในเสี้ยววินาที

            “เอาล่ะๆ ก็ยังอยู่ดีมิใช่หรืออย่างไร” โม่จ้านคลี่ยิ้มพลางลูบหัวคนทั้งสอง ภายในใจรู้สึกอบอุ่นราวกับได้กลับบ้านอย่างน่าประหลาด

            “ใช่แล้วเก๋อจือ สิ่งนี้ให้เจ้า” โม่จ้านล้วงตราออกมาจากกระเป๋า “เพื่อเจ้าของสิ่งนี้ ข้าเกือบต้องเอาชีวิตตนเองไปทิ้งเสียแล้ว”

            “ขอบใจมาก ข้ารู้ว่าท่านโม่เจ๋อเอ่อร์เก่งกาจยิ่ง” เก๋อจือหัวเราะอย่างกระดากอาย หลังวาดวงแหวนเวทขนาดเล็กลงบนกลางฝ่ามือพร้อมกับวางตราลงตรงกลาง ไม่นานนัก บนตราสีม่วงพลันปรากฏอักษรสีส้มอมเหลืองขึ้นมา

            โม่จ้านเลือกที่จะละเลยคำเรียกขานประหลาดที่เปลี่ยนวันต่อวันของเก๋อจือ “พวกเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง? มิได้ถูกพบเข้าใช่หรือไม่?”

            “สถานที่ที่เจ้าเลือกอำพรางได้ดียิ่งนัก พวกเราไม่ถูกพบร่องรอย” ลาถีเท่อพยักหน้า คลี่ยิ้มพลางล้วงเอาตราเกียรติยศออกมา “ยังมีอีกอย่าง สิ่งนี้ให้เจ้า”

            โม่จ้านรับตราเกียรติยศสีเงินที่ด้านบนมีการแกะสลักอย่างประณีตมาด้วยความงุนงง ตามด้วยส่งสายตาฉายแววสอบถามไปทางลาถีเท่ออีกครา

            “นี่เจ้าลืมไปแล้ว? พ่อบ้านหวาเอ่อร์กล่าวว่าจะมอบตำแหน่งอัศวินให้เจ้า นี่คือเครื่องพิสูจน์” ลาถีเท่อมองโม่จ้านด้วยความอิจฉา “ถึงแม้จะเป็นอัศวินอิสระที่ยศต่ำที่สุด ทว่าอย่างน้อยก็มีฐานะทางสังคมที่มีตราเกียรติยศอย่างเป็นทางการ”

            โม่จ้านถอนหายใจราวกับยกภูเขาออกจากอก ง่วนกันมานานถึงเพียงนี้ ในที่สุดตนก็มิใช่คนเถื่อนแล้ว

            กลุ่มเล็กพร้อมหน้า แน่นอนว่าคนทั้งสามล้วนแต่ดีใจอย่างมาก เพียงแต่ปัญหาต่อจากนี้กลับทำให้คนทั้งสองค่อนข้างลำบากใจ --- ต่อจากนี้จะไปที่ใดดี?

            ในหมู่บ้านเล็กที่ลาถีเท่อกับเก๋อจือซ่อนตัวนับเป็นสถานที่ที่ดี เพียงแต่ยังคงอยู่ภายใต้การดูแลของเมืองนักดาบพเนจร ใช้ซ่อนตัวชั่วคราวย่อมได้ ทว่าหากอยู่นานไปจะต้องถูกพบอย่างแน่นอน และสถานที่ที่เก๋อจือคุ้นเคยล้วนแต่มีเงาของท่านมาร์ควิสเคอซือ สถานที่ที่ลาถีเท่อคุ้นเคยล้วนแต่อยู่ในขอบเขตของกิลด์นักดาบพเนจร มิอาจหลบพ้นแม้แต่น้อย

            สายตาขอความช่วยเหลือของคนทั้งสองจดจ้องมายังโม่จ้าน โม่จ้านเม้มปากพลางส่ายหน้า สื่อว่าตนเองก็ไร้หนทางเช่นกัน

            เช่นนั้นตนคุ้นชินกับที่ใดบ้าง?

            ในวิหารที่บรรยากาศอึมครึม ในป่าที่มีสัตว์ป่าลึกลับเคลื่อนไหว หอพักของสองพี่น้องปีศาจแฝงฝัน จุดพักม้าที่บนต้นไม้มีผู้คนนอนเต็มไปหมด

            ...ไม่ว่าจะที่ใดล้วนแต่มิอาจให้มนุษย์ตั้งหลักปักฐานอย่างสบายใจ

            “จุดมุ่งหมายของพวกเราสูงเกินไปกระมัง” ลาถีเท่อยกยิ้มเจื่อนพลางเกาหัว

            “พวกเรายังต้องรับภารกิจเลี้ยงปากท้องไปวันๆ เมืองกับหมู่บ้านที่อยู่ใกล้สาขาย่อยของกิลด์ เดิมทีจำนวนผู้คนที่สัญจรไปมาก็มีมิน้อย”

