เสียง “คัต!” ดังขึ้น พิภพยิ้มกว้างและปรบมือ "สุดยอดมากทุกคน ฉากนี้จะต้องทำให้คนดูจดจำทั้งสามคนไปอีกนานแน่ๆ!"
เดชที่แสดงเป็ผู้กองชาญพยักหน้าให้คิริน "นายทำได้เยี่ยมมากจริงๆ ฉันเองตอนแสดงยังรู้สึกเหมือนจะะเิใส่นายจริงๆ ซะแล้วสิ" เขาหัวเราะพลางตบไหล่คิรินเบาๆ
ไซซีที่รับบทเป็พิมพ์พูดขึ้นบ้าง "คุณคิรินทำให้ฉันอินจนฉันอยากลั่นไกจริงๆ ถ้าไม่รู้ว่าเป็การแสดงฉันอยากชกหน้าคุณสักหมัดบ้างนะคะ คิกๆ" เธอยิ้มขณะพูด แต่สายตายังแฝงความขมขื่นนิดๆ ราวกับยังหลุดออกจากอารมณ์ของพิมพ์ไม่ได้
คิรินหัวเราะเบาๆ ก่อนจะคิดในใจ
‘ถ้าไซซีชกหน้าเราจริงๆ สาบานเลยว่าจะไม่ล้างหน้าทั้งอาทิตย์ หุๆ’
.
.
.
หลายอาทิตย์ผ่านไป
ในที่สุดการถ่ายทำโลกไร้สีก็ผ่านมาถึงฉากสุดท้ายที่เป็ฉากที่ไวท์ถูกตัดสินโทษครั้งสุดท้าย ซึ่งเป็การปิดฉากตัวละครของเขา รวมถึงตอนจบของโลกไร้สี
คิรินที่ตอนนนี้อยู่ในชุดนักโทษกำลังนอนอยู่บนเตียงปะาในห้องที่มีแต่ผนังสีขาว ด้านหน้าของเขาถูกกั้นด้วยกระจกนิรภัยที่มองไม่เห็นด้านนอก
ฉากนี้จะเป็ฉากที่เขาต้องถูกฉีดยาปะาชีวิต ด้วยยา Potassium chloride ที่จะทำให้เกิดภาวะโพแทสเซียมในเืสูง กล้ามเนื้อหัวใจเต้นผิดจังหวะ และหัวใจหยุดเต้นในที่สุด
เรียกได้ว่าฉากนี้จะเป็การตายครั้งแรกของเขา
“แอ็คชั่น!” เสียงพิภพที่ดังขึ้นเป็สัญญาณที่ทำให้มุมมองและประสาทััของคิรินเปลี่ยนเป็ไวท์ที่รับรู้ได้ถึงรูป รส กลิ่น เสียง ของห้องปะาชีวิตที่ชวนให้ผู้ที่อยู่ในห้องรู้สึกโดดเดี่ยวที่สุดแบบที่ไม่เคยััมาก่อน กลิ่นยาที่กำลังถูกเตรียมโดยแพทย์ที่ดูแลเื่การปะาเตะจมูกของชายหนุ่ม
หลังจากการพิจารณาคดีและคำตัดสินที่ไร้หนทางอุทธรณ์ ไวท์ถูกนำตัวไปยังห้องปะา บรรยากาศในห้องหนักอึ้ง ผ่านกระจกนิรภัยไปที่ด้านนอกของห้องมีพิมพ์ที่ยืนมองเขาอยู่โดยมีชาญที่คอยจับมือเอาไว้แน่นเพื่อให้กำลังใจ ในขณะที่น้ำตาของเธอไหลรินลงมาอย่างไม่ขาดสาย สายตาของเธอยังคงจับจ้องไปที่ไวท์ ชายที่เธอเคยเรียกว่าเพื่อนสนิทที่รักมากที่สุดในชีวิต แต่บัดนี้เขากลับกลายเป็ฆาตกรที่พรากชีวิตคนสำคัญของเธอไปจนหมด
เ้าหน้าที่นำตัวไวท์ไปที่เตียงสำหรับการปะาด้วยการฉีดยา ใบหน้าของเขาเฉยชาต่อชะตากรรมของตนโดยไม่มีความหวั่นไหวใดๆเลยแม้แต่น้อย ขณะที่พิมพ์สะอื้นออกมาเบาๆ ไวท์เพียงเหลือบมองมาทางเธอและยิ้มบางๆ ซึ่งทำให้พิมพ์รู้สึกเ็ปอย่างสุดซึ้ง
"ลาก่อน…" เสียงของเขาเบาแต่เยือกเย็น ราวกับเสียงสุดท้ายที่ลอยอยู่ในความทรงจำของเธอตลอดไป
ไม่นานหลังจากการฉีดยาสิ้นสุดลง ร่างของไวท์ก็แน่นิ่ง ราวกับสรรพสิ่งทุกอย่างของเขาได้หายไปพร้อมกับลมหายใจสุดท้าย เ้าหน้าที่แพทย์เดินเข้ามาตรวจเช็ก ก่อนจะพยักหน้าให้เป็สัญญาณยืนยันการเสียชีวิต และแล้วร่างไร้ิญญาของไวท์ก็ถูกยกขึ้นมาวางบนเตียงรถเข็นแล้วพาออกจากห้องไป ทิ้งไว้เพียงพิมพ์ที่นั่งสะอื้นะเืใจอยู่ในอ้อมแขนของชาญ ขณะที่ทั้งสองเฝ้ามองร่างของเขาถูกพาออกไปอย่างเงียบงัน
.
.
.
