หลังจากจบเหตุความวุ่นวายทุกอย่างก็กลับมาเป็นปกติไทม์ก็กลับมาทำงานพาร์ทไทม์ตามปกติ เจมส์ก็ย้ายไปอยู่กลับป้าที่ชานเมือง
‘ทางตำรวจได้เข้าจับกุมนายกเทศมนตรีจังหวัด****และภรรยาที่บ้านพักตากอากาศจังหวัดหนองคายในข้อหาร่วมกันยักยอกเงินบริจาค ยักเงินงบประมาณปรับปรุงถนนและแชร์ลูกโซ่…’
สองขาเดินไปหยุดที่หน้าร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าจะว่าไปช่วงนี้ข่าวพ่อแม่บอลจะกระฉ่อนไปทั่วประเทศ แถมพวกลูกน้องหรือพวกแบ็คอื่นๆก็ทยอยถูกจับกันไปทีละคน เรียกว่าล้างโคตรตระกูลของแท้
ฝีมือคนทำแบบนี้ได้ก็คงไม่ใช่ใครนอกจากคนในตระกูลวรลักษณ์เขาก็แอบห่วงนะถึงจะรู้ก็เถอะตระกูลวรลักษณ์แข็งแกร่งและมีอำนาจมากแถมรวยที่สุดในประเทศแต่การทำแบบนี้มันก็ไม่ต่างกับการประกาศสงครามเป็นศัตรูกับคนพวกนั้นแล้วก็ไม่รู้ว่าคนอื่นๆ ที่เหลืออยู่จะมาลอบทำร้ายเมื่อไหร่ด้วย
“เฮ้อ~” ได้แต่ถอนหายใจยิ่งคิดก็ยิ่งเครียดบอกเธอไปแล้วแต่ลูซี่ไม่ฟัง เธอเอาแต่บอกว่า
‘แต่ถ้ายิ่งปล่อยเราจะยิ่งอันตรายมากกว่าเดิมสู้ตัดไปตั้งแต่ต้นลมให้มันจบๆ ตั้งแต่แรกดีกว่าค่ะ’
นั่นแหละแต่มันก็จริงอย่างที่แฟนเขาว่านะ ถ้าเราไม่จัดการคนพวกนั้นก่อนเรานั่นแหละที่จะตาย
มาถึงคาเฟ่ที่ทำงานของเขาไทม์ก็เข้าไปเก็บของเตรียมที่จะทำงานวันนี้เห็นว่ามีพี่คนเก่าที่ลาคลอดไปกลับมาทำงานอย่างน้อยงานที่ร้านก็จะได้ไม่ยุ่งวุ่นวายเหมือนก่อนหน้านี้
การทำงานยังคงดำเนินไปตามปกติโชคดีที่วันนี้ไม่ค่อยยุ่งมากทำให้พนักงานสามารถมีช่วงเวลาพักเบรค
“ยินดีต้อนรับค่ะ”
“เด็กชื่อไทม์อยู่มั้ย”
“เอ่อ…อยู่ค่ะไม่ทราบว่ามีอะไรรึเปล่าคะ”บทสนทนาของพี่แจ้กับลูกค้าดังมากจนลูกค้ารวมถึงไทม์ถึงกับต้องหันไปมอง
“ผมไทม์เองครับไม่ทราบว่ามีอะไรรึเปล่าครับ”
ไทม์เดินไปประจันหน้ากับหญิงชราหน้าตาของเธอดูค้นๆ เหมือนกับว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อน
“อั๊วเป็นอาม่าของลูซี่อั๊วต้องการจะคุยกับเธอ”พอได้ยินคำตอบของหญิงชราเขาก็รับรู้ได้ทันทีว่าเรื่องที่เธอต้องการจะคุยมันเป็นเรื่องอะไร
“ได้ครับงั้นรอสักครู่นะครับเดี๋ยวผมขอไปบอกพี่ผู้จัดการก่อน”
ไทม์เดินตรงไปหาพี่น้ำที่ตอนนี้กำลังทำสีหน้าดูเป็นห่วง“พี่น้ำครับผมขอลานะครับ”
