หลังจากที่สองสาวจากไปแล้ว นทีก็เริ่มแผนการที่เขาคิดไว้ซึ่งไม่ได้มีอะไรซับซ้อนสักเท่าไรนัก ขั้นแรกเขาจะอ่านหนังสือที่เกี่ยวกับการเอาชีวิตรอดทั้งหมดไม่ว่าจะเป็แหล่งอาหาร แหล่งน้ำ สัตว์อันตราย พืชพันธุ์ที่เป็พิษและไม่เป็พิษ รวมไปถึงนวนิยายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับซอมบี้ เขาเก็บเกี่ยวทุกอย่างไม่ว่าจะเป็วิธีคิด แผนการ การต่อสู้ เพื่อให้โอกาสรอดชีวิตของเขานั้นมีมากที่สุด
' สุดท้ายแล้วสิ่งที่อันตรายที่สุดก็คืุ์ด้วยกันเองอยู่ดีสินะ ' นทีคิดขึ้น
ในระหว่างที่เขาไถแท็บเล็ตอย่างรวดเร็วนั้น ตอนจบของนิยายหลาย ๆ เล่มหลังจากที่พวกเขาหรือพวกเธอเผชิญกับซอมบี้ใน่แรกได้แล้วนั้น อันตรายที่ร้ายแรงกว่านั้นก็คืุ์หรือจะพูดให้ถูกคือสิ่งมีชิวิตที่มีมันสมอง พวกที่ทำตามสัญชาตญาณนั้นอาจจะน่ากลัวใน่แรกเพราะไม่รู้วิธีการรับมือ
แต่เมื่อเวลาผ่านไปหากเราสามารถระบุจุดอ่อนจุดแข็งของมันได้แล้ว การเตรียมตัวรับมือกับสัตว์ประหลาดที่ทำตามสัญชาตญาณนั้นก็ไม่ใช่เื่ยาก แต่หากต้องเผชิญกับสัตว์ประหลาดที่มีมันสมองแล้วด้วยล่ะก็ นทีไม่อยากจะคิดว่ามันจะอันตรายเพียงใด
ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด
โทรศัพท์ดาวเทียมที่ลอเรน่าให้กับนทีนั้นสั่นไหว นทีไม่รอช้ารีบคว้ามันขึ้นมาพร้อมกับเช็กดูทันที
" ฮัลโหล...นี่จากกันยังไม่ถึง 10 นาที คุณก็คิดถึงผมแล้วเหรอเบ้บ " นทีกล่าวหยอกล้อลอเรน่าทันที
" นที! อย่าเพิ่งพูดอะไรนะ ตั้งใจฟังฉันให้ดี ตอนนี้นายกำลังตกอยู่ในอันตราย! " เสียงของลอเรน่าที่แตกตื่นนั้นดังออกมาจากโทรศัพท์ ทำให้นทีรู้ว่าเธอนั้นไม่ได้พูดเล่นอย่างแน่นอน
" หมายความว่ายังไงที่ว่าผมตกอยู่ในอันตราย? " นทีถามซ้ำ
ถึงเขาจะยังไม่เข้าใจสถานการณ์ดีนัก แต่นทีก็รีบคว้าคทาเวทของเขาขึ้นมาพร้อมร่ายบาเรียใส่ตัวเองในทันที
" นายกำลังถูกหน่วยวานรอัคคีล่า! ฉันไม่รู้ว่าพวกนั้นรู้ได้ยังไงว่านายอยู่ในห้องของฉัน แต่จากท่าทางของผู้พันชาตรีที่จ้องมองไปยังห้องของฉันนั้นทำให้ฉันมั่นใจว่าเขารู้ว่านายอยู่ในนั้น ตอนนี้ลูกน้องของเขาน่าจะเตรียมตัวบุกห้องแล้ว นายรีบซ่อนตัวหรือหาลู่ทางหนีทันที อย่าสู้กับพวกเขาเด็ดขาด! ถึงฉันจะพอรู้ถึงพลังของนายแล้วแต่นายในตอนนี้ยังต่อกรกับพวกเขาไม่ได้ พวกเขาคือหน่วยรบพิเศษที่ฝึกฝนมาเพื่อภารกิจจับกุมและชิงตัวประกันโดยเฉพาะ ฉันขอร้องล่ะนที รีบหนีไป! " ลอเรน่ากล่าวออกมาอย่างหวาดหวั่น เธอโทษตัวเองที่ทำให้นทีต้องตกอยู่ในอันตราย
