บทที่ 21 รอยอดีต
เสียงผู้คนในเมืองคุยกัน หลี่เหว่ยที่เข้าเมืองไปในกับกู้หลินในวันหนึ่งก็หยุดฟังแล้วนำเื่นี้มาเล่าให้ กู้หลินฟัง
“ข้าได้ยินชาวบ้านในตลาดพูดกันถึงเื่หมอเทวดาในหมู่บ้านหุบเขาซึ่งพวกเขาคงจะหมายถึงเ้า ต่อไปคงจะมีคนเข้ามาที่หมู่บ้านเพื่อตามหาหมอเทวดาคนดังเ้าคิดจะทำอย่างไรต่อไป”
กู้หลินนิ่งเงียบเมื่อได้ยินคำบอกเล่าจากหลี่เหว่ยนางรู้ว่าวันนี้ต้องมาถึง จึงคิดจะนำเื่นี้ปรึกษาหารือกับครอบครัว
“ขอบคุณพี่เหว่ยที่มาบอกข้าจะปรึกษาหารือกับครอบครัว และท่านอาจารย์ก่อนตัดสินใจ”
หลี่เหว่ยััได้ถึงความหนักใจที่ซ่อนอยู่ของ กู้หลิน
หลังมื้ออาหารเย็น หลังจากคนงานออกจากบ้านไปแล้วกู้หลินก็เอ่ยปากขึ้นมา
“คืนนี้ข้ามีเื่อยากปรึกษาหารือพวกท่าน”
ใบหน้าแสดงความหนักใจของกู้หลินทำให้ทุกคนนั่งลงที่ห้องโถง และรอฟังอย่างเงียบกริบ
“วันนี้พี่เหว่ยได้ยินคนในตลาดกล่าวถึงหมอเทวดาในหมู่บ้านหุบเขาข้าคิดว่าอีกไม่นานคงจะมีคนจากข้างนอกเข้ามาในหมู่บ้านของเรา เพื่อตามหาหมอเทวดาท่านตาคิดว่าข้าควรทำอย่างไร ปล่อยให้พวกเขาเข้ามาตามหาที่นี่หรือว่าควรเปิดโรงหมอในเมือง เพื่อไม่ให้มีใครเข้ามาที่หมู่บ้านของเรา”
คำหารือของกู้หลินที่ราวกับมีคำถามเจืออยู่นั้นทำให้ผู้เฒ่ากู้ทั้งสองมองหน้ากันไปมา แล้วหันไปมองลูกสาวซึ่งมีท่าทีอึดอัดอย่างเห็นได้ชัดก่อนที่ผู้เฒ่ากู้คล้ายจะตัดสินใจบางอย่างแล้วเอ่ยขึ้นมา
“คงถึงเวลาที่ตาและแม่ของพวกเ้าต้องเล่าเื่ราวแต่หนหลังให้พวกเ้าทั้งสองคนได้รู้ถึงบิดาผู้ให้กำเนิดหลังจากฟังจนจบแล้ว หลินเอ๋อร์ค่อยตัดสินใจเื่โรงหมอ”
ผู้เฒ่ากู้มองสบตาลูกสาวก่อนจะวางมืออัน เหี่ยวย่นลงที่ไหล่กู้หลินภายในห้วงคิดของผู้เฒ่าเต็มไปด้วยความทรงจำอันแสนยาวนาน
“หลินเอ๋อร์…วันนี้ตาจะเล่าเื่ราวของบิดาเ้าให้ฟัง เื่ราวที่แม้กระทั่งเฉินเอ๋อร์ก็อาจไม่เคยรู้มาก่อน”
ผู้เฒ่ากู้เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจเบาๆ
“บิดาของเ้า…เป็ยอดนักรบผู้กล้าหาญ เขาเป็ทหารผู้ปกป้องแผ่นดินแต่โชคชะตาเล่นตลกกับเขาในาครั้งใหญ่ เขาได้รับาเ็สาหัส าแนั้นไม่เพียงแต่ทำลายร่างกาย แต่ยังทำลายความทรงจำของเขาไปด้วย เขา…เขาจำอะไรไม่ได้เลยแม้กระทั่งชื่อของตัวเอง”
ผู้เฒ่ากู้หยุดพูดน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย
