time-

    ‘27’ / 1

            หลังจากจบเหตุความวุ่นวายทุกอย่างก็กลับมาเป็นปกติไทม์ก็กลับมาทำงานพาร์ทไทม์ตามปกติ เจมส์ก็ย้ายไปอยู่กลับป้าที่ชานเมือง

            ‘ทางตำรวจได้เข้าจับกุมนายกเทศมนตรีจังหวัด****และภรรยาที่บ้านพักตากอากาศจังหวัดหนองคายในข้อหาร่วมกันยักยอกเงินบริจาค ยักเงินงบประมาณปรับปรุงถนนและแชร์ลูกโซ่…’

            สองขาเดินไปหยุดที่หน้าร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าจะว่าไปช่วงนี้ข่าวพ่อแม่บอลจะกระฉ่อนไปทั่วประเทศ แถมพวกลูกน้องหรือพวกแบ็คอื่นๆก็ทยอยถูกจับกันไปทีละคน เรียกว่าล้างโคตรตระกูลของแท้

            ฝีมือคนทำแบบนี้ได้ก็คงไม่ใช่ใครนอกจากคนในตระกูลวรลักษณ์เขาก็แอบห่วงนะถึงจะรู้ก็เถอะตระกูลวรลักษณ์แข็งแกร่งและมีอำนาจมากแถมรวยที่สุดในประเทศแต่การทำแบบนี้มันก็ไม่ต่างกับการประกาศสงครามเป็นศัตรูกับคนพวกนั้นแล้วก็ไม่รู้ว่าคนอื่นๆ ที่เหลืออยู่จะมาลอบทำร้ายเมื่อไหร่ด้วย

            “เฮ้อ~” ได้แต่ถอนหายใจยิ่งคิดก็ยิ่งเครียดบอกเธอไปแล้วแต่ลูซี่ไม่ฟัง เธอเอาแต่บอกว่า

            ‘แต่ถ้ายิ่งปล่อยเราจะยิ่งอันตรายมากกว่าเดิมสู้ตัดไปตั้งแต่ต้นลมให้มันจบๆ ตั้งแต่แรกดีกว่าค่ะ’

            นั่นแหละแต่มันก็จริงอย่างที่แฟนเขาว่านะ ถ้าเราไม่จัดการคนพวกนั้นก่อนเรานั่นแหละที่จะตาย

            มาถึงคาเฟ่ที่ทำงานของเขาไทม์ก็เข้าไปเก็บของเตรียมที่จะทำงานวันนี้เห็นว่ามีพี่คนเก่าที่ลาคลอดไปกลับมาทำงานอย่างน้อยงานที่ร้านก็จะได้ไม่ยุ่งวุ่นวายเหมือนก่อนหน้านี้

            การทำงานยังคงดำเนินไปตามปกติโชคดีที่วันนี้ไม่ค่อยยุ่งมากทำให้พนักงานสามารถมีช่วงเวลาพักเบรค

            “ยินดีต้อนรับค่ะ”

            “เด็กชื่อไทม์อยู่มั้ย”

            “เอ่อ…อยู่ค่ะไม่ทราบว่ามีอะไรรึเปล่าคะ”บทสนทนาของพี่แจ้กับลูกค้าดังมากจนลูกค้ารวมถึงไทม์ถึงกับต้องหันไปมอง

            “ผมไทม์เองครับไม่ทราบว่ามีอะไรรึเปล่าครับ”

            ไทม์เดินไปประจันหน้ากับหญิงชราหน้าตาของเธอดูค้นๆ เหมือนกับว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อน

            “อั๊วเป็นอาม่าของลูซี่อั๊วต้องการจะคุยกับเธอ”พอได้ยินคำตอบของหญิงชราเขาก็รับรู้ได้ทันทีว่าเรื่องที่เธอต้องการจะคุยมันเป็นเรื่องอะไร

            “ได้ครับงั้นรอสักครู่นะครับเดี๋ยวผมขอไปบอกพี่ผู้จัดการก่อน”

            ไทม์เดินตรงไปหาพี่น้ำที่ตอนนี้กำลังทำสีหน้าดูเป็นห่วง“พี่น้ำครับผมขอลานะครับ”

