สาวโรงงานร่านสวาท 18 : ปลายทาง
ใต้เงาตึกสูงระฟ้าของคอนโดมิเนียมหรูหราใจกลางเมืองหลวง อากาศยามบ่ายแก่ๆ อบอ้าวและอบอวลไปด้วยกลิ่นท่อไอเสียรวมถึงละอองฝุ่นที่ลอยฟุ้งกระจาย ลานจอดรถชั้นใต้ดินเป็นพื้นที่สลัวที่มีเพียงแสงไฟนีออนไม่กี่ดวงคอยส่องสว่าง ส่งผลให้บรรยากาศโดยรอบดูอึดอัดและเงียบงันราวกับห้องใต้ดินที่ถูกลืมเลือน มีเพียงเสียงครางแผ่วต่ำของระบบระบายอากาศที่ทำงานอย่างอ่อนแรง
ที่มุมหนึ่งข้างเสาปูนขนาดใหญ่ ชัยยืนพิงผนังปูนเปลือยด้วยสภาพเนื้อตัวที่มองดูทรุดโทรมจนแทบไม่เหลือเค้าโครงของชายหนุ่มมาดมั่นคนเดิม ผมเผ้าของเขาหลุดรุ่ยและแห้งกรังราวกับไม่ได้ผ่านการอาบน้ำสระผมมาหลายวัน ใบหน้าคมเข้มซูบตอบลงจนเห็นโหนกแก้มเด่นชัด ดวงตาคู่ที่เคยทอประกายหวานล้ำและเปี่ยมด้วยเสน่ห์ยามจ้องมองสาวๆ บัดนี้กลับแดงก่ำและหมองคล้ำด้วยความเหนื่อยล้าสะสม
เสื้อยืดสีเทาตัวเก่าที่เขาเพิ่งหยิบมาสวมใส่มีรอยยับย่นและคราบฝุ่นสกปรกเกาะอยู่เป็นปื้น กางเกงยีนส์ตัวเก่งซีดจางและมีรอยขาดวิ่นตรงเข่าสะท้อนถึงวิถีชีวิตที่ตกต่ำลงอย่างรวดเร็วในรอบไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ในมือหนาอันสั่นเทาของเขากำลังหิ้วกระเป๋าเป้ใบเก่าสีซีดจนแทบจะกลายเป็นสีเทา ซิปเหล็กด้านข้างปริแยกออกจนเห็นเศษเสื้อผ้าบางชิ้นที่ยัดอยู่ข้างในอย่างลนลาน
ชัยสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามสะกดกั้นความเครียดและแรงกดดันที่บีบคั้นอยู่ในอกจนหัวใจเต้นโครมครามสะท้อนก้องในหู เขามองซ้ายมองขวาด้วยความกระวนกระวายใจสลับกับมองนาฬิกาข้อมือราคาถูกที่สายเริ่มเปื่อยขาด ทุกวินาทีที่ผ่านไปช่างเชื่องช้าราวกับถูกยืดออก หัวสมองของเขาหมุนวนคิดถึงแต่เรื่องราวความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่ทำให้ชีวิตพังทลายลงในพริบตา
จากพนักงานโรงงานที่มีรายได้มั่นคงและมีคนรักที่แสนดีคอยดูแลเอาใจใส่ประคบประหงม บัดนี้เขากลับกลายเป็นคนตกงานที่ไร้หนทางไป ไม่มีแม้แต่เงินที่จะจ่ายค่าเช่าห้องพักราคาถูกที่ซุกหัวนอนเดิม และกำลังจะโดนเจ้าของหอพักขับไล่ไสส่งอย่างไม่มีชิ้นดีในวันพรุ่งนี้ ความผิดหวังและความอับจนหนทางบีบบังคับให้เขาต้องบากหน้าซมซานมาดักรออดีตชู้รักสาวที่นี่
