จารชนหญิงข้ามภพสยบใต้หล้า (นิยายแปล)

    ตอนที่ 28 ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย (1)

    ตอนที่ 28 ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย (1)

            “เพล้ง!” แขนเสื้องดงามหรูหราปัดถ้วยชาบนโต๊ะลงมา

            “ไม่ได้เรื่องกันทั้งนั้น” จ้าวเยียนหรานสายตาเย็นชาดุจแฉกลิ้นของอสรพิษ ดุร้ายสุดจะเปรียบ จนสาวใช้ที่ปรนนิบัติหดคอด้วยความกลัว ไม่กล้าเข้าไปใกล้ กลัวเจ้านายจะลงโทษนางด้วยโทสะ

            “ฮูหยิน ท่านใจเย็นๆ ใจเย็นๆ เจ้าค่ะ” ซุนหมอมอยกชาถ้วยใหม่มาข้างหน้าจ้าวเยียนหราน นางรับน้ำชามา ความดุร้ายบนใบหน้าไม่ลดลงแม้แต่น้อย นางกล่าว “ซุนหมอมอ เจ้าว่าเรื่องนี้เป็นจริงอย่างที่หลวงจีนน้อยบอกว่านางชั้นต่ำโดนลอบสังหาร หรือว่าพวกเจินหรูจี๋เผยพิรุธกัน”

            ซุนหมอมอนึกถึงความรอบคอบของเจินหรูจี๋ แล้วตอบ “ข้ารู้สึกว่าโอกาสที่เจินหรูจี๋จะเผยพิรุธมีไม่มากนัก หากเป็นหลีเซียงก็ยังพอเป็นไปได้อยู่เจ้าค่ะ แต่บัดนี้พวกเขาตายกันหมดแล้ว”

            “ใช่ ตายแล้ว” จ้าวเยียนหรานยิ้มอย่างเย็นชา ‘ตายแล้วก็ยิ่งดี ต่อให้นางชั้นต่ำนั่นจะจับสังเกตอะไรได้จริงๆ คนก็ตายไปแล้ว หาหลักฐานไม่ได้’

            “ท่านแม่” ฮวาโหรวหลานรู้เรื่องที่ฮวาอิ่งเม่ยโดนลอบสังหาร จึงรุดหน้ามาหาด้วยความเร่งรีบ เมื่อเห็นเศษถ้วยชาบนพื้น คิ้วอันงดงามก็ขมวดหากัน ก่อนจะตบหน้าสาวใช้ข้างๆ อย่างแรงหนึ่งฉาด แล้วตำหนิ “เศษถ้วยชาบนพื้นเจ้ามองไม่เห็นรึไง ยังไม่เก็บอีก”

            “เจ้าค่ะ บ่าวจะเก็บกวาดเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ” สาวใช้น้อยที่ถูกตบขอบตาแดงรื้น ใบหน้าขาวผ่องปรากฏรอยนิ้วมือชัดเจน เห็นได้ชัดว่าการตบนี้ไม่เบา

            “หลานเอ๋อร์ ข้าสอนเจ้าว่าอย่างไร” จ้าวเยียนหรานเงยหน้าขึ้น แววตาอันแหลมคมเฉียดผ่านร่างของฮวาโหรวหลาน

            “ลงโทษข้ารับใช้ ไม่ต้องลงมือเองเจ้าค่ะ” ฮวาโหรวหลานย้ำคำสอนของจ้าวเยียนหราน นางจำได้ แต่นางโกรธจนทนไม่ไหว ทั้งที่เรื่องนี้ขอแค่ทำสำเร็จนางแพศยาก็จะเหมือนตายทั้งเป็นแล้วแท้ๆ แต่ตอนนี้อีกฝ่ายกลับถูกคนช่วยไว้ ความโกรธนี้ตนจะอดกลั้นไว้ได้อย่างไร หากไม่หาคนมาระบาย นางเกรงว่าตนจะโกรธจนเป็นบ้าก่อน

            “นางชั้นต่ำสมควรตายนั่น อาศัยที่ตนเองมีใบหน้าของปีศาจจิ้งจอกล่อลวงบุรุษ ไม่เช่นนั้นจะถูกช่วยไว้ได้อย่างไร”

            ‘ล่อลวงบุรุษหรือ’

            เมื่อคิดแผนการได้ ความโกรธแค้นภายในใจของจ้าวเยียนหรานก็หายไปหมดสิ้น ‘ฮวาอิ่งเม่ย ข้าไม่เชื่อว่าคราวนี้เจ้าจะหนีรอดไปได้!’

            “ท่านแม่ ท่านคิดอะไรออกแล้วหรือเจ้าคะ” เห็นใบหน้ายิ้มเย็นชาของมารดา ฮวาโหรวหลานก็ดวงตาเปล่งประกาย พลันถามด้วยความตื่นเต้น

            จ้าวเยียนหรานกวักมือหาบุตรสาว ก่อนจะขยับริมฝีปากเข้าไปใกล้ข้างหูอีกฝ่าย แล้วกล่าวเบาๆ ความโกรธแค้นบนใบหน้าของฮวาโหรวหลานก็ถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มเย็นชาในที่สุด