            “โอเคมั้ยไทม์ดูเขาซีเรียสมากเลยนะนั่น”ไทม์หันมองหญิงชราที่กล่าวอ้างว่าเป็นอาม่าของแฟนสาวก่อนจะหันมายิ้มให้พี่น้ำเพื่อไม่ให้เขาเป็นห่วง

            “ไม่เป็นไรครับคงไม่มีอะไรหรอก งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”

            “จ๊ะๆโชคดีนะ”

            “ครับ”

            เก็บของเสร็จก็รีบเดินออกจากร้านเพื่อไม่ให้อาม่ารอนานอาม่าที่กำลังยืนรออยู่ที่หน้าร้าน

            “ขึ้นรถ”พูดจบอาม่าก็เดินขึ้นรถโดยไม่รอคำตอบของไทม์เลยแม้แต่น้อย ช่วยไม่ได้ ไปก็ไป

            พอขึ้นรถsuv คันใหญ่บรรยากาศภายในก็แตกต่างไปจากเดิมมันดูอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก เรียกได้ว่าอยากจะลงจากรถเสียตอนนี้เลย

            “คบกันตั้งแต่เมื่อไหร่”คำถามของอาม่าดึงไทม์ให้หลุดออกจากความคิด “อาทิตย์ที่แล้วครับ”

            “คิดยังไงถึงมาคบหลานอั๊ว”

            “ก็ไม่ได้คิดอะไรครับก็แค่ผมชอบพี่ลูซี่เลยขอคบครับ”

            “เอาตรงๆนะ ลื้อต้องเลิกกับหลานอั๊ว”

            “เพราะผมจนใช่มั้ยครับ”

            “รู้ก็ดี”ไม่ผิดจากที่คาดสักเท่าไหร่ ลูซี่เธอเคยเล่าเรื่องอาม่าให้เขาฟังอาม่าไม่ต้องการให้เธอคบกับเขาเพราะว่าฐานะทางบ้านของเขามันดูจนเกินไปในสายตาของอาม่ามันจะไม่สมกับฐานะตระกูลบ้านวรลักษณ์

            “ขอปฏิเสธครับ”

            “ทำไมล่ะอั๊วยอมจ่ายให้ลื้อสิบล้านก็ได้” อาม่าทำท่าจะเซ็นต์เช็คแต่ก็ถูกไทม์ดันกลับไป

            “ไม่ล่ะครับผมไม่ต้องการเงินที่ผมคบกับพี่ลูซี่เพราะความรักที่เกิดจากเราสองคนไม่ใช่เงินทองครับเพราะฉะนั้นต่อให้อาม่าจะเสนอเงินให้ผมเท่าไหร่ผมก็ไม่เอาหรอกครับ”

            อาม่าถอนหายใจเฮือกใหญ่เหนื่อยใจกับพวกเด็กหัวดื้อ

            “ทำไมพวกลื้อถึงได้หัวแข็งกันนักนะกะอีแค่เลิกๆ กันมันยากนักรึไง”

            “ทำไมอาม่าถึงอยากให้พี่ลูซี่แต่งกับคนอื่นล่ะครับ”

            “เพราะลื้อมันไม่เหมาะกับหลานสาวอั๊วน่ะสิลูกหลานของตระกูลวรลักษณ์จะต้องแต่งงานกับคนที่สมฐานะเท่านั้นถ้าให้หลานอั๊วมาแต่งกับคนอย่างลื้อหน้าตาของตระกูลก็เสื่อมเสียหมด อีกอย่างการสัมพันธ์ทางธุรกิจก็สำคัญไม่แพ้กัน หากให้หลานอั๊วแต่งงานกับคนแบบลื้อ การผูกขาดกับคู่แข่งคนอื่นมันก็จะยากขึ้นไปอีก”

            ที่แท้ก็เพราะห่วงธุรกิจนี่เองไม่ใจเลยที่ลูซี่มักจะบอกว่าไม่ชอบทำงานที่บ้านเพราะมันเครียดมันน่าอึดอัดแบบนี้เอง

            “ถ้าเข้าใจแล้วก็เลิกกับหลานอั๊วซะ”

            “ไม่เลิกครับ”คำตอบของไทม์ทำเอาอาม่าถึงกับหันขวับหันมองด้วยสีหน้าที่ดูหงุดหงิด

            “นี่ลื้อฟังภาษาคนไม่เข้าใจรึไง!!!”