เขานึกถึงคืนวันเก่าๆ ยามที่เคยแอบมาแซ่บกับน้ำอ้อยในคอนโดมิเนียมหรูแห่งนี้ คืนที่เขาเคยทรยศหักหลังก้อยเพื่อมาเสพสมความร่านสวาทบนเตียงนอนหนานุ่ม สัมผัสแห่งความใคร่ที่เขาเคยคิดว่ามันคือความสุขสูงสุดของชีวิต บัดนี้มันกลับกลายเป็นบ่วงกรรมที่รัดคอเขาจนแทบหายใจไม่ออก ชัยลูบไล้ไปตามเนื้อตัวที่หยาบกร้านของตนเองพลางสะอื้นในอกเบาๆ
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้ากระทบพื้นปูนดังสะท้อนมาตามทางเดินสลัว สะกดให้ชัยหันขวับไปมองด้วยความหวังอันริบหรี่ หัวใจของเขาเต้นระทึกรัวแรงเมื่อเห็นร่างอวบอัดสะดุดตาของน้ำอ้อยกำลังก้าวเดินตรงมายังรถเก๋งคันงามสีขาวมุกที่จอดอยู่ไม่ไกล เธอแต่งกายด้วยชุดเดรสเข้ารูปสีส้มอมแดงขับเน้นทรวดทรงอกเป็นอกเอวเป็นเอวอย่างชัดเจนและยั่วยวนสายตา
น้ำอ้อยสวมแว่นตากันแดดแบรนด์เนมสีดำสนิทบดบังดวงตาคู่สวย มือเรียวสะพายกระเป๋าหรูราคาแพงและถือกระเป๋าเดินทางขนาดเล็กอีกใบหนึ่ง ท่าทางของเธดูสง่างามและเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจในตนเอง ผิดแผกกับสภาพรุ่งริ่งเหมือนขอทานของเขาอย่างสิ้นเชิงราวกับอยู่คนละมิติ ชัยรู้สึกเหมือนกระบอกตาของเขาร้อนผ่าวขึ้นมาทันทียามมองภาพความหรูหรานั้น
ชัยไม่รอช้าอีกต่อไป เขารีบก้าวเท้าสับออกตัววิ่งตรงเข้าไปขวางหน้าประตูฝั่งคนขับของรถคันงามทันที ตัวตนที่เคยหยิ่งทะนงของชายหนุ่มก้มลงต่ำอย่างยอมสยบแทบเท้า เขายื่นมืออันสั่นเทาออกไปหวังจะคว้าข้อมือเรียวของหญิงสาวเอาไว้ ทว่าน้ำอ้อยกลับเบี่ยงตัวหลบได้อย่างรวดเร็วพร้อมกับขมวดคิ้วมุ่น นิ่วหน้าด้วยความรำคาญใจและแสดงจริตชิงชัง
"น้ำอ้อย! น้ำอ้อยช่วยพี่ด้วยเถนะ พี่ขอร้อง พี่กราบละ!" ชัยละล่ำละลักพ่นคำพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าคล้ายคนขาดน้ำและอาหารมาหลายวัน ดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างจ้องมองใบหน้าจิ้มลิ้มของหญิงสาวด้วยความเว้าวอนอย่างที่สุด หวังจะได้เห็นแววตาแห่งความเห็นใจและเยื่อใยเสน่หาซ่อนอยู่หลังแว่นตากันแดดสีเข้มนั้นบ้าง
น้ำอ้อยขยับมือเรียวถอดแว่นตากันแดดออกช้าๆ เผยให้เห็นดวงตากลมโตที่ว่างเปล่าและเย็นเยียบประดุจน้ำแข็งขั้วโลก ไม่มีกระแสความผูกพันหรือเสน่หาทางกายหลงเหลืออยู่แม้เพียงอณูเดียว เธอถอยห่างออกไปหนึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่างราวกับเขากำลังเป็นตัวนำพาโรคระบาดร้ายแรงที่น่ารังเกียจเข้ามาสู่ตัวเธอ
