บทที่ 6 สั่งสอนยายแก่จอมตื้อ
ซูมู่มู่เมื่อได้ฟังเื่ราวที่หญิงสาวประสบพบเจอก็รู้สึกสงสารนางเป็อย่างมาก "รอให้คดีสิ้นสุดลง ข้าจะทำวิชาสวดส่งิญญาให้เ้า ชาติหน้าเ้าจะได้อยู่อย่างสงบและได้รับความสุขอย่างที่ชาตินี้เ้าไม่เคยมี"
"ท่านนักพรตน้อย เหตุใด์ถึงทำกับข้าเช่นนี้หรือ ข้าสะสมบุญบารมีทำความดีมาตลอดไม่เคยทำเื่ชั่วร้ายแม้แต่เื่เดียว แม้แต่สุนัขหรือแมวจรจัดข้างทางที่หิวโหยข้ายังให้คนคอยให้อาหารพวกมัน" ลู่อิ๋งอิ๋งคิดอย่างไรก็คิดไม่ตกว่าเหตุใดเื่นี้ต้องเกิดขึ้นกับนาง
เมิ่งเฮ่อรอจนนางสงบอารมณ์ได้จึงถามว่า "วัดบนูเาลูกไหนหรือ เ้าเห็นใบหน้าของคนร้ายชัดเจนหรือเขามีลักษณะเด่นอะไรบ้างหรือไม่?"
"บนเขาชิงหลิงเ้าค่ะ เขาใส่หน้ากากมองไม่เห็นใบหน้า ข้าเห็นเพียงว่าที่ข้อมือของเขาสวมลูกประคำอยู่เส้นหนึ่ง ท่านนักพรตน้อยเ้าคะ ท่านจะจับเขาได้หรือไม่" ลู่อิ๋งอิ๋งรู้ว่าเบาะแสเหล่านี้มีน้อยเกินไป หากหวังพึ่งพาทางการคงเป็เื่ยากดังนั้นนางจึงฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่ตัวซูมู่มู่ เพราะนี่คือคนแรกที่พบร่างของนางและเป็คนเดียวที่ทำให้นางได้ระบายความแค้นต่อหน้าผู้ใหญ่ได้
"ได้! เ้าเข้าไปหลบรักษาดวงิญญาในหยกชิ้นนี้ก่อนเถอะ มิเช่นนั้นเ้าจะสลายไปในเร็ว ๆ นี้" ซูมู่มู่หยิบหยกห้อยเอวของท่านพ่อคนที่หนึ่งออกมา
ลู่อิ๋งอิ๋งเข้าไปสถิตอยู่ภายในโดยไม่ลังเล นางไม่มีทางเลือกอื่นแล้วทำได้เพียงเลือกที่จะเชื่อใจซูมู่มู่
เมิ่งเฮ่อมองหยกห้อยเอวของตนเองแล้วหันไปมองซูมู่มู่... เื่ราวเกิดขึ้นกะทันหันเกินไปจนเขาเริ่มรู้สึกหวั่นใจ
ซูมู่มู่เห็นท่านพ่อคนที่หนึ่งยืนบื้ออยู่จึงโบกมือสร้างม่านพลังขึ้นมาแล้วอธิบายว่า "ท่านพ่อคนอื่น ๆ ข้ายังไม่เคยพบจึงไม่สะดวกที่จะใช้ของพวกเขา หยกช่วยรักษาิญญาได้ดีที่สุด ในเมื่อชิ้นนี้ท่านให้ข้าแล้ว ดังนั้นมันจึงเป็ของข้าเ้าค่ะ"
"ใช่ มันเป็ของเ้า! พ่อเพียงไม่เคยเห็นเหตุการณ์เช่นนี้จึงใจนเสียกิริยาไปบ้าง" เมิ่งเฮ่อจัดการเครื่องแบบขุนนางให้เรียบร้อย ในเมื่อรู้ว่าเป็ที่เขาชิงหลิงตอนนี้ต้องรีบแจ้งผู้ว่าการศาลซุ่นเทียนเพื่อนำกำลังคนไปด้วยกัน
ในขณะนั้นเองก็มีเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากในลานบ้าน
เมิ่งเฮ่อมีสีหน้าลำบากใจ "มู่มู่ คนที่มาอาละวาดคือท่านย่าของเ้า นางไม่ได้เรียนหนังสือนิสัยดุร้ายและรับมือยาก หากเ้าต้องเผชิญหน้ากับท่านย่าเกรงว่าจะต้องลำบากให้พ่อพาเ้าออกไปเถอะ!"