            ตนเคยเอ่ยว่าอยากจะหาสถานที่เล็กๆ เพราะหากมีผู้คนสัญจรไปมาจำนวนมาก ความเสี่ยงที่จะถูกจับได้ย่อมมากตาม ทว่าหากอาศัยอยู่ไกลเกินไป การทำงานก็จะกลายเป็นปัญหาเช่นกัน

            “สถานที่ที่มีคนมากทว่ายังแปลกหูแปลกตา เกรงว่าคงมีแต่ต้องไปต่างอาณาจักรเสียแล้ว...” โม่จ้านพึมพำ

            เก๋อจือกับลาถีเท่อสบตากัน คิดว่าความคิดนี้ใช้การได้

            ลาถีเท่อพยักหน้า “ใช่แล้ว เหตุใดจึงมิไปอาณาจักรอื่นเล่า? แม้จะถูกมาร์ควิสเคอซือพบ กระนั้นก็มิอาจจับตัวกลับมาตามอำเภอใจ”

            เก๋อจือตื่นเต้นขึ้นมาเช่นกัน “ข้ายังมิเคยไปเที่ยวเล่นต่างอาณาจักรมาก่อนเลย ช่างน่าตื่นเต้นยิ่งนัก!”

            โม่จ้านดีดหน้าผากเก๋อจือหนึ่งที “พวกเราไปหาหนทางรอด มิได้ไปเที่ยวเล่น เจ้าตัวเล็กหนังเนียนเนื้อนุ่ม ระวังจะถูกคนโยนเข้าป่าป้อนสัตว์ปีศาจ”

            “รู้แล้ว ข้าจะฟังพวกเจ้าทั้งหมด” เก๋อจือแลบลิ้นออกมาพลางทำหน้าพิเรนทร์

            ลาถีเท่อล้วงหยิบแผนที่ออกมาหนึ่งแผ่นก่อนคลี่ลงบนโต๊ะ “ดูจากสถานการณ์ในยามนี้ อาณาจักรไหลเต๋อคงจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด---”

            “ข้าขอปฏิเสธ” ลาถีเท่อเอ่ยยังมิทันจบกลับถูกโม่จ้านเอ่ยขัดจังหวะอย่างเกรี้ยวกราด “ชั่วชีวิตนี้ข้าจะไม่มีทางย่างกรายไปใกล้สถานที่แห่งนั้นอีก”

            ท่าทีของโม่จ้านเปลี่ยนไปในเสี้ยววินาที ทำเอาเก๋อจือถึงกับสะดุ้งตกใจ ลาถีเท่อเงยหน้าอย่างตกตะลึง พบว่าดวงตาที่จดจ้องแผนที่ของโม่จ้านฉายแววเย็นยะเยือก ทั่วทั้งกายเผยกลิ่นอายกดดัน โม่จ้านที่รู้ตัวฉับพลันว่ายั้งสติมิอยู่ทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง ทว่าลาถีเท่อที่สายตาแหลมคมยังคงจับสังเกตได้ถึงสีแดงโลหิตภายในดวงตา

            เก๋อจือมองใบหน้าเย็นชาดุจน้ำแข็งของโม่จ้านด้วยความหวาดกลัว ตนไม่เข้าใจสักนิดว่าเกิดอันใดขึ้น

            ...คล้ายว่านี่จะเป็นครั้งแรกที่โม่เจ๋อเอ่อร์โมโหจริงๆ ค่อนข้างน่ากลัว

            ถึงแม้จะไม่รู้สาเหตุ ทว่าเห็นได้ชัดว่าโม่เจ๋อเอ่อร์มีอคติต่ออาณาจักรไหลเต๋ออย่างมาก ลาถีเท่อกระแอมไอก่อนชี้ไปยังสถานที่อีกแห่งหนึ่งบนแผนที่

            “...อืม เช่นนั้นก็เปลี่ยนเป็นราชอาณาจักรข่ายเจ๋อ ถึงแม้จะมิค่อยรู้จัก ทว่าความปลอดภัยของเมืองหลวงคงจะได้รับการรับรอง”

            โม่จ้านพยักหน้าก่อนจะกุมหัวเดินออกไปนอกประตู ทิ้งลาถีเท่อกับเก๋อจือให้มองหน้ากันอยู่สองคน

            “ทำเอาข้าตกใจเสียแทบแย่ นึกมิถึงว่ายามโม่เจ๋อเอ่อร์โมโหจะรุนแรงถึงเพียงนั้น”

            เก๋อจือกลืนน้ำลาย ยกมือทาบอกอย่างใจหาย

            “มิได้กล่าวกันว่าสันตะสำนักของอาณาจักรไหลเต๋อมุ่งหน้าสู่แสงสว่าง ยกย่องเชิดชูความมีเมตตาและภราดรภาพงั้นหรือ?”

            ลาถีเท่อขมวดคิ้วก่อนจะดีดหน้าผากเก๋อจือแผ่วเบา “ผู้อื่นเอ่ยเจ้าก็เชื่อ? เรื่องโสมมที่อาณาจักรไหลเต๋อทำมินับว่าน้อย”

            เก๋อจือกุมหน้าผากบ่นด้วยความไม่พอใจ “เขารังแกข้าก็ช่างเถิด ยามนี้กระทั่งเจ้ายังเริ่มรังแกข้าเสียแล้ว!”

