ณตึกเรียนสีขาวที่ตั้งอยู่ด้านหลังสุดโดดๆของโรงเรียน ตึกนี้มีชื่อว่า ‘มัลลิกา’เป็ตึกเรียนสำหรับนักเรียนห้องโครงการอินเตอร์ร้อยเปอร์เซ็น หรือพูดง่ายๆคือต้องเรียนทุกวิชาเป็ภาษาอังกฤษนั่นเองนั่นคือที่ว่าทำไมแทบจะไม่มีเด็กห้องโครงการอื่นๆมาเยือนตึกนี้สักเท่าไหร่นัก ภายในตึกนี้ประกอบด้วย4 ชั้น มีทั้งห้องสมุด ห้องเรียน ห้องคอมพิวเตอร์ห้องดนตรีและห้องเรียนวิชาดราม่าแสดงละคร เด็กที่เรียนโครงการนี้แทบจะไม่ต้องเดินเรียนเลยเพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่างอยู่ภายในตึกนี้ทั้งหมดและที่สำคัญทุกห้องมีเครื่องปรับอากาศด้วย
ณ หน้าตึกเรียน
ตอนนี้นักเรียนในห้องชั้นมัธยมศึกษาปีที่6 ห้อง 12 กำลังช่วยกันทาสีเพ้นท์บนแผ่นไม้และผ้าสีขาวเพื่อสำหรับทำฉากการแสดงละครในงานกิจกรรมโรงเรียนที่จะถึงเร็วๆนี้บ้างก็กำลังทำพร็อพจากเศษวัสดุที่มีหลงเหลืออยู่บ้างก็กำลังออกแบบแพทเทิร์นชุดเพื่อที่จะไปหาเช่าหรือยืมต่อๆกันเผื่อพอนำมาประยุกต์ได้บ้าง
ณห้องเรียนวิชาดราม่า เวลา 15.00 น.
‘‘ORomeo, Romeo, wherefore art thou Romeo…’’
เสียงบทพูดของจูเลียตจากอัญญ่านั่นเองเธอได้รับการโหวตจากเพื่อนๆในห้องเรียนให้แสดงเป็นางเอกของเื่
เธอก้มลงมองบทพูดบนกระดาษและเงยหน้าหันมาพูดกับกระจกบานยาวที่อยู่ต่อหน้า
‘‘Are you ready, Anja?’’ เสียงจากอาจารย์นิคกี้ อาจารย์ประจำวิชาดราม่า
‘‘Umm.. Yes.’’ อัญญ่าเงยหน้าขึ้น เอากระดาษปิดไว้ที่หน้าอก
‘‘3..2..1..Action’’
‘‘O Romeo, Romeo, wherefore artthou Romeo
Deny thy father and refuse thyname…’’
‘‘Ok, ok, stop..’’ อาจารย์นิคกี้ส่งสัญญาณกากบาทเพื่อเบรกอัญญ่าให้หยุดไว้ก่อน
‘‘This scene, you have to be moreromantic. Think about your first love, try to imagine about the one you arelooking for.’’ อาจารย์นิคกี้พยายามทำท่าประกอบเพื่อให้อัญญ่าเข้าใจมากยิ่งขึ้นพร้อมทั้งบอกจังหวะการพูด ลมหายใจเข้าออก กำกับโทนเสียง ทำมือเคลื่อนไหวขึ้นลงเพื่อให้เธอเห็นภาพมากขึ้น
‘‘Ok. Let me try again.’’ อัญญ่าหลับตาเล็กน้อยสัก 10 วินาทีสูดลมหายใจเข้าออกเต็มปอด พยายามจินตนาการถึงใบหน้าของธันถึงแม้เธอจะไม่เคยเจอเขาตัวจริงเลยก็ตาม
‘‘3..2..1..Action’’
‘‘O Romeo, Romeo, wherefore artthou Romeo,
Deny thy father and refuse thyname
Or if thou wilt not, be but swornmy love
And I’ll no longer be aCapulet.’’
อัญญ่าก้าวขาเหยียบลงบนพื้นช้าๆทีละก้าวสองก้าวตามจังหวะคำส่งสายตามองไปทางไกลจินตนาการว่ากำลังยืนนอกระเบียงวังและหันมองไปยังท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ กุมมือผสานนิ้วด้วยกันทั้งสองข้างจินตนาการถึงบุคคลที่เป็คนรักของเธอ
‘‘Wow!! Great job!!’’ อาจารย์นิคกี้ปรบมือนักแสดงที่เหลือที่นั่งดูอยู่ก็ปรบมือด้วยเช่นกัน
‘‘เก่งมากเลย อัญญ่า’’ เจสซี่ปรบมือพร้อมกับชูนิ้วโป้งแสดงให้กับเธอ
‘‘Now it’s your turn,Arther.’’ อาจารย์นิคกี้แบมือเชิญอาเธอร์ให้ออกไปแสดงบ้าง
อาเธอร์ เด็กหนุ่มลูกครึ่งไทย-อเมริกันภายนอกดูหุ่นสมส่วนหน้าตาดีเป็เพอร์เฟคแมน เขาเป็คนที่เรียนไม่เก่งแต่ด้วยความที่เขาโดดเด่นในด้านกีฬาและกิจกรรมต่างๆ ทำให้เขาเป็ที่ชื่นชอบขวัญใจสาวๆห้องธรรมดาเป็อย่างมากบุคลิกและหน้าตาดีอย่างเขา เหมาะสมที่จะเป็พระเอกมากที่สุดเลย
‘‘Yes. Aj.Nikki.’’ อาเธอร์พยักหน้าลุกขึ้นยืนพร้อมเดินออกไปยืนข้างหน้าอาจารย์
‘‘Remember. You are Romeo, herlover. Be charming. Try to steal her heart. Combine every happy moment intoone.’’ อาจารย์พยายามอธิบายบทบาทโรแมนติก จังหวะเดินจังหวะร่ายคำ กำกับทุกอย่างแทบจนเหมือนผู้กำกับหนังเื่หนึ่งเลยทีเดียว
‘‘Ok. I’m ready.’’ อาเธอร์พยักหน้าส่งสัญญาณให้หนึ่งครั้ง
‘‘3..2..1..Action’’
‘‘O, speak again, bright angel!For thou art
As glorious to this night, beingo’er my head,
As is a wingèd messenger ofheaven
Unto the white, upturnèd,wondering eyes
30Of mortals that fall back togaze on him
When he bestrides thelazy-puffing clouds
And sails upon the bosom of theair.’’
