“ไอ้ลูกเวร ฉันมีอะไรจะสั่งเสีย”
“สั่งลาโว๊ยตาแก่ พูดเป็ลางไปได้”
“การเดินทางอันตรายมาก ทุกย่างก้าวต้องระวังให้ดี หากไปถึงเมืองหลงไห่แกต้องรีบเข้าสถาบัน จากนั้นก็เรียนจนกว่าอายุจะถึง 20 เข้าใจไหม แล้วก็อย่าลืมพกความหน้าด้านไปด้วย ฉันอุส่าสอนให้ตั้งหลายปี หากใช้มันดีๆจะทำให้แกอยู่รอดอย่างปลอดภัย”
“รู้แล้วตาแก่”
“ถ้าแกเจอผู้หญิงสวยจับทำเมียซะ”
“ตาแก่เวร คำสอนนี้มันบ้าอะไรกัน แต่ก็ดีนะผมชอบ” ตงฟางฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟัน
“อีกอย่างนะ หากแกอยากสนุกเมื่อไปถึงเมืองหลวงแกจงเดินทางไปยังตระกูลที่ฉันบอกเพื่อส่งจดมาย แต่ถ้าแกเหนื่อย อยากพักผ่อน อยากอยู่เงียบๆเรียบง่ายรอการแก้แค้นอย่างเดียว ให้แกเข้าวิหารให้ได้ก่อน จากนั้นก็เดินทางไปตระกูลหลี่แล้วค่อยไปตระกูลที่แกต้องส่งจดหมาย การใช้ชีวิตในเมืองหลวงจะเรียบเงียบ เอาล่ะจำเอาไว้ หากเจอสาวสวยจับทำเมียซะ”
“โว๊ย~! ตาแก่เฮงซวย”
ตงฟางนั่งอมยิ้มด้านหลังรถม้าที่เขาขอติดมาด้วยจากการยัดเงินของพ่อที่ฝากให้เขาเดินทางมากับกลุ่มพ่อค้าเพื่อเข้าเมืองหลงไห่ บทสนทนามากมายที่ตงฟางได้ยินล้วนแล้วเป็คำพูดที่เกิดขึ้นเมื่อหลายชั่วโมงก่อนที่เขาเดินทางออกจากหมู่บ้านไม้เขียว
จากบทสนนาที่พ่อเล่าให้ฟังทำให้เขารับรู้ได้ว่าอิสระภาพที่เขาวาดฝันไว้หายไปแล้ว จำเป็ต้องก้าวเดินไปตามเส้นทางการแก้แค้น ถึงอย่างนั้นเขาจะไม่ทำให้ตัวเองโกรธแค้นจนต้องบุกตะบันฟันแหลก เขาคิดว่าจะค่อยๆวางแผนทำลายพวกมันทีละเล็กน้อย ให้พวกมันได้ทรมานก่อนจากนั้นถึงจะฆ่า
เส้นทางแรกที่พ่อของเขาแนะนำมาหลังจากเดินทางออกจากหมู่บ้านคือการเดินทางไปให้ถึงเมืองหลงไห่ เส้นทางนี้เขาไม่ต้องทำอะไรเพียงแค่เรียน บุญคุณความแค้นยังไม่ต้องนึกถึงมัน หากเขาเดินทางไปถึงเมืองหลงไห่แล้วเขาจำเป็ต้องเดินทางตามหาสถาบันเพื่อเข้าศึกษา
สาเหตุที่เขาต้องเข้าศึกษาในสถาบันเมืองหลงไห่ก็เพราะว่าเขาต้องมีพลังมากกว่านี้หากจะเดินทางไปยังเมืองหลวงจักรวรรดิเทียนหยวน พ่อของเขาวางแผนให้เขาศึกษาจนกว่าอายุจะครบ 20 ปี โดยไม่บอกว่าทำไมถึงต้องเข้าศึกษาสถาบันเมืองหลงไห่ บอกเพียงแค่ว่าเขาจะได้รู้เองในสักวัน