" คุณหนูเสร็จหรือยังครับ? ท่านจอมพลรอคุณหนูอยู่นะครับ หากผมรายงานว่าคุณหนูพยายามถ่วงเวลาให้ไปถึงที่นั่นช้าที่สุดล่ะก็ คงไม่ใช่ผมคนเดียวแน่ที่จะโดนลงโทษ จริงไหมครับ? " เสียงชายคนหนึ่งที่นทีไม่รู้จักลอดเข้ามา
" จะทำยังไงได้ก็พี่สาวฉันปวดท้อง นายจะให้เธอท้องเสียกลางทางหรือยังไงกัน ฮึ! " แล้วเสียงที่นทีคุ้นเคยก็ลอดตามออกมา
นทีจึงเข้าใจได้ในทันทีว่าพวกเธอนั้นมาเข้าห้องน้ำเพื่อที่จะแจ้งข่าวให้เขาระวังตัวก่อนที่จะโดนจู่โจม
" ขอบคุณนะลอเรน่า ผมจะหนีรอดไปให้ได้ ผมสัญญา " นทีกล่าวจบก็กดวางสายทันที เขารู้ว่าเธอไม่สามารถตอบกลับได้เพราะมีคนคอยแอบฟังอยู่
' ผลกรรมที่ฉันก่อมันมาถึงเร็วกว่าที่ฉันคิดไว้ซะอีกแฮะ ' นทีคิดในใจ
ั้แ่ที่เขาจัดการกับแดเนียลไปนั้นนทีรู้ดีว่าเขาจะต้องเผชิญกับผลของการกระทำของเขา แต่เขาไม่ได้คาดคิดว่ามันจะกลับมาทำให้เขาตกอยู่ในที่นั่งลำบากรวดเร็วถึงปานนี้
' หน่วยวานรอัคคี...เก่งกาจในด้านการจับกุมและชิงตัวประกัน จำนวน-ของพวกมันไม่แน่ชัด แต่ถ้าหากให้เดาล่ะก็คงมากกว่า 3 คน ' สมองของนทีรีบประเมินถึงโอกาสความสำเร็จต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น
เขาคิดว่าหากเขาปะทะตรง ๆ โอกาสชนะคงมีไม่ถึงสิบเปอร์เซ็นต์ ต่อให้เขาได้รับพลังมาจากระบบและแข็งแกร่งขึ้นขนาดไหน แต่ถ้าต้องสู้กับหน่วยพิเศษที่ฝึกฝนมาอย่างยาวนาน เขาก็เป็แค่เพียงเด็กอมมือเท่านั้น แต่หากเขาเลือกที่จะหนีโดยคำนวณถึงแผนการหลบหนีต่าง ๆ มากมายแล้วนั้นโอกาสก็มีแทบไม่ถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ แต่มันก็ยังมากกว่าการปะทะซึ่ง ๆ หน้าที่เปรียบเสมือนการฆ่าตัวตายอยู่ดี
' หากพวกมันไม่รู้มาก่อนว่าเราเป็ผู้เล่น โอกาสคงมากกว่านี้ เราไม่ได้ทำลายหลักฐานเพราะไอตั๊กแตนั์นั่นแท้ ๆ ' นทีคิดอย่างหัวเสีย
การที่หน่วยวานรอัคคีสามารถระบุอย่างเจาะจงได้ว่านทีหลบอยู่ในห้องของลอเรน่านั้น นทีคิดว่ามีเพียงหนทางเดียวนั่นก็คือ เทปกล้องวงจรปิดจากห้องของแดเนียล
นั่นหมายความว่าหน่วยวานรอัคคีได้รับรู้ถึงพลังของนทีเป็ที่เรียบร้อยแล้ว การที่เขาใช้ร่ายบาเรียออกมารับหมัดของมาคัสตรง ๆ การที่เขาเสกน้ำแข็งออกมาจากความว่างเปล่าเพื่อฆ่ามาคัสและแดเนียล สิ่งเหล่านี้ที่เปรียบเสมือนไพ่ใบหลักในการเซอไพรส์ศัตรูของนทีนั้น พวกมันใช้การไม่ได้อย่างสิ้นเชิง
' ห้องนี้เป็ห้องปิดตายที่ไม่มีทางหนี ทางเดียวที่เราจะออกไปได้นั่นก็คือประตูบานหลัก งั้นแผนการที่ใช้ได้คงมีแค่ทางเดียวเท่านั้น ' นทีเรียบเรียงความคิดและแผนการทั้งหมด เขาจินตนาการถึงผลลัพธ์ต่าง ๆ ของแผนการนั้นแล้วก็ไปเตรียมตัวยังจุดที่เขาคิดไว้
ตู้ม !
