วิถีเซียนเจ้าสำราญ: ข้าไม่ได้อยากเก่ง (逍遥道祖:我真不想无敌)

    บทที่ 38: หอคอยชิงหลง บันไดแห่งเกียรติยศและปมปริศนา

    บทที่ 38: หอคอยชิงหลง บันไดแห่งเกียรติยศและปมปริศนา

    สามวันแห่งการพักผ่อนอันแสนสั้นได้ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว หลงเทียนเฟย (龙เทียน非) ก้าวออกจากเรือนพักรับรองด้วยท่าทีที่ดูเกียจคร้านเช่นเคย เขาเดินเคียงข้างหลงหลิงซีและเหล่าผู้ติดตามของตระกูลหลง ปะปนไปกับคลื่นมนุษย์ที่กำลังมุ่งหน้าไปยังทิศทางเดียวกัน


    บรรยากาศทั่วทั้งสำนักดาบเมฆาครามในยามนี้เต็มไปด้วยความคึกคักและแรงผลักดันอันแรงกล้า เหล่าผู้ฝึกตนรุ่นเยาว์จากทั่วสารทิศต่างมีแววตาที่เปี่ยมด้วยความตื่นเต้นและความทะเยอทะยาน เมื่อพวกเขาเดินทางมาถึงใจกลางของ เทือกเขาเทียนจี้ (天极山脉) ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานที่ทดสอบในรอบนี้ ภาพของ "หอคอยชิงหลง" (青龙塔) ที่ตั้งตระหง่านเสียดฟ้าก็ปรากฏขึ้นสู่สายตา


    มันคือสถาปัตยกรรมอันน่าเกรงขามที่สูงจนแทบจะทิ่มแทงหมู่เมฆ ตัวหอคอยสร้างขึ้นจากหยกขาวและศิลาสีครามเข้ม หลังคาโค้งงอนที่ซ้อนกันเป็นชั้นๆ ขึ้นไปนั้นสะท้อนถึงความโอ่อ่าแห่งยุคสมัยราชวงศ์ถังอย่างชัดเจน แต่ในขณะเดียวกัน ลวดลายโลหะสีดำสนิทที่หมุนวนอย่างแปลกประหลาดและไร้รูปแบบตามขอบของแต่ละชั้น ก็แผ่กลิ่นอายแห่งความลึกลับบรรพกาลออกมา กระแสพลังปราณสีครามที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าไหลเวียนอยู่รอบหอคอยราวกับมังกรที่กำลังหลับใหล สร้างความตึงเครียดทางสายตาและพลังงานที่บ่งบอกถึงการปะทะกันของระเบียบและความโกลาหล


    'ช่างเป็นสถานที่ที่สิ้นเปลืองพลังงานนัก' หลงเทียนเฟยครุ่นคิดในใจอย่างเหนื่อยหน่าย 'แค่การทดสอบยังต้องสร้างให้ยิ่งใหญ่ขนาดนี้รึ'


    เบื้องหน้าหอคอย ผู้อาวุโสท่านหนึ่งของสำนักดาบเมฆาครามได้ขึ้นมายืนบนแท่นศิลาสูง เพื่ออธิบายกฎเกณฑ์ของการทดสอบ


    "เบื้องหน้าของพวกเจ้าคือหอคอยชิงหลง บททดสอบแห่งเกียรติยศที่แท้จริง" เขากล่าวเสียงดังกังวาน "หอคอยแห่งนี้มีทั้งหมดสามสิบห้าชั้น และผู้ท้าทายทุกคนจะต้องเริ่มต้นจากชั้นที่หนึ่ง"


    เสียงฮือฮาเบาๆ ดังขึ้นจากฝูงชน กฎข้อนี้หมายความว่าแม้แต่ยอดฝีมือก็ต้องเริ่มต้นจากจุดต่ำสุดเช่นกัน


    ผู้อาวุโสอธิบายต่อว่า แต่ละชั้นจะมี 'ผู้พิทักษ์' ซึ่งอาจเป็นสัตว์อสูรหรือร่างจำแลงของผู้ฝึกตนโบราณที่มีระดับพลังตายตัว ความยากจะเพิ่มขึ้นตามลำดับชั้น ชั้นที่ 1-20 คือบททดสอบสำหรับขั้นสัมผัสปราณ, ชั้นที่ 21-28 สำหรับขั้นสานรากฐาน, และชั้นที่ 29-35 สำหรับขั้นหลอมรวมธาตุ