"มีธุระอะไรกับน้ำอ้อยอีกคะพี่ชัย? น้ำอ้อยว่าน้ำอ้อยพูดไปชัดเจนแล้วไม่ใช่เหรอคะว่าเรื่องของเรามันจบลงไปตั้งแต่วันที่พี่โดนไล่ออกจากโรงงานแล้ว" น้ำอ้อยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งไร้ความรู้สึกเคลื่อนไหวใดๆ ในน้ำเสียงหวานใสปะปนไปด้วยความห่างเหินและเฉยชาชวนให้อดีตชู้รักรู้สึกหนาวเหน็บเข้าไปถึงขั้วกระดูก
"พี่ไม่มีเงินเหลือแล้วน้ำอ้อย... เงินเก็บทั้งหมดพี่ต้องเอาไปจ่ายค่าปรับค่าเสียหายเรื่องที่ก่อไว้ในโรงงานหมดเลย ตอนนี้พี่ตกงาน ไม่มีงานทำ ไม่มีเงินจ่ายค่าห้อง หอพักเขาก็กำลังจะไล่พี่ออกไปในวันพรุ่งนี้แล้ว" ชัยพร่ำพรรณนาถึงความทุกข์ยากลำบากอย่างน่าเวทนา หยาดน้ำตาเริ่มรื้นขึ้นมาคลอเบ้าตาช้ำๆ ของเขา
"แล้วก้อย... ก้อยก็ตัดขาดจากพี่ไปถาวรแล้ว พี่ไม่เหลือใครอีกแล้วจริงๆ นะน้ำอ้อย พี่ขอร้องเถอะ ขอพี่ตามไปอยู่ต่างจังหวัดด้วยคนเถอะนะ พี่สัญญาว่าจะช่วยทำงานทุกอย่างที่น้ำอ้อยสั่ง พี่จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เลย จะให้พี่ทำอะไรพี่ก็ยอมทั้งนั้น" ชัยทรุดเข่าทั้งสองข้างลงบนพื้นปูนซีเมนต์ลานจอดรถที่ร้อนระอุอย่างหมดท่า
ความอับจนหนทางทำให้ชายอกสามศอกยอมคุกเข่าอ้อนวอนผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงแค่ของเล่นชั่วคราวและเป็นแหล่งระบายความใคร่ บัดนี้วิบากกรรมร้ายแรงที่เขาก่อไว้กับคนรักเก่ากำลังย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจของเขาจนแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี ชัยประนมมือไหว้ขึ้นมามองน้ำอ้อยประหนึ่งเป็นที่พึ่งสุดท้ายในชีวิตที่มืดมนอนธการ
น้ำอ้อยจ้องมองภาพชายตรงหน้าที่กำลังคุกเข่าประนมมือแทบเท้าด้วยสายตาเย้ยหยันและสมเพชอย่างไม่ปิดบัง มุมปากของเธอหยักลึกขึ้นเป็นรอยยิ้มเหยียดหยามอย่างถึงที่สุด หญิงสาวพรูลมหายใจยาวพลางหัวเราะในลำคอเบาๆ คล้ายกำลังดูละครตลกราคาถูกเรื่องหนึ่งที่ตัวเอกช่างโง่เขลาและน่าสมเพชเกินกว่าจะอภัยให้ได้
"ตามน้ำอ้อยไปต่างจังหวัดงั้นเหรอคะพี่ชัย? คิดได้ยังไงกันคะเนี่ย?" น้ำอ้อยเอ่ยพลางส่ายหน้าเบาๆ น้ำเสียงปนความสะใจและเย้ยหยันโชคชะตาของเขา "พี่คิดว่าน้ำอ้อยเป็นคนใจบุญสุนทานที่จะต้องมาคอยอุปถัมภ์เลี้ยงดูหมาจนตรอกตกงานไม่มีเงินอย่างพี่งั้นเหรอคะ? หรือคิดว่าตัวน้ำอ้อยเป็นมูลนิธิการกุศล?"
