“คุณพ่อสวัสดีครับ” / “สวัสดีครับคุณพ่อ” / “สวัสดีครับคุณแม่” เสียงราวกับนกระจอกแตกรังเมื่อคนกลุ่มนี้มาถึง ต่างก็พากันมาทักทายพ่อแม่ของเ้าภาพก่อนเป็อันดับแรก เพราะเจอก่อนเมื่อเดินเข้ามาในงาน
“สวัสดีหนุ่ม ๆ แหมไม่ได้เจอกันนาน ลูกแม่ยังหล่อเหมือนเดิมกันทุกคนเลยนะ” นิลาวัลย์เอ่ยทักทายห้าหนุ่มแก๊งกาแฟที่กรูกันเข้ามาสวัสดี
“คุณแม่ก็ยังสวยเหมือนเดิมนะครับ คุณพ่อนี่ตาแหลมจริง ๆ” ครูสเอ่ยชมพ่อแม่ของเ้าภาพ
“แหม ยังปากหวานเหมือนเดิมเลยนะครูส อย่างนี้สาว ๆ ไม่หลงแย่เหรอ”
“แย่ครับแม่ แย่ไปหลายคนแล้วครับ” ปั้นจั่นรับมุกที่แม่ชงไปตบต่อ จนเรียกเสียงฮาจากทุกคนได้
“คุณพ่อดูสิครับ ผมน่าสงสารแค่ไหน มีเพื่อน เพื่อนก็ไม่รัก มันคอยหาจังหวะจิกกัดอยู่เรื่อย คุณพ่อพอจะมีสาว ๆ มาช่วยรักษาแผลให้ผมสักหน่อยไหมครับ” ครูสรีบหันไปขอความเมตตาจากคีรินทร์
“ฮ่าฮ่า ไม่ทิ้งลายเลยนะไอ้เสือ”
“อย่างไอ้ครูสเนี่ยนะครับพ่อ มีแต่จะเพิ่มลายครับ ไม่เหมือนผมไม่มีลายอะไรกับใครเขาเลย ชีวิตน่าสงสารต้องพบแต่ความพลัดพรากอยู่ตลอด”
“โถ..ไอ้สิบรถ เมียทำโทษไม่ยอมให้เข้าบ้าน ก็เอามาเรียกคะแนนได้นะมึง” ปั้นจั่นทนฟังแล้วอดไม่ได้ จึงต้องจัดการเปิดเผยความจริง
“อย่าไปฟังพวกมันเลยครับ เสียเวลาพ่อเปล่า ๆ ว่าแต่โต๊ะไหนโสดบ้างครับพ่อ ช่วยชี้พิกัดให้ผมหน่อยสิครับ” กังหันเรียกความสนใจจากคีรินทร์
“นี่แน่ะ!” ตรีวิทย์อดไม่ไหว ตบกะโหลกเพื่อนเข้าให้เบา ๆ “ไอ้กังมึงนี่ไม่รู้เวลาล่ำเวลาเลย เพิ่งจะมาถึงเขาก็ต้องไปแสดงความยินดีกับเ้าภาพก่อนสิวะ นี่อะไรถามหาสาวก่อนเลย”
“หรือว่ามึงไม่อยาก??” เพื่อนพ้องทุกคนหันมาหาตรีวิทย์และถามเป็เสียงเดียวกัน
“อยาก!!” เสียงดังฟังชัดจากชายหนุ่มผู้ที่ได้ชื่อว่าสุภาพที่สุดในกลุ่ม จนได้เสียงตอบกลับจากทุกคนมาพร้อม ๆ กัน
“ถุย!”