            “เข้าใจครับแต่ถ้าหากอยากให้ธุรกิจเติบโตมันก็ไม่เห็นจำเป็นจะต้องจับคลุมฝูงชนเลยนี่ครับตระกูลวรลักษณ์ออกจะมีอำนาจในด้านธุรกิจ แถมทุกคนก็เก่งๆ กันทั้งนั้นแค่นี้ก็ได้เปรียบแล้วนี่ครับ”

            “ลื้อมันไม่เข้าใจอะไรเลยต่างหากความสัมพันธ์ทางธุรกิจยิ่งเข้าไปใกล้เบื้องหลังเท่าไหร่ยิ่งควบคุมได้ง่าย”

            ไทม์หันมองประจันหน้าอาม่าด้วยสีหน้าที่นิ่งเรียบ“เหนื่อยมั้ยครับ”

            “อะไรของลื้อ”

            “ผมถามว่าทำแบบนี้เหนื่อยมั้ยครับ” อาม่ามองไทม์พลางขมวดคิ้วเป็นปมไม่เข้าใจในคำถามของเขา

            “อาม่าไม่ต้องตอบผมก็ได้นะครับตอบแค่ในใจก็พอผมเข้าใจนะครับว่าอาม่าต้องการทำให้ธุรกิจของครอบครัวเติบโตแล้วก็เข้าใจว่าลึกๆอาม่าก็อยากอาม่าก็อยากจะหาคนดีๆ ที่สามารถดูแลทั้งธุรกิจกับหลานๆ ได้แต่ว่า…ถ้าทำแล้วมันเหนื่อยมากๆ พักบ้างก็ได้นะครับ พักให้พวกเขาได้ทำหน้าที่ของเขาบ้างพวกเขารู้อยู่แล้วว่าสิ่งที่ตัวเองเลือกคือสิ่งที่ดีที่สุดต่อธุรกิจและครอบครัวเพราะฉะนั้น…ได้โปรดเชื่อใจพวกเขา แล้วคอยดูพวกเขาเติบโตอย่างสง่าเถอะครับ”

            อาม่ามองไทม์ก่อนจะเอนหลังพิงเบาะรถแล้วถอนหายใจ“ทำไมลื้อถึงยอมทำแบบนี้ ทั้งๆ ที่ก็ไม่ใช่เรื่องของลื้อด้วยซ้ำ”

            “เพราะผมรักพี่ลูซี่ไงครับผมไม่อยากเห็นเขาร้องไห้อีก”

            หญิงชราเหลือบมองคนข้างก่อนจะหัวเราะในลำคอ“ยัยเด็กนั่นมันมีอะไรลื้อถึงได้รักมันมากนัก”

            “เรื่องนั้นผมก็ไม่รู้หรอกครับรู้แค่ว่ารักแล้วก็อยากเห็นเขาเติบโตในแบบที่เขาอยากเป็นครับ”

            “หึงี่เง่า” ไทม์เหลือบมองคนข้างๆ ที่กำลังหัวเราะอย่างไม่สบอารมณ์ รถยนต์ suv เทียบจอดที่ศาลเจ้าจีนแห่งนึงประตูรถเปิดออกก่อนอาม่าจะค่อยๆลงจากรถ

            “เรื่องของลื้อก็แล้วกัน”ประตูรถฝั่งขวาปิดลงไทม์นยกยิ้มอย่างใจ

            อย่างน้อยตอนนี้ก็ผ่านด่านหนึ่งแล้วส่วนด่านที่เหลือค่อยว่ากันก็แล้วกัน

     

             

            เดินตามอาม่าเข้ามาในศาลเจ้าจีนพลางกวาดสายตาสำรวจรอบๆศาลเจ้าที่นี่ค่อนข้างใหญ่มีเทพหลายองค์ให้กราบไหว้

            “ถือสิ!”

