ตอนที่ 35 ก่อเรื่องแล้วหรือ?(2)
"สหายลู่จิ่งหมิง คุณมาแล้วเหรอคะ?"
ลู่จิ่งหมิงพยักหน้า ใบหน้าร้อนผ่าวแอบมองเด็กสาว แถมยังถูกเด็กสาวจับได้อีก เรื่องนี้ช่างน่าอายจริงๆ
"สหายหานชีเยวี่ยคุณนำของกลับมามากมายขนาดนี้เลยเหรอครับ?"
เขารีบหาเรื่องแก้เขินจึงชี้ไปที่กระบุงใบใหญ่สองใบที่วางอยู่ข้างๆ หานชีเยวี่ย
เขาดูถูกเด็กสาวคนนี้ไปจริงๆไม่คิดว่าเธอจะสามารถหาของจากตลาดมืดมามากมายขนาดนี้
หานชีเยวี่ยกล่าวว่า "วันนี้โชคดีคนในตลาดมืดน้อยแต่ของเยอะ ตอนออกมาเจอรถที่ผ่านมาพอดีไม่อย่างนั้นสหายลู่คงต้องรอนานแน่ๆ"ประโยคนี้เป็นการอธิบายให้ลู่จิ่งหมิงฟังว่าเธอหาของเหล่านี้กลับมาได้ยังไง
สำหรับคำอธิบายของหานชีเยวี่ยลู่จิ่งหมิงไม่ได้สงสัยเลย เขาไม่ใช่คนท้องที่ ไม่ค่อยรู้เรื่องราวในท้องถิ่น ยิ่งไปกว่านั้น เขายังไม่ค่อยรู้จักหานชีเยวี่ยแต่ตั้งแต่เจอกันจนถึงตอนนี้ หานชีเยวี่ยก็ทำให้เขาประหลาดใจอยู่เสมอ
"ขอบคุณสหายหานชีเยวี่ยมากครับพอผมกลับไปปักกิ่งแล้ว ผมจะส่งคูปองมาให้คุณเยอะๆ เลยคุณจะได้ไม่ต้องไปตลาดมืดอีก"
ถึงแม้ว่าลู่จิ่งหมิงจะชื่นชมความสามารถของหานชีเยวี่ยแต่เขาก็ยังรู้สึกว่าการที่เด็กสาวไปตลาดมืดนั้นไม่ค่อยสะดวกเท่าไร เขาไม่สามารถปล่อยให้เรื่องของครอบครัวเขามาทำให้เด็กสาวเดือดร้อนได้เมื่อได้ยินว่าลู่จิ่งหมิงจะส่งคูปองมาให้ หานชีเยวี่ยก็รีบโบกมือปฏิเสธ
"สหายลู่จิ่งหมิงฉันมีความสามารถอยู่บ้าง ตราบใดที่มีเงินฉันก็สามารถหาของได้เกือบทุกอย่างค่ะ"หานชีเยวี่ยพูดโอ้อวดอย่างไร้ยางอายกับลู่จิ่งหมิง
ลู่จิ่งหมิงมองดูความมั่นใจบนใบหน้าของเด็กสาวก็อดไม่ได้ที่จะยิ้ม เด็กสาวที่สดใสร่าเริงแบบนี้หาได้ยากจริงๆ เด็กสาวคนนี้ไม่เลว ดีมาก
"ได้ครับต่อไปนี้ผมจะพย่าามส่งเงินมาให้คุณเยอะๆ! แต่อย่าไปตลาดมืดบ่อยนักเลยมันอันตรายเกินไปครับ"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หานชีเยวี่ยรู้สึกแปลกๆแต่ดูเหมือนว่าพูดแบบนี้ก็ไม่ผิด ในที่สุดหานชีเยวี่ยก็ตัดสินใจเพิกเฉยต่อความรู้สึกแปลกๆ ในใจ แน่นอนว่าต้องส่งเงินมาให้เธอไม่สามารถส่งไปให้คุณปู่คุณย่าของลู่จิ่งหมิงได้ มันจะดูน่าสงสัยเกินไป
"ฉันรู้แล้วค่ะฉันจะไม่ไปตลาดมืดบ่อยๆ แค่มีของใช้ก็พอแล้ว! "หานชีเยวี่ยพูดด้วยใบหน้าแดงก่ำ
ทั้งสองคุยกันสักพัก ก็ถึงเวลาอาหารเย็นแล้วหานชีเยวี่ยจึงแบกกระบุงเตรียมจะกลับ
ลู่จิ่งหมิงถามว่า"ให้ผมช่วยคุณ…" พูดได้ครึ่งทางลู่จิ่งหมิงก็เห็นแววตาที่ไม่ค่อยเชื่อใจของหานชีเยวี่ย!
