ตอนที่ 75 ผู้นำชุมชนกู้ชนะแล้ว
บรรดาผู้นำชุมชนกลับยกเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญแล้ว พวกเขาคิดไปถึงคำพูดของผู้อำนวยการไช่ในการประชุมเมื่อเช้านี้ และรู้สึกว่าตนเองได้ค้นพบกุญแจสำคัญเข้าให้แล้ว นั่นคือการดึงศักยภาพจากความกระตือรือร้น และความคิดริเริ่มของคนหนุ่มสาวที่มีความรู้ ให้พวกเขาได้เปล่งประกายและอุทิศตนให้กับการพัฒนาชุมชน
บางที ความหมายของผู้อำนวยการไช่ อาจจะเป็นการให้พวกเขาระดมคนในชุมชนของตนเอง มิใช่การมาเลื่อยขาเก้าอี้ชุมชนถวนเจี๋ย คงเป็นไปไม่ได้ที่ทั่วทุกทั้งสหคามจะหวังพึ่งเพียงสหายหานชีเยวี่ยจากชุมชนถวนเจี๋ยเพื่อที่จะเฉิดฉายใช่หรือไม่!
หานชีเยวี่ยลอบมองการแสดงของผู้นำชุมชนอยู่ข้างๆ และลอบชื่นชมตาเฒ่าผู้นี้ในใจ
ผลปรากฏว่า หลังจากที่ได้ยินคำเตือนของกู้อวิ๋นฉี สีหน้าของบรรดาผู้นำชุมชนหลายคนก็เปลี่ยนไป บางคนถึงกับมีสีหน้าตื่นเต้นราวกับได้รับการกระตุ้น หานชีเยวี่ยไม่สงสัยเลยสักนิดว่า หากตอนนี้สามารถกลับไปก่อนได้ตามสะดวก คนเหล่านี้อาจจะตรงไปหาคนในชุมชนของตนเองเพื่อเปิดประชุมแก้ปัญหานี้ทันที
กู้อวิ๋นฉีมองสีหน้าของคนเหล่านี้ และนับว่าเขาพอใจเป็นอย่างยิ่ง ในที่สุด สิ่งที่เขาพูดไปมากมายก็ไม่สูญเปล่า ไม่ว่าหน้าไหนก็ล้วนเป็นตาแก่เจ้าเล่ห์ คิดแต่จะเอาเปรียบเขา ชุมชนถวนเจี๋ยมีสมบัติล้ำค่าอย่างหานชีเยวี่ยเพียงคนเดียว ดังนั้นเขาจะไม่ยอมให้ใครแย่งไปได้ ส่วนคนที่เป็นศูนย์กลางของเรื่องราวอย่างหานชีเยวี่ย กลับดูสงบนิ่งราวกับว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเธอ เธอเป็นวิญญาณเร่ร่อนมานานหลายสิบปี ดังนั้นกลอุบายเช่นนี้เธอจึงเข้าใจดีเช่นกัน
ไอ้จิ้งจอกเฒ่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้นำชุมชนที่กำลังขุดหลุมพรางกับดัก ให้ผู้นำชุมชนคนอื่นๆ เพื่อให้พวกเขายอมแพ้ที่จะแย่งชิงตัวเธอไป ทว่าอย่างไรก็ตาม แม้ว่าเธอจะมองกลอุบายเหล่านี้ออกอย่างทะลุปรุโปร่ง แต่ก็ไม่ได้ขัดขวาง และแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจสถานการณ์แทน ผู้นำชุมชนและบรรดาเหรัญญิกต่างตกอยู่ในภวังค์ความคิด เหตุใดคนหนุ่มสาวในชุมชนของพวกเขาถึงไม่มีความสามารถและทักษะเฉกเช่นหานชีเยวี่ยกันนะ? เป็นเพราะคนหนุ่มสาวเหล่านั้นไม่มีความสามารถเอง หรือเป็นเพราะพวกผู้นำชุมชนเช่นเขาไม่ได้ให้โอกาสพวกคนหนุ่มสาวได้แสดงฝีมือ?
