ตอนที่สิบหก สามปีสายน้ำพัดตะวันออก อย่าได้ดูถูกนักเรียนม.ปลาย
อัจฉริยะอันดับหนึ่งในแผ่นดิน
คำกล่าวเช่นนี้อาจจะกล่าวกันอย่างบ่อยเกินไปเพราะอาจจะหลายคนไม่เคยพบกับคนแบบนั้นจริงๆ
เพื่อให้เราเข้าใจตรงกัน
เผื่อหลายคนจะลืม
พระเอกโชวเน็นอย่างโกคู คืออัจฉริยะที่ฝึกกับท่านปู่ซุนที่เป็ระดับปรมาจารย์วิทยายุทธ ชอบการต่อสู้และใช้พลังคลื่นเต่าได้ด้วยการมองกระบวนท่าเพียงแค่ครั้งเดียว
อิจิโกะที่ฝึกมาไม่ถึงสามปี ก็สามารถสู้ได้สูสีกับบอสใหญ่ของเื่
วิธีการของผมก็คือสมการง่ายๆว่า ขอเพียงให้คนอย่างอิจิโกะหรือพระเอกโชวเน็น ปลุกพลังได้ก่อนเนื้อเื่จะเริ่มสักสามปี ในเื่ก็ไม่น่าจะมีใครเอาชนะพวกนี้ได้แล้ว
เพราะพวกนี้คืออัจฉริยะอันดับหนึ่งในแผ่นดินนั่นเอง
ที่การฝึกพิเศษของอิจิโกะ ทำให้เก่งกาจยิ่งกว่าท่านปู่ยามาโมโตะที่มีอายุกว่าพันปีและอยู่จุดสูงสุดของยมทูต
และการที่มีพลังยุทธั้แ่วัยเด็กของอี้จิงและกระบวนท่าที่ผมเห็นอยู่นี่คือบทพิสูจน์ว่าที่ผมคิดนั้นถูกแล้ว
เพราะผมไม่ใช่อัจฉริยะนักวางแผนแบบที่ชอบโม้กันในเื่ แผนการของผมจึงทำให้เรียบง่ายที่สุดเพื่อให้มีจุดผิดพลาดน้อยที่สุด
อี้จิงนั้นแสดงให้ผมเห็นว่าพระเอกโชวเน็น เอ๊ย อัจฉริยะนั้นก้าวหน้าเร็วประมาณไหนหากเทียบกับคนธรรมดา
เธอเก่งและอัจฉริยะนั้นเื่จริง หากผมใช้ความรู้ปัจจุบันอาจจะได้เปรียบเธอเล็กน้อยหากผมพยายามเต็มที่และพยายามทำให้เธอฝึกช้าลงแต่ทำอย่างนั้นจะไม่เป็ผลดีกับผมเลย
การเก็บเคล็ดวิชาไว้ในหัวของผมเองและใช้เองคนเดียวนั้นอาจจะทำให้ผมนำหน้าเธอได้ แต่นั่นก็เท่ากับว่าทำร้ายความก้าวหน้าของตัวผมเองเช่นกัน
สามปีสายน้ำไหลไปด้านตะวันออก อีกสามปีสายน้ำไหลไปด้านตะวันตก อย่าได้ดูถูกนักเรียนมัธยมปลายธรรมดาของญี่ปุ่น
สามปีของการเรียนมัธยมปลายของญี่ปุ่นอะไรก็เกิดขึ้นได้ในขณะนั้น
จากเด็กหนุ่มธรรมดาสามารถสู้เอาชนะเทพเ้าแห่งความตายของยมทูตและควินซี่ได้
อะไรก็เกิดขึ้นได้ในสามปีหากอัจฉริยะนั้นฝึกวิชา
“เมื่อยามนั้นข้าได้ปล้ำเหวี่ยงกับจระเข้ ประลองกำลังกับวาฬ จับสายฟ้าและโยนใส่กรง เคลื่อนที่ก่อนที่ความมืดจะมา โบยบินเหมือนผีเสื้อ ต่อยเจ็บเหมือนผึ้ง”
ประโยคของโมฮัมหมัด อาลี The Greatest อดีตกาลนั้นไม่มีใครเสมอเหมือน อนาคตก็ไร้ผู้มาใหม่
“นี่คือวิชาของอาลี บุคคลที่คิดเหมือนเ้ายามที่ฝึกวิชา อาจารย์ของเขา้าให้เขาปรับพื้นฐานการป้องกันและการชกให้หนักแน่น แต่อาลีไม่พอใจกับการสอนเช่นนั้น อาจารย์ของเขามองว่าเมื่ออยู่ในภาวะที่คับขันในการต่อสู้ มีแค่พื้นฐานการป้องกันและการชกที่หนักแน่นเท่านั้นที่จะทำให้เขารอดไปได้
แต่อาลีไม่พอใจกับคำอธิบายเช่นว่านั้น”
ซึ่งก็ถูก โค้ชของ โมฮัมหมัด อาลีนั้นหากเปรียบเปรยก็คืออาจารย์สายแนวมาตรฐานไม่มีอะไรผิด การต่อสู้เน้นการปรับพื้นฐานที่หนักแน่น จึงจะสามารถทำให้ต่อสู้ได้อย่างยั่งยืน ไม่มีทางลัดในการต่อสู้หรือแนวทางที่ฉกฉวยได้..ไม่มีทางถ้าคุณไม่ใช่อัจฉริยะ ซึ่งอาจารย์กลายเป็ฝ่ายมองพลาดเพราะคราวนั้นศิษย์ของเขาคือ โมฮัมหมัด อาลี
