เฟิ่งอวี่เหิงได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกตกใจ องค์ฮ่องเต้จะออกราชโองการอะไรให้นางอีก ไม่ใช่ว่าเป็นสมรสพระราชทานอีกหรือ เสนาบดีเฟิ่งเห็นท่าทางบุตรสาวของตนเองที่นิ่งไป ก็นึกเอ็นดูขึ้นมา เจ้าคิดไปถึงไหนนะลูกพ่อ จะกังวลเรื่องใดอีกทั้งที่เจ้ามีพ่อคอยปกป้องเจ้าอยู่เช่นนี้ ครั้นเห็นสองพ่อลูกนิ่งไปนาน กู่ม่านชิงก็อดที่จะทักขึ้นมาไม่ได้
"ราชโองการอะไรหรือเจ้าคะท่านลุง"
"ราชโองการให้อาเหิงสามารถเลือกคู่ครองเองได้"
"ท่านพ่อ... ท่านพ่อพูดจริงหรือเจ้าคะ"
เฟิ่งอวี่เหิงถามขึ้นด้วนเสียงสั่นดีใจว่าสิ่งที่ตนได้ยินจากปากบิดานั้นตนไม่ยินไม่ผิดเพี้ยนไป ว่าฝ่าบาททรงให้สิทธิ์ตนได้เลือกคู่ครองเอง
"พ่อจะโกหกเจ้าไปทำไมกัน ฝ่าบาททรงมีพระเมตตาต่อเจ้า ทรงออกราชโองการให้เจ้าสามารถเลือกคู่ครองเองได้ แล้วพรุ่งนี้ก็จะให้ท่านฉินกงกงมาว่าราชโองการให้เจ้าด้วย"
"ท่านพ่อ ลูกดีใจเหลือเกินเจ้าค่ะ"
"ข้าก็ดีใจกับเจ้าด้วยนะเหิงเหิง"
"ขอบใจเจ้ามากนะชิงเอ๋อร์"
"เอาล่ะ ข้าไม่รบกวนพวกเจ้าสองคนแล้ว เชิญคุยกันต่อตามสบายเถิด"
"เจ้าค่ะ//เจ้าค่ะ"
กู่ม่านชิงกุมมือสหายของตนอย่างดีใจ
"เหิงเหิง วันนี้ข้าขอนอนกับเจ้าได้หรือไม่"
เฟิ่งอวี่เหิงเอียงคอสงสัยสหายตน เหตุไฉนวันนี้ถึงเอ่ยปากขอนอนกับนาง
"เจ้าจะมานอนกับข้าทำไมกัน"
"ข้าอยากอยู่ฟังราชโองการกับเจ้า ข้าตื่นเต้นแทนเจ้า อิอิ"
"พรุ่งนี้เจ้าค่อยมาก็ได้"
"ไม่เอา ข้าอยากนอนกับเจ้า ข้ากลัวว่าข้าจะมาฟังราชโองการไม่ทันและข้าก็อยากกินอาหารฝีมือของท่านป้าด้วย ข้าคิดถึงอาหารฝีมือของท่านป้า นะเหิงเหิง ให้ข้านอนกับเจ้านะ"
"เจ้านี้จริงๆเลย ชิงเอ๋อร์"
เฟิ่งอวี่เหิงได้แต่ยอมใจกับสหายของตนเอง ฟังเหตุผลที่สหายตนเองอ้างขึ้นมาก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างจนใจ แต่ก็ยินดีที่สหายตนเองมานอนด้วย กู่ม่านชิงเมื่อได้รับอนุญาตจากเจ้าของจวนว่าให้นอนด้วยได้แล้วก็รีบให้สาวใช้ของตนเองกลับไปที่จวนตระกูลกู่ เพื่อไปแจ้งแก่บิดามารดาของตน
ฝั่งอ๋องเจ็ด...
