เกิดใหม่มาเป็นหม่ามี้ของเจ้าก้อนก้อน (จบ)

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 118 คนมีความสามารถอย่างไรก็ปกปิดไม่มิด

            ติงเหว่ยหยุดพูดไปครู่หนึ่งและจัดระเบียบความคิดอีกครั้งจากนั้นก็พูดว่า “ชาวบ้านต้องจ่ายข้าวโพดหลายจินหรือพ่อค้าก็ต้องจ่ายเงินสิบกว่าเหวินถึงจะสามารถไม่ต้องไปใช้แรงงานได้ไม่ว่าจะคิดอย่างไรพวกเขาก็เต็มใจ หากว่าทั้งสองเรื่องนี้ยังไม่สามารถรองรับเหล่าทหารที่ปลดประจำการทั้งหมดได้งั้นก็สามารถใช้วิธีลดภาษีและสนับสนุนให้พ่อค้าหรือโรงงานจ้างเหล่าทหารบาดเจ็บเหล่านี้เพื่อทำงานใช้แรงงานหรือไม่ก็เปิดโรงงานเพื่อสนับสนุนกองทัพไปเลย…”

            ติงเหว่ยยิ่งพูดเร็วขึ้นเรื่อยๆสิ่งเหล่านี้ชาติตะวันตกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย และมีประสิทธิภาพสูง

            สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือได้ยกระดับฐานะของเหล่าทหารพิการไม่เพียงแต่ทหารพิการ เหล่าทหารที่ปลดประจำการกลับบ้านผู้ตรวจการณ์ในศาลาที่ว่าการหรือแม้กระทั่งเหล่านายอำเภอของแต่ละหมู่บ้านล้วนต้องได้รับการจ้างงานเป็นอันดับแรกเข้าออกเมืองไม่ต้องจ่ายเงิน ครอบครัวของทหารที่เสียชีวิตได้ลดภาษีพืชผลสรุปก็คือประชาชนทั่วทั้งซีเฮ่าจะต้องถูกปลูกฝังให้สนับสนุนกองทัพและต่อไปก็จะไม่ต้องกังวลกับการใช้ชีวิตของเหล่าทหารอีกต่อไปหากว่ามีสงครามขึ้นมาอีกและถ่ายทอดคำสั่งเกณฑ์ทหารออกไป เกรงว่างคนหนุ่มๆ จะพากันสมัครเข้ามาอย่างล้นหลาม…”

            ติงเหว่ยพูดอย่างตื่นเต้นโดยที่ไม่ทันได้สังเกตเลยว่าสายตาของเหล่าคนในกระโจมที่มองมาที่นางไม่ใช่แววตาชื่นชมอย่างง่ายๆอีกต่อไป แต่สีหน้าของพวกเขากลับเต็มไปด้วยความสงสัยและตื่นตระหนก

            ต่อให้ก่อนหน้านี้ผู้อาวุโสเหว่ยจะได้ยินลูกศิษย์ของตนเองพูดถึงเรื่องนี้สองสามครั้งแต่ตอนนี้ก็อดไม่ได้ที่จะตกใจ เขาโยนถ้วยชาในมือทิ้งไปแล้วตะโกนออกมาว่า “สาวน้อยสิ่งเหล่านี้เจ้าไปฟังมาจากที่ไหนกัน? ก่อนหน้านี้ข้าเคยได้ยินข่าวลือโง่ๆว่าเจ้าได้รับการถ่ายทอดวิชาจากท่านย่าเทวาภูเขาข้าเองก็ไม่เชื่อแต่วันนี้เมื่อดูแล้วหากมีคนบอกว่าเจ้าคือเหวินฉวี่ซิง [1] มาจุติบนโลกมนุษย์ข้าก็คงเชื่อไปแล้ว!”

