“ิญญาแตกสลาย” อลาสแตร์ขมวดคิ้วและทวนคำ
ิญญาของข้าไม่ได้แตกสลาย แล้วทำไมข้าถึงกลายเป็อสูร
“ทำหน้าแบบนั้นแสดงว่าิญญานายไม่ได้แตกสลายล่ะสิท่า บอกตรง ๆ มันก็เป็แค่เื่เล่าต่อ ๆ กันมา ชั้นก็ไม่รู้แน่ชัด อาจจะไม่ได้ิญญาแตกสลายจริงจังล่ะมั้ง อาจจะแค่ร้าว ๆ ไม่เหรอ? เอาเถอะ งั้นมันคงเป็แค่คำอุปมาอุปไมย” ซีโมนพูดพลางมองหน้าอลาสแตร์
“เ้ายังไม่ได้บอกว่าข้าจะสามารถกลับไปเป็มนุษย์ได้หรือไม่” เขาถาม
“เสียใจนะ เท่าที่ชั้นรู้ ไม่ได้ เป็แล้วเป็เลย” ซีโมนยักไหล่
อลาสแตร์นิ่งเงียบ
“เฮ่ ไม่เอาน่า ไม่เห็นต้องเครียดแบบนี้เลย เป็อสูรน่ะดีออก หนุ่มหล่อตลอดกาล ไม่แก่ ไม่ป่วย ไม่ตาย อ้อ แต่ถ้าถูกฆ่าก็ตายเหมือนกัน แถมพลังน่าจะมากกว่าตอนเป็มนุษย์ด้วยนะ จริงมั้ย” ซีโมนพูด
อลาสแตร์ลองเพ่งจิตสำรวจพลังของตัวเอง พอเห็นว่ามากกว่าเดิมจริงก็พยักหน้าให้เธอ
“เยอะกว่าเดิมมากมั้ย” เธอถาม
“ประมาณยี่สิบเปอร์เซ็นต์”
“หา แค่ยี่สิบเปอร์เซ็นต์ ให้ตายสิ แสดงว่านายเก่งอยู่เดิมอยู่แล้วนะเนี่ย”
“...” อลาสแตร์
“นี่ จริง ๆ โลกนี้มันก็ไม่เลวหรอกนะ แค่นายลองเลือกเป็อสูรคู่หูของนักล่าอสูรสักคนก็อยู่ได้แล้ว ถ้าไม่ถูกใจเมซี่ก็ให้คาร์ล่าหาคนใหม่ให้ก็ได้ ไม่เห็นต้องกลับโลกเดิมเลยนี่” ซีโมนพูด
อลาสแตร์นิ่ง ไม่ตอบ
“โอเค โอเค นายคงหมดโควตาพูดคุยของวันนี้แล้ว งั้นชั้นไปก่อนล่ะ” ซีโมนโบกมือและลุกเดินจากไป
จากนั้นอลาสแตร์ก็นิ่งเงียบจมอยู่กับความคิดของตนเองต่อ
หากเกรซฟื้นคืนชีพแล้ว ข้าจะบังคับให้อสูรที่ชื่อไฮด์เปิดประตูมิติกลับไปโลกของข้าและเกรซดีหรือไม่ แต่หากกลับไปที่นั่นแล้วนางพบว่าพ่อแม่และเพื่อนของนางตายไปนานเป็พันปีแล้วนางคงจะโศกเศร้า
สิ่งที่อลาสแตร์ไม่้าเห็นที่สุดก็คือสีหน้าที่โศกเศร้าหรือเ็ปของเกรซ
อย่างไรเสียก็ลองถามความเห็นของนางก่อนแล้วกัน ว่านางอยากใช้ชีวิตที่ไหน สำหรับข้าแล้วอยู่ได้ทุกที่ที่มีนาง
อลาสแตร์คิดคำนวณ ในใจของเขาตอนนี้นั้นคิดว่าทั้งเมซี่และไฮด์เป็สิ่งของที่มีประโยชน์และสมควรพกติดตัวไว้ใช้สอย
หืมม
อลาสแตร์หยุดคิดเมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วพบเครื่องบินลำหนึ่งแล่นมาใกล้กับเครื่องบินที่เขานั่งอยู่ด้วยความเร็วสูง ด้วยความที่เผชิญกับเื่ที่อันตรายมาแล้วหลายต่อหลายครั้งทำให้เขามีสัญชาตญาณที่เฉียบคม เขาหันไปมองหน้าคาร์ล่าเพื่อดูว่าเธอมีลูกเล่นอะไรอีกหรือไม่ แต่ก็ไม่เห็นเธอมีท่าทางผิดปกติอะไร
“Damn! นั่นเครื่องบินรบนี่ มาทำอะไรแถวนี้ อย่าบอกนะว่า…” เสียงซีโมนพูดจากที่นั่งของเธอ