เมื่อครบอายุ 20 ปี ตงฟางจะต้องเดินทางไปเมืองหลวงจักรวรรดิเทียนหยวน พ่อของเขายังเตือนอีกว่า หากเขาใจร้อนสามารถเดินทางไปก่อนได้ไม่จำเป็ต้องรออายุ 20 ปี
ตงฟางรู้ดีว่าคำพูดของพ่อแฝงความอันตรายเอาไว้ เขาจึงต้องศึกษาในสถาบันหลงไห่จนกว่าอายุจะครบ 20 ปี
ไม่เพียงทิ้งคำพูดเอาไว้ให้เท่านั้น พ่อของเขาได้ให้ของขวัญมา 3 อย่างด้วยกัน บอกเพียงแค่ว่ามันจะเป็สิ่งที่ทำให้เขาสนุกยิ่งขึ้นกับการใช้ชีวิตเมื่อเดินทางไปถึงเมืองหลวงจักรวรรดิเทียนหยวน
ของสิ่งแรกเป็ม้วนหนังสือบางอย่าง เขาไม่สามารถเปิดอ่านได้เพราะมันลงยันต์อาคมเอาไว้ พ่อของเขาบอกเพียงแค่ว่ามันจะเปิดได้ก็ต่อเมื่อไปถึงตระกูลที่เขาต้องส่งมอบม้วนกระดาษนี้
ม้วนกระดาษที่สองเป็ม้วนกระดาษที่สามารถเปิดได้หลังจากมอบม้วนกระดาษแรก เขาจึงเก็บไว้อย่างดี สิ่งสุดท้ายที่พ่อของเขามอบให้คือจี้หยกห้อยคอ บอกเพียงแค่ว่าหากตระกูลหลี่เห็นมันเขาจะเข้าใจเอง
ด้วยของทั้ง 3 อย่างนี้ตงฟางจึงเก็บไว้ในอกเสื้ออย่างดีกลัวว่ามันจะหาย เขาต้องรักษามันตลอด 5 ปี หากทำหายหรือถูกทำลายเขาเชื่อว่าชีวิตในเมืองหลวงจะต้องวุ่นวายแน่นอน
“ตงฟาง แกเป็อะไรวะ เดี๋ยวก็ยิ้มเดี๋ยวก็ถอนหายใจ”
ลู่จิวมองไปยังตงฟาง เขารู้สึกได้ถึงอารมณ์อันหลากหลายของเพื่อนตัวเองที่ปล่อยออกมาทางสีหน้า การที่เขานั่งอยู่หลังรถม้าข้างๆตงฟางก็เพราะว่าเขามีิญญายุทธ์ดาบระดับ 2 ชาวบ้านจึงส่งเขาไปเรียนที่เมืองหลงไห่เพื่อกลับมาดูแลหมู่บ้าน
“มีหลายอย่างให้คิด”
“เอาน่า อายุ 15 เองอย่าพึ่งไปคิดอะไรให้ปวดหัว ใช้ชีวิตให้คุ้มก่อนแล้วค่อยคิดก็ไม่เสียหาย”
“นั่นสินะ แต่การนั่งอยู่บนรถม้าเป็เวลา 1 เดือนทำให้ฉันเริ่มเบื่อแล้วสิ”
“นั่นสิ กว่าจะถึงเมืองหลงไห่เราไม่รากงอกเลยเหรอ ฮ่าๆๆ”
ตงฟางหลับตานอนพลางคิดถึงสิ่งที่ได้คุยกับพ่อ เื่แรกถือว่าพ่อของเขาได้ทำสำเร็จนั่นคือถ่ายทอดความรู้เื่สมุนไพรทั้งใช้สำหรับรักษาและใช้สำหรับฆ่าให้เขาทั้งหมด แม้วิธีหลอมยาจะสอนไม่หมดเขากลับคิดว่าตัวเองสามารถนำทักษะดารา์ 54 ฝ่ามือมาต่อยอดได้ มันจะเป็ทักษะหาเงินให้เขาเป็อย่างดีเมื่อเข้าถึงเมืองหลงไห่
