หลังจากกินอิ่มแล้วเฉินรุ่ยฟางก็ลุกไปนั่งบนที่นอนที่ปูเอาไว้แล้วนางอยากอาบน้ำแต่ว่าที่นี่ไม่มีแหล่งน้ำ เฉินจิ้งเสียนจึงบอกว่า “อาจารย์ขอรับถ้าอย่างไรท่านเช็ดตัวก่อนเถอะขอรับ ข้าจะออกไปด้านนอกสักพักเมื่อท่านเสร็จแล้วค่อยเรียกข้านะขอรับ”
“อืม”เฉินรุ่ยฟางพยักหน้า ศิษย์ของนางช่างเอาใจใส่เสียจริง ช่างแสนดีอะไรอย่างนี้!
นางเห็นเขาเดินลับตาไปแล้วนางจึงจัดแจงเช็ดตัว หลังจากเช็ดตัวเสร็จแล้วนางจึงร้องเรียกเขา “จิ้งเสียน”
เฉินจิ้งเสียนเดินกลับเข้าไปในถ้ำกะเวลาดูแล้ว นี่ก็น่าจะได้เวลาที่โอสถออกฤทธิ์แล้วกระมังเขาเดินเข้าไปแล้วนั่งลงบนที่นอนของตัวเอง นั่งมองไปทางอาจารย์แวบหนึ่งจากนั้นก็ล้มตัวลงนอน เฉินรุ่ยฟางก็นอนลงไปนางหลับตาลงด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้าเต็มที เดินเกือบทั้งวันจะไม่เหนื่อยได้อย่างไร แต่ว่านางกลับหลับไม่ลงความรู้สึกบางอย่างมันรุมเร้าอยู่ในอก รู้สึกว่าเนื้อตัวมันร้อนรุ่มพิกลนางพลิกตัวกระสับกระส่ายไปมา
ยิ่งนานความรู้สึกร้อนรุ่มก็ยิ่งปะทุหนักขึ้นปะทุขึ้นมาเสียจนนางแทบครองสติไม่อยู่นางรู้ว่านางอยากลุกไปแล้วขึ้นคร่อมบุรุษสักคนปลดปล่อยความรู้สึกรุ่มร้อนที่มันรุมเร้านางออกไปให้หมด แต่ว่านางกลับไม่ยินยอมที่จะกระทำอย่างนั้น
ทำไม่ได้นะ! ข้ายังไม่ได้แต่งงาน ข้าจะเสียพรหมจรรย์ไปไม่ได้เด็ดขาด! ไม่เช่นนั้นหากแต่งงานไปแล้ว หากสามีรู้ว่าข้าเคยผ่านมือบุรุษมาก่อน ข้าจะถูกเขาดูถูกเหยียดหยาม! ไม่! ไม่! ข้าจะทำแบบนั้นไม่ได้!ท่ามกลางสติอันเลือนรางนางพร่ำเตือนสติตัวเองด้วยความตั้งใจแน่วแน่! ต่อให้ต้องตาย นางก็จะไม่ยอมเสียพรหมจรรย์ไปก่อนที่จะได้แต่งงานแน่นอน!
มารดานางเคยพร่ำสอนนักหนา‘เป็สตรีพึงสงวนรักษาพรหมจรรย์หากเสียพรหมจรรย์ไปก่อนแต่งงานแล้ว บุรุษที่เ้าแต่งงานด้วยย่อมดูถูกเ้าไม่ให้เกียรติเ้า เพราะเขาคิดว่าเ้าไม่ต่างจากหญิงหม้ายแม้แต่น้อยหากดูถูกดูแคลนหนักหนากว่านั้น ก็คือเ้าเปรียบเหมือนนางคณิกานั่นประไร! ดอกไม้งามที่ถูกผู้อื่นเชยชมแล้ว ใครเล่าอยากจะหยิบไปใส่แจกันทองเฝ้าถนอมรักษาอีก’
นางไม่อยากมีสภาพเฉกเช่นหญิงหม้ายหรือนางคณิกา!
ในห้วงความคิดของนางใบหน้าบุรุษที่นางอยากขึ้นคร่อมมอบพรหมจรรย์ให้เขาลอยขึ้นมาแวบหนึ่งเป็ใบหน้าคุณชายเหอผู้นั้น!
นางต้องบ้าไปแล้วแน่ๆแค่เขามอบของให้หน่อยก็หลงใหลเขาเสียแล้วงั้นรึ!