ถัดไปอีกฉากที่จะถูกใช้หลังจบเอนเครดิต
ในขณะที่เ้าหน้าที่กำลังเข็นร่างของไวท์ออกจากห้องปะา แต่แทนที่ร่างของไวท์จะถูกพาไปยังห้องดับจิต เ้าหน้าที่กลับนำเตียงเข็นนั้นลงลิฟต์ไปยังลานจอดรถชั้นใต้ดินอันเงียบสงัดและไร้ซึ่งผู้คน ร่างของเขาถูกยกขึ้นใส่เข้าไปในเบาะหลังของรถตู้สีดำที่มาจอดรออยู่อย่างระมัดระวัง เ้าหน้าที่ประตูปิดอย่างรวดเร็ว จากนั้นรถตู้ก็เคลื่อนตัวออกไปจากอาคารอย่างเงียบๆ ท่ามกลางค่ำคืนที่มืดมิดและไร้เงา
หลังจากเวลาผ่านไปสักพัก ภายในรถตู้อันเงียบสงัดและมืดสนิท ทันใดนั้นเปลือกตาของไวท์ก็ค่อยๆ กระตุก ก่อนที่เขาจะลืมตาขึ้นช้าๆ แววตาของเขาเ็าไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ เขากระพริบตาเล็กน้อย ราวกับปรับให้ชินกับแสงสลัวในรถ ก่อนที่เขาจะค่อยๆ ขยับร่างกายขึ้นมาจากเบาะรถ ใบหน้าของเขากลับมามีรอยยิ้มอ่อนโยน แฝงด้วยความเยือกเย็นในแบบของเขา
ไวท์หันมองตรงไปที่กล้อง ราวกับกำลังจ้องมองผู้ชมที่เฝ้าดูเื่ราวทั้งหมดมาั้แ่ต้น ดวงตาเขาแฝงด้วยประกายบางอย่างที่ทั้งน่าหลงใหลและน่าขนลุก ก่อนที่ริมฝีปากของเขาจะค่อยๆยิ้มออกมา รอยยิ้มอ่อนโยนไร้ความเคียดแค้นใดๆ แต่กลับให้ความรู้สึกน่าสะพรึงอย่างยากจะบรรยาย
รถตู้เคลื่อนตัวหายลับไปในความมืด ทิ้งไว้เพียงเงาอันเยือกเย็นและคำถามที่ไร้คำตอบ
“คัต!”
หลังจากที่พิภพสั่ง "คัต!" เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่วกองถ่าย นักแสดงและทีมงานต่างพากันเข้ามาแสดงความยินดีกับคิรินที่สามารถถ่ายทอดบทไวท์ในฉากสุดท้ายได้อย่างน่าขนลุกจนทำให้ทุกคนรู้สึกถึงความหนาวเหน็บไปถึงกระดูกจากการแสดงของคิริน
พิภพเดินมาพร้อมรอยยิ้มกว้าง "นายทำได้เยี่ยมมากคิริน! ฉากนี้จะต้องเป็อีกหนึ่งฉากหักมุมที่ทำให้คนดูช็อกและจดจำไปอีกนานแน่ๆ"
คิรินยิ้มออกมา "ขอบคุณครับพี่พิภพ"
ไซซีที่รับบทเป็พิมพ์เดินเข้ามาพร้อมกับเดชที่แสดงเป็ผู้กองชาญ ทั้งสองปรบมือให้คิรินและทีมงานด้วยรอยยิ้ม
“คิริน ฉันล่ะอดทึ่งไม่ได้เลยค่ะ ตอนที่คุณเปิดตาขึ้นมาในรถตู้น่ะ รอยยิ้มนั้นมันทำให้ฉันขนลุกจริงๆ ฉันล่ะรู้สึกเหมือนไวท์ตายไปแล้วกลับมามีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง ต้องยอมรับเลยว่าคุณเป็ไวท์ได้สมบูรณ์แบบจริงๆ” ไซซีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ยังเจือด้วยความตื่นเต้น
เดชเองก็พูดด้วยน้ำเสียงยอมรับ “ฉากนี้มันมีพลังมากจริงๆ แถมยังปล่อยให้คนดูได้จินตนาการกับความเป็ไปได้ว่าไวท์จะทำยังไงต่อไปหลังจากจัดฉากว่าตัวเองตาย"
หลังจากทีมงานและนักแสดงได้พักผ่อนและเก็บของกันเรียบร้อย พิภพเรียกทีมงานทั้งหมดมารวมตัวกันเพื่อถ่ายภาพและกล่าวปิดการถ่ายทำ “โลกไร้สี” อย่างเป็ทางการ ทุกคนต่างยืนล้อมรอบพิภพที่พูดด้วยความตื้นตัน
“พวกเราทุกคนทำงานหนักกันมานาน โลกไร้สีเป็โปรเจกต์ที่ผมภูมิใจมากที่สุด ทุกคนมีส่วนช่วยให้มันกลายเป็ผลงานที่ยอดเยี่ยมจริงๆ ผมหวังว่าซีรีส์นี้จะทำให้ผู้ชมรู้สึกถึงความเข้มข้นของทุกตัวละคร และขอบคุณมากจริงๆ ที่พวกคุณมอบความทุ่มเททั้งหมดให้กับการถ่ายทำครั้งนี้”
หลังจากถ่ายภาพหมู่ ทุกคนต่างกล่าวอำลากันด้วยความอบอุ่นและปลื้มปิติ แม้จะเป็การปิดฉาก แต่ทุกคนรู้สึกได้ว่าตัวละครและเื่ราวของ “โลกไร้สี” จะคงอยู่ในใจพวกเขาไปอีกนานแสนนาน