            ลาถีเท่อยกยิ้มอย่างจนปัญญา ทันใดนั้นพลันหยัดกายลุกขึ้น ยื่นมือไปดันร่างเก๋อจือลงบนผนัง

            “...เขารังแกเจ้าเพราะว่าเจ้าทำเรื่องโง่ๆ แล้วสมควรโดน ทว่าข้ารังแกเจ้าเพราะอยากรังแกเจ้า มิได้งั้นหรือ?”

            แววตาเปี่ยมด้วยรอยยิ้มของลาถีเท่อเผยประกายหัวแข็งอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนพลางจดจ้องเก๋อจือตรงๆ เก๋อจือถูกจู่โจมกะทันหันเสียจนตกตะลึงพรึงเพริด ใบหน้าแดงก่ำฉับพลันจนลามไปถึงใบหู

            “...เจ้าเจ้าเจ้าจะทำอันใด?”

            ลาถีเท่อถอนหายใจพลางโอบกอดคนตรงหน้าแผ่วเบา ส่งริมฝีปากไปยังข้างใบหูของเก๋อจือ น้ำเสียงละมุนทว่ามีแรงดึงดูดทำให้หัวใจของเก๋อจือเร่งจังหวะอย่างมิอาจหักห้าม

            “คุณชายน้อยเก๋อจือผู้ความคิดเรียบง่ายไม่ซับซ้อน หากไม่มีคนคอยคุ้มครองอยู่ข้างกาย ไม่รู้จริงๆ ว่าเจ้าจะต้องทนเสียเปรียบมากเพียงใด...”

            “เจ้า เจ้า ความสามารถของเจ้าสู้ข้ามิได้เสียหน่อย ข้าเป็นถึงจอมเวทระดับ---อื้อ!”

            คำพูดของเก๋อจือถูกริมฝีปากหนึ่งคู่ของลาถีเท่อปิดกั้นเอาไว้ จอมเวทผู้น่าสงสารที่ไม่ทันตั้งตัวแม้แต่น้อยถูกปลายลิ้นบีบบังคับให้เผยอปากอย่างแข็งกร้าวและกระทำการรุกรานอย่างเหิมเกริมโดยไร้ซึ่งเรี่ยวแรงต่อต้านแม้แต่น้อย ทำได้เพียงส่งเสียง ‘อื้อๆๆ’ ต่อต้านเท่านั้น

            ถึงแม้นี่จะมิใช่การจูบครั้งแรก ทว่าความเผด็จการผิดวิสัยของลาถีเท่อกลับทำให้ในใจของเก๋อจือหวาดหวั่นอยู่บ้าง

            “จอมเวทระดับกลาง...งั้นหรือ”

            ริมฝีปากหนึ่งคู่ผละออกแผ่วเบา แววตาของลาถีเท่อมืดสลัวลงอย่างช้าๆ เก๋อจือตกใจทันใด เพิ่งจะรู้ตัวว่าตนพูดผิดอีกแล้ว นึกอยากจะตบบ้องหูตนแรงๆ สักหนึ่งที

            “คือว่า ข้ามิได้หมายความเช่นนั้น ข้าข้าข้าจะบอกว่า---”

            เก๋อจือทำอันใดมิถูก ทั้งๆ ที่ตนรู้ว่าแม้ภายนอกลาถีเท่อจะดูอ่อนโยน ทว่าแท้จริงแล้วหยิ่งในศักดิ์ศรีอย่างมาก เหตุใดจึงแก้นิสัยเสียๆ อย่างการพูดไม่คิดเช่นนี้มิได้เสียที? คราก่อนก็ล่วงเกินโม่เจ๋อเอ่อร์ ครานี้ยัง...

            เด็กหนุ่มผมแดงที่ตื่นตระหนกจนทำสิ่งใดมิถูกเขย่าไหล่ลาถีเท่อสุดชีวิตด้วยกลัวว่าอีกฝ่ายจะโกรธ มุมปากของลาถีเท่อที่ภายในแววตาซุกซ่อนเงามืดพลันแสยะยิ้ม ใช้ท่อนแขนคว้าเอวแบกเก๋อจือขึ้นมาอย่างง่ายดายภายในเสี้ยววินาที จากนั้นมุ่งตรงไปยังห้องของตน

            “...เช่นนั้นข้าก็จะทำให้เจ้าได้เห็นว่าผู้ใดเก่งกาจกว่ากัน ถือเสียว่าได้ใช้โอกาสช่วยแก้นิสัยเสียๆ อย่างการพูดจาส่งเดชของเจ้าด้วย”

            “ขอโทษข้าผิดไปแล้ว! ปล่อยข้าลงไปปปป!”

            เสียงร้องวิงวอนของเก๋อจือไกลออกไปเรื่อยๆ ท้ายที่สุดเลือนหายไปในหนึ่งเสียงปิดประตูดัง ‘ปัง’

             





    คล้ายกับเรื่องนับถอยหลังสู่การประหารราชาปีศาจ (Yaoi) [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592