ภาพเขาลอยวนขึ้นมานับั้แ่นางพบเขานอนเจ็บอยู่ในหลุมลึก ภาพที่นางล้มอยู่บนตัวเขานางประคองเขาขึ้นมา สีหน้าของเขาที่พยายามอดทนต่อความเ็ปขณะก้าวเดินเขาเจ็บแผลแทบตายกลับไม่ร้องคร่ำครวญสักคำ ช่างเป็บุรุษใจแข็งเหลือเกิน!
สีหน้าเขาตอนที่พยายามดึงรั้งอาภรณ์กับเหล่าอาจารย์ทั้งหลายในความคิดนางในตอนนั้นช่างดูตลกยิ่งหน้าตาเขาในตอนนั้นราวกับสตรีตัวน้อยที่ถูกบุรุษทั้งหลายรุมขืนใจอย่างไรอย่างนั้นเขาที่เป็บุรุษกลับไม่ยอมถูกคนเปลื้องผ้าแม้แต่เรือนกายท่อนบนก็ไม่ยอมให้ใครชมดูได้ง่ายๆช่างแตกต่างจากบุรุษอื่นที่แค่ร้อนนิดๆ หน่อยๆ ก็เปลือยท่อนบน ไม่สวมใส่เสื้อสีหน้าเขาในตอนนั้นประทับอยู่ในใจนางยากจะลืมเลือนจริงๆ่เวลานั้นนางรู้สึกอยากเป็บุรุษแล้วเข้าไปดึงทึ้งอาภรณ์เขาออกให้สิ้นแล้วขืนใจเขาจนกว่าเขาจะร้องครวญครางอยู่ใต้ร่างนางช่างเป็ความรู้สึกที่ทำให้นางในตอนนั้นรู้สึกว่าตัวเองต้องบ้าไปแล้วกระมังสงสัยนางฟังเื่เล่าจากโรงน้ำชามากไปแน่ๆ ถึงได้มีความคิดเช่นนั้นได้
นางกอดตัวเองขดงอราวกับกุ้งต้มสุก นางจะกระทำตัวเหมือนหญิงร่านไม่ได้!
เฉินจิ้งเสียนนอนลงแอบหรี่ตามองอาจารย์ตลอดเวลาเห็นนางเริ่มมีอาการกระสับกระส่ายเขาก็ยิ้มมุมปากอย่างสมใจอีกประเดี๋ยวนางต้องพุ่งมาทางเขาแน่นอน เขาจะขัดขืนนางนิดๆ หน่อยๆรอให้นางร้องขออ้อนวอน แต่ว่าเขามองอยู่นาน รอจนเขารู้สึกโมโหแล้วเหตุใดนางยังไม่พุ่งมาอีกเล่า!?
นางนอนกระสับกระส่ายอยู่ตรงนั้นไม่มีท่าทีว่าจะพุ่งมาหาเขาแม้แต่น้อย หรือว่าฤทธิ์โอสถต่ำเกินไปนางจึงไม่สิ้นสติสัมปะชัญญะแต่ว่าโอสถระดับปฐีก็เพียงพอสำหรับเทพระดับต่ำแล้วนี่นาอีกทั้งโอสถเม็ดนั้นในน้ำชานางก็ดื่มน้ำชากานั้นลงไปจนหมดคนเดียว!
เท่ากับว่านางได้กินโอสถเข้าไป1 เม็ดแล้ว โอสถ 1 เม็ดก็น่าจะเพียงพอแล้ว!
ลุกมาซินางตัวดีลุกมาขอร้องอ้อนวอนข้าซิ!
เขาหรี่ตามองอยู่นานก็ไม่เห็นนางจะลุกมาหาเขาแม้แต่น้อย เช่นนั้นเขาเป็ฝ่ายไปหานางก็ได้อย่างไรตอนนี้นางก็น่าจะไร้เรี่ยวแรงขัดขืนแล้วกระมัง เมื่อคิดแล้วเขาจึงลืมตาขึ้นลุกขึ้นนั่ง แล้วลุกไปหานาง เอ่ยถามน้ำเสียงเป็ห่วงเป็ใยว่า “อาจารย์ขอรับท่านเป็อะไรขอรับ?”
เฉินรุ่ยฟางได้ยินเสียงเขาก็ลืมตามองเขาความรู้สึกรุ่มร้อนที่รุมเร้านางยิ่งปะทุจนนางแทบจะขาดสติเสียให้ได้นี่นาง้าบุรุษถึงขนาดนี้เชียวรึ!
เฉินจิ้งเสียนยื่นมือไปแตะแขนนาง“อาจารย์ขอรับ ท่านนอนตัวงอเช่นนี้เป็เพราะปวดท้องหรือขอรับ?”