            ติงเหว่ยพึมพำพร้อมเบิกตากว้างนางจ้องไปที่อาจารย์ของตนเอง และมองไปทางกงจื้อหมิงและเฟิงจิ่วนายบ่าวทั้งสอง ในใจของนางก็รู้สึกเสียดายเล็กน้อยเมื่อครู่นี้นางพูดอย่างตื่นเต้นไปหน่อยและก็เห็นใจทหารที่พิการเหล่านั้นจริงๆทำให้ในชั่วขณะหนึ่งนางพูดอย่างตื่นเต้นจนลืมที่จะไม่แสดงความคิดเห็นหรือปกปิดทักษะเอาไว้

            ต่อให้ก่อนหน้านี้นางจะเปิดเผยออกมาบ้างเป็นครั้งคราวแต่อย่างไรก็สามารถแก้ตัวได้ว่านางฉลาดเฉลียวมาตั้งแต่เด็กแล้วก็ชอบวิชาการรักษาด้วยแต่คำพูดในคืนนี้เกี่ยวข้องกับการจัดการเหล่าทหารที่พิการและแม้แต่นโยบายของวังหลวงและหน้าที่ของทางการ ตัวนางที่เป็นหญิงสาวชาวบ้านคนหนึ่งช่างน่าสะดุดตาเกินไปจริงๆ

            “เอ่อข้าก็แค่ไม่มีอะไรทำก็เลยลองคิดดูสักหน่อยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าวิธีการพวกนี้จะใช้ได้จริงหรือเปล่า?”

            ติงเหว่ยตอบอย่างคลุมเครือจากนั้นก็เก็บถ้วยจานตะเกียบ และพยายามจะหนีผ่านไปอย่างไม่รู้ไม่ชี้แต่น่าเสียดายที่กงจื้อหมิงกลับจ้องนางอย่างไม่วางตาราวกับว่าจะจุดไฟบนศีรษะของนางอย่างไรอย่างนั้นทำให้นางเงยหน้าขึ้นและถลึงตากลับไป

            ดวงตาของกงจื้อหมิงทอประกายขึ้นมาชั่วครู่หนึ่งจากนั้นเขาก็หัวเราะออกมาเสียงดังอย่างมีความสุขต่อให้จะรู้จักหญิงสาวคนนี้มานานแค่ไหน กอดนางไว้ในอ้อมแขนไม่รู้ตั้งกี่ครั้งนางก็ยังคงเหมือนสมบัติล้ำค่าไม่มีผิด ยิ่งค้นหายิ่งทำให้รู้สึกประหลาดใจ

            คงไม่ต้องบอกว่าผู้อาวุโสเหว่ยชนะการเดิมพันครั้งนี้แล้วแต่เขากลับทนไม่ได้ที่จะเห็นกงจื้อหมิงได้ดั่งใจ เขาเม้มปากและพูดเยาะเย้ยออกมาว่า“เจ้าหนุ่ม เจ้าช่างโชคดีจริงๆ เลยสาวน้อยที่ดีขนาดนี้กลับถูกเจ้าผูกติดไว้ข้างกาย มิเช่นนั้น เหอะ! ผู้ชายดีๆบนโลกใบนี้คงไม่มีใครคู่ควรกับนาง!”

            กงจื้อหมิงเงยหน้าขึ้นและเชิดคางนี่เป็นครั้งแรกที่เขามองไปที่ผู้อาวุโสอย่างจริงจังและพูดอย่างเย็นชาว่า“ท่านลุงเหว่ย ท่านไม่ควรมีความคิดเช่นนั้นจะเป็นการดีที่สุด นางเป็นของข้าไม่ว่าเมื่อไรหากใครกล้าอยากได้ มันผู้นั้นต้องตาย!”

            ผู้อาวุโสคิดจะโต้กลับแต่ในยามนี้ชายหนุ่มที่ถูกเขาสั่งสอนอยู่บ่อยๆ สีหน้ากลับเย็นชาอย่างยิ่งกลิ่นอายของความแข็งแกร่งและการนองเลือดที่มาจากการรบราฆ่าฟันในสงครามเป็นพันเป็นหมื่นครั้งก็แผ่ออกมาปกคลุมทันทีทำให้เขาอดที่จะตัวสั่นขึ้นมาไม่ได้

            สุดท้ายเขาก็ไม่กล้าโต้อะไรออกไปริมฝีปากของเขาสั่นเทาอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็พูดออกมาประโยคหนึ่งว่า“พรุ่งนี้อย่าลืมให้ผู้อาวุโสอวิ๋นมาหาข้าด้วย!”