            กาลเวลาล่วงผ่านดุจอาชาวิ่งลอดบ่วง พริบตาเดียวก็ผ่านพ้นไป วันนี้ฮวาอิ่งเม่ยอยู่ที่วัดฝอเซี่ยงเป็นวันที่สามแล้ว นางคุกเข่าเบื้องหน้าตะเกียง มือทั้งสองประนมมือ ‘ท่านแม่ หวังว่าท่านจะยอมให้ข้าเรียกท่านเช่นนี้นะเจ้าคะ ขออภัยที่บุตรสาวของท่านเสียชีวิตแล้ว ข้าจะมีชีวิตอยู่แทนนางเป็นอย่างดี และทำให้คนที่เคยดูหมิ่นรังแกนางทุกคนตกนรกอเวจี หากการตายของท่านในปีนั้นมีความลับเบื้องหลัง ข้าจะไม่ปล่อยให้ท่านตายด้วยความแค้นเด็ดขาด ขอให้ท่านช่วยคุ้มครอง ให้ข้าสามารถเปลี่ยนเคราะห์ร้ายกลายเป็นดีได้’

            “ตุบ ตุบ ตุบ” ฮวาอิ่งเม่ยโขกศีรษะหนักหน่วงสามครั้ง เพื่อฮวาอิ่งเม่ย และเพื่อตนเองเช่นกัน

            “คุณหนู ไปกันเถอะเจ้าค่ะ” ชิวเอ๋อร์ยืนเร่งเร้าอยู่ข้างนอกประตู จวนสกุลฮวาส่งคนมารับคุณหนูแล้ว ไทเฮาใกล้จะเสด็จกลับราชสำนัก หากยังชักช้า เกรงว่าจะคลาดเวลาที่พระนางเสด็จกลับมา

            ฮวาอิ่งเม่ยยืนขึ้น เดินออกจากห้องด้วยสันหลังตรง แสงแดดส่องกระทบบนใบหน้าของนาง ขจัดความเย็นชาที่ปกคลุมระหว่างคิ้วและตาของนาง

            “ไปกันเถอะ!” หลังจากปิดประตู ฮวาอิ่งเม่ยก็เดินไปข้างนอกโดยไม่หันกลับมาอีก

            ซิวหลัวยืนอยู่ริมหน้าต่าง มองแผ่นหลังของนางจากไป อีกไม่กี่วัน เขาแค่ต้องรักษาตัวอย่างสงบไม่กี่วัน บาดแผลบนร่างก็จะหายเป็นปลิดทิ้งแล้ว ‘ฮวาอิ่งเม่ย ท่านต้องรอข้านะ’

            รถม้าแล่นอยู่บนถนน ล้อรถม้ากลิ้งและห่างไกลออกไปเรื่อยๆ

            ‘กุกกัก!’ ล้อรถเหยียบผ่านก้อนหิน ตัวรถสะเทือนเบาๆ ไปทั้งคัน น้ำชาสาดกระเซ็นบนตำราจนตัวอักษรพู่กันในนั้นเปียก

            ฮวาอิ่งเม่ยเลิกผ้าม่านรถ ทิวทัศน์ที่ปรากฏในสายตาทำให้ม่านตาของนางหดลง นางจึงตะโกนด้วยน้ำเสียงจริงจัง “หยุดรถ”

            “ไป” สารถีไม่เพียงไม่ยอมหยุดรถ กลับยังหวดแส้ลงบนบั้นท้ายของม้าทีหนึ่ง ม้าห้อตะบึงอย่างรวดเร็วด้วยความเจ็บปวด ด้วยแรงที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้ร่างของฮวาอิ่งเม่ยซวนเซ จนเกือบจะล้มภายในรถ ส่วนชิวเอ๋อร์ทรุดตัวลงบนที่นั่ง ลุกไม่ขึ้นเนื่องจากแรงกระแทก

            ฮวาอิ่งเม่ยหวั่นใจ ชักกระบี่อ่อนเล่มยาวในมือออกมา ครั้นเปิดผ้าม่านรถ สารถีก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยแล้ว ส่วนม้ายังคงห้อตะบึงต่อไป และเบื้องหน้าคือหน้าผา

            ฮวาอิ่งเม่ยไม่สนสิ่งอื่น นางคว้าเชือกมาลองหยุดม้าที่กำลังห้อตะบึง อย่างไรก็ตาม ม้าคล้ายตื่นตกใจ ไม่ว่านางจะออกแรงอย่างไรก็หยุดม้าไม่ได้ หน้าผาอยู่ใกล้เพียงหน้า ฮวาอิ่งเม่ยเหลือบไปเห็นชิวเอ๋อร์ที่ล้มอยู่ในรถ จึงแกว่งกระบี่ในมือ สะบั้นเชือกที่เชื่อมระหว่างม้าและรถให้ขาดจากกัน

            ม้าส่งเสียงคำราม สุดท้ายไม่อาจหยุดยั้งฝีเท้าที่ก้าวไปข้างหน้า และตกลงจากหน้าผา

            แรงดีดอย่างรวดเร็วทำให้รถม้ายังคงพุ่งไปข้างหน้า เพียงก้าวเดียว ก็เข้าใกล้หน้าผา ฮวาอิ่งเม่ยกระโดดทะยานลงมา เท้าเหยียบบนตัวรถม้า รถม้าหยุด แต่นางกลับถูกกระแทกอย่างแรงจนตกหน้าผา

    คล้ายกับเรื่องจารชนหญิงข้ามภพสยบใต้หล้า (นิยายแปล) ที่คุณอ่าน