บทที่ 168
หินแสงจากหอบำเพ็ญตน
หลังจากนั้นเพียงแค่ไม่กี่ชั่วยามความสำเร็จของเหล่าผู้อาวุโสที่สามารถสร้างหินแสงขึ้นมาได้ก็กระจายไปทั่วทั้งเมืองหลวง
อาจจะมีพวกขุนนางบางส่วนหรือว่าคนภายในหอบำเพ็ญ หลุดปากเกี่ยวกับเรื่องนี้แต่เพียงแค่ข่าวสารเพียงเล็กน้อยก็ทำให้ผู้คนมากมายพาพูดกันปากต่อปาก
ในเพียงแค่ไม่กี่ชั่วยามหลังจากที่ข่าวนี้หลุดออกไปก็ทำให้ผู้คนภายในเมืองหลวงรู้
แน่นอนเหล่าผู้อาวุโสไม่ได้มีความคิดว่าพวกเขานั้นอยากจะเปิดเผยเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่แล้ว แม้ว่านี่จะเป็นความสำเร็จที่สามารถสร้างของสิ่งนี้ขึ้นมาได้
แต่พวกเหล่าผู้อาวุโสก็ไม่ภูมิใจเลยแม้แต่น้อย พวกมันรู้ดีสิ่งที่พวกมันสร้างขึ้นมาได้ล้วนแล้วเป็นเพียงแค่สิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างไม่สมบูรณ์
ปรมาจารย์หม่าทำการเรียกพวกขุนนางเหล่านั้นให้เดินทางมาที่หอบำเพ็ญตนเพื่อเข้าพบเป็นการส่วนตัว
เมื่อเรียกพวกขุนนางพวกนั้นมารวมตัวกันภายในสถานที่แห่งนี้แล้ว ก็จะทำการแจ้งเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นให้พวกมันทราบ
ขุนนางร่างกายอ้วนท้วนแซ่กู่ นั่งอยู่ใกล้ท่านปรมาจารย์หม่า มันเองก็ได้ยินข่าวมาเช่นเดียวกันใบหน้าของมันแตกตื่นเต็มไปด้วยความยินดี
“ ข้าได้ยินว่าท่านสามารถสร้างมันขึ้นมาได้แล้วอย่างนั้นหรือขอรับ ”
“ สมกับเป็นท่านปรมาจารย์ข้าคิดเอาไว้อยู่แล้วว่าท่านน่าจะสร้างของพวกนี้ขึ้นมาได้อย่างแน่นอน ”
เจ้าขุนนางพวกที่อยู่ภายในห้องแห่งนี้ดวงตาของมันเป็นประกาย บ่งบอกให้ล่วงรู้อย่างชัดเจนว่าพวกมันภายในสถานที่แห่งนี้ล้วนแล้วกำลังมองถึงผลประโยชน์ที่พวกมันจะได้รับ
แน่นอนว่าเกี่ยวกับผลประโยชน์ในส่วนนี้ที่พวกมันจะได้รับย่อมเป็นเงินหรือว่าค่าตอบแทนก้อนโตอย่างแน่นอน
ปรมาจารย์หม่านำเอาสิ่งที่ตนเองสร้างขึ้นออกมาวางด้านหน้า
มันถูกสร้างให้เหมือนกับหินแสงแต่ว่าของสิ่งนี้ถูกบรรจุด้วยหยกสีเขียวมรกตดูล้ำค่า
“ นี่ท่านใส่พวกมันเข้าไปในหยกยอดเยี่ยมไปเลย ”
“ ดูล้ำค่ากว่าเจ้าพวกหินธรรมดาพวกนั้นตั้งหลายเท่าสมกับเป็นท่านปรมาจารย์จริงๆ ” ขุนนางผู้นั้นทำการกล่าวยกยอไม่หยุด
“ เงียบแล้วลองช่วยฟังหน่อย ”
“ นี่คือสิ่งที่พวกข้าสามารถสร้างขึ้นมาได้เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้านำออกมาเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร ”
“ แน่นอนว่าต้องหมายความว่าตัวของท่านสามารถสร้างมันเสร็จแล้วใช่หรือไม่ขอรับ ”