            หลังจากพูดจบเขาก็เดินออกจากกระโจมไปลมเย็นๆ ในฤดูหนาวพัดมากระทบที่ร่างของเขา ช่างหนาวเย็นไปถึงขั้วกระดูก และเขาก็ถอนหายใจยาวออกมาจากนั้นก็หันไปมองทางกระโจมและพูดออกมาด้วยความโมโหว่า “เจ้าเด็กชั่วมาขู่ให้ข้าตกใจกลัวงั้นหรือ คอยดูเถอะวันหลังหากเจ้าถูกพิษขึ้นมาอีกใครจะช่วยชีวิตเจ้า!ฮึ่ม!”

            ภายในกระโจมเฟิงจิ่วยกถ้วยชามออกไปอย่างเงียบๆปล่อยให้ติงเหว่ยจิ้มไปที่กงจื้อหมิง และพูดด้วยความโมโหว่า“ท่านอาจารย์ไม่ใช่ศัตรูสักหน่อย ไหนเลยจะต้องข่มขู่เขาด้วย?”

            สาวงามเป็นดั่งสุสานของวีรบุรุษ[2] ต่อให้จะเป็นบุรุษที่โหดเหี้ยมขนาดไหนก็ไม่อาจทนเห็นน้ำตาหนึ่งหยดของสตรีที่ตนเองรักได้

            กงจื้อหมิงเองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้นกลิ่นอายแห่งความโกรธรอบๆ ตัวของเขาหายไปในทันทีเขาเอื้อมมือออกไปดึงติงเหว่ยเข้ามาไว้ในอ้อมแขนและวางคางลงบนศีรษะของนางเขาเงียบไปครู่ใหญ่จากนั้นก็พูดออกมาอย่างเอาแต่ใจว่า “ข้าไม่ได้พูดโกหกไม่ว่าใครก็ห้ามอยากได้เจ้า!”

            “ท่านคิดว่าข้าเป็นปลาเค็มอยู่บนคานที่ล่อตาล่อใจแมวทั้งวันไปได้”ติงเหว่ยก้มหน้าลงและกัดแขนเขา “แรงๆ” หนึ่งที และนางก็ยิ้มอ่อนหวานออกมาอย่างช่วยไม่ได้

            นางไม่รู้เลยว่าในที่ที่ห่างไกลเป็นพันลี้แห่งหนึ่ง จะมีแมวตัวหนึ่งที่กำลังทะเลาะเพื่อปลาเค็มอย่างนาง

            ……

            สงครามในเมืองจินโจวกำลังดุเดือดส่วนช่วงนี้ในเมืองหลวงของซีเฮ่าก็ “คึกคัก” เป็นพิเศษ

            ในค่ำคืนนี้ประตูจวนของอัครมหาเสนาบดีถูกปิดอย่างแน่นหนาแต่ในเรือนหลักกลับจุดไฟอย่างสว่างไสว

            บ่าวชายในชุดสีเขียวและหมวกใบน้อยกับสาวใช้ในชุดสีแดงจำนวนมากแอบรวมตัวกันอยู่ริมกำแพงนอกเรือนหลักใบหน้าของพวกเขามีความหวาดกลัวสามส่วนและความประหลาดใจเจ็ดส่วนพวกเขาทั้งหมดต่างก็กำลังแอบถกเถียงกันอยู่อย่างเงียบๆ

