เจิ้งิยืนเคียงข้างบัลลังก์ของเฉินลู่ซี มีจี้หมินกับเจิ้นหยาง สองพี่น้องแซ่ฟาน สองมือปราบคนสนิท อีกด้านหนึ่งเป็ที่นั่งประจำของเลขาเจียงจื่อหยา เบื้องหน้ามีทหารหลายนายยืนถือไม้พลองเรียงหน้ากระดานหันหน้าเข้าหากัน ขณะที่ผู้ร้องทุกข์นั้น นั่งคุกเข่าคำนับอยู่
“ข้าน้อยจางเหวินชิง คำนับใต้ท้าว” เ้าของชื่อนั้น เป็ชายฉกรรจ์ วัย 30 ปีโดยประมาณ หน้าตาหมองคล้ำ อมทุกข์ เนื้อตัวมอมแมม คงเพราะเดินทางมาไกล
ดูแล้วก็ไม่ต่างอะไรจากเ้าทุกข์คนอื่นๆ
“เ้ามาจากที่ไหน”
“เรียนใต้ท้าว ข้าน้อยเป็ชาวฉางโจวครับ”
“แล้วทำไม เ้าจึงดั้นด้นเดินทางมาร้องทุกข์ถึงที่นี่”
“ภรรยาของข้าน้อย ซึ่งตั้งครรภ์อยู่หายตัวไปครับ ไม่ใช่แพียงครอบครัวของข้าน้อยเท่านั้น แต่หญิงตั้งครรภ์หลายคนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันก็ล้วนแต่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ข้าน้อยกับชาวบ้านคนอื่นๆ ไปแจ้งความที่อำเภอแล้ว นายอำเภอรับเื่ แต่คดีกลับไร้ความคืบหน้า ข้าน้อยจึงมาร้องทุกข์กับใต้ท้าวถึงที่นี่ล่ะครับ”
“แล้วข้าจะเชื่อได้ยังไงว่า เ้าไม่ได้กล่าวเท็จ”
“ใต้ท้าวครับ ถ้าเื่ที่ข้าน้อยกล่าวมาเป็ความเท็จละก็ ข้าน้อยยินดีให้ใต้ท้าวลงโทษครับ”
“ดี เื่นี้คงต้องสืบอีกมาก แต่ข้ารับปากว่าจะคืนความเป็ธรรมให้กับเ้า เอาล่ะ วันนี้เอาไว้เท่านี้ก่อน เลิกศาล!”
หลังจากเลิกศาลแล้ว เฉินลู่ซี ก็เรียกเลขาเจียง และเจิ้งิ มาปรึกษากันภายในห้องทำงาน
“ถ้ารู้ว่าหญิงท้องหายไปหลายคนเช่นนี้ แล้วทำไม นายอำเภอ หรือแม้แต่เ้าเมืองฉางโจวถึงยังนิ่งเฉยอยู่อีก หรือเื่นี้จะไม่ธรรมดาซะแล้ว”
“เท่าที่ข้าทราบมา ใต้ท้าวเจียก็นับได้ว่าเป็ข้าราชการที่ทำงานดี ซื่อสัตย์ สุจริตคนหนึ่ง ไม่น่าจะนิ่งเฉยต่อเื่นี้นะครับ”
“นั่นสิ เห็นที ข้าคงต้องรบกวนท่านแล้วล่ะนะ องครักษ์เจิ้ง”
“ครับ ใต้ท้าว ข้าน้อยพร้อมรับคำสั่ง” เจิ้งิเหยียดมือซ้ายตรง ทับกำปั้นขวาด้วยท่าทีขึงขัง
“ท่านจงเดินทางล่วงหน้าไปที่เมืองฉางโจว สืบเื่นี้ดูก่อน แล้วค่อยไปพบกันที่จวนเ้าเมือง”
“ครับใต้ท้าว” เจิ้งิรับคำเสียงหนักแน่น ก่อนจะก้าวออกจากห้องทำงานของเฉินลู่ซีมา
คล้อยหลังเจิ้งิ เจิ้นหยาง ก็เข้ามารายงานว่า ท่านหญิงจ้าวเจี้ยนฟางมาขอพบเฉินลู่ซี ตอนนี้รออยู่ที่ห้องรับรอง