"พี่ชัยลืมตาดูความจริงบ้างหรือเปล่าคะว่าเราสองคนแอบแซ่บกันเพราะอะไร? น้ำอ้อยเคยบอกพี่ตอนไหนเหรอคะว่ารักพี่จนอยากจะร่วมหอลงโลงหรือใช้ชีวิตคู่สร้างอนาคตร่วมกัน?" หญิงสาวเหยียดยิ้มร้ายกาจขยับก้าวเข้าไปใกล้ เล็งสายตาคมกริบสะกดใจชายชู้รักเก่าที่บัดนี้ไร้ราคา
"พี่มาหาความร่อนสวาทและรสรักแปลกใหม่จากตัวน้ำอ้อย ส่วนน้ำอ้อยก็ต้องการเงินและข้าวของแบรนด์เนมรวมถึงผลประโยชน์ที่พี่เปย์ให้ยามที่พี่มีเงินในกระเป๋า เราสองคนต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์แลกเปลี่ยนกันอย่างแฟร์ๆ บนเตียงนอน ไม่มีอะไรผูกมัดหรือติดค้างกันไปมากกว่าเรื่องกามารมณ์เลยสักนิดเดียวค่ะ"
คำพูดของน้ำอ้อยประดุจใบมีดโกนแหลมคมที่กรีดเฉือนลงบนเนื้อใจของชัยอย่างโหดเหี้ยมและเฉียบขาด เขานั่งคุกเข่าตัวสั่นสะท้านปากอ้าค้าง สติแทบหลุดลอยเมื่อตระหนักว่าผู้หญิงสะสวยตรงหน้าไม่เคยมีความรักหรือความผูกพันให้แก่เขาเลยแม้แต่เศษเสี้ยวเดียว ทุกสิ่งเป็นเพียงภาพลวงตาที่ฉาบไว้ด้วยความใคร่
ทุกความเร่าร้อนทางกายบนเตียงคอนโดหรู ทุกถ้อยคำกระซิบซ่านยามที่เธอขึ้นโยกย้ายขย่มสะโพกกลมกลึงอยู่บนแก่นกายร้อนผ่าวของเขาบดเบียดเนื้อนุ่มอุ่นตอดขมิบรัดรวดร้าวสยิวใจ บัดนี้มันกลายเป็นเพียงกลลวงและข้อตกลงทางธุรกิจกามารมณ์ที่สิ้นสุดลงอย่างไร้ความปรานีเมื่อเงินในกระเป๋าของเขาหมดเกลี้ยง
"แต่น้ำอ้อย... พี่รักน้ำอ้อยนะ พี่อุตส่าห์ยอมทรยศก้อย ยอมทิ้งผู้หญิงแสนดีที่สร้างตัวมาด้วยกันเพื่อมาเลือกเธอเลยนะ ทำไมเธอถึงทำกับพี่ได้อย่างเย็นชาและโหดร้ายขนาดนี้" ชัยพยายามยื่นมือไปคว้าชายกระโปรงเดรสของหญิงสาวเพื่อหวังจะเหนี่ยวรั้งความสัมพันธ์สุดท้ายไว้ด้วยจิตใจที่แหลกสลาย
"อย่ามาแตะต้องตัวน้ำอ้อยนะ!" น้ำอ้อยตวาดเสียงแข็งกร้าวพลางก้าวถอยหลังหลบมือสกปรกของชัยอย่างรวดเร็ว แววตาของเธอแปรเปลี่ยนเป็นวาวโรจน์ด้วยความโกรธระคนรังเกียจเดียดฉันท์อย่างแสนสาหัส ราวกับเพิ่งพบเห็นกองขยะเน่าเหม็นที่ส่งกลิ่นรบกวนจมูกของเธอ
"พี่กล้าพูดยังไงคะว่ายอมทิ้งเมียเพื่อน้ำอ้อย? พี่มันเห็นแก่ตัว หาเรื่องนอกใจก้อยเพราะความมักมากในกามของตัวเองแท้ๆ อย่ามาโยนความผิดบาปให้น้ำอ้อยหน่อยเลยค่ะ คนไม่มีหัวคิดแถมยังไม่มีปัญญาเลี้ยงดูตัวเองอย่างพี่ ขืนตามน้ำอ้อยไปก็มีแต่จะเป็นภาระคอยเกาะกินน้ำอ้อยเปล่าๆ"
