บทที่ 1 สำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นรับศิษย์
ดินแดนจิ่วเซียว สำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้น
ในฐานะที่เคยเป็สำนักศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงพลังที่สุด หลังจากที่จักรพรรดิฮุ่นตุ้นได้เลื่อนขั้นเป็เซียนแล้ว สำนักก็เริ่มเสื่อมถอยลงทีละน้อย
วันนี้เป็วันที่สำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นเปิดรับศิษย์
แคว้นน้อยใหญ่และตระกูลขุนนางในละแวกใกล้เคียง ต่างส่งอัจฉริยะผู้มีพร์มาขอเป็ศิษย์กันมากมาย
แม้ว่าสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นจะเสื่อมถอยลงแล้ว แต่เมื่อมองไปทั่วทั้งดินแดนจิ่วเซียว มันก็ยังคงเป็หนึ่งในสำนักชั้นนำอยู่ดี
ดังนั้นผู้คนที่มาขอเป็ศิษย์เพื่อเรียนรู้วิชา จึงยังคงหลั่งไหลมาไม่ขาดสาย ผู้คนมากมายราวกับูเา
“ในที่สุดข้าก็เข้ามาในสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นได้แล้ว สำเร็จภารกิจแรกที่ระบบมอบหมายเสียที!”
เซียวอวิ๋นใช้ความพยายามอย่างมากมายมหาศาล ในที่สุดก็เบียดเข้าไปกับฝูงชนผ่านประตูใหญ่ของสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นเบื้องหน้า เข้าสู่ลานกว้างภายในสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นได้สำเร็จ
เซียวอวิ๋นไม่สนใจเสียงวิพากษ์วิจารณ์รอบข้าง เขารีบหลับตาตรวจสอบระบบภายในร่างกายทันที
[ระบบรู้แจ้ง
ฟังก์ชัน: มอบการรู้แจ้งให้แก่ผู้ใช้
จำนวนครั้งที่รู้แจ้ง: 1 ครั้ง (สามารถใช้ได้ตลอดเวลาโดยการท่องในใจ)
ภารกิจ: เข้าสู่สำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้น สำเร็จ]
เมื่อเห็นสถานะภารกิจเปลี่ยนเป็ ‘สำเร็จ’ เซียวอวิ๋นก็ตื่นเต้นจนแทบจะร้องไห้
ช่างยากเย็นเหลือเกิน สิบหกปีแล้วที่ข้ามาถึงโลกนี้ ในที่สุดข้าก็ทำภารกิจแรกที่ระบบมอบหมายสำเร็จ ต้องบอกว่าภารกิจนี้ยากมากจริง ๆ
ถึงแม้สำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นจะเสื่อมถอยลงแล้ว แต่ก็ยังคงเป็สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่ว่าใครก็สามารถเข้ามาได้
เซียวอวิ๋นมาจากตระกูลขุนนางในแคว้นเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ด้วยอำนาจของตระกูลของพวกเขา ไม่มีทางที่จะส่งเซียวอวิ๋นมาที่สำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นได้ล่วงหน้า
ดังนั้นเซียวอวิ๋นจึงรอคอยมาถึงสิบหกปี กว่าจะถึงวันที่สำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นเปิดรับศิษย์ เขาจึงได้แทรกตัวเข้ามาและทำภารกิจแรกที่ระบบมอบหมายสำเร็จ
[ติ๊ง! ภารกิจล่าสุด: เข้าร่วมสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้น รางวัลคือการรู้แจ้งสามครั้ง]
ทันใดนั้น เสียงกลไกของระบบก็ดังขึ้นในสมองของเซียวอวิ๋น
เซียวอวิ๋นเข้าใจทันทีว่าภารกิจที่สองของเขามาถึงแล้ว และรางวัลครั้งนี้ยิ่งมีค่ามากขึ้น สามารถรู้แจ้งได้ถึงสามครั้ง
พึงรู้ไว้ว่า การรู้แจ้งคือสภาวะที่ผู้บำเพ็ญเพียรเกิดการประจวบสอดคล้องกับเต๋าอย่างคาดไม่ถึง ระหว่างการค้นคว้าและทำความเข้าใจหลักแห่งสัจธรรม จนสามารถเข้าสู่สภาวะที่ลึกล้ำและน่าอัศจรรย์ได้