            ก่อนหน้านี้คุณชายที่หายตัวไปหลายวันไม่รู้ว่ากลับมาจากที่ไหน ถึงแม้ท่านผู้อาวุโสจะไม่ได้พูดอะไรแต่ก็ถือได้ว่าปลอดภัยไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแต่มาวันนี้ไม่รู้ว่าคุณชายไปได้ยินอะไรมาจากข้างนอก เขาพุ่งกลับมาด้วยความโมโห และบันดาลโทสะออกมาต่อให้ผู้อาวุโสจะเชิญอาจารย์มา แต่เขาก็ไม่ลดเสียงลงเลยแม้แต่น้อย

            คนรับใช้ทุกคนถูกผู้ดูแลบ้านไล่ออกมาจากเรือนหลักตั้งนานแล้วแต่ตอนนี้พวกเขาก็ยังได้ยินเสียงทะเลาะกันของสองพ่อลูกดังแว่วๆ มา

            ภายในห้องโถงของเรือนหลักอัครมหาเสนาบดีฟางที่อายุมากกว่าห้าสิบปีไปแล้วกำลังหอบหายใจด้วยความโกรธและโยนหวายในมือทิ้งไปและพูดตำหนิว่า “เจ้าลูกอกตัญญู เจ้าทำเพื่อคนนอกและไม่เชื่อฟังบิดามารดาหากเรื่องนี้แพร่ออกไป ข้ายังจะมีหน้าไปยืนในท้องพระคลังอีกหรือ”

            “เหอะท่านไปวังหลวงเพื่อไปเสนอความคิดเห็นให้คนผู้นั้นลอบสังหารสตรีและเด็ก มิสู้กลับใจแล้วอบรมสั่งสอนข้าอยู่ที่บ้านเสียยังดีกว่า!”

            เสื้อคลุมด้านหลังของฟางซิ่นถูกมัดไว้ใต้เข็มขัดและปิ่นปักผมที่ทำจากไม้หวังหยางไม่รู้ว่าตกไปอยู่ที่ไหน ทรงผมของเขาเละเทะไปหมดท่าทางดูจนตรอกไม่น้อย

            อัครมหาเสนาบดีฟางนานๆจะได้เห็นท่าทางเช่นนี้ของลูกชายราวกับว่าครั้งที่แล้วที่เห็นก็คืองานศพของกงจื้อหมิงลูกชายกวัดแกว่งหอกไปมาและสกัดทหารไว้ทั้งหมดสิบกว่าคนเพื่อขัดขวางไม่ให้โลงศพตกลงไปในหลุมศพ ช่างเป็นความรู้สึกที่แน่วแน่จริงๆ

            เมื่อคิดเช่นนี้ผู้อาวุโสก็มีสีหน้ามีความสุขขึ้นมา เขาเกลี้ยกล่อมกึ่งตำหนิไปด้วยว่า“ไม่ต้องก่อเรื่องแล้ว เจ้าจะไปรู้อะไร!ที่ข้าทูลฮ่องเต้พระองค์ใหม่ให้เขาส่งนักฆ่าไปที่จินโจวประการแรกข้าต้องการให้เหล่าขุนนางและทหารในราชสำนักได้เห็นอย่างชัดเจนว่าฮ่องเต้พระองค์ใหม่นี้ไม่ได้มีคุณธรรมและสูงส่งขนาดนั้นประการที่สองข้าอยากจะลองดูว่าเจ้าหนุ่มนั่นจะสามารถรอดพ้นไปได้หรือไม่หากว่าทุกวันนี้เขายังไม่สามารถปกป้องคนรอบๆ ตัวเอาไว้ได้ต่อให้ก่อนหน้านี้จะหนีรอดมาได้ครั้งหนึ่ง เกรงว่าต่อไปก็ยากที่จะทำเรื่องใหญ่ให้สำเร็จได้เหล่าครอบครัวชั้นสูงที่เป็นจิ้งจอกเจ้าเล่ห์พวกนั้นล้วนแต่หากไม่เห็นกระต่ายก็ไม่ปล่อยเหยี่ยว[3]หากข้าไม่ทดสอบเช่นนี้เจ้าคิดว่าพวกเขาจะเต็มใจยอมเสี่ยงอันตรายโค่นล้มบรรพบุรุษเพื่อช่วยให้เจ้าหนุ่มนั้นนั่งบัลลังก์บนนั้นอย่างนั้นหรือ?”