อาเธอร์ทำท่าทางนำมือขวาแตะทาบบนหน้าอกด้านซ้ายเบาๆสื่อว่าอยากได้ยินเสียงตอบกลับจากคนรัก คนที่เขาตามหามานานแสนนานฉันอยากได้ยินเสียงของเธอ ไหน..พูดอีกสักครั้งซิ…ฉันอยากเจอเธอเสียเหลือเกิน จูเลียต ฉันอยู่นี่แล้วไง…
‘‘Wow!!! Perfect!!!’’ อาจารย์นิคกี้อัญญ่า เจสซี่และรวมถึงนักแสดงคนอื่นๆที่ฟังอยู่ต่างปรบมือด้วยความที่ชอบใจในการแสดงของอาเธอร์เป็อย่างมากความรู้สึกเหมือนอาเธอร์เป็เ้าชายที่สง่างาม มีเสน่ห์ชวนหลงใหลเสียเหลือเกิน ยิ่งพอเขาได้แสดงคู่กับอัญญ่าแล้วเหมือนเห็นถึงความเพอร์เฟคที่ลงตัวมากขึ้นไปอีก
‘อืม…เก่งอ้ะ เก่งทั้งคู่เลย’ เด็กชายคนหนึ่งคิดในใจ‘คงจะเป็แฟนของอัญญ่าแน่ๆเลย…’
เขาแอบแนบหูฟังจากร่องประตูห้องดนตรีซึ่งติดอยู่กับห้องดราม่า
‘‘Great job both of you. Now Iwill give you about 10 minutes to have a break and you can take that time toremember the script for the next scene aswell.’’ อาจารย์นิคกี้ให้เวลาอัญญ่าและอาเธอร์ค่อยๆจำสคริปบทพูดในฉากถัดไปจะพักผ่อนสักนิดใน่นั้นก็ได้ จากนั้นอาจารย์ลุกขึ้นจากที่นั่งเพื่อเดินไปเทรนด์บทพูดของนักแสดงคนอื่นๆในระหว่างนี้ด้วย
5 นาทีถัดมา
‘‘O comfortable Friar! Where ismy lord?
I do remember well where I shouldbe, …’’
อัญญ่าพยายามท่องสคริปเบาๆเพื่อไม่ให้รบกวนนักแสดงคนอื่นๆในห้องเธอเปิดปิดกระดาษบทพูดเป็ระยะๆเพื่อลองจำให้ได้
‘‘Cause there'll beno sunlight
If I lose you, baby
There'll be no clear skies
If I lose you, baby … ’’
ระหว่างที่อัญญ่ากำลังพยายามจำสคริปบทถัดไปอยู่นั้นเหมือนเธอจะได้ยินเสียงอะไรบางอย่างที่หลังประตูห้องดราม่า เธอเดินไปช้าๆค่อยๆเอามือแหวกม่านหนาๆที่คลุมประตูอยู่ออก ใช้สายตามองตามร่องประตูหาที่มาของเสียง
Just like the clouds
My eyes will do the same if you walk away
Everyday it'll rain, rain, ra-a-a-ain.
เผยให้เห็นเป็เด็กผู้ชายคนหนึ่งกำลังยืนร้องเพลงคนเดียวในห้องดนตรีท่ามกลางไฟดวงเดียวที่สว่างแค่สลัวๆมองเห็นได้ไม่ค่อยชัดมากนักเขายืนหันหลัง ทำให้เธอไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของเขาได้
‘เสียงนี้… เหมือนจะคุ้นๆนะ เหมือนได้ยินมาจากที่ไหนมาก่อน…รึเปล่านะ..’ อัญญ่าคิดในใจ
‘เพราะจังเลย’ เธอกำลังเคลิบเคลิ้มไปกับเสียงเพลง
“อัญญ่า หมดเวลาแล้ว เราลองมาซ้อมด้วยกันอีกรอบเถอะอีกไม่นานอาจารย์นิคกี้จะเรียกพวกเราแล้วนะ” อาเธอร์หันมาเรียกอัญญ่าเพื่อจะลองซ้อมด้วยกันอีกสักรอบ
‘‘อื้มๆ ก็ได้นะ’’ อัญญ่าพยักหน้าตอบตกลงกับอาเธอร์หางตาของเธอมองทิ้งท้ายไปยังร่องประตูบานนั้นเล็กน้อยจากนั้นเธอค่อยๆใช้มือดึงม่านกลับมาคลุมปิดประตูตามเดิม