“คาร์ล่า ศูนย์ฯจะกำจัดพวกเราไปพร้อมกับเขาใช่มั้ย” ซีโมนหันมาะโใส่คาร์ล่า
“หา เื่นั้น” คาร์ล่าทำสีหน้าประหลาดใจ
“หา!” คนอื่น ๆ ร้องด้วยความใ
“ไม่จริงมั้ง ถึงกับจะกำจัดนักล่าอสูร S rank เลยเหรอ” เมซี่ถาม
BOOM BOOM BOOM
เครื่องบินรบที่ซีโมนพูดถึงนั้นขับฉวัดเฉวียนมาใกล้เครื่องบินของพวกอลาสแตร์และได้ยิงปืนกระหน่ำใส่ไม่ยั้ง แต่ละครั้งถูกเครื่องบินที่พวกเขานั่งอย่างจัง เกิดแรงสั่นะเืไปทั้งลำ กระจกแตกกระจาย
“กรี๊ดดด” เสียงกรีดร้องอย่างเสียขวัญและเ็ปดังไปทั่วลำ
อลาสแตร์นั้นได้ร่ายเวทกางบาเรียไว้ก่อนแล้วที่จะเกิดการยิงขึ้น แต่เขากางไว้แค่รอบห้องโดยสาร ไม่ได้รวมไปถึงนักบินและนักบินผู้ช่วยซึ่งสิ้นใจในพริบตา เครื่องบินกำลังทิ้งดิ่งลงไปสู่มหาสมุทรเบื้องล่างอย่างรวดเร็ว
WHOOOSH!
เครื่องบินรบนั่นบินจากไปเมื่อเห็นว่าผู้โดยสารเครื่องบินลำนั้นไม่มีทางรอดได้ คาร์ล่าสั่งการให้ทุกคนใส่ชูชีพและพังประตูเครื่องบินออก เตรียมจะะโจากเครื่องแต่กลับถูกอลาสแตร์ใช้พลังคว้าจับตัวทุกคนและลากขึ้นเรือเหาะของเขาที่นำออกมาจากแหวนเก็บของแทน
“โว้วว นายเอาเครื่องบินมาจากไหนเนี่ย” คิงร้องด้วยความประหลาดใจ
“นายเก็บเครื่องบินในแหวนนั่นเหรอ ให้ตาย! ยังกับแหวนเก็บของในเกมเลย” เมซี่วิ่งมาจับและลูบคลำแหวนในมือของอลาสแตร์ โดยมีคิงตามมาลูบคลำด้วย
“หึ” อลาสแตร์สะบัดมือออกจากมือเด็กสองคนนั้น
“ขี้เหนียวชะมัด ก็แค่ดู” เมซี่และคิงบ่น
“ขอบคุณที่ช่วยชีวิตพวกเราเอาไว้” คาร์ล่าพูด เฮนรี่และซีโมนก็ขอบคุณตาม
“ใครพอจะขับเรือเหาะเป็บ้าง” อลาสแตร์ถาม อันที่จริงเขาย่อมขับเป็แต่ไม่ค่อยชอบการต้องคอยบังคับเครื่องตลอด
“ชั้น ๆ ชั้นเคยเล่นเกมขับเครื่องบิน” คิงยกมือขึ้น
“ชั้นก็เคยเล่น” เมซี่ยกเช่นกัน
เด็กสองคนนั้นมองหน้ากันอย่างเขม่น ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน
“หลบไปยัยจิ๋วไร้ rank” คิงพูด
“หุบปากซะ การที่ชั้นอัญเชิญอสูรระดับ SS class ได้ มันหมายความว่าอะไรรู้มั้ย มันหมายความว่าชั้นเป็นักล่าอสูรระดับ SS rank ไงล่ะ อีกอย่าง ชั้นสูงกว่านายโว้ย” เมซี่พูดอย่างไม่ยอมแพ้
“ว่าไงนะ มันก็แค่ความบังเอิญล่ะวะ มาตัดสินกันเลยดีกว่า ยัยบ้า” คิงโมโห
“พอที ๆ ผลัดกันบังคับเครื่องคนละชั่วโมงละกัน ว่าแต่พวกเธอแน่ใจนะว่าบังคับเป็” คาร์ล่าพยายามห้ามศึกเด็กสองคน
“แน่ใจ” เมซี่และคิงพยักหน้ารับ
“จะไหวมั้ยเนี่ย ว่าแต่ถ้าเครื่องบินรบนั่นกลับมาอีก จะทำยังไงกันดี” คาร์ล่าพูด