“โอเคมั้ยไทม์ดูเขาซีเรียสมากเลยนะนั่น”ไทม์หันมองหญิงชราที่กล่าวอ้างว่าเป็นอาม่าของแฟนสาวก่อนจะหันมายิ้มให้พี่น้ำเพื่อไม่ให้เขาเป็นห่วง
“ไม่เป็นไรครับคงไม่มีอะไรหรอก งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”
“จ๊ะๆโชคดีนะ”
“ครับ”
เก็บของเสร็จก็รีบเดินออกจากร้านเพื่อไม่ให้อาม่ารอนานอาม่าที่กำลังยืนรออยู่ที่หน้าร้าน
“ขึ้นรถ”พูดจบอาม่าก็เดินขึ้นรถโดยไม่รอคำตอบของไทม์เลยแม้แต่น้อย ช่วยไม่ได้ ไปก็ไป
พอขึ้นรถsuv คันใหญ่บรรยากาศภายในก็แตกต่างไปจากเดิมมันดูอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก เรียกได้ว่าอยากจะลงจากรถเสียตอนนี้เลย
“คบกันตั้งแต่เมื่อไหร่”คำถามของอาม่าดึงไทม์ให้หลุดออกจากความคิด “อาทิตย์ที่แล้วครับ”
“คิดยังไงถึงมาคบหลานอั๊ว”
“ก็ไม่ได้คิดอะไรครับก็แค่ผมชอบพี่ลูซี่เลยขอคบครับ”
“เอาตรงๆนะ ลื้อต้องเลิกกับหลานอั๊ว”
“เพราะผมจนใช่มั้ยครับ”
“รู้ก็ดี”ไม่ผิดจากที่คาดสักเท่าไหร่ ลูซี่เธอเคยเล่าเรื่องอาม่าให้เขาฟังอาม่าไม่ต้องการให้เธอคบกับเขาเพราะว่าฐานะทางบ้านของเขามันดูจนเกินไปในสายตาของอาม่ามันจะไม่สมกับฐานะตระกูลบ้านวรลักษณ์
“ขอปฏิเสธครับ”
“ทำไมล่ะอั๊วยอมจ่ายให้ลื้อสิบล้านก็ได้” อาม่าทำท่าจะเซ็นต์เช็คแต่ก็ถูกไทม์ดันกลับไป
“ไม่ล่ะครับผมไม่ต้องการเงินที่ผมคบกับพี่ลูซี่เพราะความรักที่เกิดจากเราสองคนไม่ใช่เงินทองครับเพราะฉะนั้นต่อให้อาม่าจะเสนอเงินให้ผมเท่าไหร่ผมก็ไม่เอาหรอกครับ”
อาม่าถอนหายใจเฮือกใหญ่เหนื่อยใจกับพวกเด็กหัวดื้อ
“ทำไมพวกลื้อถึงได้หัวแข็งกันนักนะกะอีแค่เลิกๆ กันมันยากนักรึไง”
“ทำไมอาม่าถึงอยากให้พี่ลูซี่แต่งกับคนอื่นล่ะครับ”
“เพราะลื้อมันไม่เหมาะกับหลานสาวอั๊วน่ะสิลูกหลานของตระกูลวรลักษณ์จะต้องแต่งงานกับคนที่สมฐานะเท่านั้นถ้าให้หลานอั๊วมาแต่งกับคนอย่างลื้อหน้าตาของตระกูลก็เสื่อมเสียหมด อีกอย่างการสัมพันธ์ทางธุรกิจก็สำคัญไม่แพ้กัน หากให้หลานอั๊วแต่งงานกับคนแบบลื้อ การผูกขาดกับคู่แข่งคนอื่นมันก็จะยากขึ้นไปอีก”
ที่แท้ก็เพราะห่วงธุรกิจนี่เองไม่ใจเลยที่ลูซี่มักจะบอกว่าไม่ชอบทำงานที่บ้านเพราะมันเครียดมันน่าอึดอัดแบบนี้เอง
“ถ้าเข้าใจแล้วก็เลิกกับหลานอั๊วซะ”
“ไม่เลิกครับ”คำตอบของไทม์ทำเอาอาม่าถึงกับหันขวับหันมองด้วยสีหน้าที่ดูหงุดหงิด
“นี่ลื้อฟังภาษาคนไม่เข้าใจรึไง!!!”
