ในความทรงจำของชางเฉินนั้นมีใบหน้าของผู้าุโหลายคนที่อยู่ฝ่ายของถั่วป้าและยังรู้ถึงแผนการบางอย่างอีกด้วยฉางเฟิงยิ้มก่อนจะตบไปที่หัวของชางเฉินทำให้อีกฝ่ายจากไปอย่างสงบ
“เ้า!!!!!!!!!”ถั่วป้าโกรธมากแต่ตอนนี้หลายๆอย่างมันเกินที่จะแก้ไขไปแล้ว
“ไม่คิดเลยว่าเ้าจะเป็สายให้กับนิกายมารโลหิตหนึ่งในฝ่ายมาร”ฉางเฟิงหันไปทางถั่วป้า
"เ้ามาอย่ามาใส่ร้ายคนอื่นนะ เ้ากล่าวหาผู้าุโแบบข้าเท่ากับทำผิดกฎ”ถั่วป้าคำราม
“เื่นั้นจะจริงหรือไม่ไปที่ซ่อนตัวของเ้าก็รู้แล้วแต่มันก็ไม่จำเป็แล้ว เสี่ยวเฮ่ยไปจัดการมาแม้เ้าจะไม่เชี่ยวชาญเท่าเสี่ยวจินแต่ก็น่าจะหาหลักฐานมาได้ไม่ยากใช่ใหม”ฉางเฟิงกล่าว
“แน่นอนหลายปีมานี้ข้าเองก็ศึกษาค่ายกลมาจำนวนมากการจะทำลายค่ายกลพวกนั้นก็ไม่ใช่ปัญหา”ร่างของกิ้งก่าสีดำหายไปทันที
“บัดซบ”ถั่วป้าเตรียมพุ่งทะยานหลบหนีทันที
“เ้าจะหนีไปใหน”มู่เฟยเสวี่ยขวางทางไว้ทันที
ตามจริงแล้วฉางเฟิงไม่คิดว่าวันนี้จะทำให้พวกถั่วป้าปรากฏตัวออกมาแต่ทันทีที่ชางเฉินมาหาเื่ตนและรับรู้ได้ว่ามู่เฟยเสวี่ยมาถึงฉางเฟิงจึงเริ่มวางแผนในใจเพื่อทำให้ชางเฉินบ้าคลั่งและขาดสติจากนั้นก็ทำให้คนที่อยู่เื้ัของถั่วป้าปรากฏตัวเพื่อที่จะได้จัดการทีเดียว
“พวกเ้ารออะไรอยู่ยังไม่รีบลงมืออีก”ถั่วป้าคำราม
“ถึงจะผิดแผนแต่ก็ไม่มีทางเลือกแล้ว”ผู้าุโของหอโอสถต่างโจมตีมู่เฟยเสวี่ยทันที
“คิดจะใช้จำนวนงั้นหรือ”มู่หลานพุ่งออกไปพร้อมกับเปิดเผยพลังออกมา
มู่เฟยเสวี่ยหรี่ตาลงทันทีนางไม่คิดว่าฉางเฟิงจะรักษาอาการาเ็ของมู่หลานได้จริงๆและยังทำให้กายาที่เสียหายฟื้นฟูมาได้อีกด้วย
“อะไรกันเกิดอะไรขึ้น”ผู้าุโในนิกายพากันตื่นตระหนกเมื่อััได้ถึงการต่อสู้
“หอคุมกฎได้ทำการทรยศต่อนิกายและเป็สายให้กับนิกายมารโลหิต”เสียงของมู่หลินดังขึ้น
“อะไรนะเ้าพวกสารเลวพวกเราฆ่ามันให้หมด”
“พวกเราเองไม่ลงมือด้วยสังหารศิษย์ทรยศของนิกายให้หมด” เหล่าศิษย์สายในพากันลงมือเช่นกัน
