ณ ตอนนี้การแข่งขันบนลานแข่งได้เริ่มขึ้นแล้ว โดยการแข่งขันด่านแรกคือ การปักผ้า
้าลานแข่งขนาดใหญ่เต็มไปด้วยหญิงสาวมากมายจนดูลายตาจากเสื้อผ้าสีสันสวยงาม พวกนางถูกจัดให้นั่งเป็แถวเรียงรายจนเต็มพื้นที่โดยแต่ละนางจะนั่งเว้นพื้นที่ออกจากกันประมาณหนึ่ง เมื่อเข้ามานั่งแล้วพวกนางก็ต้องสงบ นั่งหลังตรงหน้าตรงอย่างสำรวม รอจนผู้คุมประกาศเริ่มการแข่งขันถึงจะขยับได้
ฮายอนที่นั่งอยู่บนลานแข่ง แหงนหน้าขึ้น ประสานเข้ากับแววตาที่ไม่ปรารถนาดีของคุณชายยองกี ทว่านางกลับยิ้มตอบกลับเขา ในรอยยิ้มนั้นก็แฝงด้วยความไม่ปรารถนาดีเช่นกัน อีกทั้งยังมีความท้าทาย ความมั่นใจ ความหยิ่งทะนง และความเ็าเล็กน้อยอีกด้วย
แววตาของฮายอนทำให้คุณชายยองกี นิ่งค้างอยู่ตรงนั้น วันนั้นเขามิได้เห็นหน้าของฮายอนชัดเท่าใดนัก จึงไม่มั่นใจว่าสาวน้อยที่นั่งอยู่บนลานแข่งนั้นจะใช่...สตรีผู้ถูกลือว่าเป็หญิงสติฟั่นเฟื่อนผู้นั้นหรือไม่
ถ้าหากเป็หญิงสติฟั่นเฟื่อนจริง นางจะสามารถมีบารมีและความโดดเด่นสง่างามรวมถึงแววตาเช่นนั้นได้อย่างนั้นหรือ?
แววตานั้นของนางทำให้ในชั่วขณะหนึ่ง เขามิอาจลืมเลือนหรือละสายตาจากมันไปได้
การที่ไม่อาจละสายตาไปได้นั้น นอกจากรูปโฉมที่งดงามไร้ที่ติของนางแล้ว ไหนจะแววตาท้าทายคู่นั้นของนางอีกเล่า
แต่ฮายอนมิได้แลมองไปทางเขาต่อ นางรีบดึงสายตาของตนกลับมา สิ่งที่นาง้าก็คือการทำให้บุรุษผู้นี้นึกเสียใจกับการกระทำทั้งหมดของตน
วันนี้นางมิได้้าจะขอการหมั้นหมายของตนกลับมา แต่้าทำเพื่ออยากให้คุณชายยองกี รู้ว่า ตระกูลซอนั้นมิใช่ผู้ใดจะมาหยามเกียรติกันได้ง่ายๆ
“การแข่งขันการปักผ้าวันนี้ หัวข้อคือ ชมนก” เสียงหญิงสูงวัยพูดขึ้นเสียงนางทั้งดังและแหลมคมส่งไปถึงสตรีทุกนางที่อยู่ในนี้ เมื่อสิ้นเสียงนางประกาศออกไปผู้คุมหลายสิบคนเริ่มเดินนำอุปกรณ์เย็บปัก พร้อมผ้าผืนขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่มาก เข้ามาเดินแจกจ่ายให้หญิงสาวทุกคนได้เริ่มการแข่งขัน
“การแข่งขันรอบนี้พวกเ้ามีเวลาสามชั่วยามเท่านั้น เมื่อหมดเวลาผู้คุมการแข่งขันจะเข้ามาเก็บผลงานของพวกเ้าทันที” หญิงสูงวัยคนเดิมเอ่ยออกมาให้ทุกคนได้ยินอีก ก่อนจะเงียบเสียงไปให้พวกนางได้มีสมาธิจดจ่อกับตัวเอง
ฮายอนเมื่อรู้หัวข้อการปักผ้าแล้วก็หยิบสดึงไม้กลมๆ ที่มีผ้าเนื้อดีสีขาวนวลเตรียมไว้แล้วกับเข็มที่ร้อยด้ายขึ้นมา นางที่นึกภาพในหัวแล้วจึงเริ่มลงมือปักทันที ในเวลาสามชั่วยามนี้ ฮายอนต้องนั่งในอากัปกิริยาที่ได้ร่ำเรียนมาตลอดเวลา ถึงจะบอกว่าแข่งขันปักผ้า แต่การนั่งของใครผิดแปลกไปจากทำเนียบก็ไม่เคลียวจะถูกไล่ออกจากการแข่งก่อนที่จะได้ส่งผลงานด้วยซ้ำ ฮายอนนางตั้งใจปักเป็อย่างมาก
การปักผ้านั้นถือเป็เื่ที่ จองอิมซึ่งอยู่ในร่างฮายอนถนัดยิ่งนัก เพราะตอนวัยเยาว์นางมักช่วยมารดาปักผ้าเพื่อไปขายในตลาด เพื่อหาเงินเลี้ยงชีพอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นวันนี้นางจึงไม่ได้กดดันแต่อย่างใด
