พลังไหลวนรอบแล้วรอบเล่า จนพลังสีแดงเพลิงทั้งหมดถูกดูดเข้ามาผสมกับพลังสีทอง เริ่มแรกมองดูเป็นกระแสพลังสองสี สีทองสลับสีแดงเพลิง การไหลวนที่ยิ่งรวดเร็วขึ้นได้กลืนจนสีแดงเพลิงหายไปหมดสิ้นกลายเป็นกระแสพลังสีทองบริสุทธิ์ กระแสพลังจึงเริ่มลดความเร็วลงจนเป็นการไหลเวียนตามปกติ กังหลงกำหนดจิตสำรวจภายในกาย
หลังจากหลอมรวมพลังสีแดงเพลิงจนหมดสิ้น ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดๆ ระดับพลังปราณก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด กังหลงงุนงงยิ่ง พลังสีแดงเพลิงนั้นได้หายไปเหมือนเช่นตอนหลอมรวมเมล็ดธาตุสายฟ้าวายุ แต่พลันหวนนึกถึงทักษะยุทธสัตตะมรณาขึ้นมาได้
คราก่อนตนสามารถเรียนรู้ทักษะยุทธสัตตะมรณาได้หนึ่งกระบวนท่าเนื่องจากจักระตำแหน่งธาตุสายฟ้าบริเวณทรวงอกที่เคยได้กลืนกินเมล็ดพลังธาตุสายฟ้ามา และครานี้ตนบังเอิญได้พบเมล็ดพลังธาตุอัคคีแถมยังเป็นเมล็ดพลังธาตุอัคคีระดับสูงสุดที่เป็นราชาแห่งอัคคีทั้งปวง คือเมล็ดพลังธาตุอัคคีโลกันต์อเวจี คงจะฝึกปรือทักษะสัตตะมรณาตำแหน่งจักระธาตุอัคคีได้เช่นกัน
ครั้นนึกถึงการได้รับเม็ดพลังธาตุต่าง ๆ มาถึงสามเม็ดภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้ก็อดฉงนใจมิได้ว่า เหตุใดตนถึงมีโชคมากมายปานนี้ ได้ครอบครองสิ่งที่เป็นที่สุดในใต้หล้าเช่นนี้ถึงสองอย่างแล้ว หรือจะเป็นเพราะการเรียกร้องของศาสตร์ลับจักระโบราณในกายยาของตน ที่ตนเคยได้ผ่านการปลูกจุดชีพจรด้วยทักษะนี้มา
เมื่อจิตเข้าสู่สภาวะจิตเหนือโลกีย์ผู้ที่อยู่ในสภาวะนี้จะสามารถแยกจิตกระทำเรื่องราวใด ๆ พร้อมกันได้ถึงสองอย่าง...
ขณะที่กังหลงกำลังโคจรลมปราณไปตามเคล็ดวิชาลมปราณสวรรค์รวมธาตุปัจเจกเทวะจุติ กังหลงก็แบ่งจิตอีกส่วนหนึ่งเริ่มฝึกปรือทักษะยุทธสัตตะมรณาไปด้วยพร้อมกันการโคจรลมปราณหมุนวนไปรอบแล้วรอบเล่า จวบจนผ่านไปถึงหนึ่งชั่วยามจนกังหลงสามารถเข้าสู่สภาวะจิตเหนือโลกีย์อย่างแท้จริงอีกครั้ง เมื่อจิตคลายออกก็ฝึกเข้าอีกจนผ่านไปสองวันจนคุ้นชินต่อสภาวะนี้ในที่สุด ครานี้สภาวะจิตเหนือโลกีย์จึงสามารถดำรงอยู่ได้นานขึ้นตราบเท่าที่กังหลงต้องการ
ทันใดความเปลี่ยนแปลงได้เริ่มเกิดขึ้นเมื่อในทะเลแห่งจิตได้ซึมซับทักษะลมปราณสวรรค์รวมธาตุปัจเจกเทวะจุติจนกังหลงเริ่มกระจ่าง จุดชีพจรทั้งห้าสิบสี่จุดและจุดจักระทั้งเจ็ดได้เริ่มหมุนวนและดูดกลืนพลังธาตุธรรมชาติทุกชนิดที่อยู่รอบตัวเข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็ว