เสียงะเิดังกึกก้องมาจากหน้าประตูดั่งสัญญาณที่ป่าวประกาศว่า หน่วยวานรอัคคีได้มาถึงแล้ว
" เฮ้! ไอหนูตัวจ้อยอย่ามัวแต่หลบซ่อนอยู่เลย ออกมาเล่นกันเถอะ ฮ่า ๆๆ" เสียงชายวันกลางคนกล่าวออกมาพร้อมหัวเราะ
' นี่อาจเป็แท็คติกในการหลอกให้ศัตรูหวาดกลัวของพวกมัน ' นทีคิดในใจถึงคำพูดของหน่วยรบพิเศษที่ดูจะไม่เป็มืออาชีพสักเท่าไรนัก
" นี่ ไมค์! อย่าทำเป็เล่นได้มั้ย รู้มัยว่าโอกาสแบบนี้นั้นหายากแค่ไหน! " เสียงของหญิงสาวตะคอกด้วยน้ำเสียงโกรธขึ้ง
" แน่นอนอยู่แล้ว น้องลลินคนสวย พี่รู้ดีว่าโอกาสทองแบบนี้มันไม่ตกถึงกลุ่มของเรามานานแล้ว ต้องขอบคุณไอหนูโง่เง่าตัวนี้จริง ๆ ที่ทำให้เราโชคดีแบบนี้ "
ไมค์ยังคงหัวเราะไม่หยุดพร้อมกับเดินสำรวจห้องต่าง ๆ ราวกับกำลังเดินเล่นอยู่ในบ้านของตัวเอง
" เพราะมีคนแบบนายนี่แหละถึงทำให้กลุ่มของเราไม่ได้รับโอกาสดี ๆ แบบนี้สักที คราวนี้ฉันไม่อยากให้มันผิดพลาดเด็ดขาด " ลลินยังต่อว่าไมค์อย่างไม่ลดละ
" พอได้แล้วลลิน เธอก็รู้ดีว่าไมค์เป็คนแบบไหน ถึงเขาจะมีนิสัยแบบนี้แต่ทักษะของเขานั้นยอดเยี่ยมไม่แพ้ปากของเขานั่นแหละนะ " เสียงทุ้มที่เอ่ยออกมาจากชายร่างสูงคนสุดท้ายที่เดินเข้าในห้อง ในมือข้างขวาของเขานั้นมีไม้เท้าที่เขาใช้ค้ำยันกับพื้น
" ฮึ่ม ก็นั่นแหละค่ะหัวหน้าที่มันเป็ปัญหา ถ้าหมอนี่ไม่ได้เก่งจริงล่ะก็ป่านนี้คงโดนย้ายหน่วยไปแล้ว แต่เพราะปากของหมอนี่เช่นกันที่ทำให้เราไม่ได้รับโอกาสเท่ากับกลุ่มอื่น ๆ สักที " ลลินบ่นกับหัวหน้าของเธอ
' พวกเขาคือกลุ่มสำรองในหน่วยวานรอัคคีและไม่ค่อยได้รับโอกาสในการออกปฏิบัติการสินะ แต่เราก็ไม่สามารถดูแคลนทักษะของพวกเขาได้อยู่ดี ' นทีคิดถึงแผนการความเป็ไปได้ต่าง ๆ ที่เพิ่มมากขึ้นจากการที่เขาได้รับข้อมูลใหม่นี้ ในระหว่างที่นทีคิดอยู่นั้นเสียงฝีเท้าก็เข้ามายังห้องที่เขาซ่อนตัวอยู่