โอกาสเช่นนี้หายากยิ่งนัก แม้แต่อัจฉริยะก็อาจจะได้รู้แจ้งเพียงครั้งเดียวในชีวิต
แม้แต่พวกอสูรหรืออัจฉริยะขั้นสุดยอด ตลอดชีวิตก็คงได้รู้แจ้งเพียงสองสามครั้งเท่านั้น
จากนี้จะเห็นได้ว่าโอกาสในการรู้แจ้งนั้นหายากเพียงใด
ดังนั้น แม้ว่าระบบของเขาจะมีเพียงฟังก์ชันเดียว แต่เซียวอวิ๋นก็ไม่รู้สึกรังเกียจแม้แต่น้อย
เข้าร่วมสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นหรือ
เซียวอวิ๋นมองดูภารกิจล่าสุดของตัวเอง แล้วก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มกว้าง
ก็ดีเหมือนกัน ในเมื่อข้ามาถึงสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นแล้ว ก็ต้องเข้าร่วมสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นสิ
แม้ว่าสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นจะเสื่อมถอยลงแล้ว แต่อูฐผอมก็ยังใหญ่กว่าม้า ยิ่งไปกว่านั้น สำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นก็ยังคงเป็หนึ่งในกลุ่มอำนาจที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกใบนี้
การได้เข้าไปฝึกฝนในสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้น ย่อมทำให้ข้ามีโอกาสมากขึ้นที่จะกลายเป็ผู้แข็งแกร่งที่สุดในใต้หล้า
คิดถึงตรงนี้ เซียวอวิ๋นก็แทรกตัวผ่านฝูงชน มองไปยังเวทีด้านหน้า
บนเวทีในลานกว้าง มีชายชรารูปร่างผอมบางนั่งขัดสมาธิอยู่ เขาสวมเสื้อคลุมสีเทายาว ดวงตาลึกล้ำราวกับห้วงอวกาศ ทำให้ผู้คนไม่กล้าสบตาโดยตรง
“ข้าคือผู้าุโของสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้น รับผิดชอบในการต้อนรับพวกเ้าเข้าร่วมการทดสอบ!” ชายชราเสื้อคลุมสีเทากล่าวพลางยิ้ม ในดวงตาเปล่งประกายความคาดหวัง
รุ่นนี้ ไม่รู้ว่าจะมีอัจฉริยะหรือเมล็ดพันธุ์แห่งเซียนสักกี่คน อย่างน้อยก็ขอให้มีอัจฉริยะระดับสุดยอดสักไม่กี่คนก็ยังดี
ผู้าุโคิดในใจ จากนั้นก็กล่าวต่อด้วยเสียงดังฟังชัด “เอาล่ะ ไม่ต้องพูดอะไรมากความ สำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นของพวกเราไม่มีกฎระเบียบมากมาย การทดสอบรับศิษย์ก็มีเพียงด่านเดียว นั่นก็คือการตีระฆังฮุ่นตุ้น!”
พูดจบ ผู้าุโผู้รับคัดเลือกศิษย์ก็ดีดนิ้วเบา ๆ ทันใดนั้นพื้นที่ตรงหน้าก็แยกออกเป็ช่องว่างขนาดใหญ่ จากนั้นแสงสีทองก็แผ่กระจาย ระฆังสีเทาโบราณใบหนึ่งลอยออกมาจากช่องว่างนั้น แล้วตกลงบนลานกว้าง
วึ้ง!!!
เมื่อระฆังใหญ่นี้ตกลงมา มันก็ส่งเสียงกึกก้องที่ดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับเทพเ้ากำลังขับขาน เหล่าเทวดากำลังร้องเพลง ทำให้จิติญญาของทุกคนที่อยู่ในที่นั้นสั่นสะท้าน
“นี่คือระฆังฮุ่นตุ้น ศาสตราเทวะมหาจักรพรรดิในตำนาน!”
“ตำนานเล่าว่า เมื่อนานมาแล้ว จักรพรรดิฮุ่นตุ้นถือระฆังนี้ไว้ในมือ ออกรบในเก้า์ สิบแผ่นดิน กวาดล้างทั่วทั้งใต้หล้า ไม่มีผู้ใดต้านทานได้”
“แม้จะจัดอันดับอาวุธศักดิ์สิทธิ์ของจักรพรรดิทั่วทั้งใต้หล้า ระฆังนี้ก็ยังติดสามอันดับแรกได้!”