“ตาพบเขาที่ท้ายของหมู่บ้านเขานอนจมกองเือยู่ ไม่มีเรี่ยวแรง และไร้ความทรงจำ แต่ดวงตาของเขานั้น…เต็มไปด้วยความเ็ป ตาจึงช่วยนำเขากลับเข้ามาในหมู่บ้านและรักษาร่างกายของเขาจนกระทั่งเขาหายดี เมื่อเขาหายดีแล้วก็ช่วยงานทุกอย่างในบ้านโดยไม่เคยเกี่ยงงอนทำให้ตามองเห็นความดีงามในตัวเขา ความซื่อสัตย์สุจริตที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความสับสน”
ใบหน้าของกู้เยี่ยยามได้ยินพ่อของตนกล่าวถึงพ่อของกู้หลินก็แฝงไปด้วยความเศร้า
“เขา…เขาเป็คนดี เป็คนที่มีจิตใจงดงาม หลังจากหายดีแล้ว ตาจึงตัดสินใจให้เขาแต่งงานกับมารดาของเ้า ถึงแม้เขาจะจำอะไรไม่ได้เลยก็ตาม เพราะตาเชื่อว่าบางทีความรักอาจจะเยียวยาเขาได้”
สายตาของผู้เฒ่ากู้มองไปยังท้องฟ้าราวกับกำลังมองเห็นภาพเหตุการณ์ในอดีต
“แล้ว…วันหนึ่ง หลังจากหลินเอ๋อร์ลืมตาดูโลก ความจำของพ่อเ้าก็ฟื้นคืนมาเขาจดจำได้ว่าตัวเองเป็ใครและมาจากไหน”
กู้หลินหายใจเข้าออกด้วยความตื่นเต้นที่ในที่สุดเื้ัที่เป็ปริศนาของเ้าของร่างกำลังจะถูกเปิดเผยอยู่เบื้องหน้า
“พ่อของพวกเ้าเล่าให้ฟังว่า เขาเป็แม่ทัพจากจากแคว้นอันไกลโพ้นและถูกองค์ชายที่แย่งชิงราชบัลลังก์ระหว่างกันวางแผนสังหาร เพราะเขาเป็กำลังสำคัญขององค์รัชทายาทแต่เขาหนีรอดมาได้”
ดวงตากู้หลินและกู้เฉินลุกวาบเมื่อได้รู้ถึงต้นกำเนิดของตนภายในใจของกู้หลินกระจ่างแจ้งว่าทำไมพี่ชายของตนถึงมีท่าทีสง่างามราวกับทหารที่แท้เพราะถ่ายทอดจากสายเืนี่เอง
“พ่อของพวกเ้าขอตัวกลับไปยังแคว้นของเขาและขอโทษที่ไม่สามารถอยู่ดูแลพวกเ้าได้ และสัญญาว่าจะกลับมารับพวกเ้าและมารดาไปอยู่ด้วยกัน”
ผู้เฒ่ากู้เงียบไปนานมือที่วางอยู่บนไหล่ของกู้หลินค่อย ๆ เคลื่อนออกไป
“แล้วเกิดอะไรขึ้นทำไมท่านพ่อไม่กลับมาอีก”
กู้หลินไม่อยากให้เื่แต่หนหลังเป็ปริศนาอีกต่อไปจึงถามถึงท่านแม่ทัพที่เป็พ่อของเ้าของร่าง
คราวนี้กู้เยี่ยมารดาของกู้หลินเป็ฝ่ายตอบ
“หลังพ่อของพวกเ้าจากไปเกือบสองปีก็มีทหารกลุ่มหนึ่งมาตามหาครอบครัวของเรา เมื่อมาถึงพวกเขาก็นำข้าวของเงินทองมามอบให้และบอกว่าพ่อของพวกเ้าได้เสียชีวิตในสนามรบ และฝากให้นำข่าวมาบอก พร้อมทั้งบอกให้ครอบครัวของเรารีบอพยพหนีจากหมู่บ้านแห่งนั้นเพราะอีกไม่นานก็จะเกิดาระหว่างแคว้น”
กู้เฉินกลั้นหายใจเมื่อได้ยินว่าบิดาของตนเสียชีวิตแล้ว เพราะก่อนหน้านี้เขาสงสัยชาติกำเนิดของตนและยังหวังว่าวันหนึ่งอาจจะได้พบกับบิดาที่อยู่ในความทรงจำอย่างลางเลือน
