รองประธานของฉันเป็นสายลับ

    บทที่ 6

    ทางด้านของอาร์ทที่นั่งดูเหตุการณ์ต่างๆผ่านกล้องวงจรปิดก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข เขามองที่หญิงสาวที่เขามีความสัมพันธ์ด้วยเมื่อคืนแบบบังเอิญๆ จากนั้นก็หันไปสนใจเรื่องข้อมูลของเธอที่ได้สมัครกับบริษัทไลน์ของครอบครัวเขา“เป็นผู้หญิงที่น่าสนใจจริงๆนั้นแหละ...” ก่อนที่เขาจะยกมือถือของตัวเองออกมาแล้วกดโทรไปหาผู้ช่วยปาร์คในทันที ภาพที่แสดงจากกล้องวงจรปิดคือผู้ช่วยปาร์คทำหน้ามึนงงเล็กน้อย และค่อยกดรับสายในเวลาต่อมา“ครับท่านรองประธาน.. ไม่ทราบว่ามีอะไรขัดใจอย่างนั้นเหรอครับ” สายตาของผู้ช่วยปาร์คมองมายังกล้องวงจรปิดให้เสมือนว่าได้ผู้คุยกันต่อหน้ากันจริงๆ“ระดับท่านผู้เชี่ยวชาญไอทีอย่างผู้ช่วยปาร์ค ทำไมถึงปล่อยตัวชายคนนั้นเข้าไปภายในห้องน้ำเพื่อกำจัดหลักฐานกันล่ะ...” อาร์ทถามออกมาในขณะที่ปาร์คนั้นยิ้มตอบกลับอย่างช่วยไม่ได้“คุณหนูครับ เทคโนโลยีของโลกมันพัฒนาไปไกลแล้วนะครับ .. ในตอนนี้ผมมีข้อมูลที่ชายคนนั้นมีแล้วครับผม” อาร์ทที่ได้ยินอย่างนั้นเขาก็ทำสีหน้าพึงพอใจเป็นอย่างมาก เขานึกย้อนไปถึงโครงการตัวหนึ่งที่ทางรัฐบาลสหรัฐได้คิดจะลองทำ นั่นก็คือโปรเจคไซเบอร์เทรส หลักการ และวัตถุประสงค์ของโครงการนี้คือการเข้าถึงข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดในระยะที่กำหนด และตอนนี้ผู้ช่วยปาร์คคงใช้อุปกรณ์นั้นอยู่เป็นแน่แท้“เข้าใจละ... จริงซิ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ตำแหน่งของผู้จัดการแผนกการเงินจะว่างไป ให้ผู้หญิงคนที่โดนใส่ร้ายคนนั้นขึ้นมาทำหน้าที่แทนสักหนึ่งเดือนก่อนที่จะเราจะได้ผู้จัดการคนใหม่ แต่ให้ยื่นเงื่อนไขถ้าภายในสัก15วันนี้ เธอสามารถทำงานได้ดี ไม่มีอะไรขาดตกบกพร่องก็ให้เธอดำรงตำแหน่งนี้ได้เลย” แน่นอนว่าอาร์ทที่อยากจะช่วยเหลือหญิงสาวคนนี้เท่าที่อำนาจของเขาจะทำได้ แต่ก็ไม่ให้มันมากจนเกินไปจนน่าเกลียด อย่างน้อยๆเธอก็เป็นผู้หญิงไม่กี่คนที่เขามีความสัมพันธ์แบบลึกซึ้งอย่างนี้ และจากการดูประวัติการทำงาน หรือพื้นฐานครอบครัวแล้วนั้น จะไม่ให้เขาเข้าไปช่วยเหลือได้อย่างไร“ทราบแล้วครับคุณหนู เดี๋ยวปาร์คผู้นี้จะจัดการตามที่คุณหนูผู้เอาแต่ใจเองขอรับ..” ถึงปาร์คจะเป็นลูกน้องหรือลูกจ้างของเขายังไงมันก็ไม่สำคัญ เพราะพวกเขานั้นเป็นอะไรมากกว่าคำว่าเพื่อน พี่น้องไปอีกขั้นหนึ่ง หรืออาจจะเรียกได้ว่าเป็นสหายที่ผ่านความเป็นความตายกันมาจนรู้ใจกัน เพียงแค่น้ำเสียง บางครั้งก็อาจจะกล่าวออกมาเพื่อหยอกล้อกันบ้างในบางที ส่วนอาร์ทก็ได้แต่หัวเราะออกมา ผู้ช่วยปาร์คเดินแยกตัวกับตำรวจที่อยู่ตรงนั้น ก่อนที่จะตรงไปยืนที่ด้านหน้าของพนักงานทุกๆคนของแผนกการเงิน