END ร้ายทวงรัก [ มันตา ]

    บทที่ 10 [ 2 ]

                   เ๱ื่๵๹ของความรู้สึกมันเป็๲สิ่งที่พูดยาก...


                    ปีวราติดความขุ่นมัวในอารมณ์โดยไม่รู้ตัว...เธอต่างหากควรจะเป็๲ฝ่ายโกรธแค้น ไม่พูดไม่จากับเขา แต่นี่กลับตรงกันข้ามกลายเป็๲ว่าเขามีภาษี ถือไพ่เหนือกว่า มันยิ่งทำให้เธอทบเท่าความหงุดหงิดรำคาญใจ


                    ดังนั้นเมื่อเจอหน้านายเกลี้ยงเดินเฉียดกรายเข้ามาใกล้ อาสาจะไปส่งเธอที่บ้าน...เธอจึงถือโอกาสชำระความเ๱ื่๵๹วันก่อนนั้นเสียเลย


                    “ฉันจะไปกับเธอได้ยังไงล่ะนายเกลี้ยงในเมื่อเธอเป็๲พวกเขา แล้วนี่อะไร ไม่ได้รู้สึกรู้สาเลยรึไงว่าวันก่อนแกล้งปล่อยให้ฉันกลายเป็๲ตัวตลก ถูกนายเกลี้ยงกับอีตานั่นปั่นหัวฉันเล่น”


                    นายเกลี้ยงเกาหัวแกรกด้วยไม่เข้าใจวาทะของผู้พูด จึงตอบเสียงอ่อยๆว่า “ผมไปแกล้งนายหญิงตรงไหนล่ะครับมันเป็๞คำสั่งของนายหัวน้อย จะให้ผมขัดได้ยังไงถึงผมจะไม่ใช่ลูกจ้างขับเรือให้กับครอบครัวนายหัวโดยตรงแต่ยังไงนายหัวก็มีบุญคุณกับพ่อแม่ของผมมากไม่ว่านายหญิงหรือนายหัวน้อย๻้๪๫๷า๹อะไร ถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรงไอ้เกลี้ยงคนนี้ผมก็ยินดีรับใช้อย่างสุดความสามารถ”


                    เด็กหนุ่มพูดเป็๲การเป็๲งานจนเธอเถียงไม่ออก แต่ก็ยังดื้อ พานใส่ด้วยอารมณ์ “ก็ถ้านายเกลี้ยงไม่ไปร่วมมือกับเขาฉันก็ไม่ต้องถูกเขาหลอกว่าเรือเสีย แล้วไปจอดคาไว้กลางทะเล”


                    “หา! นายหัวน้อยแกล้งจอดเรือกลางทะเล อ้างว่าเรือเสียอย่างนั้นเหรอครับ”


                    เขารีบเอามืออุดปากขวับเมื่อกำลังจะหลุดเสียงหัวเราะลอดออกมา แต่เมื่อเห็นสายตาเข่นเขี้ยวเอาจริงของเธอเด็กหนุ่มก็เลยต้องเป็๲ฝ่ายยอมง้อ


                    “นายหญิงอย่าโกรธผมเลยนะครับผมทำตามคำสั่งนายหัวน้อย...ถ้ายังไงเดี๋ยวผมจะไถ่โทษด้วยการอาสามารับส่งนายหญิงไปกลับฟาร์มฯกับบ้านทุกวันเลยดีไหมครับหรือถ้านายหญิง๻้๵๹๠า๱ไปที่ไหน ผมก็ยินดีขับเรือมารับถึงที่ ไม่มีเกี่ยง”


                    พอเด็กหนุ่มแสดงความจริงใจเธอก็หายงอนเป็๞ปลิดทิ้งยอมขึ้นเรือให้เขาขับไปส่งที่บ้านแต่โดยดี...เมื่อกลับเข้าบ้านเดินผ่านทิวสนสูงซึ่งขึ้นเรียงรายถัดจากแนวมะพร้าวต้นสูงไล่จากชายหาดเข้ามาเธอมาหยุดยืนอยู่ที่สะพานทางลาด อันเป็๞ไม้กระดานทางเข้าบ้านแล้วแหงนหน้ามองตัวบ้านหลังใหญ่ที่อาศัยอยู่ในปัจจุบัน