เฉินรุ่ยฟางกัดริมฝีปากแน่นพลิกตัวกลิ้งหนีมือเขา แล้วเอ่ยเสียงสั่นพร่าว่า “เ้า...อย่าแตะ..ต้องข้าข้า...ข้าไม่...เป็...ไร”
นางขดตัวงอแน่นสองแขนกอดเข่าตัวเองที่คู้ขึ้นมาท่าทางราวกับเด็กทารกที่ขดงออยู่ในครรภ์มารดาอย่างไรอย่างนั้น
เฉินจิ้งเสียนรู้สึกโมโหจนกัดฟันกรอดทีหนึ่งฮึ่ม!
เขารอให้นางเป็ฝ่ายลงมือเขาจะได้มีข้ออ้างว่านางเป็ฝ่ายเริ่มก่อน เขาจนใจจึงได้กระทำการชั่วช้าลงไปแต่นางที่ท่าทางเป็เช่นนี้จะไม่ให้เขาโมโหได้อย่างไร!
ได้! เ้าไม่เริ่ม เช่นนั้นข้าเริ่มก่อนก็ได้ ถึงอย่างไรคืนนี้เ้าก็ต้องเป็ของข้า!
เขาเฝ้ารอให้นางเริ่มก่อนจนเขาปวดหนึบมาตั้งนานแล้วหากยังไม่ได้ปลดปล่อยอีก เขานี่แหละที่จะบ้าคลั่งแล้ว!
เขาจึงขยับเข้าไปหายื่นมือไปลูบไล้แผ่นหลังที่นอนตะแคงหันหลังให้เขา “อาจารย์ขอรับท่านไม่สบายเช่นนี้ข้าเป็ห่วงเหลือเกิน ท่านไม่สบายตรงไหนท่านบอกข้าซิขอรับข้าจะช่วยท่านเอง”
ฝ่ามือที่ลูบแผ่นหลังทำให้เฉินรุ่ยฟางแทบขาดสตินางสะดุ้งลุกพรวดพุ่งไปข้างหน้า อยากหนีให้ห่างฝ่ามือนั้นเหลือเกิน! จะให้เขาแตะต้องตัวนางไม่ได้ ไม่เช่นนั้นสติที่ยังหลงเหลืออยู่น้อยนิดนี่ต้องพังทลายแน่นอน!
เฉินจิ้งเสียนใที่นางพุ่งหนีเขาหรือว่านางจะรู้แล้วว่าข้าเล่นเล่ห์กับนาง!
เฉินรุ่ยฟางพุ่งเข้าไปในถ้ำลึกขึ้นนางพุ่งไปจนติดผนังถ้ำแล้วนั่งลงคู้ตัวอยู่ตรงนั้นนางไร้เรี่ยวแรงจนแม้แต่จะบี้มดยังทำไม่ได้เลย
เฉินจิ้งเสียนเห็นนางคู้ตัวอยู่ตรงนั้นก็ลุกไปหานางยื่นมือไปจับไหล่นางยึดเอาไว้ “อาจารย์ขอรับ ท่านไม่สบายตรงไหนท่านบอกข้าซิขอรับท่านเป็แบบนี้ข้าร้อนใจจะตายแล้ว”
“อย่า...”เฉินรุ่ยฟางเอียงตัวหนีมือเขา ราวกับว่ามือเขาเป็ถ่านร้อนอย่างไรอย่างนั้นเฉินจิ้งเสียนขบฟันกรอดๆ ฮึ่ม! นางตัวดีนี่ยังมีสติอยู่อีก!
เขาแทบบ้าคลั่งแล้วหากยังไม่ได้ปลดปล่อยอีก เขาจะบ้าแล้วจริงๆ!
ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจแล้วใครจะเริ่มก่อนก็ไม่สำคัญแล้ว ถึงอย่างไรคืนนี้นางก็ต้องเป็ของข้า!
เขายื่นมือไปช้อนอุ้มนางขึ้นมาเฉินรุ่ยฟางไร้เรี่ยวแรงจะต่อต้านขัดขืน นางเอ่ยเสียงสั่นพร่า“อย่า...เ้าอย่า...”
เฉินจิ้งเสียนขบกรามกรอดๆฮึ่ม! โอสถระดับปฐีฤทธิ์ต่ำเกินไปแน่นอน!
“คุณชาย...เหอ...”เฉินรุ่ยฟางเอ่ยเสียงสั่นพร่า ทำให้เฉินจิ้งเสียนหูผึ่ง “อาจารย์ขอรับ ท่านเรียกหาคุณชายเหอหรือ?”
