เวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับสายลมพัดผ่าน ในที่สุดพิธีเปลี่ยนวัยของคิโยชิก็ได้มาถึงในที่สุด คิโยชิที่บัดนี้อายุสิบห้าปีบริบูรณ์ได้กลายเป็ผู้ใหญ่เต็มตัวซึ่งก็หมายถึงเขาสามารถแต่งงานออกเรือนได้อย่างเปิดเผย พิธีเปลี่ยนวัยถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายโดยมีสมาชิกในครอบครัวและซามูไรชั้นสูงที่เป็สักขีพยาน มาซาโตะมองดูคิโยชิด้วยแววตาที่เป็มันวาวราวกับว่าเขาได้เฝ้ารอเวลานี้มานานแสนนาน
เพียงหนึ่งวันให้หลังหลังจากที่เสร็จสิ้นพิธีเปลี่ยนวัย ใน่บ่ายของวันที่แสงแดดของฤดูใบไม้ผลิสาดส่องกระทบเข้ากับกำแพงหนาของรั้วปราสาทอิชิฮาระ เสียงร้องไห้คร่ำครวญของหญิงสาวนางหนึ่งก็ดังขึ้นอ้อนวอนต่อทหารองครักษ์ที่ยืนรักษาการณ์อยู่ด้านหน้า
"ได้โปรด… ให้ข้าได้พบเขาสักครั้ง ฮึก…" สะอึกสะอื้นด้วยความเ็ปราวกับิญญาจะแตกสลายลง ทหารองครักษ์ได้แต่มองหน้ากันด้วยความว้าวุ่นใจ ครู่ต่อมา นาโอกิก็เดินออกมาจากด้านในของปราสาทเพื่อมาตรวจสอบตามที่ได้รับรายงาน เมื่อหญิงนางนั้นเห็นเขา นางก็รีบคลานเข้าไปหาก่อนจะถูกเหล่าองครักษ์กันตัวเอาไว้ นางขอร้องอ้อนวอนด้วยน้ำตาที่นองหน้า
"นายท่าน… ได้โปรด ให้ข้าเจอท่านเคนตะเถอะนะเ้าคะ นายท่าน" สะอื้นไห้ด้วยความเ็ปจวนจะขาดใจ นาโอกิที่เห็นนางก็จำได้ขึ้นมาในทันทีว่านางผู้นี้คือยูโจที่เขาและเคนตะเคยได้พบระหว่างทางกลับปราสาทจากงานเลี้ยงเมื่อปีก่อน คิ้วเรียวยาวขมวดเข้าหากันด้วยความไม่เข้าใจในสถานการณ์มากนัก หญิงสาวเห็นดังนั้นก็รีบอธิบายด้วยน้ำตานองหน้า
"ข้า… ข้าตั้งครรภ์กับท่านเคนตะเ้าค่ะ ฮึก… ฮือ" นาโอกิอึ้งไปกับคำพูดนั้น ภาพของหญิงสาวที่ร้องไห้โอดครวญว่าหลังจากที่บอกเื่การตั้งครรภ์กับเคนตะ เขาก็หนีหายไปไม่ยอมมาพบหน้าและทอดทิ้งนางอย่างไม่ใยดี เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นดังไปทั่วจนผู้คนละแวกนั้นหันมามองแต่ทำเป็ไม่รับรู้และไม่กล้าเข้ามายุ่ง เสียงนินทาดังกระซิบกระซาบเบาๆ ไปทั่วทั้งบริเวณ นาโอกิที่เห็นท่าไม่ดีเลยบอกให้องครักษ์พาตัวนางเข้ามาในปราสาทก่อนที่จะเป็เื่ราวใหญ่โต
หญิงสาวนั่งคุกเข่าลงบนพื้นหินหน้าเรือนรับรองของปราสาทชั้นต้น นางพยายามกลั้นเสียงสะอื้นไห้ ร่างกายทั้งหมดสั่นเทิ้ม รอคอยการมาของเคนตะด้วยใจจดจ่อ
"มีเื่อันใดรึ" เสียงทุ้มที่เอ่ยถามขึ้นจากตัวเรือนรับรองทำให้ใบหน้าสวยเงยขึ้นมอง พลันหัวใจของหญิงสาวก็ตกวูบกะทันหันลงไปที่ตาตุ่ม ฮิโรมาสะและมาซาโตะที่เดินผ่านมาพอดีได้เห็นเหตุการณ์เข้าเสียแล้ว นางที่ไม่อาจกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้จึงเอาแต่ร้องไห้ไม่อาจเปล่งถ้อยคำใดออกมา นาโอกิที่เห็นเช่นนั้นก็รีบเอ่ยรายงานแทน
"นางผู้นี้บอกว่า… ได้ตั้งครรภ์กับท่านมุราคามิ เคนตะ ขอรับ" ความเงียบเกิดขึ้นไปทั่วบริเวณ ฮิโรมาสะนิ่งเงียบไปเพียงครู่แล้วเอ่ยถามเสียงเรียบ
"ไปตามมาหรือยังล่ะ คงจะอยู่ในสวนกับคิโยชินั่นแหละ"
"ขอรับ… ส่งคนไปตามแล้ว คงจะกำลังมาขอรับ"
"อืม" ฮิโรมาสะมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างพินิจด้วยแววตาที่ไม่อาจคาดเดา ครู่ต่อมา เคนตะก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับคิโยชิและทหารองครักษ์อีกสองสามนายที่เดินมาตามหลัง เมื่อหญิงสาวเห็นเคนตะนางก็รีบหันตัวไปหาก่อนจะสะอื้นหนักแล้วเอ่ยเรียกด้วยเสียงที่สั่นพร่า
"ท่านเคนตะ" เคนตะมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาที่เรียบเฉย พลันเสียงของมาซาโตะก็ดังขึ้นกลบเสียงสะอื้นไห้
"ท่านเคนตะ… หญิงนางนี้บอกว่าเป็คนรักของท่านและนางกำลังตั้งครรภ์อยู่ เป็เื่จริงหรือไม่" สิ้นเสียง คิโยชิก็ตัวแข็งทื่อ เขายืนอึ้งไปราวกับโลกทั้งใบถล่มลงมาตรงหน้า เืในกายทั้งหมดเย็นเฉียบราวกับถูกแช่แข็ง เคนตะที่ดูไม่ได้ใแต่กลับงุนงงเสียมากกว่าเอ่ยปฏิเสธด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจแต่ไม่ก้าวร้าว
"ข้าน้อยไม่รู้จักหญิงผู้นี้ขอรับ" หญิงสาวที่เสมือนโดนมีดกรีดลงกลางใจถึงกับเสียสติด้วยความปวดร้าวในแววตา
"ท่านเคนตะ!!" ร้องไห้จุกอก เอ่ยสิ่งใดไม่ออกได้แต่ส่งสายตาร้าวรานไปให้ร่างสูงที่ยืนไม่รู้ร้อนรู้หนาวอยู่ตรงหน้า เคนตะที่เห็นใบหน้าของหญิงสาวได้อย่างชัดเจน ความทรงจำในคืนวันงานเลี้ยงที่โรงน้ำชาก็ผุดเข้ามาในหัว นางผู้นี้คือคนที่ยื่นกระดาษให้กับเขา ความเงียบเข้ามาปกคลุมไปทั่วบริเวณเหลือก็แต่เสียงโอดครวญของหญิงสาวที่รำพันกับตนเองด้วยความเจ็บช้ำเหลือคณา
นิยายอัพเป็ประจำทุกวันพุธ เสาร์ อาทิตย์ค่ะ