เทพธิดาสี่ฤดูโจมตีไปยังศิษย์หลักคนหนึ่งซึ่งเป็คนของฝ่ายถั่วป้าทันทีการต่อสู้ภายในเกิดขึ้นในพริบตาโดยที่ไม่สามารถควบคุมได้
“ข้าเองก็เตรียมลงมือได้แล้ว”ฉางเฟิงนั้นวางรากฐานของตัวเองมานานแล้วตอนนี้ตันเถียนของฉางเฟิงก็ขยายใหญ่จนมาถึงขีดสุดแล้ว
“ต่อไปคือการเติมเต็มพลังปราณโกลาหลให้เต็มก็เท่านั้นสำหรับข้าขั้นหลอมรวมและขั้นปราณแท้ไม่ใช่เื่ยากเพราะขั้นปราณแท้คือการเปลี่ยนพลังปราณในร่างให้กลายเป็ปราณแท้แต่กรณีของข้าที่มีปราณโกลาหลอยู่แล้วระดับนี้จึงไม่จำเป็” ฉางเฟิงยกยิ้ม
เมื่อสองเดือนก่อนเสี่ยวจินได้ออกไปตามหาสมุนไพรหรือวัสดุที่มีพลังโกลาหลมาให้เพื่อที่ฉางเฟิงจะสามารถบ่มเพาะได้รวดเร็วขึ้นหลายเท่า
“มันเป็เพราะเ้าเพราะงั้นจงตายซะ” ผู้าุโคนหนึ่งพุ่งเข้าหาฉางเฟิง
“อย่างเ้าหรือจะสังหารข้า”ฉางเฟิงโจมตีทางจิตออกไป
“ฮ่าฮ่า ไม่ได้ผลหรอกตัวข้านั้นมีของปกป้องดวงจิตอยู่เ้าทำอะไรข้าไม่ได้หรอก”
“งั้นหรือ”ฉางเฟิงชกหมัดออกไป
พลังกายที่เหนือล้ำทำให้อีกฝ่ายต้องถอยออกไปทันที
“อะไรกันมันเกิดอะไรขึ้น” เสี่ยวจินที่พึ่งกลับมาส่งเสียงด้วยความตื่นเต้น
“เ้ากลับมาพอดีได้ของที่ข้า้าหรือไม่” ฉางเฟิงกล่าว
“แน่นอนว่าได้แต่เพราะมันข้าเลยเกือบตาย ไม่คิดว่าในโลกเล็กๆนี่จะมีมรดกของตัวตนที่น่ากลัวอยู่ด้วย”เสี่ยวจินกล่าวและโยนศิลาขนาดใหญ่ให้กับฉางเฟิง
“ศิลาโกลาหลดี ถ้างั้นข้าก็ไม่จำเป็ต้องกดพลังของข้าอีกต่อไปแล้ว” ฉางเฟิงหัวเราะออกมา
“ข้าไม่รู้หรอกว่าเ้าคิดจะทำอะไรแต่พวกข้าไม่ยอม”ศิษย์หลักสามคนที่เห็นฉางเฟิงหลับตาลงก็ได้โอกาสแทงกระบี่ออกไป
“พวกโง่เง่า”เสี่ยวจินเค้นเสียงคมมีดมิติก็ปรากฏและตัดร่างทั้งสามทันที
ฉางเฟิงทำการดูดซับพลังปราณโกลาหลอย่างบ้าคลั่งพริบตาตันเถียนที่มีพลังปราณเพียงน้อยนิดก็เหมือนกับไหขนาดใหญ่ที่ได้รับน้ำมาจำนวนมาก
“ตูม!!!!!!!!!!!!!”