“เพราะความโศกเศร้าเสียใจกับข่าวที่ได้รับและความหวาดกลัวภัยา ท่านตาจึงรีบเก็บข้าวของอพยพั้แ่วันรุ่งขึ้น พาพวกเราร่อนเร่มาเรื่อยๆ จนมาปักหลักที่หมู่บ้านหุบเขาแห่งนี้”
กู้หลินนั่งฟังอย่างเงียบกริบภายในใจสงสัยความไม่สมเหตุสมผลของทหารที่มาแจ้งข่าว จึงเอ่ยถามมารดา
“หลังจากครอบครัวเราอพยพมา ท่านแม่ได้ข่าวเื่าหรือไม่”
กู้เยี่ยส่ายศีรษะ ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่แน่ใจ
“แม่ไม่เคยได้ข่าวเื่าระหว่างแคว้นเลยตอนแรกก็คิดว่าอาจเป็เพราะข่าวยังมาไม่ถึง แต่มีชาวบ้านบางคนที่เราพบระหว่างทางเล่าให้ฟังว่าบ้านเมืองยังสงบสุขดีแม่กับท่านตาจึงเพิ่งมาเฉลียวใจว่าพวกเราอาจถูกทหารกลุ่มนั้นหลอกให้อพยพออกจากหมู่บ้านก็เป็ได้”
ผู้เฒ่ากู้พยักหน้ารับ
“พอรู้ว่าถูกหลอกก็คิดว่าทหารกลุ่มนั้นคงได้รับคำสั่งให้ทำเช่นนั้น และอาจจะมาจากพ่อของเ้าหรือไม่ก็ครอบครัวของเขา”
กู้หลินจินตนาการความซับซ้อนจากนิยายจีนโบราณที่เคยอ่านซึ่งอาจเป็ไปได้ว่าแม่ทัพ พ่อเ้าของร่าง หลังจากกลับไปบ้านเมืองของตนอาจจะได้รับพระราชทานฮูหยินจากฮ่องเต้หรือเขาอาจจะมีคู่หมั้นหมายอยู่ก่อนแล้วตามธรรมเนียมสมัยนี้จึงต้องแต่งงานกับคนที่ถูกจัดหาไว้ให้ และเมื่อเวลาผ่านไปก็คงเล่าเื่ภรรยาเดิมให้ฮูหยินคนใหม่ฟังและ้ารับภรรยาและลูกที่ได้มาระหว่างที่ความทรงจำหายไปกลับไปอยู่ด้วยกัน
กู้หลินจินตนาการต่อไปว่าหลังจากฮูหยินแต่งตั้งได้ฟังเื่ภรรยาและลูกเดิมจากสามี ก็อาจเป็ไปได้ว่า ไม่อาจยอมรับให้สามีไปรับหนามยอกอกเข้ามาอยู่ในบ้านหลังเดียวกันจึงมีคำสั่งซ้อนจากฮูหยินเพื่อล่อหลอกให้ภรรยาเดิมพาลูกหญิงชายอพยพหนีแล้วกลับไปรายงานท่านแม่ทัพว่าตามหาพวกเขาไม่เห็น
ทั้งห้องเงียบสนิทได้ยินเพียงสายลมที่พัดจากภายนอก ทุกคนตกอยู่ในความคิดของตนเองอยู่ครู่ใหญ่ก่อนที่ผู้เฒ่ากู้จะเอ่ยขึ้นมา
“หลังจากเข้ามาอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้ตาได้แจ้งกับผู้นำหมู่บ้านว่าพวกเรามีแซ่กู้ ซึ่งเป็แซ่ที่ตาคิดขึ้นมาใหม่เพื่อปิดบังตัวตนของทุกคน และบอกกับพวกเขาว่าพ่อของพวกเ้าตายในสนามรบ”
กู้หลินผ่อนลมหายใจที่หนักหน่วงออกมาเมื่อในที่สุดความลับชาติกำเนิดของเ้าของร่างเปิดเผยออกมา
“ท่านตากลัวว่าอาจเป็ทหารที่ครอบครัวของท่านพ่อส่งมา โดยที่เขาไม่รู้ไม่เห็นใช่หรือไม่จึง้าปิดบังตัวตนครอบครัวของเราเพราะเกรงว่าจะเกิดอันตรายหากคนไม่หวังดีพวกนั้นตามหาอีก”
ผู้เฒ่ากู้พยักหน้ารับทำให้กู้หลินมีคำตอบในใจเื่โรงหมอของตน