“เข้าใจครับแต่ถ้าหากอยากให้ธุรกิจเติบโตมันก็ไม่เห็นจำเป็นจะต้องจับคลุมฝูงชนเลยนี่ครับตระกูลวรลักษณ์ออกจะมีอำนาจในด้านธุรกิจ แถมทุกคนก็เก่งๆ กันทั้งนั้นแค่นี้ก็ได้เปรียบแล้วนี่ครับ”
“ลื้อมันไม่เข้าใจอะไรเลยต่างหากความสัมพันธ์ทางธุรกิจยิ่งเข้าไปใกล้เบื้องหลังเท่าไหร่ยิ่งควบคุมได้ง่าย”
ไทม์หันมองประจันหน้าอาม่าด้วยสีหน้าที่นิ่งเรียบ“เหนื่อยมั้ยครับ”
“อะไรของลื้อ”
“ผมถามว่าทำแบบนี้เหนื่อยมั้ยครับ” อาม่ามองไทม์พลางขมวดคิ้วเป็นปมไม่เข้าใจในคำถามของเขา
“อาม่าไม่ต้องตอบผมก็ได้นะครับตอบแค่ในใจก็พอผมเข้าใจนะครับว่าอาม่าต้องการทำให้ธุรกิจของครอบครัวเติบโตแล้วก็เข้าใจว่าลึกๆอาม่าก็อยากอาม่าก็อยากจะหาคนดีๆ ที่สามารถดูแลทั้งธุรกิจกับหลานๆ ได้แต่ว่า…ถ้าทำแล้วมันเหนื่อยมากๆ พักบ้างก็ได้นะครับ พักให้พวกเขาได้ทำหน้าที่ของเขาบ้างพวกเขารู้อยู่แล้วว่าสิ่งที่ตัวเองเลือกคือสิ่งที่ดีที่สุดต่อธุรกิจและครอบครัวเพราะฉะนั้น…ได้โปรดเชื่อใจพวกเขา แล้วคอยดูพวกเขาเติบโตอย่างสง่าเถอะครับ”
อาม่ามองไทม์ก่อนจะเอนหลังพิงเบาะรถแล้วถอนหายใจ“ทำไมลื้อถึงยอมทำแบบนี้ ทั้งๆ ที่ก็ไม่ใช่เรื่องของลื้อด้วยซ้ำ”
“เพราะผมรักพี่ลูซี่ไงครับผมไม่อยากเห็นเขาร้องไห้อีก”
หญิงชราเหลือบมองคนข้างก่อนจะหัวเราะในลำคอ“ยัยเด็กนั่นมันมีอะไรลื้อถึงได้รักมันมากนัก”
“เรื่องนั้นผมก็ไม่รู้หรอกครับรู้แค่ว่ารักแล้วก็อยากเห็นเขาเติบโตในแบบที่เขาอยากเป็นครับ”
“หึงี่เง่า” ไทม์เหลือบมองคนข้างๆ ที่กำลังหัวเราะอย่างไม่สบอารมณ์ รถยนต์ suv เทียบจอดที่ศาลเจ้าจีนแห่งนึงประตูรถเปิดออกก่อนอาม่าจะค่อยๆลงจากรถ
“เรื่องของลื้อก็แล้วกัน”ประตูรถฝั่งขวาปิดลงไทม์นยกยิ้มอย่างใจ
อย่างน้อยตอนนี้ก็ผ่านด่านหนึ่งแล้วส่วนด่านที่เหลือค่อยว่ากันก็แล้วกัน
เดินตามอาม่าเข้ามาในศาลเจ้าจีนพลางกวาดสายตาสำรวจรอบๆศาลเจ้าที่นี่ค่อนข้างใหญ่มีเทพหลายองค์ให้กราบไหว้
“ถือสิ!”