" ถึงปกติแล้วฉันจะชอบเล่นเกมไล่ซ่อนหากับเหยื่อแต่พอดีแกดันเป็หนูทองคำ รีบออกมาก่อนฉันจะหมดความอดทนดีกว่าน่า ไอหนูตัวจ้อย " ไมค์กล่าวออกมาอย่างข่มขู่
' เข้ามาให้ใกล้กว่านี้อีกนิดสิ ฉันจะได้ทำให้รู้ว่าใครกันแน่ที่เป็ผู้ล่า ' นทีที่ซ่อนตัวอยู่ในตู้เสื้อผ้านั้นกำลังมองลอดผ่านรูระบายอากาศ
เขาเห็นชายร่างท้วมในชุดสีดำแต่จุดที่เตะตานทีนั่นคือหนวดเคราที่ยาวเฟิ้มและผมที่มันแผล็บ ในมือของเขาถือปืนสีเหลืองที่นทีจดจำลักษณะได้ทันทีจากหนังสือปืนที่เขาเคยอ่าน
' อยากจะจับเป็ฉันอย่างงั้นเหรอ ไม่ง่ายอย่างนั้นหรอกนะ ' นทียิ้มเยาะ เมื่อรู้ว่าไมค์นั้นถือปืนไฟฟ้าอยู่เขาจึงมั่นใจแล้วว่า หน่วยวานรอัคคีนั้นมาเพื่อจับตัวเขาไปส่งให้นายพลแรกนอร์อย่างแน่นอน
ไมค์เดินสำรวจห้องแต่งตัวอยู่พักหนึ่ง เขาค้นมาแล้วทั้งในห้องน้ำและห้องนั่งเล่น เหลือเพียงตู้เสื้อผ้าสีขาวตรงหน้าตู้สุดท้ายที่เขายังไม่ได้ค้น
" ไอ้หนู แกไม่รู้เหรอว่าชะตาชีวิตของแกมันจบสิ้นั้แ่แกฆ่าลูกชายของนายพลแรกนอร์แล้ว ยอมไปกับฉันอย่างว่าง่ายดีกว่านะ แกคงไม่อยากจะเจ็บตัวหรอกใช่มั้ย " ไมค์ขู่เสียงเย็นออกมาในระหว่างที่เขาค่อย ๆ ก้าวเดินไปยังตู้เสื้อผ้าสีขาว สัญชาตญาณของเขามันกู่ร้องว่าเหยื่ออันโอชะอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว
' นั่นแหละเดินเข้ามาให้ใกล้กว่านี้อีกนิด แล้วแกจะได้รู้ว่าการเอาปืนไฟฟ้ามาต่อกรกับผู้เล่นที่มีค่าความฉลาดสูงแบบฉันนั้นมันโง่เขลาแค่ไหน ' นทียิ้มพลางกลั้นหายใจ เขารอให้ไมค์เดินมาถึงตำแหน่งที่เขารอคอย
ปัง!