อ๋องเจ็ดกำลังไปเข้าเฝ้าเสด็จพ่อของตนเองหลังจากที่เพิ่งกลับมาจากจวนของอี้หลิงฟาง เพราะว่าเป็นห่วงหญิงสาวของตนที่โดนเฟิ่งอวี่เหิงตบหน้าทำให้ตนถึงกับต้องเรียกหมอหลวงมารักษาเลยทีเดียว เพราะเกรงว่าใบหน้าที่อ่อนโยนหน้าทะนุถนอมนั้นจะเป็นรอย ฟู่อวิ้นหลงได้แต่โมโหที่คู่หมั้นตนเองทำเช่นนั้น ครั้นกำลังจะไปต่อว่าเฟิ่งอวี่เหิงถึงจวนแต่อี้หลิงฟางก็ห้ามตนไว้ก่อน
"ท่านอ๋องเพคะ หม่อมฉันไม่เป็นไรแล้ว อย่าไปต่อว่าคุณหนูเฟิ่งเลยนะเพคะ"
ฟู่อวิ้นหลงได้ยินอี้หลิงฟางกล่าวด้วยท่าทางสะอึกสะอื้นอย่างน่าสงสารก็ได้แต่เก็บความโกรธเคืองไว้ในอก บุรุษมีหรือจะไม่ใจอ่อนให้กับสตรีที่บอบบางน่าทะนุถนอมเช่นนี้
"ฟางเอ๋อร์ ข้าบอกเจ้ากี่ครั้งแล้วว่าให้เจ้าเรียกข้าว่ายังไง"
"หม่อมฉันเกรงว่าไม่เหมาะสมนะเพคะ ท่านอ๋องอาจโดนนินทาได้นะเพคะ"
"ข้าเป็นคนพูดเองว่าเหมาะสมหรือไม่เหมาะสม ถ้าข้าว่าเหมาะสมก็คือเหมาะสม ผู้ใดจะว่าอะไรได้ และอีกไม่นานเจ้าก็จะได้มาเป็นชายารองของข้า มีอะไรที่ไม่เหมาะสมอีก"
อี้หลิงฟางได้ยินอ๋องเจ็ดพูดว่าจะให้นางไปเป็นชายารอง ก็ทำท่าทางหลบหน้าอ๋องเจ็ดอย่างเขินอายจนแก้มแดง อ๋องเจ็ดเห็นท่าทางเขินอายของว่าที่พระชายารองตนก็อดจะลูบหัวอย่างอ่อนโยนไม่ได้ ทำไมฟางเอ๋อร์ของข้าถึงน่าเอ็นดูนักนะ
"ไหนเจ้าลองเรียกข้าใหม่สิ"
"เอ่ออ...ท่านน...อ..ท่านพี่อวิ้นหลงเพคะ"
"พูดแบบธรรมดาก็ได้ ข้าชอบพูดกับเจ้าแบบธรรมดามากกว่า"
"เจ้าค่ะ ท่านพี่อวิ้นหลง หลิงฟางขอบคุณท่านพี่อวิ้นหลงมากนะเจ้าคะที่เอ็นดูหลิงฟาง" อ๋องเจ็ดได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มอย่างพอใจ
ทั้งสองพูดคุยกันสักพัก อ๋องเจ็ดก็ขอตัวกลับวังเพื่อจะไปทูลขอราชโองการหมั้นหมายกับอี้หลิงฟาง คล้อยหลังอ๋องเจ็ดออกจากจวนตระกูลอี้ อี้หลิงฟางหญิงสาวท่าทางดูอ่อนโยน รูปร่างเปราะบางราวกับจะแตกหักโดยง่าย ที่ผู้ใดเห็นก็รู้สึกอยากทะนุถนอม เปลี่ยนท่าทางเป็นอีกคนทันที จากที่ดูอ่อนโยนก็เป็นแข็งกร้าว สายตาก็เปลี่ยนจากสายตาอ่อนโยนก็เป็นสายตาเย็นชามองไปที่รถม้าของอ๋องเจ็ดที่กำลังเดินทางกลับวังหลวง ซืออี๋เหนียงมารดาของอี้หลิงเฟยที่คอยมองดูตลอดพอเห็นอ๋องเจ็ดไปแล้วก็รีบมาหาบุตรสาวของตนทันที