            “โอ๊ะ!”อาม่าโยนกระเป๋าถือให้ไทม์ โชคดีนะที่เขารับทันไม่อย่างนั้นได้โดนด่าแน่

            “ไปเอาธูปมาสิ”

            “ครับ”ไทม์เดินไปหยิบธุปตามคำสั่งแต่พอหยิบมาให้อาม่าก็ง้างไม้เท้าจะตีไทม์พร้อมกับดุเขา“สิบเอ็ดอันสิ! สามอันนั่นมันไหว้พระพุทธ!”

            “ก็ผมไม่ใช่คนจีนนี่”บ่นงุบงิบก่อนจะหันไปหยิบเพิ่มแต่ดูเหมือนว่าอาม่าจะได้เห็น “บ่นงุบงิบอะไรห๊ะ!!เร็วๆ สิ!”

            “คร้าบ”ไทม์ยืนรออาม่าไหว้เทพเจ้าจีน เท่าที่อ่านป้ายเทพที่อาม่าไหว้คือเจ้าพ่อเห้งเจีย

            ถ้าจำไม่ผิดเจ้าพ่อเห้งเจียเป็นเทพเจ้าที่ได้รับความเคารพและความนิยมมากๆจากผู้ที่มีเชื้อสายจีนที่อยู่ในประเทศไทยตามความเชื่อผู้ที่มาเคารพจะได้ความสามารถในการพลิกแพลงและสามารถแก้ไขปัญหาทุกอย่างได้

            “อาม่าสวัสดีค่ะวันนี้มาไหว้เจ้าพ่อหรอคะเนี่ย”หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งเดินมาทักทายด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม แต่ทำไมเขารู้สึกแปลกๆกับผู้หญิงคนนี้นะ

            “สวัสดี”อาม่ากล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบก่อนจะเดินผ่านอย่างไม่สนใจใยดีแต่กลับถูกผู้หญิงคนนั้นขวางทางเอาไว้“เอ่อ…อาม่าคะ ตอนนี้มูลนิธิเรา-”

            “ไม่”ยังไม่ทันพูดจบอาม่าก็ตัดบทสนทนาทันที “แต่อาม่าคะ-”

            “อั๊วบอกลื้อกี่ครั้งแล้วอยากสร้างบุญก็ต้องสร้างบุญเองไม่ใช่มาขอให้คนอื่นไปสร้างบุญ แล้วอีกอย่างนะอั๊วไม่อยากทำบุญกับคนที่เอาเงินบริจาคไปเที่ยวยุโรปหรอก มันเปลือง”พูดจบก็เดินออกปล่อยให้หญิงวัยกลางคนคนนั้นยืนทึ้งหัวตัวเองพร้อมกับก่นด่าอาม่าอย่างไม่สบอารมณ์

            ไทม์มองแผ่นหลังของหญิงชราที่เคยบอกว่าดูโดดเดี่ยวแต่ตอนนี้ขอมองใหม่

            อาม่าแม่งโคตรเจ๋งเลยว่ะ

            เดินตามอาม่าไปตามซอกซอยข้างๆศาลเจ้าแถวนี้มีร้านค้ามากมายตั้งตามข้างทางคนมาเที่ยวก็เยอะดูเหมือนว่าที่นี่จะเป็นอีกจุดแลนด์มาร์คสำหรับนักท่องเที่ยวเลยก็ว่าได้

            “ว่าแต่อาม่าจะไปไหนหรอครับ”

            “ตามมาเงียบๆเถอะ”

            เดินจนมาหยุดที่ร้านค้าร้านหนึ่งดูเหมือนจะเป็นร้านติ่มซ่ำสภาพร้านดูเก่าๆ คงจะเปิดมาหลายรุ่นแล้ว “แปะเอาแบบเดิม”

            “ได้เลยรอแป๊บนะ”

            “จะเอาอะไรลื้อก็ไปสั่งเอาเอง”

            “ครับ”ไทม์ไปสั่งที่หน้าร้านเลือกเอาแค่อย่างสองอย่างพอเพราะเขาไม่ได้หิวอะไรขนาดนั้นอีกอย่างก็เกรงใจด้วย เอาแค่พอรองเท้าพอ

            ระหว่างทั้งเขาและอาม่าไม่ได้คุยอะไรกันเขาแค่กวาดสายตาสำรวจบริเวณรอบๆ ส่วนอาม่าก็ไถโทรศัพท์เล่น