“...เหอ...ช่วย...ด้วย...”เฉินรุ่ยฟางเอ่ยเสียงสั่นพร่าอีก นางครองสติไม่ได้แล้ว แต่ในความรู้สึกลึกๆนางกลับเรียกหาคนที่นางคิดถึง เฉินจิ้งเสียนก้มลงมองคนในอ้อมแขนอยู่กับข้ายังกล้าเรียกหาชายอื่นอีกรึ!
เขาวางนางลงบนที่นอนแล้วทาบตัวทับเหนือร่างนางจับสองมือของนางที่ปัดป่ายสะเปะสะปะรวบไว้ด้วยมือข้างหนึ่งกดเอาไว้อีกมือก็ดึงทึ้งอาภรณ์นางออกจากตัว เฉินรุ่ยฟางดิ้นหนีอย่างอ่อนแรงส่งเสียงแ่เบา “คุณ...ชายเหอ...ช่วย...ด้วย...”
เฉินจิ้งเสียนได้ยินเช่นนั้นก็โมโหจนหน้าดำเหมือนก้นหม้อแล้วสตรีที่เขาหมายปองกลับเรียกหาชายอื่น จะไม่ให้โมโหได้อย่างไร!
เขาจึงฉีกทึ้งอาภรณ์บนตัวนางแคว๊ก...แคว๊ก...
“อย่า...ช่วย...ด้วย...”เฉินรุ่ยฟางร้องเสียงเบาหวิว จิตใต้สำนึกของนางต่อต้านโดยไม่รู้ตัวแต่นางไม่อาจช่วยเหลือตัวเองได้เลยนางในตอนนี้ราวกับปลาบนเขียงที่รอถูกแล่อย่างไรอย่างนั้น!
เฉินจิ้งเสียนฉีกทึ้งอาภรณ์บนตัวนางออกจนหมดแล้วก็รีบยันตัวขึ้นแก้อาภรณ์บนกายตัวเองออกอย่างเร่งรีบอึดใจต่อมาเขาก็เปลือยกายคร่อมอยู่บนตัวนางองคชาติแข็งตั้งพร้อมทะลวงมาตั้งนานแล้วดังนั้นเขาจึงรีบเบียดแทรกหว่างขานางแล้วกดองคชาติเข้าไปในหลืบรูอ่อนนุ่ม
“อื้อ...อย่า...”เฉินรุ่ยฟางดิ้นหนีอย่างไร้สติ เฉินจิ้งเสียนจึงกระทุ้งแรงๆจนส่วนหัวสามารถผลุบเข้าไปในรูอ่อนนุ่มได้แล้วเมื่อเข้าไปได้เล็กน้อยแล้วเขาจึงกดแรงๆ ดันเข้าไปจนฉีกพรหมจรรย์ขาดออก ปึด!
“อื้อ...เจ็บ...”เฉินรุ่ยฟางดิ้นหนีอย่างไร้เรี่ยวแรง เฉินจิ้งเสียนไม่สนใจว่านางจะเป็อย่างไรยามนี้เขาแค่อยากตอกกระแทกกระทุ้งให้หนำใจเท่านั้นดังนั้นเอวเขาจึงขยับกระทุ้งอย่างไม่ปรานีปราศรัย ปักๆๆๆๆ...
“ฮื้อ...เจ็บ...เจ็บอย่า...เจ็บ...” เฉินรุ่ยฟางร้องเสียงเบา นางไม่มีแรงจะขัดขืนถูกเขากระทำอย่างไรได้แต่รับไว้เท่านั้น
“อา...ดีเหลือเกิน...อู...”เฉินจิ้งเสียนครางอย่างพอใจ กระทุ้งกระแทกทะลวงรูอ่อนนุ่มไม่หยุด “โอ...อือ...”
เขาครางเสียงดังอย่างไม่หวั่นกลัวว่าใครจะมาได้ยินเข้าที่นี่มีเพียงแค่เขากับนาง ดังนั้นจะครางเสียงดังอย่างไรก็มีแต่สัตว์ป่าเท่านั้นที่ได้ยิน
จนกระทั่งเขาสุขสมแล้วจึงครางเสียงดังยาวออกมา “โอ...”
เขาหลั่งธารน้ำแล้วจึงพลิกตัวลงนอนข้างๆนาง เฉินรุ่ยฟางก็พลิกตัวตะแคงหันหลังให้อย่างไม่รู้ตัว อึดใจต่อมานางก็หลับใหลเฉินจิ้งเสียนก็หลับเช่นกัน เขาเหนื่อยและสุขสมจนนอนหลับสนิทยิ่งราวกับได้นอนอยู่ในปุยเมฆอย่างไรอย่างนั้น
เช้าตรู่ นกส่งเสียงร้องออกหากิน เฉินรุ่ยฟางสะดุ้งตื่นขึ้นมานางขยับตัวลุกขึ้นนั่ง ก้มมองดูตัวเองที่เปลือยกายไร้อาภรณ์ สีหน้าของนางเต็มไปด้วยอารมณ์หลากหลายสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้นางจำได้ แม้ว่าจะมีบาง่เลือนรางไปบ้างแต่นางก็ยังคงจดจำได้ทั้งหมด ทำให้นางทั้งใ เสียใจ ตื่นตระหนก...