    "และที่สำคัญที่สุด ทันทีที่พวกเจ้าก้าวเข้าสู่หอคอย 'ม่านแห่งหอคอยชิงหลง' จะทำงานเพื่อปกปิดตัวตนที่แท้จริงของพวกเจ้าไว้ แต่ความคืบหน้าของทุกคนจะถูกฉายภาพขึ้นบนอนุสาวรีย์เวทมนตร์ทั่วทั้งจักรวรรดิ ให้ผู้คนได้ร่วมเป็นสักขีพยานในความสำเร็จของพวกเจ้าโดยไม่ล่วงรู้ว่าพวกเจ้าคือใคร"


    'โอ้' หลงเทียนเฟยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย 'ช่างเป็นการออกแบบที่เข้าใจจิตใจผู้ปรารถนาความสงบสุขเช่นข้าเสียจริง'


    "ในอดีต" ผู้อาวุโสกล่าวต่อเพื่อปลุกเร้าจิตใจของผู้เข้าแข่งขัน "เคยมีอัจฉริยะบางคนสามารถทะลวงผ่านชั้นที่ยี่สิบได้ภายในเวลาเพียงครึ่งวัน สถิติสูงสุดที่ผู้ฝึกตนรุ่นเยาว์เคยสร้างไว้คือชั้นที่ยี่สิบแปด และมีเพียงไม่กี่คนในประวัติศาสตร์เท่านั้นที่เคยได้สัมผัสกับความท้าทายของชั้นที่สามสิบห้า"


    เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครั้ง แววตาของเหล่าอัจฉริยะเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ซูโม่ที่ยืนอยู่ไม่ไกลแสดงความมั่นใจอย่างชัดเจนว่าเขาจะสามารถทำลายสถิติบางอย่างได้อย่างแน่นอน ในขณะที่หลงหลิงซีก็มีแววตาที่มุ่งมั่นจะพิสูจน์ตนเองเช่นกัน


    แต่สำหรับหลงเทียนเฟยแล้ว เขากลับถอนหายใจยาวเหยียด


    'ช่างเป็นความพยายามที่สิ้นเปลืองเรี่ยวแรงนัก การจะไปถึงชั้นสูงสุดนั้นช่างน่าเบื่อหน่ายเกินไป' เขายังคงย้ำเป้าหมายเดิมของตนเองในใจ 'ลำดับที่หนึ่งร้อยห้าสิบกว่าๆ ก็เพียงพอแล้ว'


    เขาครุ่นคิดถึงหนทางที่จะผ่านบททดสอบนี้ไปได้อย่างสบายที่สุด พลังจากสายเลือดมังกร 'คัมภีร์ลมปราณมังกรฟ้าบรรพกาล' และทักษะต่างๆ ที่เขามี บัดนี้ไม่ใช่เครื่องมือสำหรับการต่อสู้ที่รุนแรง แต่เป็นเครื่องมือสำหรับความคิดสร้างสรรค์อันแสนเกียจคร้าน


    'การฝึกฝนตามแบบแผนมันน่าเบื่อหน่าย...แต่การใช้ระบบเพื่อ 'โกง' วิธีแก้ปัญหาแต่ละชั้นนี่สิ ช่างน่าสนใจยิ่งนัก' ความคิดนั้นทำให้มุมปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น 'ดูท่าข้าจะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ในหอคอยแห่งนี้เสียแล้ว ตราบใดที่ไม่มีเรื่องยุ่งยากเกินกว่าที่ข้าจะรับมือได้'


    เมื่อผู้อาวุโสประกาศให้ผู้เข้าทดสอบเตรียมตัว หลงเทียนเฟยก็เดินปะปนไปกับฝูงชนมุ่งหน้าไปยังประตูหอคอยที่ใหญ่โตมโหฬาร


    'ภาระครั้งใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น' เขาคิด 'แต่ก็ยังดีที่ไม่มีใครรู้ว่าข้าคือใคร และข้าจะทำอะไรในนี้'


    (จบตอนที่ 38)

    คล้ายกับเรื่องวิถีเซียนเจ้าสำราญ: ข้าไม่ได้อยากเก่ง (逍遥道祖:我真不想无敌) ที่คุณอ่าน