ซูมู่มู่ได้ยินดังนั้นก็เกิดความสนใจขึ้นมาทันทีเพราะนางเป็พวกที่ชอบกำราบพยศคน "ท่านกลัวว่าข้าจะตีท่านย่าจนตายหรือเ้าคะ?"
เริ่มต้นมาก็คิดจะตีให้ตายเลยหรือ!
เมิ่งเฮ่อไม่รู้จะพูดอะไรดีได้แต่พยักหน้าอย่างอ่อนใจ ครั้งนี้ท่านแม่ของเขาเจอคู่ปรับเข้าให้แล้ว
"ท่านวางใจเถอะเ้าค่ะ ผู้บำเพ็ญเพียรจะไม่ฆ่าผู้บริสุทธิ์อย่างไร้เหตุผล หากโทษไม่ถึงตายข้าจะไม่ตีจนตาย แต่คนที่ปากเสียต้องได้รับบทลงโทษ ท่านเห็นด้วยหรือไม่เ้าคะ?" ซูมู่มู่กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
เด็กตัวเล็ก ๆ ที่ทำสีหน้าเช่นนั้นทำให้เมิ่งเฮ่อเกือบจะหลุดขำออกมา แต่คนที่กำลังพูดถึงคือท่านแม่ของเขาจึงขำไม่ออกทำได้แต่พยักหน้า
"เมิ่งเฮ่อ เ้าออกมาหาแม่เดี๋ยวนี้! เ้าไปเอาตัวขาดทุนที่ไหนกลับมา!" ฮูหยินผู้เฒ่าเมิ่งะโเรียกชื่อเต็มของบุตรชาย แสดงว่าเื่นี้เป็เื่ใหญ่แล้ว
เมิ่งเฮ่อลูบผมของบุตรสาว "มู่มู่ของพวกเราไม่ใช่ตัวขาดทุน แต่เป็แก้วตาดวงใจที่ล้ำค่าที่สุดของพ่อ"
เขาเปิดประตูอย่างมั่นคงและจูงมือบุตรสาวเดินออกไปพร้อมกัน
ซูมู่มู่ััได้ถึงความอบอุ่นจากฝ่ามือใหญ่ของท่านพ่อคนที่หนึ่ง เขาคงจะรักลูกสาวคนนี้จริง ๆ
"เ้าเอาตัวขาดทุนแบบนี้เข้าบ้าน ต่อไปจะแต่งงานกับบุตรสาวจากตระกูลสูงได้อย่างไร เ้าอยากให้แม่โกรธจนอกแตกตายใช่หรือไม่?" ฮูหยินผู้เฒ่าเมิ่งเห็นบุตรชายยังคงจูงมือเ้าตัวขาดทุนตัวน้อย ๆ ต่อหน้าต่อตาจึงรีบดุว่าทันที
"ท่านแม่ นี่คือซูมู่มู่ เป็บุตรสาวของข้า นางคือชีวิตของข้าไม่ใช่ตัวขาดทุน ขอท่านโปรดเปลี่ยนท่าทีด้วย มิเช่นนั้นข้าจะหยุดเงินช่วยเหลือพวกท่านลุงทั้งหมด" เมิ่งเฮ่อเมื่อเผชิญหน้ากับมารดาแท้ ๆ ครั้งนี้เขาไม่มีการถอยแม้แต่น้อย
"หากสตรีคือตัวขาดทุนเช่นนั้นท่านก็คือยายแก่ตัวขาดทุนเช่นกัน ปากที่พูดจาดี ๆ ไม่เป็ก็ควรถูกเย็บปิดเสีย" ซูมู่มู่ไม่ใช่เด็กที่จะยอมคนง่าย ๆ
นางเติบโตมาในสำนักจึงมีนิสัยเด็ดขาดและใจร้อน
"โอ๊ย! นางจิ้งจอกตนไหนกันที่ให้กำเนิดนางจิ้งจอกน้อยแบบนี้ออกมากัน ลูกชายที่ดีของข้าถูกล่อลวงจนมืดบอดหมดแล้ว!"