“ ใช่ข้าสร้างมันเสร็จแล้วไม่สิจะพูดว่าข้าเองก็ไม่ได้ ต้องพูดว่าพวกข้าทั้งหมดช่วยกันสร้างจนเสร็จแล้ว ”
“ แต่มันเองก็เสร็จในรูปแบบของข้า ”
“ ไม่ทราบว่าท่านปรมาจารย์กล่าวเช่นนั้นหมายความว่าอย่างไรอย่างนั้นหรือขอรับ ”
“ เจ้าไม่เข้าใจอย่างนั้นหรือถ้าเช่นนั้น ตัวของข้าเจ้าลองแสดงให้ดูก็แล้วกัน ” ชายชราผู้นั้นยื่นมือไปสัมผัสกับหยกเขียวด้านหน้า
หลังจากที่ยื่นมือของตนเองไปสัมผัสกับหยกเขียวที่อยู่บริเวณด้านหน้า แสงสว่างไสวมันปรากฏขึ้นมาหยกเขียวที่ดูล้ำค่าอยู่แล้วเมื่อมีแสงสว่างไสวๆออกมาจากตัวของมัน ทำให้มันดูล้ำค่ามากขึ้นไปอีก
แน่นอนว่าเจ้าพวกขุนนางพวกนั้นจ้องมองด้วยแววตาเปล่งประกาย “ ยอดเยี่ยมไปเลยขอรับ!!! ”
“ พวกเจ้าไม่ได้สังเกตอันใดเลยอย่างนั้นหรือ ” ชายชรากล่าวถามพวกขุนนางที่กำลังมองอย่างตาเป็นมัน
เมื่อได้ยินคำถามจากผู้อาวุโสทำให้พวกมันทั้งหมดหยุดนิ่ง พวกมันหันมองผู้อาวุโสด้วยแววตาฉงน
ใบหน้าของพวกมันเต็มไปด้วยความสงสัยกับสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ คงจะเป็นเพราะว่าพวกมันมองเห็นถึงผลประโยชน์พวกนั้น เลยทำให้พวกมันไม่ได้สนใจกับสิ่งรอบกายสักเท่าไหร่
“ ท่านผู้อาวุโสหมายความว่าอย่างไรอย่างนั้นหรือขอรับ? ” ขุนนางอีกผู้หนึ่งถามขึ้น
“ ถ้าเช่นนั้นก็ดูนี่… ” ชายชรานำเอาหินแสงที่ถูกสร้างขึ้นด้วยฝีมือของซูฉีออกมา
หลังจากนำออกมาแล้วก็ได้เปิดกลไกการใช้งาน จากที่เปิดเรียบร้อยแล้วแสงสว่างไสวๆขึ้นแม้หินที่ส่องแสงออกมามันจะดูไร้ค่า
แต่เมื่อแสงสว่างไสวมันปรากฏขึ้นมามันก็เจิดจ้าไปทั่วทั้งห้อง มันสว่างจนแสบตาทำให้พวกที่อยู่บริเวณด้านหน้าพากันตกตะลึง
ในที่สุดพวกมันก็รู้แล้วว่าสิ่งใดที่แตกต่างออกไป
“ นี่มันอะไรกันขอรับทำไมเจ้าหินนี่มันถึงสว่างขนาดนี้? ” พวกขุนนางแสดงใบหน้าสงสัย พวกมันเองก็ไม่มั่นใจเช่นเดียวกันว่าสิ่งที่พวกมันพบเห็นในตอนนี้มันคืออะไร
แสงสว่างที่มันสว่างขึ้นแม้ในตอนแรกพวกมันจะชื่นชมหยกที่ดูล้ำค่า แต่เมื่อหินนี้เปล่งแสงพวกมันก็ได้รู้ว่าหยกที่ดูล้ำค่านั้นเปล่งแสงไม่ได้ครึ่งของหินไร้ค่าที่อยู่ภายในมือของชายชราเลย
มันแตกต่างกันเรียกได้ว่าเกือบจะ 1 เท่าตัวในความสว่างที่มันปรากฏขึ้นมาอันน่าเหลือเชื่อ
ทำไมหยกที่ดูล้ำค่าที่ถูกสร้างขึ้นด้วยพวกปราชญ์ของเมืองหลวงถึงมีแสงสว่างเพียงแค่นี้
“ นั่นสินะ ถ้าจะให้พูดตามตรงก็คงจะเป็นเพราะว่าพลังของพวกข้ามันไม่มากพอ ” ชายชรายอมรับออกมาอย่างไม่อาย