“อุ้ย! ขอโทษครับ คุณพ่อ คุณแม่ ไอ้พวกนี้เจอกันมันก็จะเกิน ๆ อย่างนี้ล่ะครับ อย่าไปถือพวกมันเลยนะครับ” ปั้นจั่นหันกลับมาเห็นหน้าพ่อแม่ของเพื่อนรักยืนยิ้มอยู่ แต่ก็รู้ว่ากิริยาเมื่อครู่นั้นดูจะเป็กันเองมากจนเกินกว่าที่จะแสดงต่อหน้าผู้ใหญ่ จึงได้รีบเอ่ยขอโทษ
“นี่พวกมึงมาถึงก็ป่วนพ่อกับแม่กูเลยนะ” คีรีเข้ามากอดคอปั้นจั่นกับตรีวิทย์ พร้อมกับส่งเสียงทักทายเพื่อนแก๊งกาแฟ
“ตามสบายกันนะลูก อยากได้อะไรก็บอก ส่วนสาว ๆ น่ะ ถ้าอยากได้ ต้องถามแม่เขา ขานั้นเขาช่างหา นี่ก็หาไว้ให้ตามินสก์แล้วด้วยคนหนึ่ง”
“แหม คุณก็ ฉันก็ไม่ได้ขนาดนั้นหรอกค่ะ แต่ถ้าลูก ๆ สนใจก็บอกได้นะ แม่จะถามเพื่อน ๆ แม่ให้ว่าใครยังมีลูกสาวว่าง ๆ อยู่บ้าง”
“ฮ่าฮ่า ขอบคุณครับแม่ ถ้าผมถูกสลัดรักเมื่อไหร่ จะมาใช้บริการของแม่นะครับ” ครูสเป็คนแรกที่รีบเสนอตัว
“จ้า ตามสบายกันนะทุกคน” นิลาวัลย์ตอบรับและยิ้มให้กับเพื่อนลูกทุกคน ก่อนที่จะหันกลับไปให้ความสนใจกับเพื่อนของตนเอง เช่นเดียวกันกับคีรินทร์
“ส่งข้อความไปทำเป็เงียบกันทุกคนเลยนะ กูก็นึกว่าพวกมึงจะมาไม่ได้เสียแล้ว” คีรีส่งเสียงต่อว่าเพื่อน ๆ แบบออกแนวน้อยใจเล็ก ๆ ขณะที่พาเพื่อนเดินเข้ามาด้านในเพื่อหาโต๊ะนั่ง
“ถ้าตอบกลับ วันนี้ก็ไม่ได้เซอรไพร์สมึงน่ะสิไอ้มินสก์” สิบรถเอ่ยตอบ
“นี่พ่อแม่มึงมา แล้วคุณย่าสุดที่รักไม่มาเหรอวะ” ตรีวิทย์เอ่ยถามด้วยรู้สึกว่ายังขาดคนสำคัญไปอีกหนึ่งคน
“มาสิวะ เก็บตัวไว้ในห้องโน่น ย่าบอกเห็นคนเยอะแล้วตาลาย ขอเข้าไปนั่งพักข้างในห้องดีกว่า”
“เออ ๆ งั้นไปสวัสดีคุณย่ากันก่อนดีกว่าว่ะ พาไปหน่อยดิไอ้มินสก์” ปั้นจั่นบอกคนนำทาง
“แล้วน้องพลอยใสไม่มาด้วยเหรอวะ หรือว่าแกเลิกกับน้องเขาแล้ว” ครูสเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย ในระหว่างที่พากันเดินไปหาคุณย่ารื่น
“ใครวะน้องพลอยใส?” คีรีที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย เอ่ยถามกลับ
“เห้ย!” เสียงร้องด้วยความแปลกใจดังขึ้นจากเพื่อน ๆ ทุกคน ที่ถึงกับชะงักเท้าแล้วหันมาจ้องมองที่คีรีกันเป็ตาเดียว
“นี่มึงอย่าบอกนะ ว่ามึงลืมน้องพลอยใสไปแล้ว” กังหันส่งเสียงถามคีรี อย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน เพราะก่อนที่คีรีจะไปต่างประเทศนั้น สองคนรักกันจนเพื่อน ๆ ยังนึกหมั่นไส้ และที่สำคัญเขารู้จักนิสัยของเพื่อนดี ว่าเป็คนรักเดียวใจเดียว