เื่ที่สองที่ทำให้เขาไม่สบายใจคือร่างกายตัวเอง พ่อของเขาบอกว่าภายในร่างตอนนี้มีสายเืัมารา เพียงแต่ว่าเขามีครึ่งเดียวจึงเป็ผลเสียต่อร่างกายตนเอง มันทำให้เืของเขามีพิษ หากเขาไม่สามารถหาของวิเศษมาเพิ่มความเข้มข้นของเื เขาจะป่วยจากพิษไปตลอด แม้จะไม่ตายมันกลับทรมานร่างของเขา
ถึงอย่างนั้นก็พอมีของบางอย่างช่วยให้เขาอยู่ร่วมกับพิษได้โดยไม่เกิดอันตราย นั่นคือการหาทักษะมาใช้ควบคุมพิษในร่างกาย
ส่วนเื่ิญญายุทธ์เสียหาย เขาจำเป็ต้องหายามาฟื้นฟูมันเช่นกัน ตอนนี้เขาจึงมีจุดหมาย 2 อย่างด้วยกัน หนึ่งคือการเพิ่มความเข้มข้นของสายเื สองรักษาิญญายุทธ์ให้กลับมาสมบูรณ์ ด้วยความหวังว่าสถาบันในเมืองหลงไห่จะหาคำตอบให้เขาได้
เื่ที่สามเป็เื่ที่เขาจะต้องทำหลังจากอายุครบ 20 ปี คือการเดินทางไปยังเมืองหลวงจักรวรรดิเทียนหยวน เขาจำเป็ต้องสืบเื่ราวกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับการขโมยดวงตาและิญญายุทธ์ของเขาให้หมดทุกคน จากนั้นก็เริ่มแก้แค้นพวกมัน
“ให้ตายสิ แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว”
ตงฟางขยี้ผมเล็กน้อยแล้วมองไปยังลู่จิวที่กำลังหลับเป็ตาย เขารู้สึกอิจฉาเล็กน้อยเพราะเพื่อนของเขาไม่สนอันตรายที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้สูงใน่เดินทางเลยสักนิดเดียว
การเดินทางไปเมืองหลงไห่ พวกเขาจำเป็ต้องผ่านหมู่บ้านมากมาย โดยไม่รู้เลยว่าพ่อค้าจะแวะหมู่บ้านไหนบ้าง สิ่งที่เขารู้มีเพียงแค่ระยะเวลาในการเดินทางที่ใช้เวลา 1 เดือนเท่านั้น จึงบอกตัวเองให้อยู่นิ่งๆบนหลังรถม้าพลางมองหาอะไรทำ
“ให้ตายสิ รู้อย่างนี้ขโมยแหวนเก็บของนักบวชมาก็สิ้นเื่ จะได้นำของติดตัวมามากกว่านี้”
ตงฟางมองจ้องไปยังห่อผ้า การเดินทางออกจากหมู่บ้านเขานำติดตัวมาเพียงแค่เงินและเสื้อผ้าเท่านั้น ของมีค่าบนตัวของเขามีเพียงเข็มทั้ง 100 เล่ม นอกจากนี้ไม่มีอะไรเลยสักอย่าง หลังจากมองลงไปข้างทางจนพบเข้ากับป่าไม้มากมายตลอดทาง เขาก็ไม่พบสิ่งที่ใช้แก้เบื่อได้ จึงต้องปล่อยให้เวลา 1 เดือนต่อจากนี้เสียไปโดยเปล่าประโยชน์