"ไสหัวออกไปจากชีวิตของน้ำอ้อยได้แล้วค่ะพี่ชัย อย่ามาทำตัวน่ารำคาญขวางทางรถของคนอื่นเขา ถ้าน้ำอ้อยเห็นพี่มาป้วนเปี้ยนแถวนี้อีก น้ำอ้อยจะเรียกพนักงานรักษาความปลอดภัยให้ลากคอพี่ส่งตำรวจข้อหาบุกรุกและก่อความเดือดร้อนรำคาญใจทันที! จะลองดูก็ได้นะคะ!"
น้ำอ้อยไม่ปรายสายตามองชายหนุ่มอีกต่อไป เธอเปิดประตูรถยนต์ก้าวขึ้นไปนั่งประจำตำแหน่งคนขับ ปิดประตูดังปังใหญ่ ล็อกรถจากด้านในอย่างแน่นหนา สตาร์ตเครื่องยนต์ส่งเสียงครางกระหึ่ม เร่งเครื่องปรับอากาศให้เย็นฉ่ำ ทิ้งให้ชัยเผชิญหน้ากับความว่างเปล่าและความร้อนระอุใต้ตึก
ชัยทรุดร่างนั่งแหมะลงกับพื้นคอนกรีตลานจอดรถที่ร้อนระอุและเปี่ยมไปด้วยกลิ่นฝุ่น หัวใจเดาะแหลกสลายไม่มีชิ้นดี หยาดน้ำตาอุ่นร้อนไหลทะลักออกจากดวงตาเปื้อนฝุ่นอาบแก้มตอบซูบ ชายหนุ่มยกมือสองข้างขึ้นปิดใบหน้าร่ำไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวดร้าวรานและสมเพชในความโง่เขลาของตัวเอง
ความโดดเดี่ยวอ้างว้างและหนาวเหน็บแล่นจู่โจมเข้ากัดกินดวงวิญญาณของเขาจนหมดสิ้น ความจริงที่โหดร้ายกางกรงเล็บขย้ำจิตใจจนสั่นสะท้าน เขารู้ซึ้งแล้วว่าวิบากกรรมที่ตนเองก่อขึ้นจากการนอกใจก้อยหญิงสาวผู้แสนซื่อสัตย์กำลังตามมาสนองในชาตินี้อย่างทันตาเห็นโดยไม่ต้องรอชาติหน้า
ก้อยเคยเตือนเขา คอยเป็นห่วงเป็นใยและคอยอยู่เคียงข้างในยามยากลำบากคอยแบ่งเบาภาระทุกข์สุข แต่เขากลับตามัวหลงผิดเลือกตัณหากามารมณ์ชั่วคราวชื่นชมความร่านสวาทจอมปลอมของน้ำอ้อย จนต้องลงเอยโดดเดี่ยวเหมือนหมาข้างถนนที่ไร้คนเหลียวแล ไม่มีบ้านให้กลับและไม่มีรังรักให้อาศัยอีกต่อไป
ในขณะเดียวกัน เสียงอื้ออึงของเครื่องยนต์รถปรับอากาศที่วิ่งผ่านไปมาและเสียงประกาศของเครื่องขยายเสียงดังระงมสะท้อนไปทั่วบริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ หรือหมอชิตสอง ผู้คนมากหน้าหลายตาพากันหิ้วกระเป๋าเดินทางสัญจรขวักไขว่ กลิ่นควันรถทัวร์และฝุ่นละอองลอยตลบอบอวลในอากาศ
ก้อยยืนลากกระเป๋าเดินทางสีชมพูอ่อนใบใหญ่ที่เพิ่งซื้อมาใหม่ ใบหน้าของเธอแม้จะยังซีดเซียวและมีแววความเหนื่อยล้าทางสายตาอยู่บ้าง ทว่าร่องรอยของคราบน้ำตาและความโศกเศร้าฟูมฟายจากแผลใจที่โดนหักหลังทำร้ายดวงใจได้ถูกชะล้างออกไปจนหมดสิ้นแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงความเข้มแข็ง