“............” คีรีมองหน้าเพื่อนทุกคนด้วยความงุนงง ความรู้สึก
ปวดหัวเริ่มกลับเข้ามาจนต้องยกมือขึ้นนวดขมับตัวเอง
“กูว่าเอาไว้ก่อนดีกว่าเื่นั้น ไปหาคุณย่ากันดีกว่าว่ะ โคตรคิดถึงท่านเลย ไม่ได้เจอตั้งนานแล้ว ยังสาวอยู่เหมือนเดิมไหมวะ?” ตรีวิทย์เห็นท่าไม่ดีจึงชวนเปลี่ยนเื่ กอดคอพาคีรีให้เดินต่อไป ส่วนเพื่อนคนอื่นหันมองหน้ากันเองด้วยความสงสัย ก่อนจะเดินตามกันไปหาคุณย่ารื่น
“สวัสดีครับคุณย่า” เสียงหนุ่ม ๆ แก๊งกาแฟที่ดังขึ้นทักทายผู้สูงอายุโดยพร้อมเพรียงกัน พร้อมกับกรูกันเข้ามารุมล้อมคุณย่ารื่น
“ไม่ได้เจอกันตั้งนาน ผมคิดถึงคุณย่าจังเลยครับ” ครูสรีบเอ่ยปากทำคะแนนก่อนใครเพื่อน
“แหม ย่าจะเชื่อดีไหมเนี่ย คิดถึงแล้วไม่เห็นจะไปหาย่ากันเลย”
“นั่นไงไอ้ครูส กูบอกแล้วว่าย่าไม่ใช่คนเชื่อคนง่าย” สิบรถได้ทีตอกย้ำเพื่อน
“แหมคุณย่าครับ ผมอยากจะไปหาคุณย่าใจจะขาด แต่ว่า
เคลียร์คิวไม่ได้เลยครับ” ครูสรีบแก้ตัว แต่เจอกังหันสะกัดดาวรุ่งเข้าให้อีกคน
“คิวสาวน่ะสิมึง”
“ฮ่าฮ่า แย่แล้วพ่อครูส” คุณย่ารื่นส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดีที่เห็นคนกะล่อนอย่างครูสไปไม่ถูก
“คุณย่าอย่าไปสนไอ้ครูสมันเลยครับ คุณย่าสบายดีใช่ไหมครับ ออกไปวิ่งแข่งกับผมไหวไหมครับเนี่ย” ปั้นจั่นที่ออกแนวบ้าพลัง ชวนผู้สูงอายุพิสูจน์ความแข็งแรง
“โอ้ย! ย่าวิ่งไม่ไหวแล้ว เดี๋ยวลมจับกันพอดี แต่ถ้าเดินในสวนก็ยังพอไหวอยู่นะ”
“โอ้โห! คุณย่านี่แข็งแรงจริง ๆ เลย สุดยอดเลยครับ” ตรีวิทย์เอ่ยขึ้นด้วยความทึ่งในตัวคุณย่ารื่นที่อายุแปดสิบกว่าแล้วก็ยังแข็งแรงอยู่
“สวัสดีครับ ผมรู้สึกเสียมารยาทจังเลยที่เพิ่งจะเห็นว่ามีคนสวย ๆ อยู่ในห้องนี้ด้วยตั้งสองคน ผมครูสนะครับ” ครูสหันมาส่งเสียงทักอีกสองสาวที่อยู่ในห้องด้วย จนทำให้สองสาวถึงกับอมยิ้มให้กับความเ้าชู้ที่ััได้
“ฮ่าฮ่า เออ ขอโทษที ยังไม่ทันได้แนะนำ นี่น้องแน็ตตี้ แล้วนี่ก็คุณณัฐ คุณณัฐเป็เลขาฯ ของฉันเอง”
“สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จักทั้งสองคนเลยครับ ผมสิบรถนะครับ”
“ผมต่อครับ”
“ปั้นจั่นครับ”