"เป็นอย่างไรบ้าง"
"ซืออี๋เหนียงเข้าไปคุยกันในเรือนเถิด"
เรือนของอี้หลิงฟาง
อี้หลิงฟางเล่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในวันนี้ให้ซืออี๋เหนียงหรือมารดาของตนฟังทั้งหมด
"ลูกแม่เก่งมาก"
"เพราะมีซืออี๋เหนียงคอยชี้แนะข้าเจ้าค่ะ"
สองสตรีที่พูดคุยกันอย่างอารมณ์ดี
"เจ้าต้องทำให้ท่านอ๋องหลงเจ้าให้มากๆ เข้าใจหรือไม่ อย่าลืมทำแบบที่แม่เคยบอกเจ้า บุรุษก็คือบุรุษ ต่อให้แข็งนอกก็อ่อนในหากเรารู้จุด"
"ซืออี๋เหนียงไม่ต้องเป็นกังวล อ๋องเจ็ดรับปากกับข้าแล้วว่าจะแต่งข้าเป็นพระชายารอง ข้าสะใจนักตอนเห็นสภาพของเฟิ่งอวี่เหิงนั้น!! หึ ซืออี๋เหนียงต้องเห็นสภาพนางตอนที่นางร้องไห้สะอึกสะอื้น แต่อ๋องเจ็ดไม่คิดแม้แต่จะสนใจในตัวนางเลยแม้แต่น้อย"
อี้หลิงฟางนึกเห็นสภาพของเฟิ่งอวี่เหิงก็ยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจ หึ รอก่อนเถิดนังเฟิ่งอวี่เหิง ข้าจะแย่งทุกอย่างของเจ้ามาเป็นของข้า ไม่ว่าจะเป็นความรักหรือความโปรดปราณ หรือแม้แต่ชื่อเสียงที่ดีงามอะไรที่เป็นของเจ้า เกี่ยวกับเจ้า ข้าก็จะแย่งจากเจ้ามาให้หมด!
ซืออี๋เหนียงฟังบุตรสาวของตนเล่าความให้ฟังก็หัวเราะออกมาอย่างภูมิใจ อดรู้สึกภูมิใจในตัวบุตรสาวผู้นี้ไม่ได้ไม่เสียแรงที่ลงทุนปีนเตียงนายท่านอี้ กว่าจะได้เป็นอนุคนโปรดต้องใช้สารพัดมารยา ต้องขอบคุณฮูหยินเอกที่นางถือตัวเพราะคิดว่าตนเป็นบุตรของขุนนางเก่าแก่ ไม่สนใจวิธีเอาใจสามีของตนเองเลยแม้แต่น้อย ทำให้นายท่านอี้มีสาวใช้อุ่นเตียงเต็มจวน จนได้มาเจอกับซือจินหรือซืออี๋เหนียงสาวใช้ใจกล้าที่ปีนเตียง แล้วใช้มารยาเอาอกเอาใจนายท่านอี้จนได้เลื่อนมาเป็นอนุคนโปรด ทำให้นางรู้ว่าบุรุษนั้นชอบสตรีเช่นไร
วังหลวง หน้าห้องอักษรขององค์ฮ่องเต้ฟู่เหวยหมิง
"ฉินกงกง เปิ่นหวางมาขอเข้าเฝ้าเสร็จพ่อ ไปแจ้งกับเสด็จพ่อให้เปิ่นหวางทีว่ามีเรื่องจะทูลขอ"
"เรียนท่านอ๋อง ฝ่าบาททรงมีรับสั่งว่าวันนี้มิให้ผู้ใดเข้าเฝ้าพะยะค่ะ"
"แม้แต่เปิ่นหวางผู้เป็นบุตรของเสด็จพ่ออย่างนั้นหรือ"
"เป็นเช่นนั้น ฝ่าบาททรงมีรับสั่งว่าหากไม่ใช่เรื่องตายห้ามผู้ใดเข้าเฝ้าเด็ดขาดพะยะค่ะ"