“โอ๊ะ!”อาม่าโยนกระเป๋าถือให้ไทม์ โชคดีนะที่เขารับทันไม่อย่างนั้นได้โดนด่าแน่
“ไปเอาธูปมาสิ”
“ครับ”ไทม์เดินไปหยิบธุปตามคำสั่งแต่พอหยิบมาให้อาม่าก็ง้างไม้เท้าจะตีไทม์พร้อมกับดุเขา“สิบเอ็ดอันสิ! สามอันนั่นมันไหว้พระพุทธ!”
“ก็ผมไม่ใช่คนจีนนี่”บ่นงุบงิบก่อนจะหันไปหยิบเพิ่มแต่ดูเหมือนว่าอาม่าจะได้เห็น “บ่นงุบงิบอะไรห๊ะ!!เร็วๆ สิ!”
“คร้าบ”ไทม์ยืนรออาม่าไหว้เทพเจ้าจีน เท่าที่อ่านป้ายเทพที่อาม่าไหว้คือเจ้าพ่อเห้งเจีย
ถ้าจำไม่ผิดเจ้าพ่อเห้งเจียเป็นเทพเจ้าที่ได้รับความเคารพและความนิยมมากๆจากผู้ที่มีเชื้อสายจีนที่อยู่ในประเทศไทยตามความเชื่อผู้ที่มาเคารพจะได้ความสามารถในการพลิกแพลงและสามารถแก้ไขปัญหาทุกอย่างได้
“อาม่าสวัสดีค่ะวันนี้มาไหว้เจ้าพ่อหรอคะเนี่ย”หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งเดินมาทักทายด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม แต่ทำไมเขารู้สึกแปลกๆกับผู้หญิงคนนี้นะ
“สวัสดี”อาม่ากล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบก่อนจะเดินผ่านอย่างไม่สนใจใยดีแต่กลับถูกผู้หญิงคนนั้นขวางทางเอาไว้“เอ่อ…อาม่าคะ ตอนนี้มูลนิธิเรา-”
“ไม่”ยังไม่ทันพูดจบอาม่าก็ตัดบทสนทนาทันที “แต่อาม่าคะ-”
“อั๊วบอกลื้อกี่ครั้งแล้วอยากสร้างบุญก็ต้องสร้างบุญเองไม่ใช่มาขอให้คนอื่นไปสร้างบุญ แล้วอีกอย่างนะอั๊วไม่อยากทำบุญกับคนที่เอาเงินบริจาคไปเที่ยวยุโรปหรอก มันเปลือง”พูดจบก็เดินออกปล่อยให้หญิงวัยกลางคนคนนั้นยืนทึ้งหัวตัวเองพร้อมกับก่นด่าอาม่าอย่างไม่สบอารมณ์
ไทม์มองแผ่นหลังของหญิงชราที่เคยบอกว่าดูโดดเดี่ยวแต่ตอนนี้ขอมองใหม่
อาม่าแม่งโคตรเจ๋งเลยว่ะ
เดินตามอาม่าไปตามซอกซอยข้างๆศาลเจ้าแถวนี้มีร้านค้ามากมายตั้งตามข้างทางคนมาเที่ยวก็เยอะดูเหมือนว่าที่นี่จะเป็นอีกจุดแลนด์มาร์คสำหรับนักท่องเที่ยวเลยก็ว่าได้
“ว่าแต่อาม่าจะไปไหนหรอครับ”
“ตามมาเงียบๆเถอะ”
เดินจนมาหยุดที่ร้านค้าร้านหนึ่งดูเหมือนจะเป็นร้านติ่มซ่ำสภาพร้านดูเก่าๆ คงจะเปิดมาหลายรุ่นแล้ว “แปะเอาแบบเดิม”
“ได้เลยรอแป๊บนะ”
“จะเอาอะไรลื้อก็ไปสั่งเอาเอง”
“ครับ”ไทม์ไปสั่งที่หน้าร้านเลือกเอาแค่อย่างสองอย่างพอเพราะเขาไม่ได้หิวอะไรขนาดนั้นอีกอย่างก็เกรงใจด้วย เอาแค่พอรองเท้าพอ