“กังหันครับ ถึงหน้าเราสองคนจะเหมือนกัน แต่สังเกตดี ๆ จะเห็นว่าผมหล่อกว่าอยู่นิดนะครับ” กังหันชี้ที่ตัวเขากับปั้นจั่นพี่ชายฝาแฝด
“ฮ่าฮ่า ทันทีเลยนะ ไอ้ลิงกัง” คีรีส่งเสียงแซวเพื่อนอย่างอดขำไม่ได้
“สวัสดีค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนนะคะ อยู่กับพวกคุณนี่สงสัยจะได้หัวเราะกันทั้งวัน แต่ยังไงก็หัวเราะล่วงหน้ากันไปก่อนแล้วกันนะคะ ดิฉันต้องขอตัวออกไปดูข้างนอกหน่อยค่ะ” ณัฐกานต์ตอบกลับทุกคน ก่อนจะขอตัวไปทำหน้าที่ของตนเองที่ด้านนอก
“หายไปหนึ่ง แต่ไม่เป็ไร ยังเหลืออีกสองสาว” กังหันมองตามณัฐกานต์ที่เดินออกไป ก่อนจะหันกลับมาพูดกับสองสาวต่างวัยที่ยังเหลืออยู่ในห้อง
“ฮ่าฮ่า สวัสดีค่ะ แน็ตตี้ก็ยินดีที่ได้รู้จักพี่ ๆ ทุกคนนะคะ”
การพูดคุยภายในห้องเต็มไปด้วยความสนุกสนานและเสียงหัวเราะ ณัฐกานต์สั่งให้เด็กเสิร์ฟ ยกอาหารเข้ามาในห้องเพิ่มเติม เพื่อให้ทุกคนได้คุยกันไปกินกันไป อิ่มทั้งใจและอิ่มทั้งกาย จนกระทั่งได้เวลาที่แขกเริ่มทยอยกลับกัน คีรีจึงได้เดินออกมาส่งแขกข้างนอก คีรินทร์ นิลาวัลย์เองก็จะพาคุณย่ารื่นกลับไปพักผ่อน แน็ตตี้จึงได้ขอตัวกลับด้วยอีกคน ปล่อยให้หนุ่มแก๊งกาแฟได้พูดคุยกันต่อไป
หลังจากที่แขกกลับกันหมดแล้ว ณัฐกานต์และพนักงานที่เหลือ อยู่ช่วยกันเคลียร์ทุกอย่างจนเรียบร้อยก่อนถึงเวลาเลิกงาน คีรีเดินเข้ามากล่าวขอบคุณพนักงานของเขาทุกคน และบอกให้ทุกคนกลับบ้านได้ก่อนเวลาเลิกงานเล็กน้อย เพราะว่าทุกคนมาเตรียมงานกันั้แ่เช้าแล้ว ทั้งนี้ก็เพื่อให้ทุกคนได้กลับไปพักผ่อนกันอย่างเต็มที่ เพื่อให้พร้อมสำหรับการเริ่มงานอย่างเต็มรูปแบบเมื่อเปิดงานมาในวันจันทร์
ทั้งบริษัทเหลือแต่เพียงคีรีและเพื่อนสนิทแก๊งกาแฟ ชายหนุ่มออกมายืนนอกรั้วบริษัทมองป้ายชื่อบริษัท เค. แอดวานซ์ ดีเวลอปเม้นต์ จำกัด ที่ติดอยู่ที่ความสูงชั้นสองของโฮมออฟฟิศด้วยความชื่นชม ไม่น่าเชื่อว่าวันนี้จะมาถึงไวขนาดนี้ ความฝันขั้นที่หนึ่งของคีรีสำเร็จลุล่วงไปได้เพราะพ่อของเขาอย่างแท้จริง แต่ว่าต่อจากนี้ไป ความฝันทุกขั้นที่เหลือจะต้องสำเร็จได้ด้วยตัวของเขาเอง เพื่อเป็การพิสูจน์ให้พ่อของเขาเห็นว่า เขาจะสามารถพาบริษัทให้เติบโตไปอย่างที่ท่านหวังได้แน่นอน
