หลังจากนั้นก็ตามมาด้วยสินค้าในหมวดเครื่องเขียนซึ่งก็คือสินค้าที่เธอให้ท่านแม่เอาไปทดลองใช้บางส่วน อย่างพวก พู่กันแก้ว หมึกสำเร็จรูป ปากกาลูกลื่น ปากกาเจล ดินสอ ยางลบ สมุดเปล่าที่หน้าปกมีลวดลายสวยงาม สีไม้ สีเทียน สีน้ำ และกลุ่มสินค้าเพื่อความงามที่เธอภูมิใจนำเสนอมาก ๆ ก็คือชุดครีมบำรุงผิวและชุดเครื่องสำอาง 9 มงคล
สำหรับชุดเครื่องบำรุงผิวนี้รับรองว่าสาวน้อยสาวใหญ่ทั่วแคว้นจะต้องหาซื้อกันไปใช้ไม่ขาด เพราะนอกจากจะบำรุงผิวให้เปล่งปลั่งสุขภาพดีแล้วยังช่วยชะลอวัยด้วย
ส่วนชุดเครื่องสำอาง 9 มงคล คือเครื่องสำอาง 9 เฉดสีที่มีทั้งลิปสติก อายแชโดว์ บลัชออน และยังมีรองพื้น ดินสอเขียนคิ้ว อายไลเนอร์ ที่ดัดขนตา มาสคาร่า และอุปกรณ์ล้างเครื่องสำอางด้วย ทั้งหมดนี้ไม่ได้ขายเฉย ๆ แต่จะมีคู่มือการใช้เครื่องสำอางแต่ละชนิด คู่มือสอนการแต่งหน้า 9 แบบ และคู่มือการล้างเครื่องสำอางออกอย่างหมดจด ตบท้ายด้วยคู่มือการบำรุงผิวที่จำเป็ต้องใช้ครีมที่เธอขายถึงจะครบวงจร!
แต่สินค้าเหล่านี้จะครบสมบูรณ์ไปไม่ได้ หากขาดอุปกรณ์สำคัญอย่างหนึ่ง นั่นก็คือ ‘กระจกเงา’ เอาไว้ส่องตอนแต่งหน้า ขืนปล่อยให้สาว ๆ ใช้คันฉ่องทองเหลืองที่ทั้งมัวทั้งเหลืองในการแต่งหน้า ต่อให้มีเครื่องอาง 600 เฉดสี คนแต่งก็จะมองเห็นเป็สีเหลืองอยู่ดี
และแน่นอนว่าเธอไม่ลืมแค็ตตาล็อกสินค้าปัจจุบันกับสินค้าในอนาคตที่เตรียมมาพร้อมให้ทั้งเขาและลูกค้าสามารถจิ้มจองล่วงหน้าได้อีกด้วย
หลิวเจี้ยนรู้สึกทึ่งกับทั้งสินค้าที่แม่นางจางนำเสนอและกลวิธีในการขายสินค้าแบบครบวงจร รวมทั้งสิ่งที่เรียกว่าแค็ตตาล็อกนี้ด้วย
ไม่ว่าชิ้นใดก็ไม่ใช่สินค้าที่พบเห็นได้ในแคว้นถังมาก่อน และเขามั่นใจว่าแคว้นข้างเคียงก็ไม่น่าจะมีขายด้วยเช่นกัน นั่นทำให้เขาสงสัยถึงที่มาของสินค้าเหล่านี้ รวมทั้งตัวตนที่แท้จริงของสตรีตรงหน้าด้วย
“ข้าขอถามได้หรือไม่ว่าท่านสรรหาสินค้าพิสดารเหล่านี้มาจากที่ใด ข้าซึ่งมีความมั่นใจว่าเคยพบเห็นสินค้ามาแล้วจากทั่วทุกสารทิศก็ยังไม่เคยแม้แต่จะรู้ว่ามีสินค้าเหล่านี้อยู่ด้วย”
“เื่ที่มาข้าบอกได้เพียงว่ามันเป็สินค้าจากดินแดนโพ้นทะเล แต่ถ้าท่าน้ารู้ว่าใครเป็ผู้ผลิตหรือส่งให้ข้าอีกทีนั้น มันเป็ความลับทางการค้า และข้ากับเขามีสัญญาพิเศษส่วนตัวที่จะทำให้เขาไม่ยอมขายสินค้าให้ผู้อื่นโดยตรงด้วย หวังว่าท่านจะเข้าใจ ข้าจึงต้องขอให้ท่านทำสัญญาปกปิดความลับทางการค้านี้ให้ข้าด้วยเช่นกัน”
ที่จริงหลิวเจี้ยนเข้าใจในความจำเป็นี้ดี หากเขาเป็นาง ก็ไม่มีวันยอมเปิดเผยว่าไปรับสินค้ามาจากที่ใดให้ผู้อื่นมาฉกฉวยผลประโยชน์ไปได้ เพียงแต่สินค้าของนางแตกต่างจากสินค้าที่มีในแคว้นถังมากเกินไปราวกับมาจากคนละโลกก็เท่านั้น มันจึงไม่ใช่เื่แปลกสำหรับคนที่รู้จักแหล่งขายสินค้ามากที่สุดคนหนึ่งอย่างเขาจะเกิดความสงสัยใคร่รู้มิใช่หรือ
“ตกลง ข้ายอมรับเงื่อนไขของท่าน เราสามารถทำสัญญากันได้ทันทีหากท่านยินดี”
“แน่นอนว่าข้ายินดี!”