ผู้นำชุมชนจากชุมชนต่างๆ ถูกคำพูดของกู้อวิ๋นฉีกระตุ้นจนหัวร้อน ราวกับพวกเขาตัดสินใจได้ในนาทีนั้นว่าทันทีที่กลับไป จะไปจัดการประชุมเพื่อระดมพลคนหนุ่มสาวที่จบการศึกษาระดับมัธยมปลายในชุมชนของตนเอง
พวกเขาต้องกระตุ้นให้คนเหล่านี้คิดหาวิธีที่จะเฉิดฉายแสงเห่งความร้อนแรง และใช้ความแข็งแกร่งของตนเองเพื่อการพัฒนาชุมชนของตน
ในเมื่อจบการศึกษาระดับมัธยมปลายเหมือนกัน ทำไมคนของชุมชนถวนเจี๋ย ถึงเก่งกาจขนาดนี้ ในขณะที่คนของพวกเขากลับด้อยกว่า?
ตอนนั้นเอง ที่บรรดาผู้นำชุมชนกลุ่มสุดท้ายมาถึง กู้อวิ๋นฉีไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องเอ่ยปากอธิบายอีกครั้ง หลังจากนั้นเขาก็ประสบความสำเร็จในการโน้มน้าวทุกคน แต่แม้จะโน้มน้าวทุกคนได้แล้ว กู้อวิ๋นฉีก็ยังไม่ลืมเป้าหมายของวันนี้ ชุมชนต่างๆ ยังคงต้องช่วยเขารวบรวมเสบียงตามคำสั่งซื้ออยู่ หากรวบรวมไม่เพียงพอ โรงงานทอฝ้ายย่อมไม่พอใจแน่นอน
เรื่องที่เหลือก็คือละครการต่อสู้ฉากใหญ่ระหว่างกู้อวิ๋นฉีและผู้นำชุมชนคนอื่นๆ ที่จะต้องต่อรองกันเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง ในเรื่องนี้ กู้อวิ๋นฉีไม่กลัว เพราะท้ายที่สุดแล้ว เขามีอำนาจที่เหนือกว่าอยู่ในมือ คนเหล่านี้ต้องการส่วนแบ่งจากเขา พวกเขาย่อมต้องยอมเสียเปรียบบ้าง
หานชีเยวี่ยคร้านจะยุ่งเรื่องของพวกนี้ เธอจึงลอบกลับไปที่ห้องของตนเองเงียบๆ ส่วนย่าเฒ่าหานก็มีคนมาส่งไข่ไก่เพิ่มอีกหลายคน เธอจึงยุ่งอยู่เช่นกัน กลุ่มชายฉกรรจ์ยืนอยู่ในลานบ้านของตระกูลหาน แม้จะไม่มีใครมาต้อนรับ แต่พวกเขาก็คุยกันอย่างเบิกบานใจทีเดียว
หลังจากผ่านการถกเถียงกันมาอย่างดุเดือด ท้ายที่สุดกู้อวิ๋นฉีก็ชนะ ผู้นำชุมชนคนอื่นๆ มองท่าทางราวกับกิ่งก่าได้ทองของกู้อวิ๋นฉีด้วยความโกรธจนทนแทบไม่ไหว พวกเขาตั้งใจว่าหลังจากทำธุรกิจครั้งนี้เสร็จแล้ว พวกเขาจะไม่ร่วมมือกับพ่อค้าเจ้าเล่ห์เช่นกู้อวิ๋นฉีคนนี้อีก
กู้อวิ๋นฉีส่งคนอื่นๆ กลับไปหมดแล้วก็ขี่จักรยานฮัมเพลงกลับบ้านอย่างอารมณ์ดี หลังจากต้องอดทนถูไถ ขายผ้าเอาหน้ารอดมานานหลายปี ในที่สุดเขาก็ได้เชิดหน้าชูตาเสียที
เฮอะ คนพวกนี้คิดจริงๆ เหรอว่าคนหนุ่มสาวที่มีความรู้ในชุมชนของพวกเขาจะมีความสามารถเหมือนชีเยวี่ย? ฝันไปเถอะ!
ชีเยวี่ยเป็นคนพิเศษ มีเพียงหนึ่ง ไม่มีสอง!