อีกห้าหนุ่มแก๊งกาแฟเดินออกมายืนเคียงข้างคีรี ร่วมชื่นชมความก้าวหน้าของเพื่อนไปด้วยกัน ทั้งหกหนุ่มกอดคอกันแสดงความเหนียวแน่นในมิตรภาพที่มีต่อกัน บอกให้รู้ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทุกคนก็พร้อมที่จะยืนเคียงข้างกันอย่างนี้ตลอดไป
“กูว่ามันได้เวลาของพวกเราแล้วว่ะ” สิบรถเอ่ยขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุย ทำให้เพื่อน ๆ ทุกคนหันมามองเขาเป็ตาเดียวกัน แต่แค่เพียงมองตาก็รู้ใจ ทุกคนพยักหน้าแล้วก็แยกย้ายกันไปขึ้นรถของใครของมัน ก่อนจะขับตาม ๆ กันออกไปเป็ทิวแถว
ปลายทางของหนุ่ม ๆ แก๊งกาแฟก็คือผับชื่อดังอันเป็สถานที่คุ้นเคยของพวกเขานั่นเอง ถึงแม้ว่าคีรีจะไม่ได้มาที่แห่งนี้เป็เวลากว่าสามปีแล้ว และสถานที่ก็มีการเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่ว่าเขาก็ยังรู้สึกได้ถึงบรรยากาศเก่า ๆ ความสนุก ความสุขที่เคยเกิดขึ้นในยามที่เขาได้มาที่นี่ก่อนจะไปเรียนต่อต่างประเทศ
“แล้วสรุปว่ามึงเลิกติดต่อกับน้องพลอยใสเขาแล้วจริง ๆ เหรอวะไอ้มินสก์” ปั้นจั่นถามเปิดประเด็น เพื่อคลายความข้องใจของเพื่อน ๆ ทุกคนรวมทั้งตัวเองด้วย
“ใครวะพลอยใส เมื่อกลางวันไอ้ครูสก็พูดถึงทีหนึ่งแล้ว” คีรีมองหน้าเพื่อนด้วยแววตาสงสัย เพราะในหัวของเขาไม่มีชื่อนี้บรรจุอยู่เลย
“พวกมึงดูมันนะ แม่งไปต่างประเทศสามปี กลับมาแกล้งทำเป็จำเมียตัวเองไม่ได้เสียอย่างนั้น” สิบรถยังคงคิดว่าคีรีเล่นมุกจึงได้เอ่ยแซวกับเพื่อน ๆ
“เมีย!?” คีรีเอ่ยเสียงดังทั้งใทั้งงงไปพร้อม ๆ กัน
“ก็เออน่ะสิ มึงอย่ามาฟอร์มว่าที่ไปทะเลกันครั้งนั้น มึงนอนเฝ้าน้องเขาเฉย ๆ ไม่ได้แตะเนื้อต้องตัวกัน อมพระมาพูดพวกกูก็ไม่เชื่อมึงหรอก เช้ามาออกจะระรี้ระริกขนาดนั้น” สิบรถเดินเข้ามาตบไหล่คีรี พูดด้วยอย่างคนที่รู้ตื้นลึกหนาบาง
“นั่นสิ นี่มึงอย่าบอกนะ ว่ามึงจำไม่ได้จริง ๆ” ครูสมองหน้าคีรีด้วยความสงสัย เมื่อเห็นว่าหน้าของเพื่อนรักนั้น เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามหนักกว่าเขาเสียอีก
คีรีนั้นพยายามใช้ความคิดอย่างหนัก หลังจากที่เขาเริ่มตระหนักได้ว่าที่เพื่อน ๆ พูดมา คงต้องมีความเป็จริงอยู่บ้าง ไม่ได้แค่พูดมาเพื่อจะสร้างสถานการณ์แกล้งอำเขาเฉย ๆ จนในที่สุดอาการปวดหัวก็กลับมาอีกครั้ง