“ให้มันมา ข้าจะถล่มมันให้ราบ” อลาสแตร์พูด
“เครื่องบินนายมีติดอาวุธด้วยเหรอ” คิงถามอย่างตื่นเต้น
“ลำนี้ไม่มี” อลาสแตร์พูด ในใจก็คิดถึงเรือเหาะลำโปรดของเขาที่ติดตั้งอาวุธทั้งลำที่ให้ฮิวโก้ไปแล้ว แต่เขาก็ไม่ใส่ใจ เขามีตั้งหลายวิธีที่จะทำลายเครื่องบินรบนั่นได้ โดยไม่ต้องใช้อาวุธจากเรือเหาะ
“แสดงว่านายมีหลายลำเหรอ” คิงพูด ทั้งเขาและเมซี่มองอลาสแตร์ด้วยแววตาเป็ประกาย
จากนั้นอลาสแตร์ก็สอนการบังคับเรือเหาะแก่เมซี่และคิง โดยมีคาร์ล่ามาคอยบอกทิศทางไปธอเบียให้กับเด็กสองคนนั้น
“จะว่าไปเครื่องบินไม่ทราบสัญชาติแบบนี้จะโดนยิงตกเวลาเข้าเขตประเทศนะ เดี๋ยวชั้นขอเช็คจุดบอดที่ไม่ใช่น่านฟ้าของประเทศใดประเทศหนึ่งก่อน” คาร์ล่าพูด
พออลาสแตร์ได้ยินดังนั้นเขาก็เปิดระบบพรางตัว คนนอกไม่มีทางมองเห็นและจับทิศทางเรือเหาะของเขาซึ่งเปิดระบบพรางตัวได้อย่างแน่นอน
“ว้าว พรางตัวได้ด้วย สุดยอดไปเลย อยากได้สักเครื่องจัง” คิงพูดด้วยความตื่นเต้น ตอนนี้เขาเป็คิวแรกที่ได้ขับ ตกลงกันด้วยการเป่ายิ้งฉุบ
“โลกที่คุณจากมานี่เทคโนโลยีล้ำเอาเื่อยู่นะ” เฮนรี่ยกนิ้วโป้งให้
“อันที่จริงเรือเหาะนี่ไม่ได้มาจากโลกที่ข้าเพิ่งจากมา แต่มาจากโลกบ้านเกิดของข้า” อลาสแตร์พูด
ถึงเขาจะไม่เข้าใจคำว่าเทคโนโลยีแต่ก็พอจะเดาได้ว่าเฮนรี่ชมเรือเหาะของเขา อารยธรรมที่โลกบ้านเกิดของเขานั้น ก้าวหน้ากว่าโลกที่พวกซีบิลอยู่มาก ฮิวโก้ถึงได้อยากได้เรือเหาะของเขาถึงขนาดนั้น ถึงจะเป็อารยธรรมก่อนหน้านี้ถึงหนึ่งพันปีก็ตาม
“หา” เฮนรี่ทำหน้างง ๆ
“นายเคยอยู่มาแล้วกี่โลกกันแน่” ซีโมนถาม
“สามโลก” อลาสแตร์พูด
“วิ้ววว เก๋ดีนี่ สามโลก นายเก่งที่สุดในสามโลกเลยหรือเปล่าล่ะ” ซีโมนผิวปากและพูดหยอก
“...” อลาสแตร์
“แน่ะ เงียบอีกละ ไป เฮนรี่ เขาเข้าโหมดเงียบแล้ว เราไปหาอะไรดื่มกันดีกว่า ขอรบกวนหาอะไรดื่มหน่อยนะ คุณเ้าของเรือเหาะ” ซีโมนพูดและกอดคอเฮนรี่พากันไปหาอะไรดื่มข้างในเรือ
นางรูปร่างหน้าตางดงาม แต่ทำไมกลับให้ความรู้สึกราวกับเป็บุรุษ ไม่มีความเป็สตรีเอาเสียเลย
อลาสแตร์ส่ายหน้าช้า ๆ มองซีโมนกับเฮนรี่ เขารู้สึกไม่เข้าใจเมื่อเห็นว่าสตรีสามารถคบหาเป็เพื่อนกับบุรุษได้อย่างเท่าเทียม ไม่มีความแตกต่างทางเพศเช่นนี้ ที่โลกของเขาหรือโลกของซีบิลนั้นสตรีล้วนแล้วแต่รักษาระยะห่างกับบุรุษ ไม่มีทางมาพูดคุยใกล้ชิดและกอดคอพากันไปดื่มเหล้าเช่นนี้แน่นอน
หรืออสูรจะต่างจากมนุษย์ สตรีอสูรอาจจะไม่ได้คิดเช่นเดียวกับสตรีมนุษย์