อี้จิงไม่ได้หยุดครุ่นคิด การเคลื่อนไหวของเธอยังราบรื่นต่อเนื่องแม้ผมจะบรรยาย”เคล็ดวิชา”ของโมฮัมหมัด อาลีก็ตาม
แต่มือของเธอเริ่มขยับไปมาแบบผีเสื้อ การย่ำเท้ากลายเป็เบาหวิวมากยิ่งขึ้นและยิ่งล่องลอยและบิดพริ้วไปมากลางอากาศ
เอ้ย ร่ายรำอย่างผีเสื้อ ทำได้จริงๆเสียด้วย
จากการชกหมดที่รวดเร็วก็กลายเป็มีเหลี่ยมคมที่มีพลังเจาะทำลายมากขึ้นแบบเดียวกับผึ้ง
ข้อเสียของพวกนี้ไม่รู้ว่าเป็เหมือนกันหรือเปล่าที่คนจะมองว่าพวกเขาขี้โม้ สไตล์การต่อสู้แบบไม่ตั้งการ์ดใช้สายตาที่เฉียบคมมองกระบวนท่าของคู่ต่อสู้ อย่าง สมรักษ์หรือ อาลี
พวกนี้ก็อัจฉริยะอย่างที่พวกเขาโม้ไว้จริงๆนั่นล่ะ
คนธรรมดาทำอย่างพวกเขาก็ได้ถูกชกร่วงเท่านั้น
คนธรรมดาถึงต้องปรับพื้นฐานอย่างหนักแน่น เน้นการชกและการตั้งการ์ดป้องกันเอาไว้
ความสามารถทางเทคนิคและพื้นฐานเหล่านี้มีไว้เพื่อดึงประสิทธิภาพของคนธรรมดาออกมามากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ที่โค้ชพยายามสอนพื้นฐานให้กับอาลีนั้นถูกต้องแล้ว สำหรับคนทั่วไปที่้าฝึกการชกมวย
ร่างกายของอี้จิงเริ่มเบลอมากขึ้นเรื่อยๆกลางอากาศ เหมือนชักช้าแต่ก็รวดเร็วหมัดของเธอปล่อยออกมาแบบไม่มีคาดคิดและหุบกลับไปอย่างรวดเร็ว
แขนของเธอไม่ใชเพียงแค่เบลอเท่านั้นแต่กลับมีประกายสายฟ้าพุ่งออกมารอบแขน
เอ่อ..ที่ผมบอกว่าจับสายฟ้านั่นเป็คำเปรียบเปรยที่คิดว่าอาลีโม้เล่นๆ หรือ ชกหมัดได้ด้วยความรวดเร็วดั่งสายฟ้าฟาดที่ชอบพูดกัน
ผมไม่ได้หมายถึงการชกหมัดให้มีสายฟ้าฟาดออกมาในหมัดจริงๆแบบการ์ตูนโชวเน็นแต่ผมก็ทำท่าพยักหน้าและกล่าวว่า
”อืม เ้าน่าจะเข้าถึงเคล็ดความบางส่วนของ[ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด] ผู้นี้แล้ว แต่หนทางอันยาวไกล พวกเรายังต้องมีเื่ให้ฝึกต่อกันอีกมาก”
อี้จิงหยุดกระบวนท่าและคารวะผม
“ถูกต้องแล้วค่ะท่านพี่ อี้จิงยังต้องฝึกอีกมาก เคล็ดความเช่นนี้ฟังแล้วลึกล้ำ อี้จิงยังตีความได้ไม่หมด อี้จิงจะพยายามพัฒนาให้ก้าวหน้ากว่านี้”
ยังจะมีก้าวหน้ากว่านี้อีกเรอะ?
“วันนี้พอเท่านี้ก่อน และอย่างที่เคยเพื่อทบทวนเคล็ดวิชา เ้าจดเคล็ดความที่เ้าเข้าใจลงในกระดาษอธิบายให้เหมือนพี่เป็คนโง่ที่ไม่เข้าใจหรือไม่รู้เื่นี้มาก่อนเลยจนสามารถเข้าใจได้อย่างที่เ้าเข้าใจ
ตามตำนานโบราณ พี่เคยอ่านเจอว่าท่านปรมาจารย์ กลางวันฝึกวิชา กลางคืนนึกคิดทบทวน พี่คิดว่าเราควรลอกเลียนกิจวัตรเช่นนั้นให้เป็กิจวัตรประจำวัน ของพวกเราด้วย กลางวันฝึกวิชา กลางคืนคิดทบทวน อี้จิงเขียนและอธิบายเคล็ดวิชาที่อี้จิงเข้าใจ และพวกเราสองคนช่วยกันวิจารณ์หาข้อดีข้อเสียแนวทางพัฒนามากขึ้นกัน”
“ทราบแล้วค่ะท่านพี่”
ฟู่ รอดไปได้อีกหนึ่งวัน
การพัฒนาฝีมือตามพระเอกโชวเน็นให้ทันนี่มันยากจัง