ฉับพลันตำแหน่งจักระธาตุอัคคีบริเวณก้นกบได้เกิดหลุมดำขนาดใหญ่ หมุนวนดูดกลืนธาตุอัคคีในทะเลลาวาอย่างตะกระตะกราม จวบจนร่างกายกังหลงกลายเป็นสีแดงเพลิงและเริ่มขยายตัวบวมโป่งขึ้นเรื่อยๆ การขยายตัวอย่างรวดเร็วนี้สร้างความเจ็บปวดทรมานอย่างสุดแสนจิตส่วนหนึ่งโครจรลมปราณตามแนวทางเคล็ดวิชาลมปราณสวรรค์รวมธาตุปัจเจกเทวะจุติจวบจนบัดนี้ในร่างกายได้ก่อเกิดกลุ่มควันลมปราณขึ้นสามสีในร่างกาย สีทอง สีน้ำเงินและสีแดงเพลิง
กลุ่มควันเหล่านี้ต่างโคจรอย่างเอกเทศมิยุ่งเกี่ยวกันร่างกายกังหลงยิ่งบวมแดงดุจลูกโป่งที่สูบลมจนเต็มพร้อมจะเบิดทุกขณะหากมีอะไรไปกระทบ กังหลงมีอาการอึดอัดต้องการจะระบายพลังเหล่านี้ออกไป
ทันใดจิตอีกส่วนที่กำลังฝึกปรือทักษะยุทธสัตตะมรณา ภายในในทะเลแห่งจิตก็มีข้อความเด่นชัดขึ้นมาว่า
...สัตตะมรณา...วิญญาณ...วารี...อัสนี...อัคคี..แสง...วาตะ...ดิน......
แยกเอกา...กำเนิดสัตตะท่วงท่า...พิชิตฟ้า...
ไตรธาตุ..สู่ยอดเยี่ยม
รวมธาตุสัตตะเลิศล้ำ...กำเนิดเอกาท่วงท่า...สวรรค์มรณา
หมุนเวียนร้อยแปดรอบเติมเต็มจักระหนึ่งธาตุกำเนิดหนึ่งท่วงท่าพิฆาต
หนึ่งราตรีหลอมรวมเจ็ดท่วงท่ากำเนิดหนึ่งสัตตะมรณา...พิชิตทั่วหล้า
ขึ้นมาอีกครั้ง จิตส่วนนี้จึงคำนึงขึ้น
"แยกเอกา...กำเนิดสัตตะท่วงท่า หรือต้องโคจรลมปราณจนเกิดพลังเติมเต็มตำแหน่งจักระธาตุอัคคีให้เต็มเสียก่อนแล้วค่อยหลอมรวมพลังจากจักระธาตุสายฟ้าและจักระธาตุอัคคีเข้าด้วยกันทักษะสัตตะมรณาจึงจะพัฒนาไปอีกระดับหนึ่ง แต่บัดนี้ร่างกายข้าดึงดูดปราณธาตุต่าง ๆมาจนเต็มปรี่หากไม่ระบายออกก่อนเห็นทีคงทนได้อีกไม่นานร่างกายก็จะระเบิดจนแหลกเหลวแล้ว"
เมื่อเป็นเช่นนี้จึงกำหนดจิตสภาวะจิตเหนือโลกีย์ไปยังตำแหน่งจักระธาตุอัคคีบริเวณก้นกบจวบจนหลุมดำหมุนเร็วขึ้นจนมีกำลังดูดกลืนพลังที่กระจายไปตามส่วนต่าง ๆของร่างกายให้เข้ามาสู่หลุมดำอย่างรวดเร็วกว่าเดิมถึงสองเท่า พลังมากมายที่อันแน่นอยู่หดหายเข้าสู่หลุมดำของจุดจักระจนหมดสิ้น ร่างกายที่บวมโป่งตึงเปรี๊ยะจึงเริ่มค่อย ๆ หดเล็กลงจนเข้าสู่ภาวะปกติพลังที่ถูกดูดกลืนเข้ามาถูกกลั่นกรองควบแน่นเเป็นหยาดพลังบริสุทธิ์เข้าสู่ตำแหน่งจักระธาตุอัคคี
บัดนี้ตำแหน่งจักระธาตุอัคคีจึงเต็มไปด้วยธาตุสีแดงเพลิง กังหลงลืมตาขึ้นรู้สึกได้ถึงพลังปราณที่เพิ่มขึ้นอย่างเปี่ยมล้น มีความรู้สึกอยากจะระบายออกในทันทีจึงกำหนดพลังปราณเข้าสู่ฝ่ามือและฟาดไปยังทะเลลาวาเบื้องหน้า มองเห็นเปลวอัคคีพวยพุ่งออกจากฝ่ามือดุจดังมังกรพ่นเปลวเพลิงกระทบพื้นผิวทะเลลาวาในชั่วพริบตา
"บึ้ม..!!"