ในวันนี้ทุกคนดูแตกตื่นเป็นอย่างมาก พวกเขาหรือเธอไม่คิดเลยว่าจะมีเรื่องราวอย่างนี้เกิดขึ้นมาในแผนกของพวกเขา ผู้ช่วยปาร์คไม่ได้คิดเหมือนคนภายในแผนก ในความคิดของเขาในตอนนี้คือ ทำไมคุณหนู หรือหัวหน้าของเขาถึงได้ให้ความสำคัญกับผู้หญิงคนนี้ คนที่เขากำลังจ้องมองอยู่อย่างมากมายขนาดนี้  ผู้หญิงคนอื่นๆหรือแม้แต่ระดับลูกหลานนายพล ผู้มีอำนาจภายในประเทศใหญ่ๆ บางประเทศบางคนยังเป็นถึงเจ้าหญิงเลยด้วยซ้ำไป หัวหน้ากลับไม่ได้สนใจหญิงสาวพวกนั้นเลย แต่กับผู้หญิงคนนี้เหตุผลมันคืออะไรกันแน่ ฟังจากน้ำเสียงของหัวหน้าแล้ว เธอคนนี้จะต้องเป็นคนที่พิเศษมากอย่างแน่นอน ส่วนแอมที่ถูกมองจ้องอย่างนั้น ในใจของเธอเริ่มที่จะอยู่ไม่สุขแล้ว ตอนนี้เธอกลัวไปหมดกลัวเสียทุกอย่าง และที่กังวลมากที่สุดคือเรื่องงานการที่เธอจะเสียมันไปไม่ได้ในตอนนี้ “เห้อ... ผมก็ไม่รู้หรอกนะว่าท่านรองประธานกำลังคิดอะไรอยู่... แต่ว่า..” ปาร์คถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยเนื้อหาที่ต้องพูดกับเธอ แต่เหมือนว่าแอมจะร้อนตัวออกมาเสียก่อนเพราะความกดดัน“ได้โปรดอย่างเพิ่งไล่ฉันออกเลยนะคะผู้ช่วยปาร์ค ... ฉันจะทำงานให้หนักขึ้นมากกว่าเดิม ตอนนี้ฉันต้องการเงินจำนวนมากเพื่อรักษาอาการป่วยพ่อของฉัน ได้โปรดเถอะนะคะ.. หรือจะให้ฉันไปอ้อนวอนกับท่านรองประธานเองเลยก็ได้ค่ะ..” แอมกล่าวพร้อมกับก้มหัวให้กับปาร์ค ในตอนนี้เธอไม่สนใจเรื่องศักดิ์ศรีอะไรพวกนี้อีกแล้ว ที่ต้องทำคือการรักษางานตรงนี้เอาไว้ในนานที่สุด เพราะสวัสดิการของที่บริษัทไลท์แห่งนี้นับว่าดีไม่น้อยเลยทีเดียว“..ทำไมคุณถึงคิดอย่างนั้นล่ะครับ.. คุณทำผิดอะไรมา หรือมีส่วนเกี่ยวกับผู้กระทำผิดอย่างนั้นเหรอครับ” ผู้ช่วยปาร์คยิ้ม และพูดกับเธอ แอมที่ได้ยินอย่างนั้นนก็รีบเงยหน้าขึ้นมามองยังผู้ช่วยปาร์คในทันที ก่อนที่เธอจะโบกไม้โบกมือ อาการเหมือนคนกำลังเลิ่กลั่กชอบกล“เปล่านะคะ.. ฉันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรับรู้เรื่องพวกนี้เลยค่ะ” แอมกล่าว“แล้วคุณจะทำตัวเลิ่กลั่กทำไมกันล่ะครับเนี้ย... เอาเถอะ .. ฟังให้จบก่อนแล้วค่อยโวยวายทีหลังก็แล้วกัน... เพื่อเป็นการปลอบใจในการโดนกระทำของพนักงานภายใต้บริษัทไลท์ของเรา ท่านรองประธานจึงยื่นเงื่อนไขให้กับคุณ..” แอมได้แต่ทำใจบ้างแล้วในส่วนหนึ่ง เพื่อนของเธอเข้าโอบกอดเตรียมที่จะร้องไห้ แต่ผู้ช่วยปาร์คก็ไม่ได้สนใจเขากล่าวต่อออกไปให้มันจบๆทีล่ะเรื่อง“คุณจะได้ขึ้นมาดำรงตำแหน่งผู้จัดการแผนกการเงินคนใหม่.. แต่มันก็เป็นระยะเวลาชั่วคราว เพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น แต่ถ้าคุณสามารถทำงานได้อย่างไร้ที่ติภายใน15วัน หรือครึ่งเดือนนี้ ท่านรองประธานจะให้คุณดำรงตำแหน่งนี้ต่อไป.. เท่านี้แหละครับ” และมันทำให้ทุกแผนกการเงินแห่งนี้เงียบลงไปในทันที ส่วนดาวที่ได้ยินก็ไม่พอใจ ทุกอย่างมันไม่น่าจะเป็นอย่างนี้ไปได้ แค่รองประธานคนใหม่เข้ามามันทำให้ทุกอย่างที่เธอพยายามมาถึงตอนนี้กลับพังลง เธอไม่ยอมแน่นอน และเธอจะใช้กลวิธีทุกอย่างให้เธอไม่ถูกกำจัดไป“ผู้ช่วยปาร์คคะ.. ฉันก็ขอร้องนะคะ ฉันไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นเลย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้นเป็นเพราะคำสั่งของผู้จัดการ ฉันต้องทำตามคำขอของเขาอย่างช่วยไม่ได้ ได้โปรดอย่าไล่ฉันออกเลยนะคะ” ดาวพยายามอ้อนวอนให้เธอได้อยู่ต่อ ท่ามกลางสีหน้าของคนทั้งแผนกที่รังเกียจความหน้าด้านของเธอ ส่วนผู้ช่วยปาร์คที่ได้ยินอย่างนั้นก็ได้แต่ยิ้มออกมา ก่อนจะพูดขึ้นว่า“ในตอนนี้การแทรกแซงระบบการทำงานของท่านรองประธานได้หมดหน้าที่ลงแล้ว และคำสั่งของท่านในครั้งสุดท้ายก็คงเป็นเรื่องการเชิญคุณออก แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่า ถ้าคุณรู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมสำหรับคุณ คุณสามารถยื่นเรื่องผ่านหัวหน้าของคุณได้ตามขั้นตอนของบริษัทครับ” รอยยิ้ม และคำพูดที่เหมือนจะดูดีนั้นเป็นอะไรที่สามารถฆ่าเธอได้เลยในตอนนี้ เพราะการที่ยื่นเรื่องนั้นจะต้องผ่านคนอย่างแอมที่เปรียบเสมือนหัวหน้าของเธอในตอนนี้ เธอทำสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อย ก่อนจะตีหน้าเศร้า และเอ่ยกับแอมเพื่อนรัก“หัวหน้าคะ ไม่ซิ แอมเพื่อนรัก ฉันถูกบังคับให้พี่เจษบังคับให้แสดงละคร เธออย่าไล่ฉันออกเลยนะ เธอช่วยฉันด้วย เธอก็รู้ว่าฉันเป็นเสาหลักของครอบครัว เห็นแก่ความเป็นเพื่อน และความตั้งใจในการทำงานที่ผ่านมาของฉันด้วย” ดาวกล่าวออกมาพร้อมกับน้ำตามายา แอมที่รู้อยู่แล้วว่าเพื่อนของตัวเองนิสัยเป็นอย่างไร เธอกำลังสับสนอยู่ไม่น้อยเลยว่าจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไรดี ถ้าเธอไม่ให้เธอทำงานที่นี่ต่อ นั่นก็หมายถึงว่าเธอเป็นคนใจแคบกับคนที่เคยสนิท และบางทีเธออาจจะโดนบังคับมาจริงๆอย่างที่เธอพูด ในความคิดของคนอื่นเป็นอย่างนั้นแต่แอมกลับไม่ได้คิด แต่ถ้าเธอให้ดาวกลับมาทำงาน ดาวอาจจะสร้างปัญหาให้กับเธอในภายภาคหน้าได้ ในตอนนี้เธอตัดสินใจไม่ถูกว่าจะไปทางไหนดี แต่จู่ๆผู้ช่วยปาร์คก็กล่าวขึ้นมา“คุณแอม คุณเป็นผู้จัดการของแผนกการเงินแห่งนี้แล้ว ถ้าคุณยังตัดสินใจไม่เด็ดขาด รับรองได้เลยว่าตำแหน่งที่คุณเพิ่งได้รับมาอาจจะไม่เหมาะสมกับคุณ .. การจะจัดการกับปัญหาของศัตรูพืชได้คือต้องถอนรากของมันออกมาเพียงเท่านั้น” ปาร์คยิ้มออกมาก่อนจะกล่าวเตือนเล็กน้อย และเขาก็เดินจากไป