“ ไม่พออย่างนั้นหรือขอรับนี่ท่านผู้อาวุโสพูดเล่นแล้ว”
“ ตัวของท่านเป็นถึงปรมาจารย์ในด้านอักขระพลังจะไม่เพียงพอได้อย่างไร”
“ ท่านน่าจะมีพลังเพียงพอในการสร้างสิ่งที่มันสุดยอดมากกว่านี้ตั้งหลายเท่า ”
“ ดูเหมือนว่าพวกเจ้าเองก็คงจะยังไม่เข้าใจสินะ ข้าจะบอกให้ก็ได้ของสิ่งนี้ที่มันถูกสร้างขึ้นมา มันคือการนำเอาพลังของพวกค่าเหล่าผู้อาวุโสทั้งหมดมาผนวกรวมเข้าหากัน ”
“ เจ้าเข้าใจหรือไม่ว่ามันหมายความว่าอย่างไร ”
“ ที่ตัวของข้าจะพูดก็คือแม้ว่าจะเป็นพลังของพวกข้าทั้งหมดรวมกัน ”
“ ก็ยังไม่สามารถเทียบได้กับคนที่สร้างหินนี้เพียงแค่คนเดียว ”
หลังจากที่กล่าวจบมันทำให้พวกขุนนางภายในห้องแห่งนี้พากันเงียบไปสักพัก แน่นอนว่าพวกมันยังคงไม่อยากเชื่อเกี่ยวกับสิ่งที่ตนเองนั้นได้ยิน
“ เป็นไปไม่ได้หรอกขอรับจะเป็นไปได้อย่างไรที่คนที่อาศัยอยู่ที่ชายแดนเพียงคนเดียว ”
“ จะสามารถทำแบบนั้นได้ ”
“ เจ้าเองก็ควรจะเข้าใจ เจ้ารู้หรือไม่อักขระที่พวกค่าสร้างขึ้นมาและประทับลงภายในหยกชิ้นนี้ ”
“ ไม่เพียงแค่ว่ามันจำเป็นจะต้องใช้พลังวิญญาณของพวกข้าทั้งหมด ”
“ แต่ว่าพวกข้าเองก็จำเป็นจะต้องใช้เวลาในการสร้างถึง 7 วันเต็มๆ เพียงแค่ชิ้นนี้ชิ้นเดียวค่าใช้เวลาสร้างถึง 7 วันเต็มๆ ”
“ และพลังวิญญาณของข้าที่ใช้ไป พวกข้าเหล่าผู้อาวุโสจำเป็นจะต้องพักฟื้นถึง 10 วัน ”
“ เจ้ารู้หรือไม่ว่ามันหมายความว่าอย่างไรมันหมายความว่าเจ้าหญิงสิ่งนี้มันไม่ใช่สิ่งที่พวกเราจะสามารถสร้างมันขึ้นมาด้วยตนเองโดยการลอกเลียนแบบได้ ”
“ มันใช้พลังวิญญาณมากเกินไปพลังวิญญาณที่ใช้ในการสร้างแต่ละก้อน ”
“ ราวกับว่าพวกมันเป็นพลังวิญญาณที่มากกว่าพลังวิญญาณของมนุษย์หลาย 10 เท่า ”
เมื่อได้รับคำยืนยันจากปากของผู้อาวุโสพวกขุนนางก็พูดไม่ออก ในตอนนี้พวกมันรู้แล้วว่าพวกมันไม่สามารถสร้างของสิ่งนี้ขึ้นมาลอกเลียนได้
แต่การที่พวกมันนิ่งสนิท ก็คงจะเป็นเพราะว่าพวกมันได้รับรู้ว่าตนเองได้สูญเสียผลประโยชน์ที่หอมหวานที่ตนเองนั้นกำลังคาดหวังเอาไว้
ในตอนนี้ราวกับว่าพวกมันโดนผักตกลงไปจากหน้าผาที่หลายคน การลงทุนลงแรงในช่วงตลอดที่ผ่านมามันสูญสิ้นไปทั้งหมด
“ แล้วก็นะตัวของข้าอยากจะทำการเกี่ยวกับพวกเจ้าสักหน่อย ”
“ คนที่สร้างของสิ่งนี้ขึ้นมาต้องไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน ”
“ ทางที่ดีพวกเจ้าไม่ควรจะไปยุ่งกับคนผู้นี้ ไม่เช่นนั้นชีวิตของพวกเจ้าคงจะอยู่ไม่สุขอย่างแน่นอน ”
“ ว…ว่าอย่างไรนะขอรับ…. ”
จบบท