นัยน์ตาของเธอฉายแววเด็ดเดี่ยวกล้าแกร่งหลังจากผ่านมรสุมชีวิตครั้งใหญ่ ก้อยตัดสินใจหันหลังให้กับกรุงเทพฯ เมืองหลวงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดโสมมและความทรงจำที่แหลกสลาย เพื่อเดินทางกลับสู่บ้านเกิดต่างจังหวัด กลับไปหาอ้อมกอดของครอบครัวและพ่อแม่ที่จะคอยเยียวยารักษาจิตใจ
เธอวางแผนจะใช้เงินเก็บก้อนที่เหลือบวกกับประสบการณ์ทำงานโรงงานหลายปี ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ทำธุรกิจค้าขายเล็กๆ ในชุมชนบ้านเกิด พึ่งพาตนเองและสร้างครอบครัวใหม่โดยไม่ต้องรอคอยความช่วยเหลือหรือความจริงใจปลอมๆ จากผู้ชายทรยศคนไหนอีก ดวงตากลมโตหันมองรถทัวร์ปรับอากาศที่จอดรออยู่
เสียงเตือนข้อความและสายเรียกเข้าสั่นระริกอยู่ในกระเป๋ากางเกงยีนส์ของเธอหลายครั้ง ก้อยหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาเปิดดูเห็นรายชื่อผู้โทรเข้าเป็นเบอร์ของชัยที่พยายามติดต่อเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง รวมถึงข้อความขอคืนดีและพร่ำพรรณนาสัญญาจอมปลอมที่เด้งขึ้นมาเตือนในกล่องข้อความส่วนตัวเป็นระยะ
ก้อยมองดูหน้าจอโทรศัพท์ด้วยความนิ่งเฉยดั่งผิวน้ำที่ไร้ระลอกคลื่น หัวใจของเธอไม่รู้สึกสั่นไหวหรือเจ็บปวดรวดร้าวเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว มีเพียงความว่างเปล่าและความรู้สึกสมเพชต่อผู้ชายที่เคยบอกว่ารักนักรักหนาทว่ากลับทำตัวสกปรกแอบแซ่บชู้รักลับหลังอย่างน่าสะอิดสะเอียน
ปลายนิ้วเรียวของเธอกดเข้าหน้าการตั้งค่าอย่างไม่ลังเล ก่อนจะกดบล็อกเบอร์โทรศัพท์ของชัยอย่างเด็ดขาด และตามไปบล็อกทุกช่องทางการสื่อสารทางโซเชียลมีเดีย เฟซบุ๊ก ไลน์ และทุกๆ แอปพลิเคชันส่งข้อความอย่างไม่มีข้อยกเว้น เพื่อปิดตายหนทางกลับเข้ามาในชีวิตของเธออย่างสมบูรณ์และถาวร
ก้อยสอดโทรศัพท์มือถือเก็บเข้ากระเป๋ากางเกงอย่างเงียบงัน หลับตาลงสูดหายใจเข้าลึกๆ ยิ้มรับสายลมร้อนที่พัดผ่านผิวแก้ม ก่อนจะหยิบกระเป๋าเดินทางลากก้าวเดินขึ้นบันไดรถทัวร์ปรับอากาศไปช้าๆ โดยไม่คิดจะหันกลับมามองเบื้องหลังอีกเลย ชีวิตของเธอต่อจากนี้ไม่มีพื้นที่สำหรับชัยอีกต่อไป