            “เมื่อก่อนอั๊วเคยมีคนชอบ”ประโยคของอาม่าทำให้ไทม์ถึงกับเลิกคิ้วมองคนตรงหน้าอย่างสงสัย“เขาเป็นเพื่อนร่วมรุ่นอั๊วสมัยเรียนมหาลัย ตอนนั้นอั๊วชอบเขามากชอบขนาดที่ว่าตามจีบเขาทุกๆ วัน ทุกๆ เวลา”

            อาม่าวางโทรศัพท์ลงก่อนจะเริ่มจัดการอาหารของตัวเองที่มาเสริฟ“แต่แล้ววันนึงเขาก็มาบอกอั๊วว่ามีชอบแล้ว”

            ‘เหมยเรามีคนชอบแล้วนะ’

            ‘เดี๋ยวสิหมายความว่าไง แล้วอั๊วล่ะ’

            ‘ขอโทษนะเหมยเราคิดกับเธอแค่เพื่อน แค่เพื่อนจริงๆ’

            ‘โกหกกันใช่มั้ยนธินโกหกอั๊วใช่มั้ย’ นธินแกะมือของเหมยที่เขย่าแขนเขาออกก่อนจะหันไปประจันหน้า‘เรื่องจริง เพราะฉะนั้นเหมยต้องตัดใจจากเราได้แล้วนะ’

            ‘ตัดใจหรอลื้อบ้าป่ะ อั๊วจีบลื้อมาตั้งนานแล้วจะมาบอกให้ตัดใจเนี่ยนะ!!!’

            ‘ขอโทษเราขอโทษจริงๆ’

             “ตอนนั้นอั๊วโกรธมากโกรธจนตามไปโวยวายถึงบ้านเขา จนเขาเริ่มเกลียดอั๊ว”

            “แล้วตอนนั้นอาม่าทำยังไงหรอครับ”

            “ทำอะไรได้ล่ะรู้ตัวอีกทีเขาก็แต่งงานกับคนใหม่ไปแล้วอั๊วทำอะไรไม่ได้นอกจากตัดใจแล้วเริ่มชีวิตใหม่”อาหารในจานของอาม่าหมดเกลี้ยงเธอหยิบกระดาษทิชชูที่เตรียมมาเองขึ้นมาเช็ดปาก

            “สุดท้ายอั๊วก็ถูกจับแต่งกับบ้านมหาเศรษฐีอั๊วปฏิเสธไม่ได้เพราะธุรกิจของที่บ้านกำลังวิกฤติเพื่อให้ธุรกิจที่บ้านไปต่ออั๊วเลยจำเป็นต้องแต่งเท่านั้น”

            “ตอนนั้นอาม่ามีความสุขมั้ยครับ”อาม่าเงยหน้ามองเขาพร้อมกับสีหน้านิ่ง “ลื้อคิดว่าอั๊วมีความสุขมั้ยล่ะการแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักมันทุกข์กว่าสิ่งใดเลย”

            แววตาของอาม่าแสดงความเศร้าออกมาอย่างเห็นได้ชัดเธอคงจะเจ็บปวดน่าดูการที่ต้องมาแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักแล้วต้องอยู่จนถึงช่วงชีวิตสุดท้ายมันคงทรมานและอึดอัดเหมือนตายทั้งเป็นเลย

            “แต่ถึงอย่างนั้นกงก็เป็นคู่ชีวิตของอั๊ว ถ้ากงตายไปอั๊วก็คงเหงาน่าดู”

            มุมปากของไทม์ยกยิ้มที่แท้ก็รักอากงนี่เองแค่ปากแข็งเท่านั้น

            “ลื้อก็เหมือนกัน!!ถ้าลื้อทิ้งหลานอั๊ว อั๊วจะไปถล่มบ้านลื้อ จะล้างโคตรทั้งตระกูลเลย เข้าใจมั้ย!”ไทม์หลุดหัวเราะกับท่าทางซึนเดเระของอาม่าก่อนจะพยักหน้าตอบ “ครับๆ รับทราบครับผม”