เอาล่ะดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้มีแรงมากกว่าสหายหานชีเยวี่ยจริงๆ
"สหายลู่จิ่งหมิงคะคุณอ้อมเดินกลับไปเถอะ อย่าให้คนในหมู่บ้านเห็น ฉันไปเองได้ค่ะ!"
เมื่อตอนที่หานชีเยวี่ยแบกกระบุงใบใหญ่กลับถึงบ้านอย่างราบรื่นนั้นอาหารเย็นของย่าเฒ่าหานก็ใกล้จะเสร็จแล้ว
เมื่อเห็นหานชีเยวี่ยแบกของกลับมามากมายขนาดนี้ย่าก็รีบเข้ามารับกระบุงแล้วพูดว่า "เด็กคนนี้ทำไมถึงไปซื้อของในเมืองอีกแล้ว?" ถึงแม้ว่าย่าเฒ่าหานจะสงสารหานชีเยวี่ยแต่ตอนนี้ก็อดไม่ได้ที่จะพูดอะไรสักหน่อย
"อาเยวี่ย คนเขามักจะพูดกันว่ากินไม่จน ใส่ก็ไม่จน แต่หากไม่รู้จักคำนวณล่ะก็จนแน่ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายแบบนี้ไม่ได้นะ"
"พวกเราเป็นชาวนารายได้ต่อปีก็มีแค่นั้น ถ้าหลานใช้จ่ายแบบนี้ เงินที่คนๆ หนึ่งหามาได้ทั้งปียังไม่พอให้หลานใช้จ่ายแค่สามวันห้าวันเลย"
หานชีเยวี่ยรู้ว่าย่าเฒ่าหานคงจะทนดูไม่ได้แต่เธอคิดคำแก้ตัวไว้แล้ว
"ย่าจ๊ะ หนูแค่คิดจะฉลองหน่อยแถมยังเผลอซื้อมามากมายโดยไม่ทันระวัง" เมื่อได้ยินหานชีเยวี่ยพูดแบบนี้ย่าเฒ่าหานก็สนใจขึ้นมาทันที
"เกิดอะไรขึ้นเหรอ?"
"ย่าจ๊ะย่ารู้ไหมว่าวันนี้หนูไปในเมือง ได้ยินเรื่องอะไรมา?" หานชีเยวี่ยพูดกับย่าเฒ่าหานอย่างมีลับลมคมใน
ย่าเฒ่าหานดุหานชีเยวี่ยเบาๆ แล้วพูดว่า"เด็กคนนี้ ยังมานั่งอำย่าอีกเหรอ?"
"ย่าจ๊ะ ครอบครัวจวงเกิดเรื่องแล้วย่าว่า ถ้าครอบครัวเรายอมแต่งงานครั้งนี้ไม่แน่ว่าเราอาจจะโชคร้ายไปด้วยหรือเปล่านะ?"
"เกิดเรื่องอะไรขึ้น?" ย่าเฒ่าหานรู้สึกว่าคำพูดของหานชีเยวี่ยน่าจะมีความหมายจึงถามด้วยน้ำเสียงเบาๆ อย่างระมัดระวัง
"ย่าครอบครัวจวงมีความเกี่ยวข้องกับคนของฝั่งนั้น"
ตอนนั้นย่าเฒ่าหานถือทัพพีอยู่พอดีเมื่อได้ยินคำพูดนี้ ทัพพีก็หล่นลงพื้นดัง ก๊อง!
"เยวี่ย หลานพูดว่าอะไรนะ?"
"ย่า ย่าได้ยินไม่ผิดหรอกมีความเกี่ยวข้องกับคนทางนั้นจริงๆ คนถูกจับไปแล้ว"
ย่าเฒ่าหานแทบไม่อยากจะเชื่อหูของตัวเองเป็นไปได้ยังไง? ในสถานที่แบบนี้ทำไมถึงมีคนที่มีความสามารถมีความเกี่ยวข้องกับคนต่างประเทศได้?