ทางด้านชัยที่ยังคงนั่งกองอยู่บนพื้นปูนลานจอดรถใต้คอนโดหรู เขาพยายามดึงสมาร์ตโฟนหน้าจอแตกร้าวของตัวเองขึ้นมาด้วยปลายนิ้วอันสั่นเทา กดโทรออกหาก้อยอีกครั้งด้วยความหวังสุดท้าย ทว่าปลายสายมีเพียงเสียงระบบตอบรับอัตโนมัติแจ้งว่าไม่สามารถติดต่อเลขหมายปลายทางได้ในขณะนี้
ชัยพยายามพิมพ์ข้อความส่งทางแอปพลิเคชันแชต ส่งคำว่าขอโทษและขอโอกาสแก้ตัวใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทว่าข้อความเหล่านั้นกลับไม่ขึ้นสถานะว่าเปิดอ่านและไม่มีการตอบรับใดๆ ส่งกลับมาเลย เขารู้ดีแก่ใจแล้วว่าก้อยได้บล็อกเขาทุกช่องทางอย่างถาวร และตัดขาดเขาออกไปจากชีวิตของเธอเรียบร้อยแล้ว
เขาสูญเสียผู้หญิงที่ดีที่สุดในชีวิตไปอย่างไม่มีวันได้คืนกลับมา ความรู้สึกผิดบาปและความโดดเดี่ยวเยือกเย็นกัดกินเข้าไปในจิตวิญญาณจนปวดร้าว ชัยได้แต่นอนฟุบหน้ากอดกระเป๋าเสื้อผ้าใบเก่าร้องไห้คร่ำครวญปานจะขาดใจ สะท้อนผลกรรมแห่งตัณหาราคะและความร่านสวาทที่ไม่มีวันได้รับการอภัย
บ่ายวันเดียวกันภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดังใจกลางเมืองหลวง น้ำอ้อยสลัดภาพเด็กสาวขี้วีนในลานจอดรถทิ้งไปจนสิ้น เธอเดินนวยนาดก้าวฉับๆ ด้วยความมั่นใจไปยังโซนตู้ถอนเงินสดอัตโนมัติหรือเอทีเอ็มของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ เพื่อสะสางและตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินก้อนสุดท้ายของเธอ
มือเรียวสวยหยิบบัตรเดบิตส่วนตัวเสียบเข้าช่องตู้ถอนเงินกดยอดรหัสผ่านแปดหลักอย่างคล่องแคล่วว่องไว ใบหน้าสะสวยแต่งแต้มเครื่องสำอางชั้นดีจับจ้องหน้าจอสัมผัสด้วยหัวใจที่เต้นรัวเบาๆ ด้วยความคาดหวังในชัยชนะและอิสรภาพทางการเงินที่เธอกำลังจะได้ครอบครองอย่างเต็มภาคภูมิในชีวิต
หน้าจอปรากฏตัวยอดเงินคงเหลือในบัญชีออมทรัพย์ส่วนตัวรวมทรัพย์สินต่างๆ และมูลค่าทองคำแท่งสะสมในตู้เซฟที่เธอแปรสภาพผันเปลี่ยนเป็นตัวเลขเจ็ดหลักเรียบร้อยแล้ว ยอดเงินฝากและทรัพย์สินทั้งหมดรวมกันเป็นมูลค่าสูงถึง 5,000,000 บาทถ้วน! มันแสดงเด่นหราอยู่บนหน้าจอนั้นอย่างชัดเจน