            หลังจากทานติ่มซำเสร็จเขากับอาม่าก็เดินไปกันต่อ“ลื้อรออยู่นี่ อั๊วจะไปซื้อของหน่อย”

            “ได้ครับ”ส่งกระเป๋าให้อาม่าก่อนจะถอยมายืนรออยู่หน้าร้าน

            ระหว่างที่กำลังยืนรออาม่าไทม์ก็กวาดสายตาสำรวจบริเวณรอบๆจู่ๆ สายตาก็ไปหยุดที่ใครคนหนึ่งใส่หมวกแก๊ปสีน้ำเงินเสื้อยืดสีดำที่อยู่ไกลเขามีท่าทีแปลกๆเดินตามเขากับอาม่าตั้งแต่ออกมาจากร้านติ่มซำแล้วและตอนนี้ก็ยังคงตามอยู่ตอนแรกก็คิดว่าเขาคงมาทางเดียวกันแต่ตอนนี้เริ่มชักจะไม่แน่ใจแล้ว

            “ไปได้แล้ว”

            “อ่า…ครับ”

            “โอ๊ย!!!”ไม่ทันได้ตั้งตัวจู่ๆกระเป๋าของอาม่าก็โดนวิ่งมิหนำซ้ำเจ้าคนขโมยยังผลักอาม่าจนล้มลงกับพื้น

            “พี่ครับผมฝากอาม่าด้วยนะครับแล้วก็ฝากแจ้งตำรวจด้วย” พูดจบไทม์ก็รีบวิ่งตามเจ้าโจรไปทันที

            สองขารีบสับไปตามตรอกซอกซอยเพื่อตามเจ้าโจรขโมยกระเป๋าแต่ด้วยสิ่งกีดขวางรวมถึงข้าวของของชาวบ้านทำให้เขาไม่สามารถวิ่งตามได้สะดวกทำให้ไทม์ต้องเปลี่ยนมาใช้ความคิดเขาจำได้ว่าซอยแถวนี้จะเชื่อมต่อกันและสามารถทะลุหากันได้ แต่ถ้าวิ่งตรงไปเรื่อยๆทางมันจะไปทะลุที่ถนนใหญ่พอนึกได้แบบนั้นไทม์ก็หันมองหาสิ่งที่จะพาให้เขาไปดักหน้าโจรได้ไวก่อนจะไปหยุดที่คุณลุงที่กำลังเข็นมอเตอร์ไซค์ไม่ไกล

            “ลุงครับยืมมอไซค์แป๊บนึงนะครับเดี๋ยวผมเอามาคืน”ไม่รอให้คุณลุงอนุญาตไทมม์ยัดแบงค์พันใส่มือลุงก่อนจะรีบขับมอเตอร์ไซค์ออกไปทันที

            ขับซิ่งไปตามซอกซอยจนในที่สุดก็ทะลุออกมาที่ถนนใหญ่ไม่นานเจ้าโจรขโมยกระเป่าก็วิ่งตามออกมาตามแผนที่วางไว้ไทม์ทำการจอดรถเดินตรงไปหาโจรเพื่อจะไปเอากระเป๋าคืนแต่กลับไม่ใช่อย่างที่คิดโจรควักมีดออกมาก่อนจะแทงสวน โชคดีที่ไทม์หลบทันแล้วจับมือที่มีดเอาไว้ได้

            ทั้งคู่พยายามยื้อดื้อดึงก่อนโจรจะใช้เท้าถีบเข้าท้องจนไทม์ตัวงอแต่โชคดีขั้นที่สองที่เขาเกร็งหน้าท้องเอาไว้ทำให้ไม่จุกมากไทม์บิดแขนที่ถือมีดจนหล่นทำการกระทืบเท้าและเตะเข้าที่ขาสองสามทีจนโจรล้มหน้ากระแทกพื้นจนร้องโอดโอยโชคดีที่เขาเรียนทักษะการป้องกันตัวลุคเล็กน้อยอย่างน้อยวันนี้มันก็มีประโยชน์แล้วล่ะนะ

            ไม่นานตำรวจกับอาม่าก็ตามมาถึงก่อนตำรวจจะพุ่งเข้าจับเจ้าโจรทันที

            “ไอ้เจ้าบ้า!!!บังอาจนักที่มาขโมยกระเป๋าอั๊ว!!!”ไม่พูดเปล่าอาม่าง้างไม้เท้าตีโจรด้วยความโมโหจนไทม์ต้องรีบเข้าไปดึงตัวออกมา“อาม่าใจเย็นๆ ครับ!!”