“ไม่สิ มันจะต้องไม่เปล่าประโยชน์”
“แกพูดอะไรตงฟาง”
ลู่จิวลืมตามองดูเพื่อนตัวเองหลังจากได้ยินเสียงบ่นพึมพัมอยู่คนเดียว
“เปล่าหรอกลู่จิว ว่าแต่แกรู้เกี่ยวกับเมืองหลงไห่ไหม”
“หืม เมืองหลงไห่เหรอ หัวหน้าหมู่บ้านเล่าให้ฟังว่ามันเป็เมืองใหญ่ที่ดูแลหมู่บ้านทั้งหมดทางฝั่งทิศตะวันตกของเมืองหลวงจักรวรรดิเทียนหยวน”
“อ๋อ แล้วเื่สถาบันล่ะ”
“ผู้นำหมู่บ้านเล่าว่า ในเมืองหลงไห่มี 4 สถาบันได้แก่ สถาบันดารา เป็สถาบันสำหรับผู้้าฝึกฝนในด้านการใช้ดาบ สถาบันชิงอี้ล้วนเต็มไปด้วยผู้้าฝึกใช้กระบี่ สถาบันอี้ิเต็มไปด้วยกลุ่มคนใช้มือเปล่า พวกเขาล้วนแล้วมีิญญายุทธ์สัตว์อสูร ส่วนสถาบันสุดท้าย สถาบันเฟยเทียน เป็สถาบันขยะ”
“อ้าวเฮ่ย ทำไมพูดแบบนั้นล่ะไอ้ลู่จิว มีด้วยเหรอสถาบันขยะ”
“ก็หัวหน้าหมู่บ้านบอกแบบนี้ เขาบอกว่าสถาบันเฟยเทียนล้วนแล้วรวมพวกขยะเอาไว้ พวกที่ไม่สามารถเข้าเรียนสถาบันดารา สถาบันชิงอี้ สถาบันอี้ิ ล้วนเข้าสถาบันเฟยเทียนทั้งหมด จึงเป็เหมือนสถานที่รวมขยะ”
“อ๋อ แต่แกอย่าไปพูดแบบนี้ให้ใครได้ยินนะโว๊ย เดี๋ยวคนในสถาบันได้ยินแกจะโดนเล่นไม่น้อย แล้วแกจะเข้าสถาบันไหน”
“ฉันเหรอ จากความสามารถของิญญายุทธ์ระดับ 2 ฉันว่าจะเข้าสถาบันดารา มันเหมาะกับฉันมากกว่า”
“อ๋อเหรอ”
ตงฟางพยักหน้าจากนั้นก็นอนบนรถม้าต่อไป เขาไม่อยากดับฟันเพื่อนตัวเองด้วยการลากความฝันไปตบข้างถนนจึงเลือกที่จะเงียบ
จากการวิเคราะห์หลายสิ่งหลายอย่าง เขาเชื่อว่าเมืองหลงไห่จะต้องเต็มไปด้วยเด็กมีความสามารถ ค่าเฉลี่ยของพลังน่าจะอยู่ระดับััิญญาขั้น 1 ไม่ต่างจากเขา สำหรับลู่จิวที่เป็เพียงระดับชำระชีพจรขั้น 2 เขาเชื่อว่ามันจะไม่ผ่านการทดสอบเข้าสถาบันดาราอย่างแน่นอน สุดท้ายสิ่งที่ลู่จิวทำได้คือเข้าเรียนสถาบันเฟยเทียน สถาบันรวมเหล่าผู้เป็ขยะเอาไว้
“เอ น่าสนุกจังเลย หากเข้าสถาบันขยะแล้วไปไล่ตบสถาบันชั้นนำจะเกิดอะไรขึ้นนะ”
ด้วยกฎการใช้ชีวิตที่เคยตั้งไว้ว่าต้องอิสระและสนุก ตอนนี้ชีวิตอิสระหายไปแล้ว ตงฟางจึงเหลือเพียงแค่การทำให้เขามีชีวิตสนุกจึงมองจ้องไปยังอนาคตที่อาจจะเกิดกับตัวเขา หากเข้าเรียนสถาบันเฟยเทียนแล้วไปสู้กับสถาบันชั้นนำ