ในตอนนั้นเองคลื่นพลังของฉางเฟิงก็เปลี่ยนไปจากระดับหลอมรวมขั้นที่5 ก็พุ่งทะยานกลายเป็ 6 และ 7 และยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
“นี่มันอะไรกัน”ถั่วป้าแทบกระอักเืแค่ระดับหลอมรวมก็สามารถทำให้ตนเองาเ็ได้แล้วและถ้าพลังเพิ่มมากกว่านี้ไม่ใช่ว่าจะสังหารตนเองได้เลยงั้นเหรอ
“มู่หลินเ้าเด็กนี่มันเป็ใครกันแน่ ในอนาจักรจงเย่ไม่มีทางมีเด็กที่อยู่ระดับหลอมีรวมแต่มีพลังจิตระดับราชันได้อย่าว่าแต่จงเย่เลยแม้แต่ในอาณาจักรจงโจวก็ไม่มี” อดีตผู้นำหอคุมกฎคำรามออกมา
แค่มองก็รู้ว่าตัวตนของฉางเฟิงมันไม่ธรรมดามันเหนือล้ำกว่าอัจฉริยะทั่วไปหลายเท่า
“จะบอกเ้าสักนิดก็ได้อาจารย์ของนายน้อยคือ 1 ในจักรพรรดิที่แข็งแกร่งที่สุด” มู่หลินยกยิ้ม
“บ้าเอ้ย!!!!!!!”ไม่รอช้าชายชราคนนี้ก็เตรียมตัวหนีทันที เขารู้แล้วว่าแผนการของนิกายมารโลหิตล้มเหลวแล้ว
“คิดหนีมันไม่ง่ายนักหรอก”มู่หลินโจมตีออกไปปิดกั้นเส้นทางหนีทันที
“มู่หลินนี่เ้าทะลวงระดับแล้ว”หน้าของชายชราเปลี่ยนสี
“แน่นอนถ้าไม่ใช่เพราะนายน้อยรักษาอาการาเ็ให้กับข้าและยังช่วยให้ข้าทะลวงระดับได้อีกด้วยไม่งั้นข้าจะมั่นใจและลงมือใน่เวลาแบบนี้งั้นเหรอ” มู่หลินยกยิ้ม
“เ้าไม่มีทางทำอะไรข้าได้ไม่งั้นทางนิกายมารโลหิตจะไม่ปล่อยเื่นี้เอาไว้”
“เื่มาถึงขั้นนี้แล้วคิดว่าพวกข้าจะกลัวนิกายมารโลหิตจริงๆ”
มู่หลินไม่สนใจและโจมตีต่อไปส่วนฉางเฟิงตอนนี้ได้ทำให้บรรดาศิษย์พากันอ้าปากค้างไปแล้วเพราะการบ่มเพาะของฉางเฟิงมันกลับทะลวงข้ามระดับไปในทันทีระดับปราณแท้กลับง่ายดายสำหรับฉางเฟิงพลังบ่มเพาะของฉางเฟิงมาหยุดที่ระดับิญญาในพริบตา
“บ้าน่าแม้แต่พวกเราบ่มเพาะอย่างหนักยังอยู่แค่ระดับปราณแท้ขั้นที่ 9 เลย” เทพธิดาสี่ฤดูกล่าวขึ้น
“ตกลงแล้วเขามีที่มายังไงกันแน่”หลายคนพากันสงสัย
ฉางเฟิงอยากจะทะลวงระดับต่อไปแต่เพราะศิลาโกลาหลนั้นได้ถูกดูดซับไปจนหมดแล้วทำให้ฉางเฟิงต้องหยุดเอาไว้เพียงเท่านี้เพียงแต่ในระดับิญญาคือการพัฒนาิญญาของตนเองหรือพลังจิตซึ่งตรงจุดนี้ก็ไม่ยากสำหรับฉางเฟิงเช่นกัน
“เอาละได้เวลายืดเส้นยืดสายบ้างแล้ว”ฉางเฟิงยกยิ้มขึ้นมา
หลายคนกลายเป็หวาดกลัวพวกเขาไม่รู้ว่าตอนนี้ฉางเฟิงแข็งแกร่งแค่ใหนแล้ว