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวดุจฟ้าถล่มดินทลายจนพื้นที่ในหอนิรทุกข์สั่นสะเทือนปานจะถล่มทลายลงทะเลลาวาบัดนี้เกิดเป็นหลุมกว้างใหญ่ขนาดยิ่สิบเมตรลาวาในบริเวณนี้ได้เหือดแห้งมลายหายไปสื้น กังหลงถึงกับตกตะลึงกับพลังการโจมตีของจักระธาตุอัคคีความรุนแรงมิได้ด้อยไปกว่าการโจมตีด้วยจักระธาตุสายฟ้าแม้แต่น้อย
"อา..จากคำ แยกเอกา...กำเนิดสัตตะท่วงท่า...พิชิตฟ้า...
ไตรธาตุ..สู่ยอดเยี่ยม
รวมธาตุสัตตะเลิศล้ำ...กำเนิดเอกาท่วงท่า...สวรรค์มรณา
หมุนเวียนร้อยแปดรอบ เติมเต็มจักระหนึ่งธาตุกำเนิดหนึ่งท่วงท่าพิฆาต
หนึ่งราตรีหลอมรวมเจ็ดท่วงท่ากำเนิดหนึ่งสัตตะมรณา...พิชิตทั่วหล้า..!!"
"หากแม้นหลอมรวมจักระธาตุทั้งสองเข้าด้วยกันแล้วโจมตีออกไปมิทราบจะรุนแรงปานใด นี่เพียงแค่พลังโจมตีจากจักระแต่ละธาตุแม้จะเป็นยอดยุทธระดับปราณราชันย์หากโดนโจมตีโดยตรงแม้มิสิ้นชีพก็ต้องบาดเจ็บปางตายเป็นแน่แท้เห็นควรตั้งชื่อให้แก่ท่าโจมตีท่าโจมตีของแต่ละธาตุแล้วท่าโจมตีจากจักระธาตุสายฟ้าให้ชื่อว่า อัสนีคำรณ ก็แล้วกัน ส่วนท่าโจมตีจากจักระธาตุอัคคีให้ชื่อว่าอัคคีโลกันต์"
"แต่เอ๊ะเหตุใดครานี้หลังจากข้าใช้ท่วงท่าสัตตะมรณาโจมตีพลังปราณของข้าถึงได้ฟื้นฟูกลับมารวดเร็วยิ่งนักหรือจิตอีกส่วนสามารถเรียนรู้ทักษะลมปราณสวรรค์รวมธาตุปัจเจกเทวะจุติได้บางส่วนแล้วเช่นกัน"
คิดเช่นนั้นกังหลงจึงรีบนั่งลงเดินลมปราณสำรวมจิตเพียงชั่วครู่เมื่อเข้าสู่สภาวะจิตเหนือโลกีย์ จึงทราบว่าจิตส่วนที่แบ่งแยกไปเรียนรู้ทักษะลมปราณสวรรค์รวมธาตุปัจเจกเทวะจุติขณะที่โจมตีด้วยท่าสัตตะมรณาธาตุอัคคีจนทำให้พลังปราณแทบเหือดแห้งไปสิ้นและคิดจะดูดกลืนกลุ่มควันลมปราณสีทอง และสีแดงเพลิงไปทดแทนพลังปราณที่สูญเสียไปถึงได้ไปกระตุ้นให้กลุ่มควันลมปราณสีทอง และสีแดงเพลิงหลอมรวมกันเพื่อต้านทาน จนสามารถเรียนรู้ทักษะลมปราณสวรรค์รวมธาตุปัจเจกเทวะจุติระดับที่หนึ่งได้โดยบังเอิญในที่สุด