พร้อมมาั้แ่ก่อนออกจากบ้านแล้วจ้าาาาา
หลังจากนั้นก็คือขั้นตอนการทำสัญญา ซึ่งมีอยู่หลายฉบับ ทั้งสัญญาการประมูล สัญญารักษาความลับ สัญญาว่าด้วยเงื่อนไขการสั่งซื้อและการส่งสินค้าสำหรับร้านค้าในเครือของหลิวเจี้ยน
เหลียงซูถิงนั่งอ่านสัญญาทั้งหลายจนปวดหัว แต่ก็จำเป็ต้องทำ เพราะเื่เงิน ๆ ทอง ๆ ไม่เข้าใครออกใคร และดูเหมือนเถ้าแก่หลิวเป็คนทำการค้าอย่างตรงไปตรงมาตามที่ท่านแม่บอกไว้ไม่มีผิด จึงไม่มีสัญญาข้อไหนที่ดูกำกวมชวนให้รู้สึกตงิดใจว่าทำ ๆ ไปแล้วจะเสียเปรียบหรือเปล่า
ก่อนจากลาเธอเกือบลืมอีกเื่หนึ่งไปแล้ว
“อ้อ... นี่คือของฝากให้ลูก ๆ ของเถ้าแก่เ้าค่ะ กล่องนี้เป็ของลูกสาวท่าน ส่วนกล่องนี้เป็ของลูกชาย”
เหลียงซูถิงยกกล่อง 2 กล่องที่ห่อด้วยกระดาษห่อของขวัญลวดลายน่ารักติดโบว์อีกต่างหากมาวางไว้บนโต๊ะ
หลิวเจี้ยนมองกล่องของขวัญที่รูปลักษณ์ไม่เหมือนใครพลางเลิกคิ้วขึ้นอีกครั้ง แม้นางจะไม่ใช่คนแรกที่มีของฝากไปยังครอบครัวของเขาด้วย แต่นี่ก็บ่งบอกได้ว่านางศึกษาข้อมูลของเขามาก่อนเป็อย่างดี
เขายกยิ้มพลางตอบว่า
“แม่นางจางเกรงใจเกินไปแล้ว ความจริงเพียงแค่สินค้าที่ท่านนำมาฝากขายไว้กับข้าก็มากมายแล้ว”
“รับไว้เถอะเ้าค่ะ อันนี้ให้ลูก ๆ ของท่านไปทดลองเล่นกันก่อน ถ้าเด็ก ๆ ชอบ ไม่แน่ว่าต่อไปของพวกนี้อาจจะต้องฝากท่านขายด้วยเหมือนกัน”
หลิวเจี้ยนยิ้มมากขึ้นเมื่อรู้ว่าทุก ๆ ลมหายใจเข้าออกของนางมีแต่เื่การขายสินค้า ไม่คิดว่าสตรีในห้องหอจากตระกูลจางที่ไม่เคยทำการค้ามาก่อน เมื่อหันมาทำการค้าจะตะกละตะกลามได้ถึงเพียงนี้
เหลียงซูถิงกลับจวนตระกูลเซี่ยงอย่างร่าเริงถึงขีดสุด เพราะนอกจากจะได้เงินมัดจำล่วงหน้าสำหรับสินค้าชุดแรกที่จะต้องส่งให้เขาในสัปดาห์หน้าแล้ว สิ่งที่เธอคาดหวังที่สุดคือภาพวาดกับตุ๊กตาสโนว์ไวท์ที่ควรจะทำเงินได้มากมายมหาศาลในเวลาอันรวดเร็ว
และเพราะอารมณ์ที่เบิกบานราวกับล่องลอยอยู่บนเมฆนี้เอง ทำให้เสียง ‘ชริ้ง’ ‘ชริ้ง’ ดังขึ้นในหัวของเธอตลอดทางกลับจวน เธอแทบจะลอยข้ามกำแพงเข้าจวนได้โดยไม่ต้องพึ่งทางหมาลอดเลยด้วยซ้ำ ถ้าไม่ติดที่ยังจำได้ว่าตัวเองไม่มีวิชาตัวเบาล่ะก็นะ
“ขากลับข้าหล่อเหลาขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าเลยเ้าว่ามั้ย รัศมีคนรวยนี่มันคงเปล่งประกายออกมาจากตัวข้าไม่หยุดแน่ ๆ เลย”
ปิ่งจีที่เดินตามหลังมาทำหน้าพิกลให้กับวาจาเลอะเทอะของเ้านาย แต่ความสำเร็จในการทำสัญญาการค้าของอี๋เหนียงและเถ้าแก่หลิวก็ทำให้นางทั้งดีใจและโล่งใจเช่นกัน อนาคตของพวกนางนับว่าไม่มืดมนอีกต่อไปแล้ว!