เมื่อนางมองไปก็เห็นเรือนกายบุรุษนอนอยู่ข้างๆนางรีบดึงสายตากลับมาอย่างใยิ่ง ครู่ต่อมานางก็เหลือบมองอีกครั้งใบหน้านั้นเป็ลูกศิษย์คนเดียวของนาง เขานอนหงายเปลือยกายอยู่นางเห็นเรือนกายเขาหมดแล้ว เต็มไปด้วยมัดกล้ามอย่างที่บุรุษพึงมีเพียงแต่ว่าหน้าตาของเขาหากจะเทียบกับบุรุษหล่อเหลาแล้วยังห่างไกลเขามีหน้าตาสามัญ รูปร่างเพรียว ดังนั้นเขาจึงไม่ได้เป็ที่หมายปองของสตรีสักเท่าไหร่
นางเป็ถึงอาจารย์หลอมโอสถศึกษาตำรามาไม่น้อย จะไม่รู้ได้อย่างไรว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นนางไม่ได้ดื่มกินของที่ผิดแผกไปจากปกติแม้แต่น้อยดังนั้นจึงตัดความเป็ไปได้ที่นางจะถูกพิษจากพืชหรืออะไรอย่างอื่นออกไปได้เลยมีเพียงแค่นางถูกบางสิ่งบางอย่างกระตุ้นจนนางเกิดอารมณ์รุ่มร้อนสิ่งที่นางคิดถึงก็คือกำยานปลุกกำหนัด หรือไม่ก็โอสถสวาท!
เมื่อวานนี้นางก็ไม่ได้กลิ่นกำยานปลุกกำหนัดแต่อย่างใดเหลือก็แต่โอสถสวาทแล้ว แต่นางกินไปตอนไหน? กินไปได้อย่างไร?ดังนั้นต้นเหตุของเื่ที่เกิดขึ้น คำตอบก็คือศิษย์คนดีของนางเป็คนกระทำแน่นอน!
ย่อมเป็เขาแอบใส่โอสถในอาหารให้นางกินแน่แท้!
นางคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานสิ่งใดที่นางกิน เขาก็กินเหมือนกับนาง ถ้านางกินโอสถสวาทเข้าไปเขาก็น่าจะกินเข้าไปด้วยกระมัง
คิดไปคิดมานางจึงยื่นมือไปแตะชีพจรของเขา นางตรวจอยู่สักพักก็ดึงมือกลับมาร่างกายเขาไม่หลงเหลือฤทธิ์โอสถสวาท เช่นนั้นก็หมายความว่านางกินเข้าไปคนเดียวซินะนางกินเข้าไป เขาไม่ได้กิน
นางคิดๆอีกครู่แล้วก็จำได้ว่าน้ำชากานั้น นางดื่มคนเดียวเ้าศิษย์คนดีของนางไม่ได้ดื่มด้วยเช่นนั้นก็หมายความว่าในน้ำชากานั้นย่อมมีโอสถสวาทใส่ไว้แน่นอน!
ศิษย์คนดีของนางทำแบบนี้กับนางได้อย่างไร!?
นางเป็อาจารย์ของเขาเขาเป็ศิษย์ของนาง แม้ว่าความรักระหว่างศิษย์อาจารย์จะไม่ถือเป็เื่ต้องห้ามแต่ว่านางไม่ได้รักชอบเขา เพียงเอ็นดูเขาในฐานะที่เขาเป็ศิษย์ของนางเท่านั้นแต่เขากลับเล่นเล่ห์กับนาง หลอกให้นางกินโอสถสวาทเข้าไปแล้วขืนใจนางความผิดนี้ต่อให้นางฆ่าเขาตายก็สมควรแล้ว แต่ว่านางก็ฆ่าเขาไม่ลงถึงอย่างไรเขาก็เป็ศิษย์ที่นางสั่งสอนออกมา ศิษย์ทำผิดย่อมเป็เพราะอาจารย์สั่งสอนไม่ดี ดังนั้นนางจึงมีความผิดในโทษฐานที่ไม่สั่งสอนเขาให้ดีๆ
ครั้นคิดถึงวันวานในอดีตเขามองนางอย่างสเน่หา นางก็ควรจะบอกกล่าวให้ชัดเจนว่านางเห็นเขาเป็ศิษย์เท่านั้นไม่ได้คิดเกินเลยกับเขาในเชิงชู้สาว แต่นางก็ไม่ได้บอกกล่าวออกไปเพราะนางเขินอายเกินไปนั่นเอง จู่ๆ ก็มีบุรุษมาเกี้ยวพา นางจึงทำอะไรไม่ถูกไม่รู้ว่าควรจะรับมืออย่างไร บัดนี้เขาใช้เล่ห์เหลี่ยมจนนางเป็ของเขาแล้วนางจะทำอย่างไรดี? โกรธเขา ไล่เขาออกจากการเป็ศิษย์?หรือว่าปล่อยผ่านทำเหมือนเื่นี้ไม่เคยเกิดขึ้น?