            “ปล่อยอั๊ว!!อั๊วจะฟาดมัน!!!”

            “ใจเย็นๆครับใจเย็น”

            “เดี๋ยวรบกวนให้ปากคำสักครู่นะครับ”

            “ได้ครับๆอาม่ารออยู่แป๊บนึงนะครับ”

            ขณะที่ให้ปากคำกับตำรวจก็แอบเหลือบมองอาม่าที่ตอนนี้ยังคงโมโหง้างไม้เท้าหมายจะฟาดโจรอยู่รำไร

            “ขอบคุณมากครับเดี๋ยวที่เหลือเราจัดการเอง”

            “ครับขอบคุณครับ”

            เรื่องโจรเสร็จเรียบร้อยแล้วที่นี้ก็เหลือแต่เรื่องอาม่าแล้วไทม์เดินกลับไปสมทบกับอาม่าพร้อมกับดึงเธอกลับ

            “อาม่าเรากลับกันเถอะครับ”

            กลับขึ้นรถsuv คันเดิมก่อนรถจะเคลื่อนตัวออกไทม์ถอนหายใจสูดอากาศเข้าเต็มปอดเอนหลังพิงกับเบาะอย่างหมดแรง

            “ถึงกับหมดแรงเลยรึไง”

            “ผมวิ่งนะครับไม่หมดแรงสิแปลก”

            พึ่งสังเกตเห็นว่าที่มือไทม์มีแผลน่าจะเป็นจากตอนที่สู้กับโจร “อาแปง แวะโรงพยาบาลด้วย”

            “ครับ”

            “แวะทำไมหรอครับ”

            “มือลื้อเป็นแผลต้องไปทำแผลก่อน” ก้มมองที่มือตัวเองพึ่งสังเกตว่าตัวเองมีแผล “ไม่เป็นไรหรอกครับแผลแค่นี้เอง”

            แผลไม่ได้ใหญ่มากแต่ก้ทำให้เขาชาและปวดได้คงมาจากตอนที่โจรควักมีดตอนนั้นแหละ

            “ไม่ได้!!!ถ้าไม่ทำแผลเดี๋ยวจะเป็นบาดทะยักแล้วจะต้องถูกตัดมือ-”

            “โอเคครับผมทำแผลก็ได้ครับจะได้ไม่เป็นบาดทะยักเนาะ”

            “ดี”แอบลอบถอนหายใจไม่ให้อาม่าเห็น ถ้าปฏิเสธไปคงยาวแน่ๆ ช่วยไม่ได้ แค่ทำแผลเองยอมก็ได้

            มาถึงโรงพยาบาลไทม์ก็ถูกเข็นส่งเข้าห้องฉุกเฉินทันทีเอาจริงๆ เขาเดินเองก็ได้นะไม่ต้อถึงกับต้องนั่งรถเข็นให้มันเวอร์วัง

            “ขอบคุณนะครับที่พามาทำแผล”

            “อั๊วไม่อยากโดนอาลูซี่มาบ่นทีหลังว่าดูแลแฟนมันไม่ดีต่างหาก”อาม่าพูดพลางหลบสายตาราวกับว่ากำลังปิดบังความจริงอยู่

            “อั๊วไปล่ะลื้อจะอยู่ที่นี่ต่อใช่มั้ย”

            “ครับแม่ผมรักษาอยู่ที่นี่”

            “งั้นหรอคราวหน้าที่เจอกัน…” มองตามแผ่นหลังของหญิงชรามองตามปริบๆรอประโยคต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ “พาอาลูซี่กับแม่ลื้อมาด้วย เดี๋ยวจะพาไปกินติ่มซำ”

            ไทม์ยกยิ้มกว้างจนตาปิดก่อนจะก้มขอบคุณแม้อีกคนจะเดินไปจนไม่เห็นเขาแล้วก็ตาม

            “ครับขอบคุณมากครับอาม่า”

    คล้ายกับเรื่องtime- ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663