            ผู้อาวุโสยิ่งพูดก็ยิ่งมีน้ำโหเขาถลึงตามองไปที่ลูกชายหนึ่งทีและพูดว่า “อีกอย่างเซียวเฉิงก็เป็นคนโง่เขลาที่ชอบความทะเยอทะยานการที่ส่งเขาไปที่นั่นก็ถือเป็นข้อบกพร่องอันใหญ่หลวงเจ้าไม่ได้ยินข่าวหรือว่าเขาไปฟังใครล่อลวง พาคนไปจับแม่ครัวสาวคนหนึ่ง ผลปรากฏว่าเหล่านักฆ่าถูกสังหารตายทั้งหมดทุกวันนี้อับอายกลายโทสะจึงได้บีบบังคับให้กองทัพเจ็ดหมื่นนายของจูโจวออกไปทำสงครามแล้วก็ถูกเจ้าหนุ่มคนนั้นตีกลับมาจนพ่ายแพ้ราบคาบ”

            ผู้อาวุโสคิดว่าเขาจะได้รับการอภัยจากลูกชายอย่างแน่นอนหากว่าเขาอธิบายเหตุผลและบอกความจริงออกไปไหนเลยจะคิดถึงว่า “แม่ครัว” ผู้บริสุทธิ์ที่เกือบต้องถูกจับตัวจะเป็นดั่งเกล็ดใต้คอมังกร[4] ของลูกชายเขา

            ฟางซิ่นนึกถึงช่วงเวลาเหล่านั้นหญิงสาวคนนั้นตั้งใจคอยดูแลเสื้อผ้าและอาหารของเขาอย่างพิถีพิถันเล่าเรื่องราวได้อย่างสนุกสนานและมีชีวิตชีวา ใบหน้าอบอุ่นที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของนางในขณะที่อุ้มลูกอยู่ความหดหู่ในใจของเขาก็เพิ่มขึ้นอีกสามส่วน“ปกติท่านพ่อชอบที่จะพูดถึงเหล่าประชาชนติดปากอยู่เสมอ หรือว่า “แม่ครัว”ที่ท่านพูดถึงนั้นไม่ใช่ประชาชนอย่างนั้นหรือ นางก็ควรจะเสียสละชีวิตตนเองเพื่อการทดสอบของท่านอย่างนั้นหรือ?ท่านพ่อไม่ลองถามนางดูบ้างว่านางใช้ชีวิตอย่างยากลำบากขนาดไหนหรือว่านางมีลูกที่ต้องเลี้ยงดูหรือไม่?”

            อัครมหาเสนาบดีฟางเองก็โมโหขึ้นมาบ้างเขาไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดลูกชายของเขาจะหาเรื่องอย่างไม่มีเหตุผลแทนแม่ครัวธรรมดาๆคนหนึ่ง ในขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปากตำหนิ ก็ได้ยินลูกชายพูดออกมาว่า “จริงสิข้าก็ลืมไป หากท่านใส่ใจหญิงสาวสักคนหนึ่ง ท่านแม่ของข้า…นางจะอดทนจนตายทั้งๆที่มองดูประตูจวนอยู่ได้เช่นไร!”

            “บังอาจ!”อัครมหาเสนาบดีฟางจู่ๆ ก็ถูกดึงเกล็ดใต้คอมังกรออก เขาโมโหจนด่าออกมาเสียงดังเขายกมือขึ้นตบลงไปหนึ่งฉาด

            ฟางซิ่นถูกตีจนตัวงอจากนั้นเขาก็เช็ดคราบเลือดตรงมุมปาก และพูดด้วยเสียงเย็นชาว่า“ที่แท้ท่านก็ยังจำท่านแม่ของข้าได้ บางครั้งข้าก็อดสงสัยไม่ได้จริงๆว่าข้าเกิดมาจากก้อนหินหรือว่าเกิดมาจากท่านเป่าลมในอากาศกันแน่”