สายลมพัดเข้ามาทำให้นางรู้สึกหนาว นางจึงลุกขึ้นแล้วเอาอาภรณ์ชุดใหม่ออกมาจากถุงคุนเฉียนที่ตกรวมอยู่กับอาภรณ์ที่ฉีกขาดเห็นอาภรณ์ฉีกขาดนางก็มองอย่างจนใจ นางหยิบอาภรณ์ชุดใหม่ออกมาสวมใส่ตอนที่นางสวมอาภรณ์เสร็จแล้วเฉินจิ้งเสียนก็ตื่นขึ้นมาพอดีเขามองไปทางข้างกายตัวเอง เห็นข้างกายว่างเปล่าจึงได้มองไปรอบๆก็เห็นอาจารย์ยืนอยู่ห่างออกไป นางสวมอาภรณ์แล้ว เขาจึงรีบลุกขึ้นก้าวไปหานาง“อาจารย์”
เฉินรุ่ยฟางมองเขาด้วยสายตาเ็าทำให้เฉินจิ้งเสียนชะงักไป นางโกรธหรือ?
ย่อมโกรธแน่นอนดูจากสีหน้านางแล้ว นางคงคาดเดาอะไรๆ ได้แล้วกระมังต่อให้จะเป็คนโง่เพียงใดก็ย่อมเดาออก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนเกิดได้อย่างไรอีกทั้งนางยังเป็อาจารย์หลอมโอสถ อ่านตำรามามาก มีหรือจะเดาเื่โอสถสวาทไม่ได้ดังนั้นทางเดียวที่จะทำให้นางหายโกรธได้นั่นคือเขายอมรับผิดเสียเขาจึงคุกเข่าลงดังตึง! เอ่ยเสียงแ่ว่า “อาจารย์ขอรับข้าผิดไปแล้ว ท่านจะฆ่าจะแกงข้าอย่างไรก็ได้ขอรับ”
เฉินรุ่ยฟางมองเขานางโกรธจริงๆ โกรธที่เขากล้าใช้โอสถสวาทกับนางวาจาที่กล่าวออกไปจึงเย็นเยียบไม่น้อย “เ้าทำผิดมหันต์นัก”
เฉินจิ้งเสียนคลานเข่าไปหานางแล้วกอดขานางเอาไว้บีบน้ำตาออกมา “อาจารย์ เป็ข้าไม่ดี ข้ารักท่าน ข้าจึงทำเช่นนี้ท่านจะฆ่าจะแกงข้าอย่างไรก็ลงมือเถิดขอรับ ตายด้วยมือท่านข้ายินดี”
“เ้า...เ้า...”เฉินรุ่ยฟางด่าไม่ออก จะด่าว่า ‘เ้าศิษย์ชั่ว’ ก็เท่ากับนางด่าตัวเองด้วย ศิษย์ชั่วเพราะอาจารย์สั่งสอนไม่ดีดังนั้นนางย่อมเป็อาจารย์ชั่วไปด้วย
ร่างกายเปลือยเปล่าที่กำลังกอดขานางทำให้นางรู้สึกกระอักกระอ่วนยิ่งนักนางจึงผลักเขาออก สั่งน้ำเสียงเ็าว่า “เ้าใส่อาภรณ์ก่อน”
“ขอรับ”เฉินจิ้งเสียนขานรับเสียงเบาเหมือนรู้สึกผิดเต็มประดาแต่ในใจเขาไม่ได้รู้สึกเช่นนั้นเลยทุกสิ่งที่เขาทำในตอนนี้ล้วนเป็การเสแสร้งทั้งสิ้นเขาอยากจับนางกดลงไปแล้วกระทุ้งกระแทกให้หนำใจอีกครั้งด้วยซ้ำแต่ว่าหากเขากระทำเช่นนั้น นางย่อมโกรธจนไม่ให้อภัยเขาแน่นอนทางเดียวที่จะทำให้นางหายโกรธได้คือโอนอ่อนตามนาง ยอมรับผิดแล้วพยายามเอาอกเอาใจนางให้มากๆ หน่อยเขาปล่อยมือออกแล้วถอยไปหยิบอาภรณ์ขึ้นมาสวมใส่
เฉินรุ่ยฟางหันหลังไปไม่อยากมองแม้แต่นิดเดียวเฉินจิ้งเสียนใส่อาภรณ์เสร็จแล้วก็ฉวยโอกาสที่นางยืนหันหลังเข้าไปสวมกอดจากด้านหลังเอาไว้