“เฮ้ย! หรือว่าที่มึงรถคว่ำตอนนั้น มันเอาความทรงจำของมึงไปด้วยวะไอ้มินสก์” ตรีวิทย์เอ่ยขึ้นทีเล่นทีจริง หลังจากที่เห็นอาการของคีรี แต่นั่นทำให้เพื่อน ๆ ทุกคนถึงกับหันมามองที่ตรีวิทย์อย่างคิดคล้อยตาม ก่อนจะหันกลับไปมองอาการของคีรีอีกครั้ง
“เฮ้ย ๆ กูว่าเปลี่ยนเื่พูดกันดีกว่าว่ะ มึงดูอาการไอ้มินสก์มันดิ เดี๋ยวงานจะกร่อยเสียก่อนว่ะ” ครูสเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นว่าคีรีเริ่มขมวดคิ้วและมีอาการไม่ดีเท่าไหร่นัก
“เออ ไอ้มินสก์กูว่าจะถาม น้องแน็ตตี้คนสวยนั่น เขาเป็ใครวะ?” กังหันเปลี่ยนเื่มาพูดถึงสาวอีกคนหนึ่งที่เพิ่งได้เจอกัน
“ลูกเพื่อนแม่กูเอง แม่พามาให้รู้จัก”
“อ้อ! ว่าที่ลูกสะใภ้ของแม่มึงนี่เอง จะว่าไปก็ใช้ได้เหมือนกันนะ สเป็คของแม่มึงเนี่ย เข้าใจหาสาวให้ลูกชายนะโว้ย ความสวยโดนมาก” ครูสเอ่ยชมฝีมือการเลือกลูกสะใภ้ของแม่เพื่อน
“มึงอยากจะใช้บริการแม่ของไอ้มินสก์ไหมล่ะ กูจะได้ไปบอกเมียมึงให้” ปั้นจั่นพูดดักทางเพื่อน จนครูสต้องรีบเอ่ยห้าม
“ไม่ต้องเลยมึงไอ้ปั้น อยู่ ๆ ก็จะหาเื่ให้กูแล้วไหมล่ะ”
หลังจากที่แยกย้ายกับเพื่อน คีรีกลับมาที่โฮมออฟฟิศของเขา ด้วยไม่อยากขับรถกลับไปนครปฐมในยามที่มีแอลกอฮอล์ผสมอยู่ในเืเช่นนี้ ชายหนุ่มจึงคิดที่จะกลับมานอนพักที่ออฟฟิศก่อนจะขับรถกลับนครปฐมในเช้าวันรุ่งขึ้น เนื่องจากที่ออฟฟิศของเขานั้น ก็มีการกันพื้นที่ของชั้นสามซึ่งเป็ชั้นบนสุดเอาไว้เป็ส่วนพักผ่อนของเขาอยู่แล้ว
สิ่งแรกที่คีรีเลือกทำคือการถอดเสื้อผ้าเข้าไปนอนแช่น้ำอยู่ในอ่าง หลับตาลงอย่างใช้ความคิด วันนี้มีหลายเื่ที่ยังคงค้างคาอยู่ในใจของเขา ทั้งเื่ของน้องแน็ตตี้ที่เขายังไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรกับเธอต่อไปดี เพราะเขารู้ตัวดีว่ายังไม่พร้อมที่จะเริ่มความสัมพันธ์กับใครทั้งสิ้น เนื่องจาก้าจะทุ่มเวลาให้กับการเริ่มต้นบริษัทใหม่อย่างเต็มที่ เื่คนที่ชื่อพลอยใสที่เพื่อนบอกว่าเป็ผู้หญิงที่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเขา และเื่ขนมไทยที่รสชาติช่างคุ้นเคยราวกับว่าเขาเคยกินมาหลายครั้งแล้ว
โดยเฉพาะเื่ของคนที่ชื่อพลอยใส ชายหนุ่มนั้นพยายามคิดทบทวนอยู่หลายครั้ง แต่ทำยังไงก็ยังคงนึกไม่ออก ไม่มีความทรงจำใด ๆ ที่เกี่ยวข้องผุดขึ้นมาในหัวของเขาแม้แต่น้อย จนชายหนุ่มรู้สึกปวดหัว จึงได้ยอมแพ้แล้วลุกขึ้นมากินยาแก้ปวดแล้วนอนพักผ่อนแทน