"ลูกเอ๋ย ลูกรักของแม่ เ้าฟังดูสิ เ้าตัวขาดทุนตัวน้อยคนนี้กล้าด่าแม่ของเ้าแล้ว!"
"ยายแก่คนนี้เป็หม้ายั้แ่สาว ๆ กว่าจะเลี้ยงลูกจนเติบโตมาได้ แต่เพื่อนางจิ้งจอกน้อยคนเดียวถึงกับไม่เอาพวกท่านลุงแล้ว"
ฮูหยินผู้เฒ่าเมิ่งนั่งลงกับพื้นแล้วร้องห่มร้องไห้โวยวายราวกับหญิงชาวบ้านไร้ยางอาย เมิ่งเฮ่อหน้าดำคร่ำเครียดท่านแม่ของเขาอาละวาดเช่นนี้ไม่ใช่ครั้งแรกหรือสองครั้ง
เมื่อก่อนเขาทนได้ แต่ตอนนี้ทนไม่ได้!
"ลุงคัง หยุดเงินช่วยเหลือตระกูลเฉินทั้งหมด แล้วให้คนตระกูลเฉินถอนตัวออกไปให้หมด" เขาสั่งการโดยตรงโดยไม่มีการต่อรอง
"ขอรับ คุณชาย!" ลุงคังรับคำสั่งของคุณชายเท่านั้น ส่วนฮูหยินผู้เฒ่าอายุมากแล้วสมองคงเลอะเลือน
"เมิ่งเฮ่อ เ้าลูกอกตัญญู! นั่นคือท่านลุงของเ้านะ หากไม่มีพวกเขาช่วยเหลือเ้าจะสอบได้บัณฑิตเอกจนได้เป็ขุนนางหรือ?" ฮูหยินผู้เฒ่าเมิ่งได้ยินดังนั้นก็ลุกขึ้นจากพื้นชี้หน้าด่าบุตรชายของตน
ซูมู่มู่เห็นว่าท่านพ่อคนที่หนึ่งถูกรังแกจึงหยิบกระบี่ไม้ท้อฟาดลงไปที่ยายแก่คนนี้ทันที แม้จะไม่ถึงตาย แต่เจ็บแน่นอน!
"ท่านพ่อ ท่านย่าถูกผีเข้าต้องกำจัดออกไปเ้าค่ะ" ปากก็พูดไปแต่กระบี่ไม้ท้อก็ไม่หยุดฟาด
ด้วยร่างกายกลมป้อมประกอบกับการเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่ว ซูมู่มู่ฟาดโดนจุดเจ็บของยายแก่ได้อย่างแม่นยำโดยที่ภายนอกไม่มีรอยแผลแม้แต่นิดเดียว
ฮูหยินผู้เฒ่าเมิ่งยืนร้องห่มร้องไห้อยู่ตรงนั้นไม่มีโอกาสแม้แต่จะล้มลง เพราะเ้าตัวขาดทุนตัวน้อยคนนี้ฟาดวนรอบตัวนาง
ตอนแรกเมิ่งเฮ่อยังมีความกังวลอยู่บ้าง แต่เมื่อเห็นมารดายืนอยู่ตรงนั้นโดยไร้าแ ในหัวเขาก็มีความคิดเดียวคือท่านแม่ควรมีใครสักคนมาสั่งสอนให้เข็ดหลาบจริง ๆ
ลุงคังสั่งให้บ่าวไพร่ถอยออกไปให้หมด เื่นี้ไม่ควรให้ใครล่วงรู้ แต่ทำไมฟังดูแล้วรู้สึกสะใจอยู่บ้าง... เื่การแต่งงานของคุณชายมักจะถูกฮูหยินผู้เฒ่าขัดขวางจนพังมาโดยตลอด
"ยังจะเรียกข้าว่าตัวขาดทุนอีกหรือไม่เ้าคะ" ซูมู่มู่ถีบยายแก่จนล้มคว่ำแล้วจ้องหน้าถาม
"ตัวขาดทุน!"