            “เจ้า…”อัครมหาเสนาบดีฟางโกรธจัด เขาเข่าอ่อนและนั่งลงที่เก้าอี้ด้านหลังหลังจากเงียบไปครู่หนึ่งเขาก็มองไปที่ลูกชายที่ยังชูคอขึ้นอย่างท้าทายและเขาก็นึกถึงหญิงสาวคนนั้นที่เขาติดค้างอะไรมากมาย สีหน้าโกรธของเขาก็ค่อยๆคลายลง

            “เป็นข้าที่ทำผิดต่อแม่ของเจ้าเจ้า…”

            เขากำลังพูดได้ครึ่งหนึ่งด้านนอกประตูจู่ๆ กลับมีคนรายงานด้วยเสียงแผ่วเบาว่า “ท่านผู้อาวุโสทางใต้มีข่าวส่งมาถึงแล้ว”

            ดวงตาของอัครมหาเสนาบดีฟางทอประกายขึ้นมาชั่วครู่หนึ่งจากนั้นเขาก็หันไปตอบว่า “เอาเข้ามาได้”

            เสียงบานประตูเลื่อนดังขึ้นชายวัยกลางคนที่มีหน้าตาธรรมดาทั่วไปโค้งคำนับและเดินเข้ามาเขาใช้มือทั้งสองข้างส่งจดหมายฉบับหนึ่งออกมา จากนั้นก็ถอยไปยืนเงียบๆอยู่ข้างประตูเพื่อรอฟังคำสั่งจากนายท่าน

            อัครมหาเสนาบดีฟางตรวจสอบตราประทับบนจดหมายจากนั้นก็เปิดออกดู ผลปรากฏว่ายิ่งอ่านสีหน้าของเขาก็ยิ่งแปลกและสับสนมากขึ้นเท่านั้น

            ความบาดหมางของพ่อลูกไม่มีข้ามคืนฟางซิ่นก็เป็นห่วงสถานการณ์สงครามที่จินโจวตอนนี้เขาเองก็ทนไม่ไหวจึงเอ่ยปากถามว่า “ท่านพ่อ ตกลงแล้วเป็นยังไงกันแน่?”

            อัครมหาเสนาบดีฟางกลับเอากระดาษใส่กลับไปในซองจดหมายเขาเงยหน้ามองลูกชายด้วยสีหน้าจริงจัง “แม่ครัวคนนั้นที่เจ้าพูดถึงก่อนหน้านี้ เล่าเรื่องของนางให้ข้าฟังทั้งหมดโดยละเอียดอีกที”

            เมื่อฟางซิ่นได้ยินดังนั้นเขาก็นั่งตัวตรงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวเขาครุ่นคิดในใจอยู่ครู่ใหญ่จากนั้นก็พูดออกมาว่า “ท่านพ่อทำไมถึงถามเรื่องนี้ขึ้นมา? แม่นางติงเป็นหญิงสาวชาวบ้านที่อยู่อย่างสันโดษทำอาหารเก่ง และเข้าใจการแพทย์นิดหน่อยในตอนที่เทียนเป่าไม่สบายนางถูกลุงอวิ๋นเชิญเข้ามาในจวนสกุลอวิ๋นเพื่อคอยดูแลอาหารการกินของเทียนเป่า”

            “หญิงสาวชาวบ้าน?”อัครมหาเสนาบดีฟางไม่อยากจะเชื่อเลยแม้แต่น้อย“เจ้าคิดว่าหญิงสาวชาวบ้านจะสามารถวิพากษ์วิจารณ์เรื่องกองทัพได้อย่างนั้นหรือ?จัดตั้งหมอทหาร เปิดเส้นทางไปรษณีย์หลังจบสงครามบำรุงรักษาถนนสายหลัก ทำความสะอาดถนนในเมือง จัดการเหล่าทหารที่บาดเจ็บหรือพิการปรับลดภาษีร้านค้า สนับสนุนให้ร้านค้าและโรงงานจ้างงานทหารที่พิการ นโยบายดีๆเช่นนี้ ไม่ต้องพูดถึงพวกไม่ทำงานทำการในวังหลวง แม้แต่ข้าก็ยังคิดไม่ออกหากว่านางเป็นหญิงสาวชาวบ้านจริงๆเกรงว่าขุนนางและทหารในวังหลวงคงต้องไปเป็นขอทานอยู่ข้างถนนเสียแล้วกระมัง!”