เสียงของตู้ไม้ที่ถูกศรน้ำแข็งแทงทะลุดังขึ้น ศรน้ำแข็งพุ่งควงเป็สว่านสู่บริเวณหน้าอกของไมค์อย่างพอดิบพอดี ตัวของไมค์นั้นล้มลงด้วยแรงกระแทกของศรน้ำแข็งแล้วศีรษะของเขาฟาดลงกับพื้นอย่างรุนแรง นทีพุ่งตัวออกมาทันทีหลังจากที่เขาโจมตีโดยไม่สนใจไมค์ที่ล้มลงไปนอนกองเสียด้วยซ้ำ เขาวิ่งออกมาจากห้องแต่งตัวแล้วพุ่งตรงไปยังทางออกอย่างรวดเร็ว
เสียงที่เกิดขึ้นระหว่างการปะทะกันของนทีและไมค์นั้นเรียกความสนใจจากหน่วยวานรอัคคี พวกเขารีบพุ่งตัวมายังแหล่งที่มาของเสียง แต่สิ่งที่พวกเขาพบนั้นมีเพียงไมค์ที่นอนไม่ได้สติอยู่ที่พื้นเพียงเท่านั้น
" ฮึ่ม ฉันคิดไว้แล้วว่าหมอนี่ต้องทำพลาด " ลลินเดินเข้าไปหาเขาพร้อมตบไปที่ใบหน้าของไมค์อย่างรุนแรงเพื่อเรียกสติให้กลับคืน หลังโดนตบไปสองสามทีนั้นไมค์ก็ค่อย ๆ สะลึมสะลือแล้วตื่นขึ้นมา
" ใคร ใครมันขี้ขลาดขนาดซุ่มโจมตีท่านไมค์ผู้นี้ " ไมค์เอ่ยออกมาอย่างเกรี้ยวกราดหลังจากที่ได้สติกลับคืนมา
" ไม่มีใครซุ่มโจมตีนายทั้งนั้น ดูที่อกของนายสิ " ชายเสียงทุ้มที่เป็หัวหน้ากลุ่มเอ่ยขึ้น
ไมค์ก้มมองลงไปยังหน้าอกของตัวเองแล้วตาของเขาก็เบิกกว้าง แท่งน้ำแข็งอันแหลมคมนั้นปักอยู่คาอกของเขา ไมค์รีบถอดเสื้อนอกออกทันที เผยให้เห็นถึงเสื้อกันะุสีขาวที่เขาสวมใส่ จากนั้นเขาดึงน้ำแข็งที่ปักอยู่ทีเสื้อของเขานั้นออก เผยให้เห็นรูที่เป็รอยเหมือนถูกสว่านเจาะ ผิวของเขาตรงนั้นเป็สีแดงและสีเขียวที่บ่งบอกถึงอาการฟกช้ำอย่างเห็นได้ชัด
" นี่...นี่มัน !? การโจมตีของไอหนูนั่น? " ไมค์เอ่ยออกมาอย่างตะกุกตะกัก
" ใช่แล้วนายโดน หนูตัวจ้อยที่นายล่าแว้งกัดยังไงล่ะ " เสียงหวานใสแต่เย้ยหยันลอยออกมาจากลลิน
" แต่มันจะเป็ไปได้ยังไง! เสื้อกันะุที่ฉันใช้คือรุ่นใหม่ที่กองทัพผลิตมาเพื่อรับมือกับโลกใหม่โดยเฉพาะ แม้แต่ปืนไรเฟิลที่มีอานุภาพเจาะเกราะรุนแร ยังเจาะแทบไม่เข้า แต่นี่...นี่มันไร้สาระสิ้นดี " ไมค์ะโออกมาอย่างเสียสติ
" เพราะแบบนี้เราถึงไม่สามารถดูถูกพวกผู้เล่นได้ยังไงล่ะ..เมื่อก่อนเราอาจจะเป็ผู้ล่าสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร แต่ต่อจากนี้เกมมันเปลี่ยนไปแล้ว เราอาจจะเป็แค่คนธรรมดาในสายตาของพวกผู้เล่นเหล่านี้ก็เป็ได้ " เสียงทุ้มของหัวหน้าเอ่ยออกมาอย่างหนักแน่น
" ไอ้หนูสกปรกนั่น มันอยู่ไหน! ฉันจะล้างแค้น! " ไมค์เอ่ยออกมาอย่างเดือดดาล การถูกหนูสกปรกทำให้เขาเสียท่าแบบนี้นั้นนับเป็ความอัปยศที่เขาไม่อาจยอมรับ
" มันหมดตาของนายแล้ว ไม่ต้องห่วงหรอกยังไงเขาก็หนีไปไหนไม่ได้อยู่ดี " ลลินกล่าวพลางหัวเราะ
ปัง!