“อ่ะ!” เฉินรุ่ยฟางใ นางดึงมือเขาออก แต่เขากอดแน่นมาก ทั้งยังกล่าวว่า“อาจารย์ ข้าผิดไปแล้ว แต่ว่าข้ารักท่านมาก ข้ารักท่านจนทนไม่ไหวข้าจะแต่งท่านเข้าบ้าน แม้ว่าบ้านข้าไม่ร่ำรวยแต่ว่าข้าจะดูแลท่านให้ดีที่สุดขอรับอาจารย์ท่านให้อภัยข้าได้ไหมขอรับ? หากท่านไม่ให้อภัยข้าท่านก็ฆ่าข้าเสียเถิดขอรับฆ่าข้าแล้วท่านก็ช่วยเผาข้าแล้วนำเถ้ากระดูกของข้าไปมอบให้ท่านพ่อท่านแม่ข้าด้วยฝากบอกพวกท่านด้วยว่าลูกอกตัญญูไม่อาจดูแลพวกท่านได้แล้ว”
เฉินรุ่ยฟางอึ้งงันไปนางไม่เคยคิดจะฆ่าแกงใครมาก่อน จะให้นางฆ่าเขา นางทำไม่ได้จริงๆ
“อาจารย์ข้ารักท่าน ข้ารักท่าน...” เฉินจิ้งเสียนพร่ำพูดอย่างรู้สึกผิดกอดรัดนางเอาไว้อยู่อย่างนั้น
“เ้าปล่อยข้า”เฉินรุ่ยฟางบอกน้ำเสียงเ็า เฉินจิ้งเสียนซบใบหน้าลงบนไหล่นาง เอ่ยว่า“ข้ารักท่าน มีแต่ข้าตายแล้วเท่านั้นข้าถึงจะยอมปล่อยท่าน”
น้ำหยดลงหินทุกวันหินยังกร่อนเฉินรุ่ยฟางแม้ไม่รักชอบเขาแต่นางก็เอ็นดูเขาไม่น้อย จะให้นางฆ่าเขาได้อย่างไรนางทำไม่ลง ซ้ำไม่เคยคิดด้วย นางจึงได้แต่บอกเสียงแข็งว่า “ปล่อยข้า”
“ข้าไม่ปล่อยข้าไม่ปล่อยท่านหรอก ข้ารักท่าน ชั่วชีวิตนี้ข้ารักท่านคนเดียวท่านไม่ให้อภัยข้าท่านก็ฆ่าข้าเสียเลย แต่ท่านจำไว้ว่าข้ารักท่านข้ารักท่านคนเดียว ข้าอยากอยู่กับท่านไปจนผมขาวไปด้วยกัน มองดูลูกๆ หลานๆของพวกเราเติบโต” เฉินจิ้งเสียนพร่ำพูดพลางซุกหน้ากับซอกคอหอมกรุ่นเฉินรุ่ยฟางแกะมือเขาออก แต่เขาดื้อดึงรัดนางแน่นยิ่งนัก หากจะแกะให้หลุดคงมีแค่นางต้องหักแขนเขาเสีย
“อาจารย์ข้ารักท่าน ท่านแต่งกับข้านะขอรับ ข้ารักท่านคนเดียวข้าสาบานว่าชั่วชีวิตนี้จะไม่แต่งอนุ จะไม่มีบ่าวอุ่นเตียง จะมีเพียงท่านคนเดียว”เฉินจิ้งเสียนพร่ำบอกพลางซุกไซ้ซอกคอไปด้วย เฉินรุ่ยฟางถูกกอดรัดจนทำอะไรไม่ถูกนางอยากแกะเขาออกแต่ความตั้งใจของนางก็ไม่ค่อยแน่วแน่เหมือนเดิมแล้วอาจเป็เพราะนางเป็ของเขาแล้ว ความรู้สึกต่อต้านอะไรก็เลือนหายไปบ้างแล้วเป็ดังคำที่ว่า ‘สตรีตกเป็ของชายใดแล้วย่อมมีใจให้ชายผู้นั้นไปโดยปริยาย’ คำกล่าวนี้กล่าวได้ไม่ผิดนัก ใจนางที่เคยต่อต้านก็เริ่มอ่อนไหวแล้วอีกทั้งเขาไม่เพียงกอดรัดเฉยๆ เท่านั้นมือไม้ยังปัดป่ายถูกส่วนอ่อนนุ่มคล้ายไม่ได้ตั้งใจอยู่บ่อยครั้งทำให้นางรู้สึกขนอ่อนลุกชันไออุ่นจากคนข้างหลังคล้ายจะทำให้นางรู้สึกร้อนรุ่มอย่างต้านทานไม่อยู่