"เพียะ เพียะ!"
"ตัวขาด..."
"เพียะ เพียะ!"
"ขาด..."
"เพียะ เพียะ!"
"หลานสาว..."
"เพียะ เพียะ!"
"ข้าเรียกเ้าว่าหลานสาว ไม่ได้เรียกว่าตัวขาดทุน ทำไมเ้ายังตีอยู่อีก หลานสาวที่ไหนตีท่านย่าของตัวเองกัน" ฮูหยินผู้เฒ่าเมิ่งร้องไห้จนตาบวม นางกลัวจริง ๆ แล้ว
เ้าเด็กนี่ตีเจ็บมากแถมลูกชายกับตาเฒ่าคังก็ไม่ช่วยนางเลย ช่างเป็ลูกอกตัญญูกับคนเนรคุณไม่มีคนดีเลยสักคน
"ตีจนชินมือแล้วเ้าค่ะ และกลัวว่าท่านจะลืม หากข้าได้ยินคำว่าตัวขาดทุนหรือนางจิ้งจอกอีก ท่านจะต้องเสียใจแน่นอน" ซูมู่มู่ยิ้มอย่างเ้าเล่ห์แววตาฉายความดุร้าย
ฮูหยินผู้เฒ่าเมิ่งใจนตัวสั่น "ข้าไม่กล้าแล้ว"
"และห้ามรังแกท่านพ่อของข้าด้วย" ซูมู่มู่เสริมอีกประโยค สำหรับท่านพ่อคนที่หนึ่งแล้วตอนนี้นางชอบเขามาก
"ได้ ข้าจะไม่รังแก" ฮูหยินผู้เฒ่าเมิ่งไม่ยอมเสียเปรียบในตอนนี้ จึงรีบตอบปัดไปก่อน
"ท่านพ่อ ข้าตกลงกับท่านย่าเรียบร้อยแล้ว พวกเราไปทำคดีต่อกันเถอะเ้าค่ะ" ซูมู่มู่หันไปหาท่านพ่อคนที่หนึ่งพร้อมส่งยิ้มหวานมองแล้วน่าเอ็นดูยิ่งนัก
เมิ่งเฮ่อมองมารดาที่ยังคงคร่ำครวญแล้วหันมามองบุตรสาว เขาเลือกอย่างหลัง "ตกลง พวกเราไปกันเถอะ!"
"ลูกเอ๋ย ไปตามหมอมาให้แม่ที" ฮูหยินผู้เฒ่าเมิ่งพูดด้วยน้ำเสียงน่าสงสาร ยามดุร้ายเป็อย่างไรยามนี้น่าเวทนาเป็อย่างนั้น
"ท่านพ่อ นางไม่เป็ไรหรอกเ้าค่ะ แค่พูดให้น้อยลงก็พอ" ซูมู่มู่ไม่อยากให้ท่านพ่อเสียเงินโดยใช่เหตุ
"ท่านแม่พักผ่อนให้เต็มที่ แล้วพูดให้น้อยลงไม่ต้องตามหมอหรอกวิชาการแพทย์ของมู่มู่ แม้แต่เซียวเหยาอ๋องเฟยยังชม ย่อมไม่ผิดพลาดแน่นอน" เมิ่งเฮ่อไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง เขาเชื่อมั่นในตัวของซูมู่มู่เพราะท่านแม่แกล้งป่วยมาหลายครั้งเกินไปแล้ว