ระหว่างทั้งเขาและอาม่าไม่ได้คุยอะไรกันเขาแค่กวาดสายตาสำรวจบริเวณรอบๆ ส่วนอาม่าก็ไถโทรศัพท์เล่น
“เมื่อก่อนอั๊วเคยมีคนชอบ”ประโยคของอาม่าทำให้ไทม์ถึงกับเลิกคิ้วมองคนตรงหน้าอย่างสงสัย“เขาเป็นเพื่อนร่วมรุ่นอั๊วสมัยเรียนมหาลัย ตอนนั้นอั๊วชอบเขามากชอบขนาดที่ว่าตามจีบเขาทุกๆ วัน ทุกๆ เวลา”
อาม่าวางโทรศัพท์ลงก่อนจะเริ่มจัดการอาหารของตัวเองที่มาเสริฟ“แต่แล้ววันนึงเขาก็มาบอกอั๊วว่ามีชอบแล้ว”
‘เหมยเรามีคนชอบแล้วนะ’
‘เดี๋ยวสิหมายความว่าไง แล้วอั๊วล่ะ’
‘ขอโทษนะเหมยเราคิดกับเธอแค่เพื่อน แค่เพื่อนจริงๆ’
‘โกหกกันใช่มั้ยนธินโกหกอั๊วใช่มั้ย’ นธินแกะมือของเหมยที่เขย่าแขนเขาออกก่อนจะหันไปประจันหน้า‘เรื่องจริง เพราะฉะนั้นเหมยต้องตัดใจจากเราได้แล้วนะ’
‘ตัดใจหรอลื้อบ้าป่ะ อั๊วจีบลื้อมาตั้งนานแล้วจะมาบอกให้ตัดใจเนี่ยนะ!!!’
‘ขอโทษเราขอโทษจริงๆ’
“ตอนนั้นอั๊วโกรธมากโกรธจนตามไปโวยวายถึงบ้านเขา จนเขาเริ่มเกลียดอั๊ว”
“แล้วตอนนั้นอาม่าทำยังไงหรอครับ”
“ทำอะไรได้ล่ะรู้ตัวอีกทีเขาก็แต่งงานกับคนใหม่ไปแล้วอั๊วทำอะไรไม่ได้นอกจากตัดใจแล้วเริ่มชีวิตใหม่”อาหารในจานของอาม่าหมดเกลี้ยงเธอหยิบกระดาษทิชชูที่เตรียมมาเองขึ้นมาเช็ดปาก
“สุดท้ายอั๊วก็ถูกจับแต่งกับบ้านมหาเศรษฐีอั๊วปฏิเสธไม่ได้เพราะธุรกิจของที่บ้านกำลังวิกฤติเพื่อให้ธุรกิจที่บ้านไปต่ออั๊วเลยจำเป็นต้องแต่งเท่านั้น”
“ตอนนั้นอาม่ามีความสุขมั้ยครับ”อาม่าเงยหน้ามองเขาพร้อมกับสีหน้านิ่ง “ลื้อคิดว่าอั๊วมีความสุขมั้ยล่ะการแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักมันทุกข์กว่าสิ่งใดเลย”
แววตาของอาม่าแสดงความเศร้าออกมาอย่างเห็นได้ชัดเธอคงจะเจ็บปวดน่าดูการที่ต้องมาแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักแล้วต้องอยู่จนถึงช่วงชีวิตสุดท้ายมันคงทรมานและอึดอัดเหมือนตายทั้งเป็นเลย
“แต่ถึงอย่างนั้นกงก็เป็นคู่ชีวิตของอั๊ว ถ้ากงตายไปอั๊วก็คงเหงาน่าดู”
มุมปากของไทม์ยกยิ้มที่แท้ก็รักอากงนี่เองแค่ปากแข็งเท่านั้น
“ลื้อก็เหมือนกัน!!ถ้าลื้อทิ้งหลานอั๊ว อั๊วจะไปถล่มบ้านลื้อ จะล้างโคตรทั้งตระกูลเลย เข้าใจมั้ย!”ไทม์หลุดหัวเราะกับท่าทางซึนเดเระของอาม่าก่อนจะพยักหน้าตอบ “ครับๆ รับทราบครับผม”