ทันใดนั้นลานกว้างก็เต็มไปด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์
ผู้ที่สามารถมาเข้าร่วมการทดสอบได้ แม้แต่คนที่ด้อยที่สุดก็ยังมาจากตระกูลขุนนางของแคว้นเล็ก ๆ พวกเขาจึงล้วนมีความรู้ความเข้าใจที่ไม่ธรรมดา
เซียวอวิ๋นซ่อนตัวอยู่ในฝูงชน มองดูระฆังฮุ่นตุ้นที่อยู่ไม่ไกล รู้สึกอิจฉาอยู่ไม่น้อย
หากข้าสมบัติล้ำค่าเช่นนี้ ที่ใดในใต้หล้านี้ที่ข้าไม่อาจไปได้?
น่าเสียดาย สิ่งนี้เป็ศาสตราเทวะมหาจักรพรรดิ ไม่ใช่สิ่งที่ข้ามีคุณสมบัติจะควบคุมได้ในตอนนี้
“พวกเ้าจงเข้าแถวให้เรียบร้อย แล้วเอามือวางบนระฆังฮุ่นตุ้นทีละคน หากผู้ใดทำให้ระฆังดังได้ ก็จะได้เป็ศิษย์ของสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นของพวกข้า”
ในตอนนี้ ผู้าุโรับคัดเลือกศิษย์กล่าวอีกครั้ง
เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนต่างเริ่มเข้าแถว แล้วััระฆังฮุ่นตุ้นทีละคน
แต่ระฆังฮุ่นตุ้นไม่เพียงไม่ดังขึ้น มันกลับปล่อยแสงสีทองออกมา แล้วส่งคนที่ััมันหายไป
ทุกคนตกอยู่ในความโกลาหลทันที
ชายชรากล่าวเสียงดัง “อย่าตื่นตระหนก ศัสตราของจักรพรรดิมีจิติญญา หากไม่สามารถทำให้ระฆังฮุ่นตุ้นดังได้ ก็จะถูกส่งกลับบ้านของพวกเ้า นับว่าเป็การประหยัดเวลาเดินทางกลับของพวกเ้า”
เมื่อได้ยินคำพูดของผู้าุโผู้รับคัดเลือกศิษย์ ทุกคนจึงสงบลงและยังคงััระฆังฮุ่นตุ้นต่อไปทีละคน
เซียวอวิ๋นหัวเราะในใจ คิดว่า ไม่คิดว่าระฆังฮุ่นตุ้นจะมีความสามารถนี้ด้วย แม้ไม่ผ่านการทดสอบ ก็ยังได้กลับบ้านโดยไม่เสียเวลา ฮ่า ๆ!
อย่างไรก็ตาม เซียวอวิ๋นไม่อยากถูกระฆังฮุ่นตุ้นส่งกลับบ้าน เขาต้องเข้าร่วมสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นให้ได้ เพียงแต่เขาไม่รู้ว่าระฆังฮุ่นตุ้นนี้ จะต้องทำอย่างไรจึงจะสามารถตีให้ดังได้
เซียวอวิ๋นจ้องมองไปยังหนุ่มสาวที่กำลังััระฆังฮุ่นตุ้นอยู่ไกล ๆ แต่เขามองอยู่นานก็ไม่เห็นอะไรเป็เื่เป็ราว
เพราะคนเหล่านี้พอััระฆังฮุ่นตุ้นก็หลับตาลง จากนั้นก็ถูกลำแสงสีทองพาตัวหายไป เห็นได้ชัดว่าคนที่ถูกพาตัวไปเหล่านี้ ล้วนเป็ผู้พ่ายแพ้ทั้งสิ้น ด้วยเหตุนี้ การทดสอบจึงเป็ไปอย่างรวดเร็ว
เวลาค่อย ๆ ผ่านไปทีละน้อย ยังคงไม่มีผู้ใดสามารถตีระฆังฮุ่นตุ้นให้ดังได้ ผู้คนบนลานกว้างต่างเริ่มกังวลขึ้นมา
“ตึง...”
ไม่นานหลังจากนั้น ในที่สุดระฆังฮุ่นตุ้นก็ดังขึ้น เสียงระฆังอันทรงพลังแผ่กระจายไปทั่วทั้งสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้น
ทุกคนต่างตื่นตัวขึ้นทันที หันไปมองไปทางระฆังฮุ่นตุ้นที่อยู่ไกลออกไป
เห็นเพียงชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่เบื้องหน้าระฆังฮุ่นตุ้น ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและปลาบปลื้ม
บนแท่นสูง ท่านผู้าุโผู้รับคัดเลือกศิษย์กล่าวเสียงเรียบว่า “เสียงระฆังดังหนึ่งครั้ง เพียงพอที่จะมีคุณสมบัติเข้าร่วมสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นของพวกข้า แต่ก็ได้เพียงเป็ศิษย์สายนอกเท่านั้น ผู้ดูแลอยู่ที่ใด จงพาเขาไปยังเขตศิษย์สายนอก!”