เฉินจิ้งเสียนยิ้มมุมปากแกล้งปัดมือผ่านส่วนอ่อนนุ่มบ่อยๆ จนรู้สึกได้เลยว่าขนอ่อนที่ลำคอนางลุกชันเขาจึงยิ่งซุกไซ้ลำคอนางหนักขึ้นเรื่อยๆคำพูดพร่ำรักหายไปเหลือเพียงการกระทำที่รุกเร้าหนักขึ้นเรื่อยๆจากลำคอก็เลื่อนไปจูบใบหู จากนั้นก็พวงแก้ม
“ฮื้อ...อย่า...”เฉินรุ่ยฟางส่งเสียงห้ามเสียงสั่นพร่า เอียงหน้าหนีมือก็พยายามแกะมือเขาออกอย่างไม่ค่อยมีเรี่ยวแรงเท่าไหร่เฉินจิ้งเสียนจึงซุกซบลำคอนาง ขบเม้มเลียดูด ริมฝีปากค่อยๆ เลื่อนลงไปจนถึงไหล่สาบเสื้อร่นลงไปอยู่ที่ต้นแขนแล้ว เขาแก้สายคาดเอวของนางออกโดยที่นางไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัวพลางแหวกสาบเสื้อออกจนเอี๊ยมบังทรงโผล่ออกมา เขาสอดมือเข้าไปในเอี๊ยมบังทรงบีบขยำก้อนเนื้ออ่อนนุ่ม
“อ้า...เ้าหยุด!” เฉินรุ่ยฟางร้องห้ามเสียงแหลมนางถอยหลังหนีทำให้แผ่นหลังของนางเบียดกับแผงอกเขา เฉินจิ้งเสียนหรือจะหยุดเขายิ่งลูบไล้ขบเม้มหวังเร้าอารมณ์นางให้ลุกโชน สองมือบีบคลึงก้อนเนื้ออ่อนนุ่มบางคราวก็หยอกเย้ายอดทรวงจนเฉินรุ่ยฟางขนลุกชันไปทั้งร่างแล้ว“ฮื้อ...จะ...เ้า...หยุด...”
ได้ยินนางห้ามเสียงสั่นไหวเฉินจิ้งเสียนจึงเลื่อนมือลงต่ำล้วงเข้าไปในกระโปรงนาง บีบคลึงกลีบเนื้ออ่อนนุ่มทำให้เฉินรุ่ยฟางใดิ้นหนี “เ้าหยุดนะ! อย่าจับ! อ้า!”
นิ้วยาวผลุบเข้าไปในกลีบอ่อนนุ่มถูไถจนนางดีดดิ้นราวกับปลาหนีมือ ยิ่งนางดิ้นเรือนกายอ่อนนุ่มก็ยิ่งเบียดชิดกับเขาทำให้องคชาติของเขาแข็งตุงขึ้นมาแล้วเขาจึงขยับเอวเบียดเสียดกับก้นของนางทำให้ใบหน้านางแดงเถือก ร้องห้ามเสียงสั่น“จะ...เ้าหยุด...ยะ...อย่าทำ...บะ...แบบนี้...อื้อ...”
นิ้วยาวหยอกเย้ากลางกลีบอ่อนนุ่มทำให้เฉินรุ่ยฟางตัวอ่อนระทดระทวยนางขาอ่อนแรงยืนแทบไม่ไหวแล้วหากไม่ใช่ว่าถูกเขากอดรัดอยู่นางคงทรุดลงไปกองกับพื้นแล้วเฉินจิ้งเสียนรู้สึกว่ามือตัวเองเปียกชื้นก็แทรกนิ้วเข้าไปในรูอ่อนนุ่ม
Donate
เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย
เลขบัญชี 084-3-79715-6
ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย
หรือทาง True Money wallet : 098-651-1489
จะบริจาค 1 บาท 2 บาทก็ได้ค่ะ
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง
เพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readclub.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : @www.readfree.in
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