รอจนกระทั่งทุกคนกลับไปหมดแล้ว หานชีเยวี่ยถึงค่อยเดินออกมาจากห้อง ส่วนย่าเฒ่าหานก็เพิ่งส่งคุณยายไม่กี่คนที่มาส่งไข่ไก่กลับไปพอดีเช่นกัน
หานชีเยวี่ยเห็นว่าคุณย่าว่างแล้ว เธอจึงเล่าเรื่องที่หานซานหยางจะไปทำงานวันจันทร์ให้ฟัง “ย่าคะ พี่สามได้งานที่สถานีตำรวจแล้วค่ะ แล้วก็ได้พักที่หอด้วย แต่ว่าเป็นหอพักเดี่ยว แต่ยังขาดข้าวของเครื่องใช้หลายอย่างเลยค่ะ หนูกับพี่สามเข้าเมืองไปซื้อของมาบ้างแล้ว แต่ยังไม่มีพวกเครื่องนอนค่ะ"
วินาทีนี้ย่าเฒ่าหานทั้งดีใจและเป็นกังวลในเวลาเดียวกัน หลานชายได้ไปทำงานแล้ว ต่อไปไม่ว่ายังไงก็ถือว่าเป็นข้าราชการ แต่การเตรียมข้าวของเครื่องใช้ให้หลานชายกลับกลายเป็นเรื่องยากสำหรับครอบครัวพอควร
โดยเฉพาะเครื่องนอน ทั้งผ้าทั้งนุ่น ที่ไม่ใช่มีแค่นิดแค่หน่อยถงจะเพียงพอ อีกไม่นานก็จะถึงเทศกาลไหว้พระจันทร์แล้ว อากาศจะเริ่มเย็นลง ถ้าผ้านวมบางเกินไปก็ถือว่าใช้การไม่ได้
"อาเยวี่ย ที่บ้านเราเก็บนุ่นมาหลายปี ก็ได้แค่หกจินเอง ไม่พอหรอก" ย่าเฒ่าหานขมวดคิ้วด้วยความกังวล
ผ้านวมที่ใช้ในฤดูหนาวต้องใช้นุ่นอย่างน้อยเจ็ดจิน ไหนจะที่นอนอีก ดีร้ายอย่างไรก็ต้องใช้นุ่นถึงสิบกว่าจิน อีกอย่าง พวกเธอจะทำแค่ผ้านวมอย่างเดียว ไม่ทำเสื้อกันหนาวหรือ? เธอคงไม่อาจปล่อยให้หลานชายใส่เสื้อผ้าขาดๆ วิ่นๆ ไปทำงานได้กระมัง?
หานชีเยวี่ยจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าฐานะทางบ้านไม่เอื้ออำนวย แต่เธอคิดหาวิธีไว้แล้ว อีกทั้งยังเตรียมของไว้ในมิติเรียบร้อยแล้วด้วย เหลือแค่ลงมือทำเท่านั้น
"ย่าคะ พรุ่งนี้หนูว่างพอดี หนูจะทำเครื่องนอนให้พี่สามเองค่ะ ย่าวางใจได้เลยนะคะ หนูจะหาวิธีทำให้ผ้านวมนุ่มฟู ไม่ให้พี่สามนอนหนาวอย่างแน่นอน"
ย่าเฒ่าหานยิ้มปนขมขื่น ผ้ายัดนุ่นเก่าๆ ต่อให้ทำให้นุ่มฟูมากแค่ไหน ความอบอุ่นก็ยังไม่เพียงพอ แต่ดูเหมือนจะไม่มีทางเลือกอื่น
“ย่าคะ หนูสามารถห่อผ้าฝ้ายเก่าครึ่งหนึ่งผ้าฝ้ายใหม่ครึ่งหนึ่ง แค่นี้ก็ช่วยให้อบอุ่นได้ไม่น้อยแล้วค่ะ ฝ้ายเก่าสามารถเอาจากผ้าห่มผืนเดิมของพี่สาม แล้วก็เพิ่มผ้าฝ้ายใหม่เข้าไปก็เรียบร้อยแล้ว คุณย่าว่าได้ไหมคะ?”