ตัวเลขห้าล้านบาทบนหน้าจอส่องแสงระยิบระยับสะท้อนแววตาคู่สวย ส่งผลให้ใบหน้าของน้ำอ้อยประดับไปด้วยรอยยิ้มกริ่มอย่างสบายอกสบายใจ มันเป็นชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของสาวโรงงานไร้หัวใจที่ใช้เรือนร่าง มารยาหญิง และจริตร่านสวาทตักตวงจากความโง่เขลาและกิเลสตัณหาของพวกผู้ชายหน้ามืด
เงินจำนวนห้าล้านบาทนี้เพียงพอที่จะเนรมิตชีวิตใหม่ให้เธอกลับไปเปิดร้านสปาหรูหราหรือร้านบิวตี้ครบวงจรที่ต่างจังหวัดบ้านเกิด ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายร่ำรวยเป็นคุณนายโดยไม่ต้องทนหลังขดหลังแข็งทำงานในไลน์ผลิตโรงงานที่ต้องดมกลิ่นสารเคมีและรับแรงกดดันจากหัวหน้างานอีกต่อไป
น้ำอ้อยกดรับสลิปเงินฝาก ดึงบัตรเดบิตเก็บเข้ากระเป๋าสะพายใบหรูก่อนจะหมุนตัวเดินนวยนาดกลับไปยังรถเก๋งคันงามสีขาวมุกของตนเอง เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นห้างดังสะท้อนถึงความมั่นใจและเด็ดเดี่ยว ไม่มีแม้แต่ความรำลึกเสียใจหรือรู้สึกผิดบาปต่อสิ่งที่ทำลงไปเลยสักนิดเดียว
เธอเปิดประตูรถก้าวเข้าไปนั่งประจำตำแหน่งคนขับ ดึงกระเป๋าสะพายวางไว้ข้างเบาะ ปรับเบาะหนังแท้ให้เข้าที่ตามสรีระ ก่อนจะสตาร์ตเครื่องยนต์และปรับเครื่องปรับอากาศให้เย็นฉ่ำสบายผิว ลูบไล้พวงมาลัยรถเก๋งคันงามด้วยความพึงใจในชีวิตใหม่ที่สวยงามไร้เงาของคนจนๆ เข้ามาฉุดรั้ง
หญิงสาวจับพวงมาลัยอย่างมั่นคง สับเกียร์เดินหน้าและเคลื่อนรถออกจากห้างสรรพสินค้ามุ่งหน้าออกจากเขตเมืองหลวงที่แสนวุ่นวาย สายตาคู่สวยทอดมองเส้นทางหลวงสายเอเชียข้างหน้ามุ่งตรงสู่ต่างจังหวัดเพื่อกลับบ้านเกิดไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่มั่นคงด้วยเงินสะสมจากอเวจีสวาทก้อนโต
น้ำอ้อยมองกระจกมองหลังเห็นภาพตึกระฟ้าและฝุ่นละอองของกรุงเทพฯ ค่อยๆ ห่างออกไปเบื้องหลังทีละน้อย พร้อมกับภาพของชัยชู้รักเก่าที่เพิ่งโดนสะบัดทิ้งอย่างไม่ใยดี ทุกความสัมพันธ์ที่แตกร้าวและอดีตอันโสมมในโรงงานแห่งนั้นถูกละทิ้งไว้ข้างหลังอย่างไม่มีวันหวนกลับไปหาอีกต่อไป
มุมปากของน้ำอ้อยประดับด้วยรอยยิ้มกริ่มไร้ซึ่งความกังวลใจใดๆ ในสมองของเธอมีเพียงภาพฝันของความร่ำรวยและธุรกิจร้านสปาที่บ้านนอกที่เธอกำลังจะไปเป็นเจ้าของกิจการด้วยความสุขสงบ เธอตัดสินใจเหยียบคันเร่งส่งรถเก๋งคันงามทะยานมุ่งหน้าต่อไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วและเบาใจ