เขาเชื่อว่าเื่ต่อสู้กันจะต้องมีอย่างแน่นอน โลกเดิมของเขายังมีการนำกองกำลังเข้าปะทะกันจากความบาดหมาง เขาเชื่อว่าโลกนี้จะต้องมีการนำสถาบันมาต่อยตีกันอย่างแน่นอน
ยิ่งคิดว่าเขาสามารถแอบลอบโจมตีให้คนอื่นผิดใจกันได้โดยไม่รู้ว่าเขาเป็คนลงมือยิ่งทำให้ตงฟางฉีกยิ้มกว้าง อย่างไรก็ตามเขาจำเป็ต้องหาอะไรทำก่อน ไม่อย่างนั้นจะเสียเวลาไปอย่างเปล่าประโยชน์ตลอด 1 เดือนนี้
“จะหลอมยาก็ไม่ได้เพราะไม่มีสมุนไพร เอาเป็ว่าฝึกพลังจิตก็แล้วกัน ไหนๆพลังิญญาก็ติดคอขวด”
จากการสอบถามพ่อ การที่เขาไม่สามารถสะสมพลังในตันเถียนได้เป็เพราะว่าเขามีสายเืัมารา ทักษะตระกูลหลี่เขาฝึกได้เพียงดารา์ 108 ฝ่ามือเท่านั้น ทักษะอย่างอื่นต่อต้านร่างกายของเขาทั้งหมด
เขาจำเป็ต้องมีทักษะที่เหมาะสมถึงจะฝึกพลังิญญาต่อไปได้ ตอนนี้ทางออกของเขามี 2 ตัวเลือกคือ ตามหาทักษะควบคุมพิษมาฝึกฝน หรือไม่ก็หาทักษะใช้พลังด้านลบ ถ้าเขาได้ทักษะ 2 ประเภทนี้อย่างใดก็ได้มาฝึก จะทำให้ตัวของเขาสะสมพลังได้อีกครั้ง
“ทำอะไรแก้เบื่อดีนะ”
สายตามองจ้องไปรอบๆขบวนรถม้าของพ่อค้าที่มีอยู่ 10 คันรถเพื่อหาสิ่งที่นำมาฝึกพลังจิตของเขาได้ หากยกก้อนหินให้ลอยตามหลังมาจะทำให้พ่อค้าใ ตงฟางจึงต้องหาอะไรสักอย่างที่ไม่ทำให้พ่อค้าใตื่น
“ใช่สิ ด้วยน้ำหนักของรถม้าขนสินค้ามากมาย น่าจะช่วยให้ฝึกได้นิดหน่อย”
ใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มหลังจากตงฟางรู้วิธีฝึกของเขาโดยไม่ให้พ่อค้ารู้ตัว สิ่งนั้นคือการยกรถม้าให้วิ่งไปตามถนน เขาไม่จำเป็ต้องยกให้มันลอยเหนือพื้น เพียงแค่ยกรถม้าจากพื้นเล็กน้อย พอให้ล้อของมันยังัักับพื้นดินเท่านั้น
เขามีหน้าที่ใช้พลังจิตรับน้ำหนักรถม้าและสินค้าที่บรรทุกโดยล้อรถม้ายังคงวิ่งไปบนถนนเช่นเดิม หลังจากตัดสินใจตงฟางก็เริ่มปลดปล่อยพลังจิตของเขาไปยังรถม้าทุกๆคันเพื่อยกมันตลอดการเดินทาง
การฝึกของเขายังสามารถทำให้การเดินทางรวดเร็วมากยิ่งขึ้นเพราะสัตว์อสูรไม่จำเป็ต้องลากสินค้า การมีพลังจิตของตงฟางช่วยยกจึงทำให้พวกมันเหมือนกับวิ่งตัวเปล่า