ถ้าเป็นไปได้ย่าเฒ่าหานย่อมไม่เห็นด้วย ทว่าตอนนี้เธอทำอะไรไม่ได้เลย ทำได้เพียงทำตามที่หลานสาวว่ามาเท่านั้น
"นั่นเป็นนุ่นที่ย่าเตรียมไว้ให้พี่ใหญ่ของหลานไว้แต่งภรรยา คิดไม่ถึงว่าจะต้องเอามาใช้แบบนี้!” จริงๆ แล้วย่าเฒ่าหานก็รู้สึกปวดใจอยู่บ้าง
เดิมทีตั้งใจเตรียมไว้ให้หลานชายคนโต ทว่าตอนนี้ก็ทำได้เพียงให้หลานชายคนรองใช้ไปก่อน ส่วนของหลานชายคนโต ค่อยหาวิธีกันทีหลังแล้วกัน! คนอื่นมักจะพูดว่าลูกเยอะลาภก็ยิ่งเยอะ หารู้ไม่ว่าลูกชายเยอะก็ลำบากเยอะเช่นกัน เหมือนน้ำที่รินไม่เคยเต็มแก้ว หากฐานะทางบ้านดีก็ว่าไปอย่าง แต่บ้านเรามีฐานะแบบนี้ โชคดีที่เด็กๆ ในบ้านล้วนแต่เป็นเด็กดี มีเหตุผล จึงไม่เคยทะเลาะกันเลย
"ย่าคะ พี่สามไปทำงานแล้ว เงินในมือย่อมต้องคล่องตัวขึ้นไม่น้อย ถึงเวลานั้น เงินก็ไม่ขาดมือแล้วค่ะ อีกอย่าง อาทิตย์หน้าหนูก็ไปทำงานแล้ว แถมยังได้เป็นพนักงานประจำด้วย สวัสดิการอะไรก็คงมีไม่น้อย แล้วยังจะต้องกลัวว่าจะเตรียมผ้านวมใหม่สองผืนให้พี่ใหญ่ไม่ได้อีกหรือคะ?"
หานชีเยวี่ยพยายามปลอบย่าเฒ่าหานด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลาย ที่เธอพูดแบบนี้ เพราะรู้ว่าในมิติยังมีคูปองซื้อนุ่นอยู่อีกมาก คูปองซื้อนุ่นเป็นของมีค่า แต่สตรีเช่นตู้ฉานั้นกลับขยันสะสมไว้ในมือถึงสิบกว่าจิน ที่บ้านก็มีนุ่นเก็บไว้อีกหกเจ็ดจิน นอกจากนี้ ยังมีผ้านวมใหม่สองผืนที่เตรียมไว้สำหรับงานแต่งงานของจวงเหวินหลินอีกด้วย
แม้ว่าหานชีเยวี่ยจะรังเกียจครอบครัวจวงที่ไม่จริงใจ และรู้สึกแขยงกับข้าวของเครื่องใช้ของพวกเขา แต่เธอก็ไม่ได้เกลียดข้าวของพวกนั้นตามไปด้วย ของที่ใช้แล้ว หานชีเยวี่ยจะหาโอกาสขายมันทิ้ง แต่ของที่ครอบครัวจวงยังไม่ได้ใช้ เธอต้องเอามาใช้ในบ้านตัวเองก่อน
เธอวางแผนไว้แล้วว่าหลังจากเริ่มทำงาน เธอจะหาเหตุผลเอามาทั้งคูปองและนุ่นออกมาใช้
ผ้านวมที่บ้านแข็งกระด้างหมดแล้ว ไม่อุ่นเลยแม้แต่นิดเดียว ฤดูหนาวนี้คงจะลำบากแย่ ตัวหานชีเยวี่ยไม่เป็นไร เธอแค่นำผ้านวมไหมที่อยู่ในมิติออกมาใช้ในตอนกลางคืนก็เป็นใช้ได้แล้ว เธอเคยลองห่มแล้ว มันนุ่มและอบอุ่นมากทีเดียว พอนำมาห่มบนตัวก็เหมือนนอนบนก้อนเมฆ สบายจนทนแทบไม่ไหว