ฟู่อวิ้นหลงได้ยินที่ฉินกงกงกล่าวถึงกับขมวดคิ้ว เสด็จพ่อเป็นอะไรไป เหตุใดวันนี้จึงไม่ให้เข้าเฝ้ากัน ทั้งที่ตั้งใจว่าจะมาทูลขอให้เสด็จพ่อออกราชโองการสมรสให้แก่ตนกับอี้หลิงฟาง แต่ถ้าหากเสด็จพ่อทรงมีรับสั่งถึงขั้นว่าหากไม่ใช่เรื่องตายห้ามให้ผู้ใดเข้าเฝ้าเด็ดขาด แปลว่าวันนี้เสด็จพ่อคงไม่ต้องการพบผู้ใดจริงๆ เอาเถิด พรุ่งนี้ค่อยมาเข้าเฝ้าใหม่ก็ได้
"หากเป็นความประสงค์ของเสด็จพ่อ เปิ่นหวางก็คงต้องกลับก่อนแล้วจะมาเข้าเฝ้าใหม่วันหลัง ฝากฉินกงกงแจ้งกับเสด็จพ่อให้เปิ่นหวางด้วย"
"ได้พะยะค่ะท่านอ๋อง กระหม่อมจะแจ้งกับฝ่าบาทให้เอง"
"อืม เปิ่นหวางขอตัวก่อน"
"กระหม่อมน้อมส่งท่านอ๋องพะยะค่ะ"
หลังจากที่อ๋องเจ็ดจากไป ฉินกงกงก็เข้าไปรายงานกับฮ่องเต้ทันที ฮ่องเต้ที่กำลังเขียนราชโองการอยู่นั้นก็ได้วางพู่กันลงหลังจากที่ได้ฟังขันทีคนสนิทรายงานเรื่องราว
"ที่ให้ไปจับตาดูเจ้าเจ็ดกับคุณหนูตระกูลอี้เล่า ได้เรื่องอะไรมาบ้าง"
"เป็นอย่างที่ฝ่าบาทคิดไว้ไม่ผิด ท่านอ๋องเจ็ดที่มีข่าวลือว่าชอบพอกับคุณหนูตระกูลอี้นั้นเป็นความจริงและชอบพอกันมาได้สักพักแล้ว ทั้งคู่ยังไปไหนมาไหนด้วยกันสองต่อสองทั้งที่มีราชโองการหมั้นหมายอยู่เป็นเหตุทำให้คุณหนูเฟิ่งเกิดการหึงหวงถึงขั้นลงมือพะยะค่ะ คุณหนูตระกูลอี้ผู้นี้มีนามว่าอี้หลิงฟางเป็นบุตรของขุนนางอี้ชิงหลางกับอนุซือจิน หลังจากที่คุณหนูเฟิ่งลงมือกับคุณหนูอี้ ท่านอ๋องเจ็ดก็ได้ประกาศต่อหน้าทุกคนที่โรงเตี๊ยมว่าจะแต่งคุณหนูอี้ให้มาเป็นพระชายารองของท่านอ๋องเอง พอหลังจากเกิดเหตุการณ์ที่โรงเตี๊ยมแล้วท่านอ๋องก็ได้เรียกหมอหลวงไปรักษาคุณหนูอี้ถึงในจวนโดยมีท่านอ๋องคอยอยู่ดูแลไม่ห่าง แต่ทว่าไม่ได้ไปเยี่ยมคุณหนูเฟิ่งเลยพะยะค่ะ"
"แสดงว่าที่เจ้าเจ็ดจะมาเข้าเฝ้าข้าคงเป็นเรื่องคุณหนูอี้อย่างแน่นอน สงสัยจะมาร้องขอให้ข้าพระราชทานสมรสให้ หึ"
"กระหม่อมก็คิดว่าเป็นเช่นนั้นพะยะค่ะ"
"เอาเถิดวันพรุ่งนี้คุณหนูเฟิ่งกับอวิ้นหลงก็จะสิ้นวาสนาต่อกันแล้ว ข้าก็อยากเห็นว่าเจ้าบุตรชายสมองหมูของข้าจะมีท่าทีเป็นเช่นไรเหมือนกัน ยิ่งคิดข้ายิ่งไม่สบอารมณ์ ข้าให้กำเนิดบุตรชายที่สมองหมูเช่นนั้นมาได้อย่างไร หึ!! "
ฉินกงกง "....."