                    พลันความคิดเข้ามาประสานกับสายตา...บ้านหลังนี้ใหญ่โตเกินไปสำหรับเธอมีคนอาศัยอยู่ในบ้านไม่น้อย แต่กระนั้นก็หาความสุขได้ไม่


                    ลักษณะการตกแต่งรอบบ้านมีทั้งส่วนทึบ ส่วนโปร่ง...ด้านที่ทึบ เลือกใช้วัสดุให้ความเป็๞ธรรมชาติมาตกแต่งโดยนำงานไม้มาตีเป็๞แนวยาวชั้นบน ผสมผสานกับงานหินก่อทึบมีกระจกใสแนวยาวเป็๞รูปตัวไอ เป็๞ช่องระบายแสงแค่สามจุดจากพื้นก่อหินขนาดกลางซ้อนกันขึ้นเป็๞กำแพงขนาดเตี้ย มีพุ่มไม้ตกแต่งไม่กี่ต้นส่วนพื้นด้านนี้ก็มีแต่หินกรวดโรยจนกลบทั้งพื้นโดยปลูกต้นลีลาวดีขึ้นโดดเดี่ยวอยู่เพียงต้นเดียว


                    เธอคงไม่ต่างจากลีลาวดีต้นนั้น...เมื่อมันคือสถานที่ซึ่งสูรย์เคยแอบมาให้สัญญา


                    ที่ๆเขาเคยบอกกับเธอว่า ‘พี่จะเขียนจดหมายมาหาปีทุกอาทิตย์’


                    เธอมองเห็นเงารางๆจากความทรงจำย้อนกลับมาอีกครั้งมือที่เกาะราวไม้ก็สั่นเทาขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล จึงเบือนหน้าจากบริเวณนั้นแล้วก้าวเข้าตัวบ้าน เดินผ่านห้องรับแขก ขึ้นบันได ตรงเข้าห้องนอน


                    ปิดประตูห้อง เธอก็โผตัวลงบนเตียงนอนคว่ำหน้าอยู่อย่างนั้นนานสองนาน โดยที่ภาพของเขากับเธอเมื่อหลายปีก่อนยังคงโลดแล่นอยู่ในความมืดขณะปิดเปลือกตา


                    ‘พี่สูรย์จะไปนานไหมคะแล้วเมื่อไหร่จะกลับมา’


                    ‘พี่จะรีบกลับมาทันทีหลังจากเรียนจบว่าแต่ปีเถอะ จะรอพี่จนถึงวันนั้นได้หรือเปล่า’


                    ใครจะคิดว่าความรู้สึกของเธอในวัยแรกรุ่นจะเป็๲จริงเป็๲จัง...เธออดทนเฝ้ารอพี่ชายคนนี้โดยมีสายใยของความรู้สึกที่เชื่อมโยงเอาไว้ ด้วยการรอคอยจดหมายของเขาแต่ตลอดเวลาสิบเอ็ดปี เธอเป็๲ฝ่ายเขียนหาเขาสัปดาห์ละครั้งหลังได้รับจดหมายฉบับแรกของเด็กหนุ่ม


                    มันเป็๞จดหมายฉบับเดียว ซึ่งมี ‘ที่อยู่’ในการติดต่อ...


                    เธอขยับตัวจากที่นอนแล้วลุกไปที่หัวเตียง เปิดกล่องไม้ขนาดเล็ก หยิบซองจดหมายขึ้นมา หน้าซองจ่าถึงเธอโดยชื่อและที่อยู่ของสูรย์เป็๞ผู้นำส่งเธอค่อยๆดึงกระดาษสีขาวในซองคลี่ออกอย่างช้าๆมองแผ่นกระดาษที่ตอนนี้สีจางอมเหลืองอ่อน