“ขอรับ ท่านผู้าุโ!” ชายชุดดำผู้หนึ่งเหาะเหินมาจากขอบฟ้าอย่างกะทันหัน คว้าตัวเด็กหนุ่มข้างระฆังฮุ่นตุ้นแล้วบินจากไปไกล
เมื่อได้ยินว่าเด็กหนุ่มผู้นี้มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเป็ศิษย์สายนอกเท่านั้น ผู้คนที่อยู่ในที่นั้นต่างตะลึงงัน
ในสายตาของพวกเขา การที่สามารถตีระฆังฮุ่นตุ้นให้ดังได้นั้นถือเป็เื่ยอดเยี่ยมแล้ว แต่กลับได้เป็เพียงศิษย์สายนอก การทดสอบของสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นนี้ยากเกินไปกระมัง
จู่ ๆ ก็มีเสียงคนผู้หนึ่ง เอ่ยถามว่า “ขออนุญาตถามท่านผู้าุโ ระฆังฮุ่นตุ้นนี้ คนหนึ่งคนสามารถตีให้ดังได้มากที่สุดกี่ครั้ง แล้วจำนวนครั้งที่เสียงระฆังดังขึ้นนั้น มีความสัมพันธ์กับสถานะที่จะได้รับหลังจากเข้าร่วมสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นอย่างไร”
นี่คือคำถามสำคัญ
ทุกคนต่างหันไปมองท่านผู้าุโผู้รับคัดเลือกศิษย์บนแท่นสูงพร้อมกัน
ท่านผู้าุโยิ้มน้อย ๆ กล่าวว่า “ระฆังฮุ่นตุ้นมีเก้าเสียง ดังหนึ่งครั้ง สามารถเป็ศิษย์สายนอกได้
ดังสองครั้ง สามารถเป็ศิษย์สายในได้
ดังสามครั้ง สามารถเป็ศิษย์สายตรงได้
ดังสี่ครั้ง สามารถเป็ศิษย์สายตรงของผู้าุโได้
ดังห้าครั้ง สามารถเป็ศิษย์สายตรงของผู้าุโสูงสุดได้
ดังหกครั้ง สามารถเป็บุตรศักดิ์สิทธิ์ของสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นของพวกข้าได้
ส่วนการดังเจ็ดครั้ง แปดครั้ง เก้าครั้ง ไม่ได้เกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว หากเกิดขึ้น ผู้นั้นจะกลายเป็บุตรเทวะของสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นของพวกข้าในทันที”
เมื่อได้ยินคำพูดของผู้าุโผู้รับเข้า ผู้คนบนลานกว้างก็เกิดความปรารถนาขึ้นมาทันที
การทดสอบยังคงดำเนินต่อไป
เมื่อเวลาผ่านไป ผู้คนบนลานกว้างก็น้อยลงเรื่อย ๆ
สิ่งที่ทำให้เซียวอวิ๋นตกตะลึงก็คือ แม้จะทดสอบไปแล้วหลายแสนคน ก็มีเพียงไม่กี่ร้อยคนเท่านั้นที่ได้เข้าร่วมสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้น อัตราส่วนนี้ช่างต่ำเหลือเกิน
และในบรรดาไม่กี่ร้อยคนนี้ เสียงดังที่สุดก็แค่สามครั้งเท่านั้น
เซียวอวิ๋นสังเกตเห็นบนแท่นสูงนั้น เห็นได้ชัดว่าท่านผู้าุโผู้รับคัดเลือกศิษย์มีสีหน้าไม่สู้ดีนัก ไม่เหลือแววเมตตาปรานีดังเช่นก่อนหน้า มีเพียงสีหน้าที่หม่นหมองเท่านั้น
เห็นได้ชัดว่า การไม่พบอัจฉริยะทำให้ท่านผู้าุโผู้รับคัดเลือกศิษย์ผิดหวังอย่างมาก
“รุ่นแล้วรุ่นเล่าด้อยลงเรื่อย ๆ หรือว่าสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นของข้าจะเสื่อมถอยลงเช่นนี้กระนั้นหรือ” ท่านผู้าุโผู้รับคัดเลือกศิษย์มองดูเหล่าผู้เยาว์ที่กำลังทดสอบอยู่เบื้องล่าง อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยความเศร้าโศก