ไม่แปลกใจเลยที่ผู้หญิงบ้านจวงทำตัวเย่อหยิ่งจองหองทำท่าทางเหมือนตัวเองเป็นคนสำคัญ แต่ย่าเฒ่าหานกลัวจริงๆ
"อาเยวี่ยถ้าตอนนั้นพวกเราตัดสินใจผิดพลาด ยอมให้แกแต่งงานกับบ้านจวง…"ย่าเฒ่าหานไม่ได้พูดต่อ เธอแทบไม่กล้าคิดต่อไป
เพียงแต่ ช่วงก่อนหน้านี้ครอบครัวของพวกเขามีเรื่องกับบ้านจวงอย่างรุนแรง ไม่แน่ว่าอาจจะมีคนจับตามองอยู่ถ้ามีคนเอาเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้าง ครอบครัวของพวกเขาอาจจะมีปัญหาได้
"เรื่องนี้เดี๋ยวรอพ่อกับพี่ชายของหลานกลับมา ต้องเล่าให้พวกเขาฟังอย่างละเอียด"
ย่าเฒ่าหานกังวลเรื่องนี้มากจนลืมไปว่าหานชีเยวี่ยใช้เงินไปเท่าไหร่วันนี้เพราะตอนแรกย่าเฒ่าหานตั้งใจจะยอมรับการแต่งงานครั้งนี้จริงๆ
ฐานะของบ้านจวงเทียบกับบ้านของพวกเขาแล้วไม่ว่าจะยังไงก็ถือว่าบ้านหานเป็นฝ่ายที่ได้เปรียบ ถ้าไม่ใช่เพราะชีเยวี่ยใจแข็งเรื่องนี้คงตกลงกันเรียบร้อยไปแล้ว
ย่าเฒ่าหานรีบวิ่งไปดูว่าลูกชายและหลานชายกลับมาหรือยังหานชีเยวี่ยจึงฉวยโอกาสที่ไม่มีใครอยู่ในครัว นำของออกมา
ครั้งนี้ หานชีเยวี่ยนำของออกมามากมายแต่เธอก็จัดวางไว้ตามจุดต่างๆ อย่างเป็นระเบียบ ทำให้ดูไม่เป็นจุดสังเกตมากนัก
หานชีเยวี่ยมองดูห้องครัวที่เต็มไปด้วยของก็รู้สึกพอใจแค่ของเหล่านี้ก็เพียงพอให้ครอบครัวหานกินได้ระยะหนึ่งแล้วยังไม่รวมที่หานชีเยวี่ยจะแอบนำออกมาตอนทำอาหารอีก
สามารถรับประกันได้ว่าคนในครอบครัวจะได้กินอิ่มกินดีก่อนถึงฤดูเก็บเกี่ยวแล้วล่ะ
ย่าเฒ่าหานรอคอยลูกชายและหลานชายอย่างใจจดใจจ่อแต่กลับเห็นรถจี๊ปทหารแล่นมาตามถนนลูกรังที่ขรุขระ ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่ว
หญิงชราใจหายวาบนี่คงไม่ใช่มาสืบสวนที่บ้านของพวกเขาหรอกนะ?
ย่าเฒ่าหานยกเท้ากลับบัววิ่งตึกตักๆกลับไปที่ห้องครัว หานชีเยวี่ยกำลังฮัมเพลงเบาๆขณะที่กำลังทำอาหารต่อจากย่าเฒ่าหาน
"อาเยวี่ย หลานไปหลบก่อนเถอะ"ย่าเฒ่าหานพูดจาไม่รู้เรื่อง พูดไม่ทันขาดคำ ก็ผลักหานชีเยวี่ยให้ออกไป
เชิงอรรถ
[1] ระมัดระวังไว้จะแล่นเรือได้ถึงหมื่นปี:ความไม่ประมาททำให้ชีวิตอยู่รอดปลอดภัย
[2] ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ :ใช้ในการอุปมาอุปมัย คนที่หยิ่ง ทนงตน มักคิดว่าตนเองเก่งกว่าคนอื่น