หลังจากทานติ่มซำเสร็จเขากับอาม่าก็เดินไปกันต่อ“ลื้อรออยู่นี่ อั๊วจะไปซื้อของหน่อย”
“ได้ครับ”ส่งกระเป๋าให้อาม่าก่อนจะถอยมายืนรออยู่หน้าร้าน
ระหว่างที่กำลังยืนรออาม่าไทม์ก็กวาดสายตาสำรวจบริเวณรอบๆจู่ๆ สายตาก็ไปหยุดที่ใครคนหนึ่งใส่หมวกแก๊ปสีน้ำเงินเสื้อยืดสีดำที่อยู่ไกลเขามีท่าทีแปลกๆเดินตามเขากับอาม่าตั้งแต่ออกมาจากร้านติ่มซำแล้วและตอนนี้ก็ยังคงตามอยู่ตอนแรกก็คิดว่าเขาคงมาทางเดียวกันแต่ตอนนี้เริ่มชักจะไม่แน่ใจแล้ว
“ไปได้แล้ว”
“อ่า…ครับ”
“โอ๊ย!!!”ไม่ทันได้ตั้งตัวจู่ๆกระเป๋าของอาม่าก็โดนวิ่งมิหนำซ้ำเจ้าคนขโมยยังผลักอาม่าจนล้มลงกับพื้น
“พี่ครับผมฝากอาม่าด้วยนะครับแล้วก็ฝากแจ้งตำรวจด้วย” พูดจบไทม์ก็รีบวิ่งตามเจ้าโจรไปทันที
สองขารีบสับไปตามตรอกซอกซอยเพื่อตามเจ้าโจรขโมยกระเป๋าแต่ด้วยสิ่งกีดขวางรวมถึงข้าวของของชาวบ้านทำให้เขาไม่สามารถวิ่งตามได้สะดวกทำให้ไทม์ต้องเปลี่ยนมาใช้ความคิดเขาจำได้ว่าซอยแถวนี้จะเชื่อมต่อกันและสามารถทะลุหากันได้ แต่ถ้าวิ่งตรงไปเรื่อยๆทางมันจะไปทะลุที่ถนนใหญ่พอนึกได้แบบนั้นไทม์ก็หันมองหาสิ่งที่จะพาให้เขาไปดักหน้าโจรได้ไวก่อนจะไปหยุดที่คุณลุงที่กำลังเข็นมอเตอร์ไซค์ไม่ไกล
“ลุงครับยืมมอไซค์แป๊บนึงนะครับเดี๋ยวผมเอามาคืน”ไม่รอให้คุณลุงอนุญาตไทมม์ยัดแบงค์พันใส่มือลุงก่อนจะรีบขับมอเตอร์ไซค์ออกไปทันที
ขับซิ่งไปตามซอกซอยจนในที่สุดก็ทะลุออกมาที่ถนนใหญ่ไม่นานเจ้าโจรขโมยกระเป่าก็วิ่งตามออกมาตามแผนที่วางไว้ไทม์ทำการจอดรถเดินตรงไปหาโจรเพื่อจะไปเอากระเป๋าคืนแต่กลับไม่ใช่อย่างที่คิดโจรควักมีดออกมาก่อนจะแทงสวน โชคดีที่ไทม์หลบทันแล้วจับมือที่มีดเอาไว้ได้
ทั้งคู่พยายามยื้อดื้อดึงก่อนโจรจะใช้เท้าถีบเข้าท้องจนไทม์ตัวงอแต่โชคดีขั้นที่สองที่เขาเกร็งหน้าท้องเอาไว้ทำให้ไม่จุกมากไทม์บิดแขนที่ถือมีดจนหล่นทำการกระทืบเท้าและเตะเข้าที่ขาสองสามทีจนโจรล้มหน้ากระแทกพื้นจนร้องโอดโอยโชคดีที่เขาเรียนทักษะการป้องกันตัวลุคเล็กน้อยอย่างน้อยวันนี้มันก็มีประโยชน์แล้วล่ะนะ
ไม่นานตำรวจกับอาม่าก็ตามมาถึงก่อนตำรวจจะพุ่งเข้าจับเจ้าโจรทันที
“ไอ้เจ้าบ้า!!!บังอาจนักที่มาขโมยกระเป๋าอั๊ว!!!”ไม่พูดเปล่าอาม่าง้างไม้เท้าตีโจรด้วยความโมโหจนไทม์ต้องรีบเข้าไปดึงตัวออกมา“อาม่าใจเย็นๆ ครับ!!”