                    ลายมือของสูรย์...ลงวันเดือนปีเมื่อสิบเอ็ดปีที่แล้ว


                    ถึงปีของพี่

                พี่มาถึงที่อเมริกาได้สองอาทิตย์แล้วต้องขอโทษด้วยจริงๆ ที่ไม่มีเวลาเขียนจดหมายมาบอกที่อยู่เพราะว่ายังยุ่งๆอยู่กับที่เรียนแล้วก็เ๹ื่๪๫ที่พัก...แต่ยังไงพี่ไม่ลืมสัญญานะครับ พี่จะเขียนจดหมายกลับไปหาปีทุกอาทิตย์

                คิดถึง...สูรย์


                    แม้จะเป็๲เพียงข้อความไม่กี่บรรทัดแต่ในอดีต การติดต่อสื่อสารยังไม่ทันสมัยเหมือนในปัจจุบันเพียงแค่เห็นลายมือจากจดหมายที่รอคอยมันก็เปี่ยมไปด้วยความสุขในวัยใกล้เป็๲สาว...แต่แล้วเธอก็ได้รับจดหมายเขาเพียงแค่ฉบับเดียว


                    ไม่ว่าเธอจะเขียนตอบกลับไปหาเขาอีกกี่ครั้งจากหนึ่งเดือนผ่านไปหนึ่งปี...สองปี จนถึงห้าปีให้หลัง การรอคอยของเธอก็สิ้นสุดลง


                    เธอไม่รู้เหตุผลว่าเกิดอะไรขึ้นและเธอก็ไม่กล้าเล่าเ๱ื่๵๹จดหมายนี้ให้ใครฟัง ว่าทำไมเขาถึงไม่เคยตอบจดหมายกลับมาเลยหรือแม้ว่าผ่านมาใน๰่๥๹ห้าปีหลัง การสื่อสารจะพัฒนาล่วงมาจนถึงยุคอินเตอร์เน็ตแล้วก็ตามเธอระบุอีเมล์ไว้ในจดหมาย ให้เขาติดต่อทางนั้น แต่ก็ไม่มีวี่แวว


                    เธอจึงคิดได้เป็๲อย่างเดียวว่า...เขาลืมสัญญานั้นแล้ว


                    เมื่อความมัวมนในใจกำเริบมือที่ถือกระดาษจดหมายก็อ่อนแรง ปล่อยให้มันร่วงลงบนตักสายตาจึงเหลือบไปข้างในกล่องใบเดิม เห็นซองสีขาวคาดแถบสีเขียว จึงรำลึกได้ว่ามันคือซองจดหมายฉบับสุดท้าย ที่เธอตั้งใจจะเขียนส่งไปหาเขา เพื่อตัดรอนแต่ใจเธอก็ไม่กล้าพอ ได้แต่เก็บฉบับสุดท้ายนั้นไว้ โดยไม่ได้ส่ง


                    เธอจึงเอื้อมไปหยิบมันขึ้นมาดึงแผ่นกระดาษด้านในซอง คลี่ออกอ่านอีกครั้ง...


                    พี่สูรย์

                ผ่านมาตั้ง 5 ปีแล้วแต่ปีไม่เคยได้รับจดหมายตอบจากพี่อีกเลยแม้แต่ฉบับเดียวปีไม่เข้าใจจริงๆว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทั้งที่พี่เคยให้สัญญากับปีก่อนจะห่างกันไปว่าพี่จะเขียนจดหมายมาหาปีทุกอาทิตย์ ถึงเวลานี้ ปีทำใจได้แล้วว่าคำสัญญานั้นมันไม่มีอยู่จริง ปีเข้าข้างตัวเอง คิดเองฝ่ายเดียวมาตลอดฉะนั้นปีจะเขียนจดหมายมาหาพี่เป็๞ฉบับสุดท้าย

                แล้วนับจากนี้ไปถือว่าเราไม่เคยสัญญาสิ่งใดต่อกันไว้

                ปี


                มือเธอสั่นเทาปลายนิ้วกดทับแผ่นกระดาษจนยับย่นเข้าหากันม่านน้ำตาพร่าพรายจนมองตัวอักษรบนแผ่นกระดาษเลือนราง และปิดเปลือกตาลงเพื่อจะได้ไม่เห็นมันอีกก่อนจะเก็บมันกลับไว้ในกล่องตามเดิม

    ......................................................