            ฟางซิ่นได้ฟังก็ใจร้อนเขาไม่สนใจเรื่องมารยาทอีกต่อไปและคว้าจดหมายจากในมือพ่อของเขามาหลังจากที่อ่านอย่างรวดเร็วเขาก็อดไม่ได้ที่จะตบโต๊ะพร้อมยิ้มออกมา “เยี่ยมจริงๆช่างเป็นวิธีการที่ดีจริงๆ!ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมนางถึงสามารถเล่าเรื่องที่ดีอย่างสามก๊กออกมาได้ช่างเป็นกลยุทธ์ที่ไร้เทียมทานจริงๆ!”

            “สามก๊กคืออะไร?ลองพูดให้ข้าฟังสักหน่อย” อัครมหาเสนาบดีฟางรีบถามต่อแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะฟางซิ่นไม่ยอมพูดออกมา“เทียนเป่าจดบันทึกเรื่องนี้เอาไว้แล้ว เพื่อเตรียมจะเก็บไว้เป็นสมบัติล้ำค่าประจำตระกูลเอาไว้ให้ลูกหลานได้ศึกษาข้าฟังไปด้วยมากกว่าครึ่งก็ถือว่าเสียมารยาทแล้ว ท่านพ่ออย่าถามซักไซ้อีกเลย”

             

            -----------------------------------------

            [1] เหวินฉวี่ซิง 文曲星หมายถึงตามความเชื่อของชาวจีนคือดวงดาวแห่งการศึกษา ศาสตร์ต่างๆ สติปัญญาเทพผู้อุปถัมภ์ด้านการศึกษา มักใช้อุปมาคนที่มีสติปัญญาสูงและรอบรู้

            [2] สาวงามเป็นดั่งสุสานของวีรบุรุษ 美人乡是英雄的坟墓หมายถึงความงามอาจนำไปสู่ความสูญเสียของวีรบุรุษ สำนวนนี้มีที่มาจากความสัมพันธ์ของสาวงามกับวีรบุรุษในประวัติศาสตร์หรือวรรณคดีจีนโบราณซึ่งมักใช้เพื่ออธิบายเสน่ห์แห่งความงามที่มากพอจะทำให้วีรบุรุษลุ่มหลงอยู่ในนั้นจนนำไปสู่ความโชคร้ายหรือความล้มเหลวในที่สุด

            [3] ไม่เห็นกระต่ายก็ไม่ปล่อยเหยี่ยว 不见兔子不撒鹰 หมายถึงลงมือเมื่อเห็นเป้าหมายชัดเจนเท่านั้น

            [4] เกล็ดใต้คอมังกร 逆鳞 หมายถึงใต้คางมังกรจะมีเกล็ดทรงจันทร์เสี้ยวสีขาวขนาดราวฝ่ามืออยู่ซึ่งเกล็ดนี้จะหันไปในทางตรงข้ามกับเกล็ดบริเวณอื่นถือเป็นจุดที่บอบบางและหวงแหนของมังกรเชื่อกันว่าหากมีใครโจมตีไปที่บริเวณนั้นมังกรจะโกรธจัดและฆ่าคนผู้นั้นมักนำมาใช้อุปมาถึงของรักของหวงที่ไม่อยากให้ใครแตะต้องเรื่องที่ไม่อนุญาตให้คนอื่นกล่าวถึง หรือขอบเขตที่ไม่ต้องการให้ใครรุกล้ำเข้ามา

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่มาเป็นหม่ามี้ของเจ้าก้อนก้อน (จบ) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663