แต่เขาก็รู้ถึงสาเหตุ
หากเป็อัจฉริยะแล้ว พวกเขาจะแสดงพร์อันยิ่งใหญ่ออกมาั้แ่่ต้น จึงถูกสำนักศักดิ์สิทธิ์ใหญ่อีกห้าแห่งชิงตัวไปเสียก่อน
ทว่าสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นของพวกเขากลับมีกฎประหลาดที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ
นั่นคือผู้ที่้าเข้าร่วมสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้น ก่อนการทดสอบจะไม่อนุญาตให้ฝึกวิชาใด ๆ ทั้งสิ้น
ดังนั้น เหล่าเยาวชนที่มาเข้าร่วมการทดสอบจึงล้วนเป็สามัญชนที่ไม่เคยฝึกฝนวิชา
ส่วนบรรดาอัจฉริยะเ่าั้ พวกเขาก้าวเข้าสู่เส้นทางการฝึกฝนไปนานแล้ว จึงไม่มีโอกาสเข้าร่วมสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นเลย
น่าเสียดายที่นี่เป็กฎที่บรรพชนสืบทอดกันมา ไม่มีผู้ใดกล้าเปลี่ยนแปลง
“ในที่สุดก็ถึงคราวของข้าแล้ว!”
ท่ามกลางฝูงชน เซียวอวิ๋นมองดูระฆังฮุ่นตุ้นที่อยู่ตรงหน้า ใบหน้าเต็มไปด้วยความคาดหวัง เขาเดินเข้าไปอย่างตื่นเต้น
หลังจากรอคอยมานาน ในที่สุดก็ถึงคราวของเขาแล้ว
“ข้าจะสามารถตีระฆังฮุ่นตุ้นนี้ให้ดังได้หรือไม่?” เซียวอวิ๋นยื่นมือออกไป ลูบไปที่ผนังระฆังโบราณตรงหน้า
เหง่ง~
ทันใดนั้น สมองของเซียวอวิ๋นก็สั่นะเื ตัวอักษรสีทองปรากฏขึ้นในความคิดของเขา แสดงภาพสรรพสิ่งในโลก อธิบายถึงวิถีฮุ่นตุ้น
ในชั่วขณะนั้น เซียวอวิ๋นก็เข้าใจทันทีว่าจะตีระฆังฮุ่นตุ้นให้ดังได้อย่างไร
ที่แท้ก็ต้องเข้าใจตัวอักษรสีทองเหล่านี้ เพียงแค่เริ่มต้นได้ ก็จะสามารถตีระฆังฮุ่นตุ้นให้ดังได้
และยิ่งเข้าใจมากเท่าไหร่ เสียงของระฆังฮุ่นตุ้นก็จะยิ่งดังมากขึ้นเท่านั้น
คิดได้ดังนั้น เซียวอวิ๋นก็ตัดสินใจทันที กล่าวในใจว่า ระบบ ใช้การรู้แจ้งหนึ่งครั้ง!
เหง่ง~~~
เสียงคำรามดังขึ้นในสมองของเขา ความคิดของเซียวอวิ๋นพลันแจ่มชัดขึ้นทันที แรงบันดาลใจมากมายผุดขึ้นในใจ ตัวอักษรสีทองเบื้องหน้าเปลี่ยนเป็สัญลักษณ์ต่าง ๆ แล้วเข้าสู่ดวงตาทั้งสองของเขา
“ที่แท้คัมภีร์นี้มีชื่อว่า 'เหนี่ยวนำฮุ่นตุ้น' เมื่อฝึกฝนจนสำเร็จ ก็จะสามารถยืมพลังของระฆังฮุ่นตุ้นได้ ยิ่งมีพลังมากเท่าใด ก็จะยืมพลังได้มากเท่านั้น หากสามารถบรรลุถึงขอบเขตมหาปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ได้ ก็จะสามารถหลอมรวมระฆังฮุ่นตุ้นใบนี้ได้”
เซียวอวิ๋นจมดิ่งอยู่ในภาวะรู้แจ้งอันน่าอัศจรรย์ ในทันใดนั้นเขาก็เข้าใจถึงแก่นแท้ของคัมภีร์ตรงหน้า
ในขณะเดียวกัน เซียวอวิ๋นกลับไม่รู้เลยว่า โลกภายนอกได้เดือดพล่านไปแล้วเพราะการทดสอบของเขา