เพียงขยับมือไปตามสมองสั่งการไปกับลายปักที่ใจนึกคิด โดยลายที่นางจะปักนั้น คือลายนกยูงคู่ ที่กอดเกี่ยวกันอยู่ตรงกลางผืนผ้า ซึ่งเป็สัญลักษณ์แห่งความงดงามและสง่างาม พลังของนกยูงนั้นจะนำพาความโชคดี และชื่อเสียงมาให้ และล้อมด้วยดอกโบตั๋นเล็กบ้างใหญ่บ้างประปนกันไป ่ขอบบนด้านซ้ายของผืนผ้าถูกปักด้วยลายดอกไม้ดอกเล็กๆ เป็พวงห้อยระย้าลงมา ทำให้ยิ่งมองยิ่งดึงดูดความสนใจจากผู้คน
ด้านสาวงามคนอื่นๆ เมื่อได้รู้หัวข้อการแข่งขันแล้ว ก็ต่างลงมือปักผ้าตรงหน้า ไปตามที่นึกคิดไว้ทันที ผู้ชมในงานล้วนจับจ้องอยู่บนลานแข่งอย่างตั้งใจ ทำให้ทั่วบริเวณนั้นเต็มไปด้วยความเงียบ
เมื่อหมดเวลา สตรีบางส่วนยังคงปักไปได้ไม่ถึงครึ่ง บางส่วนก็ปักไปได้แค่สามส่วนเท่านั้น น้อยคนนักที่จะปักเสร็จสมบูรณ์ ผู้คุมงานเดินเข้ามาเก็บผลงานพวกนางทันที ดีที่ฮายอนรอบครอบปักชื่อตนลงไปด้วยมิเช่นนั้น ชื่อที่มีเพียงในกระดาษติดลงบนผ้าแผ่นเล็กๆ อาจหลุดหายหรืออาจโดนโกงขึ้นมาได้
หลังจากนั้นบรรดาเหล่าทหาร ก็ได้นำผลงานเฉพาะที่ปักเสร็จสมบูรณ์แล้ว มาแขวนบริเวณด้านหน้าลานแข่ง เพื่อให้ผู้ชมให้คะแนน ผ้าปักของฮายอนนั้นดึงดูดสายตาของทุกผู้โดยรอบ
ภาพที่นางปักออกมานั้นดูแล้วราวกับผืนผ้านั้นมีชีวิต ตัวนกยูงคู่ ที่มีขนลำตัวมีสีเขียวเป็ประกายแววเหลือบสีน้ำเงินบนปีกและสีทองแดงทางด้านข้าง ลำตัวดูเป็ลายเกล็ดแพรวพราวไปทั้งตัว ขนปีกบินสีน้ำตาลแดง ขนคลุมโคนหางยื่นยาวออกมา มีสีเขียวและมีจุดดวงตากลมที่ขลิบด้วยสีฟ้าและสีน้ำเงิน ดูแล้วให้ความรู้สึกอบอวลไปด้วยความรัก วิจิตรและมีพลังยิ่ง ดอกโบตั๋นที่ปักแทรกอยู่ก็ราวกับกำลังเบ่งบานให้กับความรักของทั้งคู่ และการปักด้วยด้ายทองนั้น ยิ่งทำให้เวลาถูกแสงไฟจะส่องประกายระยิบระยับดูงดงามยิ่งนัก ทำให้ผู้ชมโดยรอบต่างหลั่งไหลลงคะแนนให้กับงานปักของฮายอนแทบทุกผู้
การแข่งขันประเภทแรกนี้ ซอฮายอนจึงคว้าชัยชนะไปได้อย่างมิต้องสงสัย และเพียงชั่วพริบตาเดียวนางก็มีดอกไม้มากกว่าสตรีทั้งหลายถึงยี่สิบดอก คะแนนนำห่างสตรีนางอื่นไปอย่างชัดเจน
สำหรับงานแข่งขันยอดบุปผางามนี้ ซอฮายอนหาได้สนใจไม่ หลังจากที่นางขึ้นลานแสดงความสามารถเสร็จแล้ว นางก็ได้กลับไปยังจวนใต้เท้าลี ซึ่งเป็ที่พักรับรองของบรรดาครอบครัวตระกูลซอพร้อมกับซอชอลซู ตอนนี้คนทั้งสองกำลังนั่งอยู่ที่ศาลาพูดคุยกันอย่างมีความสุข
“พรุ่งนี้คือการแข่งขันวาดภาพ มิทราบว่าน้องสาวมีความมั่นใจว่าจะรับมือไหวหรือไม่?” ความรู้สึกที่ซอชอลซูมีต่อน้องสาวคนนี้เหลือไว้เพียงแค่ความนับถือ ฝีมือการเย็บปักเช่นนั้นมิใช่จะสามารถฝึกฝนได้ในระยะเวลาอันสั้น ทว่าเขาไม่เข้าใจว่าสาวน้อยเบื้องหน้าผู้นี้ทำได้อย่างไร
“พี่ใหญ่วางใจเถิด ข้าไม่ทำให้ตระกูลขายหน้าเป็แน่” ฮายอนตอบพี่ชายด้วยใบหน้าผ่อนคลาย พลางแหงนหน้าขึ้นไปมองฟ้า คิดถึงเื่ราวในอดีตที่ตนจากมา