“ปล่อยอั๊ว!!อั๊วจะฟาดมัน!!!”
“ใจเย็นๆครับใจเย็น”
“เดี๋ยวรบกวนให้ปากคำสักครู่นะครับ”
“ได้ครับๆอาม่ารออยู่แป๊บนึงนะครับ”
ขณะที่ให้ปากคำกับตำรวจก็แอบเหลือบมองอาม่าที่ตอนนี้ยังคงโมโหง้างไม้เท้าหมายจะฟาดโจรอยู่รำไร
“ขอบคุณมากครับเดี๋ยวที่เหลือเราจัดการเอง”
“ครับขอบคุณครับ”
เรื่องโจรเสร็จเรียบร้อยแล้วที่นี้ก็เหลือแต่เรื่องอาม่าแล้วไทม์เดินกลับไปสมทบกับอาม่าพร้อมกับดึงเธอกลับ
“อาม่าเรากลับกันเถอะครับ”
กลับขึ้นรถsuv คันเดิมก่อนรถจะเคลื่อนตัวออกไทม์ถอนหายใจสูดอากาศเข้าเต็มปอดเอนหลังพิงกับเบาะอย่างหมดแรง
“ถึงกับหมดแรงเลยรึไง”
“ผมวิ่งนะครับไม่หมดแรงสิแปลก”
พึ่งสังเกตเห็นว่าที่มือไทม์มีแผลน่าจะเป็นจากตอนที่สู้กับโจร “อาแปง แวะโรงพยาบาลด้วย”
“ครับ”
“แวะทำไมหรอครับ”
“มือลื้อเป็นแผลต้องไปทำแผลก่อน” ก้มมองที่มือตัวเองพึ่งสังเกตว่าตัวเองมีแผล “ไม่เป็นไรหรอกครับแผลแค่นี้เอง”
แผลไม่ได้ใหญ่มากแต่ก้ทำให้เขาชาและปวดได้คงมาจากตอนที่โจรควักมีดตอนนั้นแหละ
“ไม่ได้!!!ถ้าไม่ทำแผลเดี๋ยวจะเป็นบาดทะยักแล้วจะต้องถูกตัดมือ-”
“โอเคครับผมทำแผลก็ได้ครับจะได้ไม่เป็นบาดทะยักเนาะ”
“ดี”แอบลอบถอนหายใจไม่ให้อาม่าเห็น ถ้าปฏิเสธไปคงยาวแน่ๆ ช่วยไม่ได้ แค่ทำแผลเองยอมก็ได้
มาถึงโรงพยาบาลไทม์ก็ถูกเข็นส่งเข้าห้องฉุกเฉินทันทีเอาจริงๆ เขาเดินเองก็ได้นะไม่ต้อถึงกับต้องนั่งรถเข็นให้มันเวอร์วัง
“ขอบคุณนะครับที่พามาทำแผล”
“อั๊วไม่อยากโดนอาลูซี่มาบ่นทีหลังว่าดูแลแฟนมันไม่ดีต่างหาก”อาม่าพูดพลางหลบสายตาราวกับว่ากำลังปิดบังความจริงอยู่
“อั๊วไปล่ะลื้อจะอยู่ที่นี่ต่อใช่มั้ย”
“ครับแม่ผมรักษาอยู่ที่นี่”
“งั้นหรอคราวหน้าที่เจอกัน…” มองตามแผ่นหลังของหญิงชรามองตามปริบๆรอประโยคต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ “พาอาลูซี่กับแม่ลื้อมาด้วย เดี๋ยวจะพาไปกินติ่มซำ”
ไทม์ยกยิ้มกว้างจนตาปิดก่อนจะก้มขอบคุณแม้อีกคนจะเดินไปจนไม่เห็นเขาแล้วก็ตาม
“ครับขอบคุณมากครับอาม่า”