เสียงปืนสไนเปอไรเฟิล บ่งบอกว่ามีมือปืนที่รอคอยเหยื่ออยู่ในมุมมืดได้ลั่นไกออกมาเรียบร้อยแล้ว
" เห็นมั้ย? แค่นี้ก็เรียบร้อย นายน่ะหัดเอาอย่างพี่สายฟ้าเสียบ้าง หากไม่ใช่เพราะนายล่ะก็เขาคงได้แสดงฝีมืออันเก่งกาจและไปยืนอยู่ในจุดที่เขาควรจะอยู่ตั้งนานแล้ว ฮึ " ลลินเอ่ยพร้อมดวงตาเคลิ้มฝัน เธอรีบวิ่งออกไปหาแหล่งที่มาของเสียงทันที
' นังแพศยานี่..ทั้ง ๆ ที่ฉันซื้ออะไรต่อมิอะไรให้แกตั้งมากมายแต่แกก็ไม่เคยสนใจ เอาแต่เรียกร้องหาไอเวรนั่น คอยดูเถอะ ไม่นานฉันจะทำให้แกมานั่งคุกเข่าปรนเปรอฉัน แล้วฉันจะให้ไอเวรนั่นยืนดู ฮ่า ๆ ๆ ' ไมค์เผยรอยยิ้มอันชั่วร้ายออกมา เมื่อลลินและหัวหน้านั้นเดินออกจากห้องไปแล้ว
ย้อนกลับมาตอนที่นทีนั้นโจมตีไมค์แล้ววิ่งหนีออกไป เขาวิ่งออกจากหน้าห้องแล้วรีบพุ่งตัวไปยังบันไดหนีไฟทันที
เขาคิดว่าหากวิ่งไปที่ลิฟต์อาจจะมีคนดักรอเขาอยู่ แผนการของนทีนั้นเรียบง่ายเป็อย่างมาก เขา้าให้หน่วยอัคคีนั้นแยกกันค้นหา จากนั้นเขาจึงจัดการกับใครก็ตามที่หลงเข้ามาค้นหาเขาในห้องนั้น เมื่อเขาจู่โจมแล้วเขาก็จะวิ่งหนีออกไปทันที โดยทิ้งให้คนที่ถูกเขาโจมตีเป็ตัวเบี่ยงเบนความสนใจ
' เรารอด...เรารอดจากหน่วยจู่โจมพิเศษ ฮ่า ๆๆ เรานี่มันอัจฉริยะ ' นทีะโอย่างยินดีในใจ ในขณะที่เขาวิ่งลงมาถึงชั้น 57 นั่นเอง
ปัง !
ะุที่ลั่นไกออกมาจากปากปลายกระบอกปืนสไนเปอร์ไรเฟิลก็พุ่งทะลวงไปยังขาขวาของนทีโดยที่เขานั้นไม่ทันตั้งตัว แสงบาเรียที่ล้อมรอบตัวเขาไว้นั้นรับแรงปะทะจากะุนั้นไว้ได้แต่มันก็สลายหายไปภายในพริบตา ะุทะลุทะลวงบาเรียแตกออกเป็เสี่ยง ๆ
แต่อำนาจทำลายล้างของะุเม็ดนั้นก็หายไปอย่างมาก มันไม่สามารถเจาะทะลุกางเกงยีนส์ของนทีได้เสียด้วยซ้ำ นทีหันไปมองสบตากับมือปืนเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เขาจะวิ่งลงบันไดหนีไฟไป
' บาเรียนั่นถึงกับหักล้างกับะุได้ น่าสนใจดีนี่ ' ชายหนุ่มผิวสีดำคล้ำเก็บปืนของเขาก่อนที่จะเดินไปขึ้นลิฟต์ สำหรับเขาแล้วการยิงนัดแรกก็เป็เพียงแค่การทักทาย ไม่มีเหยื่อคนไหนที่จะหนีรอดจากการล่าของเขาไปได้