เช้าวันใหม่ปลายยามซื่อรถม้าของวังหลวงก็ออกเดินทางไปยังจวนตระกูลเฟิ่งตามคำสั่งขององค์ฮ่องเต้ทันที บรรดาองครักษ์ที่ยืนอารักขาอยู่หน้าจวน เมื่อเห็นรถม้าของวังหลวงที่กำลังใกล้มาถึงจวน ก็รีบวิ่งเข้าไปรายงานเจ้านายตนให้ทราบ เหล่าใต้เท้าเฟิ่ง เฟิ่งฮูหยิน เฟิ่งอวี่เหิง กู่ม่านชิง ที่กำลังนั่งคุยกันที่ห้องรับรอง ก็รีบพากันไปยังหน้าจวนเพื่อต้อนรับขบวนรถม้าของวัง
ฉินกงกงก้าวลงมาจากรถม้าพร้อมกับราชโองการที่อยู่ในมือตน
"เฟิ่งอวี่เหิงรับราชโองการ..."
เฟิ่งอวี่เหิงได้ยินชื่อของตนก็คุกเข่าลงรับราชโองการทันที
"เฟิ่งอวี่เหิงที่เป็นพระคู่หมั้นคู่หมายของท่านอ๋องฟู่อวิ้นหลง เป็นสตรีที่เพียบพร้อมไปด้วยรูปโฉม ฐานะ กิริยาทั้งกายวาจาและใจ แต่ด้วยทั้งสองสิ้นวาสนาต่อกันแล้ว เจิ้นเห็นสมควรยกเลิกการหมั้นหมายระหว่างเฟิ่งอวี่เหิงและท่านอ๋องฟู่อวิ้นหลงให้พ้นพันธะสัญญาที่มีต่อกันตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป และเจิ้นอนุญาตให้เฟิ่งอวี่เหิงสามารถเลือกคู่ครองเองได้ สุดท้ายนี้เจิ้นขอมอบไข่มุก 1 หีบ แก้วเก้ามังกร 1 คู่ ผ้าชั้นดี 10 พับ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่เฟิ่งอวี่เหิงต่อไปจบราชโองการ"
เฟิ่งอวี่เหิงได้ยินราชโองการดวงตาหงษ์ถึงกับน้ำตาคลอ ฮ่องเต้ทรงมีพระเมตตากับตนเองจริงๆ นอกจากจะยอมออกราชโองการถอนหมั้นให้ยังมอบของกำนัลให้นางอีกด้วย มือเรียวยาวยื่นออกไปรับราชโองการจากฉินกงกง
"เฟิ่งอวี่เหิงรับราชโองการ ขอฮ่องเต้อายุยืนหมื่นปี หมื่นหมื่นปี"
ฉินกงกงยื่นราชโองการให้คนตรงหน้า ยิ้มให้เฟิ่งอวี่เหิงอย่างอ่อนโยน
"คุณหนูเฟิ่งลุกขึ้นเถิด"
"ลำบากฉินกงกงแล้วเจ้าค่ะ"
"เป็นหน้าที่ข้าไม่ได้ลำบากอะไรเลย"
"ฉินกงกง ท่านเข้ามาดื่มชาข้างในเรือนก่อนเถิด" ใต้เท้าเฟิ่งเห็นฉินกงกงที่กำลังพูดคุยกับบุตรสาวตนอย่างเอ็นดูก็ได้เชิญให้เข้าไปดื่มน้ำชาด้วยกัน
"รบกวนใต้เท้าเฟิ่งแล้วข้าขอดื่มสักนิดเถิด อ่านราชโองการรู้สึกคอข้าแห้งเหลือเกิน"